<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสุขภาพจิตย้ำติดโควิดไม่ใช่โรคน่ารังเกียจต้องช่วยกันสร้างกำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ติดเชื้อและประชาชนเกิดความเครียดในการดำรงชีวิต บางรายถึงกับคิดสั้นตามที่นำเสนอในข่าวดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า&amp;nbsp; ขอให้คำแนะนำหากเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่รู้สึกตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิด และสังคมเสี่ยงติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; ทุกคนต้องเข้าใจว่าโรคโควิด-19 แม้จะมีการติดต่อง่าย แต่ไม่ใช่โรคที่น่ารังเกียจ สามารถรักษาให้หายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคนที่เป็นโควิด-19 ต้องไปพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือที่โรงพยาบาลสนาม เพื่อเป็นการไปพักรักษาและสังเกตุอาการ คือ 1.ป้องกันตัวเอง เพราะมีการติดตามอาการทุกวัน หากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงจะสามารถทำการรักษาได้ทัน 2.ป้องกันคนในครอบครัว ซึ่งหลายเคสมีการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวที่จะทำให้เกิดความเครียดทั้งครอบครัว&amp;nbsp; 3.ปกป้องสังคมในการเข้ารับการกักตัว 14 วัน เพื่อไม่ให้แพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบูลลี่คนที่ติดเชื้อโควิด-19 จากคนในสังคม โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ประเทศต้องการความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่รับรู้เรื่องการแพร่ระบาด ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจเขา เพราะทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และคนอีกกลุ่มเมื่อเกิดการแพร่ระบาดที่มีจำนวนผู้ติดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ระมัดระวัง ก็ยังใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง&amp;nbsp; ซึ่งอาจจะสร้างความโกรธให้กับสังคม เพราะต้องยอมรับว่าโควิด-19 ระลอกใหม่นี้มีการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่เร็วและติดง่ายมากกว่ารอบก่อน ทำให้การดูแลป้องกันยากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าใจว่าไม่ได้มีใครอยากติด ทำให้ต้องทำความเข้าใจกัน ให้กำลังใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; กรมสุขภาพจิตได้ติดตามความเครียดที่เกิดขึ้นในประชาชน เมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดจึงสูงขึ้น หากสถานการณ์ดีขึ้นความเครียดก็จะลดลง เปรียบเสมือนกับระลอกคลื่น ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เป็นส่วนสำคัญ เพราะผ่านมาหลายระลอก ระวังเรื่องข่าวเท็จหรือข่าวลือต่างๆ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนตระหนก แต่อยากให้ตระหนัก และทำความเข้าใจกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนในครอบครัว หากเขาลืมใส่หน้ากาก หรือไปสถานที่เสี่ยง ก็อย่าเพิ่งไปต่อว่า พยายามเตือนด้วยความหวังดี ความห่วงใยต่อกันและกัน และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย อย่าจดจ่อกับข่าวโควิด-19 มากจนเกินไป&amp;rdquo; โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ผู้ป่วยโควิด, อย่ารังเกียจ, เห็นอกเห็นใจ, โรคเครียด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60816c839ebb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
