<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิวัติเป็นศูนย์ ผบ.ทบ.:อย่าสร้างเงื่อนไขขัดแย้งรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พล.อ.ณรงค์พันธ์&amp;rdquo; ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกครั้งแรก ลั่นโอกาสทำปฏิวัติรัฐประหารทุกอย่างเป็นศูนย์หมด แต่อย่าสร้างความขัดแย้งที่รุนแรง วอนทุกฝ่ายร่วมขจัดเงื่อนไขจนถึงติดลบ ประกาศขอปกป้อง 4 สถาบัน &amp;ldquo;ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์-ประชาชน&amp;rdquo; ชี้ไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบ เสรีภาพเต็มที่&amp;nbsp; แต่ต้องไม่ก้าวล่วงกฎหมาย แนะสื่อหัดทำบุญเข้าวัด อย่าหมกมุ่นเรื่องยึดอำนาจ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เผยเลือก &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; เพราะรู้งาน เตรียมถวายสัตย์ฯ 11 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) วาระพิเศษระดับผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ถึงแนวนโยบายกองทัพกับการเมืองว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ถ้าบอกว่ากองทัพกับรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะกองทัพปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และเป็นข้าราชการประจำ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ดังนั้นปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล รมว.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. 3 ปี จะให้ความมั่นใจหรือให้สัญญากับประชาชน รัฐบาลหรือนักลงทุนอย่างไรว่าจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า คำถามนี้ถามมาทุก ผบ.ทบ. และทุกคนก็ตอบไปหมดแล้ว คือ โอกาสของการทำเรื่องพวกนี้ทุกอย่างเป็นศูนย์หมด บนพื้นฐานที่อย่าให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสร้างเงื่อนไขปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง และกระทบต่อความเดือดร้อน พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ได้ตอบไปแล้วภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ซึ่งอยากให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ด้วยการขจัดเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ให้หมดไปจากประเทศไทย และติดลบ เพราะศูนย์ก็ไม่พอ แต่การจะติดลบได้ทุกคนต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า แสดงว่าให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด แม้สถานการณ์นำพาเราไป พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า โอกาสมันไม่มีอยู่แล้ว คิดว่าสถานการณ์ประเทศไทยไม่มี เพราะตอนนี้เราเป็นประเทศที่ดีที่สุด เราก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นประเทศที่มีเสรีมากที่สุด และมีความอุดมสมบูรณ์ ที่เราอยู่กันแล้วมีความสุข คนส่วนใหญ่และใครๆ ก็อยากมาอยู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงสภาวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แบบนี้ที่มีมาตรการ มาช่วยเหลือกันและมีวินัยรักษาตัวเอง เราจึงต้องช่วยกันขจัดเงื่อนไขต่างๆ และทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวมากกว่าประเทศอื่น รวมถึงให้ประเทศสามารถควบคุมอะไรทุกอย่างได้ และให้มีการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ตอนนี้ทุกประเทศเฝ้ามองอยู่ เพราะเขาก็อยากมาประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการชุมนุมทางการเมืองที่มีการหมิ่นสถาบันฯ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพ ถามว่าใครที่บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น คืออะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทุกคนก็มีเสรีภาพ แต่เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นก็มีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเข้าใจว่าการใช้สิทธิเสรีภาพด้านใดด้านหนึ่งต้องมี 2 เรื่องประกอบ คือ 1.ต้องไม่ก้าวล่วงสิทธิ์ของคนอื่น และ 2.ต้องมีความรับผิดชอบต่อเสรีภาพที่ตนเองกระทำ ถ้าไปก้าวล่วงหรือทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า มองว่าข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อของนักศึกษาก้าวล่วงสถาบันฯ หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ก็เหมือนกับการปฏิรูป แต่การปฏิรูปคือแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นทุกคนควรกลับมามอง และปฏิรูปตนเองก่อน เหมือนกับคำสอนของสมเด็จโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)) เป็นชาวพุทธที่นับถือสมเด็จโต ท่านสอนเรื่องกระจกหกด้าน ไม่ใช่มองแต่ด้านตัวเองว่าดีและถูกต้องหมดทุกอย่าง ซึ่งต้องมองมุมอื่นด้วยทั้ง 6 ด้าน อยากให้ทุกคนมองตนเองก่อน และกลับไปดูตนเองว่ามีความถูกต้องสมบูรณ์ และมีความวิริยะก่อนที่จะไปบอกให้คนอื่นทำแบบนั้นแบบนี้
ยึดมั่น 4 สถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ได้ให้นโยบายเรื่องการปกป้องสถาบันอย่างไรบ้าง พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ในหัวมี 4 อย่าง คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความมั่นคงของ 4 อย่างนี้ ซึ่งไม่บอกว่าจะทำอะไร แต่จะทำตามอุดมการณ์ของกองทัพบกและอุดมการณ์ของตนเองที่ยึดถือมาตั้งแต่เข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า 4 สถาบันหลักจะปกป้องอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เข้าใจสื่อบางทีก็พยายามนั่งคิด นอนคิด กินข้าวก็คิด ทำอะไรก็คิดสิ่งต่างๆ เหล่านี้มา ซึ่งคิดว่าบางทีเดี๋ยวจะเครียด บางทีทางสำนักเขาใช้งานเราเยอะเกินไป บางทีต้องมีเวลาออกกำลังกายบ้าง ไปกินอาหารดีๆ นอนหลับพักผ่อน รักษาสุขภาพ จะได้ทำข่าวได้นานๆ ถ้านั่งคิดนอนคิดจนนอนไม่หลับเดี๋ยวสุขภาพไม่ได้ ก็จะไม่ได้มาพบปะพูดคุยกัน บางเรื่องปล่อยวางบ้าง ส่วนถึงขั้นต้องไปปฏิบัติธรรมหรือไม่ ก็แล้วแต่คน ถ้าเป็นชาวพุทธก็ไปไหว้พระสวดมนต์ ตนเองเย็นก็ออกกำลังกาย อาบน้ำ ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน และก็นอนหลับสบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เป็นกรอบระเบียบของบ้านเมืองและสังคม เราอยู่ในสังคมใหญ่ก็มีคนหลายพวกหลายความคิดอยู่แล้ว เพียงแต่สังคมส่วนร่วมต้องควบคุม
ถามว่า หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมจะเป็นเงื่อนไขในการที่ทหารจะออกมาทำรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า รุนแรงอย่างไร ต่างฝ่ายต่างบอกว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แล้วความรุนแรงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความเรียบร้อยไม่มีการพกอาวุธอะไรเลย เราเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าความรุนแรงไม่มีประโยชน์ สำหรับทุกสังคมในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความเป็นห่วงเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องการชุมนุม ตำรวจก็เป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้วตามปกติอยู่แล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พล.อ.ณรงค์พันธ์ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มนักเรียนมายื่นหนังสือให้ทางกองทัพบกกรณีทหารเข้าไปคุกคามนักเรียนในโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ว่าได้รับรายงานมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่นี้เป็นเรื่องของสังคมที่อยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างทางความคิดได้ เราต้องเรียนรู้ การปฏิรูปคือการแก้ไข ซึ่งกำลังพลของกองทัพบกมี 3 แสนนาย ในสิ่งที่เรามอบงานให้ไปผ่านทางกองทัพ ผ่านทางสายการบังคับบัญชา เขาก็ไปทำงานนั้น ซึ่งแต่ละคนแต่ละหน่วยก็ไปทำงานที่อาจจะวิธีปฏิบัติไม่เหมือนกัน หรือความเข้าใจอาจไม่เต็มร้อย ไม่มีสมบูรณ์ 100% เพราะเขาก็ไปทำงานของเขาตามสั่งการผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้วการแก้ไขปัญหาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน หรือการแก้ไขให้มันมีความเข้าใจกันอาจไม่เหมือนกัน บางที่เราต้องยอมรับว่าคนของเรา คุณยังทำไม่สมบูรณ์ ยังทำไม่ดี กลับมาทบทวนกันให้ ซึ่งกองทัพบกต้องกลับมาทบทวนว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องอยู่ในสังคมที่มีความแตกต่างในหลายๆ ด้านด้วยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำมีผู้ชุมนุมได้ออกมาให้ข่าวว่าทหารได้ไปติดตามสังเกตการณ์ในโรงเรียนต่างๆ จะมีการทบทวนในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า โรงเรียนมีกี่โรงเรียนในประเทศไทยไปตามหมดไม่ไหว มันไม่มีหรอก ถ้ามีหลักฐานก็ให้แจ้งมาเราจะได้รู้ว่าใครไปทำอย่างนั้น กองทัพบกไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ เพราะเด็กก็คือเด็ก เรามีลูกมีหลาน มีความคิดของเขา มีโลกส่วนตัวของเขา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.ยังกล่าวถึงการมอบนโยบายในการประชุม นขต.ทบ.ว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกคนตระหนักในอุดมการณ์ทหารที่ยึดมั่นมาตลอดคือ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ถือเป็นอุดมการณ์ทหารและ ทบ. สิ่งที่สำคัญในการที่เราต้องเป็นหลักด้านความมั่นคงเพื่อสิ่งสำคัญ 4 สิ่ง หรือ 4 สถาบันเหล่านี้ เพื่อให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนั้นการสานต่อนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.ที่ได้วางไว้ รวมถึงนโยบายก่อนหน้านั้นที่สำคัญๆ ก็สานต่อและพัฒนา ทบ.ไปสู่อนาคตในมิติของภัยความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการปฏิบัติงานที่หลากหลายมากขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ยังกล่าวถึงโครงการสายด่วน ผบ.ทบ.ที่ให้กำลังพลร้องทุกข์ ว่าได้ถาม พล.อ.อภิรัชต์แล้ว ท่านก็บอกว่าคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งขึ้นมาค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่ช่วงหลังเริ่มไม่ค่อยมีคนร้องเรียนเข้ามา เพราะปัญหาค่อนข้างได้รับการแก้ไขเกือบหมดแล้ว หน่วยและกำลังพลก็เข้าใจมากขึ้น อยากให้กองทัพดำเนินการเอง อยากให้สำนักงานเลขานุการกองทัพบกคิดค้นช่องทางในการพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและถึงกันเร็วมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิรูปกองทัพด้านต่างๆ นั้น ผมคิดว่าการปฏิรูปคือการแก้ไขในสิ่งที่ยังไม่ถูกต้อง ทำให้ถูกต้อง เหมาะสม เพราะคำว่าปฏิรูปคือการทำให้เหมาะสม ดังนั้นสิ่งที่ปฏิรูปต้องดำเนินการต่อไป โดย ทบ.ทำมาตลอด และทำอยู่แล้วในยุคที่ผ่านมา ซึ่งการปฏิรูปต้องใช้เวลา ทุกอย่างใช้เวลา ไม่ใช่ข้ามคืน ข้ามวัน ข้ามเดือน อาจเท่าหรือไม่เท่ากันในแต่ละเรื่อง&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
สื่ออย่าหมกมุ่นรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ยังกล่าวถึงการพบสื่อสายทหารครั้งแรก ว่าสื่อสายนี้มีความสำคัญ เพราะทำงานร่วมกับทหาร อยากฝากว่านอกจากสิ่งที่นั่งคิด นอนคิด ทั้งวันทั้งคืน กินก็คิด เข้าห้องน้ำก็คิด และมาถามแต่เรื่องพวกนี้ (เรื่องการรัฐประหาร) อยากฝากให้ติดตามการปฏิบัติงานของทหารที่ทุ่มเท อุทิศตน เรื่องยาเสพติด ชายแดน ภัยพิบัติ&amp;nbsp; ซึ่งงานเหล่านี้ยังไม่เสร็จ อยากให้ช่วยนำสิ่งเหล่านี้ไปบอกประชาชน ตรงไหนที่ประชาชนเดือดร้อนขอให้บอกมา ถ้าไม่มีหน่วยงานอื่นช่วยกำลังพลของ ทบ.พร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องที่อยู่อาศัย เจ็บป่วย ความขัดสนต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ปัจจุบันการสื่อสารมีหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียและระบบออนไลน์ พล.อ.ณรงค์พันธ์จึงมีนโยบายให้หน่วยทหารใช้การสื่อสารสร้างการรับรู้กับกำลังพลในทุกช่องทาง รวมถึงการใช้การสื่อสารทางออนไลน์ในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้สามารถสร้างการรับรู้และส่งผ่านข้อมูลโดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์เตรียมเข้าพิธีอุปสมบทเวลา 05.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ กทม. ซึ่งเป็นวัดเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้อุปสมบทหลังเกษียณอายุราชการเช่นกัน โดยได้รับฉายาจินตชโย แปลว่า ผู้ชนะจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสปลุกขับไล่และกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งจะทำให้เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ว่า ไม่หรอก ชินแล้ว ชินตรงที่ว่าก็ทำงานให้หนักมากขึ้น สร้างความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีคนที่บิดเบือนอยู่ ถ้าน้องๆ นักข่าวมาอยู่ตรงนี้แล้วจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นต้องให้ความเป็นธรรมบ้าง ตนเองมีความตั้งใจในการบริหารประเทศตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบัน วันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า หลายอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ เข้ามาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และทุกคนก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี รร.เบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ให้ทบทวนแล้ว เพราะช่วงนี้มีปัญหาอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วย ถ้าเวลาปกติคงพอได้ แต่เท่าที่ตรวจสอบแล้วเป็นโครงการของศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นเรื่องของจิตอาสาลงไป ซึ่งได้สั่งให้ปรับแล้ว อะไรที่ไม่จำเป็นยังไม่ต้องไปทำในตอนนี้ หาวิธีการอื่นไปไม่ให้เกิดปัญหาทางด้านการเมือง จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้างอุดมการณ์รักชาติ ปลูกจิตสำนึกประชาชน ก็ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ฉะนั้นไม่อยากให้เป็นภาระหรือปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงวันเวลาที่หลายๆ อย่างจะปรากฏออกมาว่าประเทศไทยมันติดกับอยู่กับใครบ้าง ปัญหามันอยู่ที่ใครบ้าง ทำความดีกันเถอะครับ ไหว้พระไหว้เจ้า นับถือศาสนา ทำบุญเข้าวัด ทำกุศลมากๆ ประเทศไทยจะพ้นภัย ช่วงนี้ขอให้ผ่านเวลาที่ยากลำบากของพวกเราไป ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองด้วย ผมคิดว่าประเทศไทยสำคัญกว่าอย่างอื่น ทำอย่างไรประเทศไทยจะดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุข มีเสถียรภาพเสียที คนไม่ดีก็ปรากฏออกมาเรื่อยๆ ก็ลงโทษไปก็เท่านั้นเอง&amp;rdquo; นายกฯกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แจงเหตุเลือก&amp;#39;อาคม&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ระหว่างนายกฯ เดินออกจากโพเดียมเพื่อกลับขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ประกาศจะชุมนุมยืดเยื้อ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประเมินว่าจะมีคนเข้าร่วมหลักล้าน นายกฯ ตอบว่า ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเลือกนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.การคลังคนใหม่ ว่านายอาคมเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานี้ และนายอาคมก็รู้งานรู้การมาโดยตลอด ซึ่งความจริงก็เสนอไปหลายคนที่จะให้สมัครใจเข้ามาทำงาน แต่ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นคิดว่าก็ต้องใช้คนที่รู้งานรู้การมาเป็นอย่างดี และสามารถเข้าทำงานได้กับฝ่ายการเมืองได้ด้วย แต่ก็มีหลักการของตนเอง ของนายกฯ อยู่แล้ว เพราะนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมดก็ขอให้ติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ชื่อของนายอาคมจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดว่าอยู่ที่การปฏิบัติมากกว่า ถ้าทุกคนเอาชื่อมาเป็นที่ตั้งก็จะวุ่นกันทั้งหมด ต้องดูที่ผลงานซึ่งออกมาในรูปของรัฐบาล เพราะตำแหน่ง รมว.การคลังไม่ใช่ว่าจะอนุมัติได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต้องผ่านการกลั่นกรอง ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ผ่านสำนักงบประมาณ ผ่านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถึงจะผ่านการใช้จ่ายงบประมาณได้ เพียงแต่สามารถคิดและเสนอโครงการโดยหารือกับตนเองในฐานะนายกฯ และ ครม.ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ถือเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกกระทรวง เพราะฉะนั้นผลงานและแผนงานที่ออกมาทั้งหมดต้องผ่านขั้นตอนของ ครม. และผ่านนายกฯ เป็นผู้อนุมัตินำเข้า ครม. ทั้งหมดนี้ถือเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความเชื่อมั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ภาษาไทยแท้ๆ สรุปคือคนดี คนเห็นชอบ แต่ก็มีบางพวกที่ไม่ชอบใครสักคน บางพวกก็ชอบอีกคนมากกว่า จึงขอให้เป็นเรื่องของผลงานก็แล้วกัน ขอให้ติดตามตอนต่อไป โดยในวันที่ 11 ต.ค.นี้จะนำนายอาคมเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณฯ และจะเริ่มทำงานในวันที่ 12 ต.ค.เป็นต้นไป จึงขอให้ดูที่ประสบการณ์ หลายๆ คนก็ขานรับ ซึ่งผมได้พูดคุยหารือกันมาอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวว่า ยังไม่ได้พบกับนายอาคม แต่เคยทำงานร่วมกันตั้งแต่สมัยที่เป็น รมว.คมนาคม ส่วนนายอาคมเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ ดังนั้น ไม่มีปัญหาอะไร และนายอาคมเป็นคนเข้มแข็ง ซึ่งการทำงานร่วมกันไม่มีปัญหาอะไรเลย แม้กระทั่งนายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลังที่ลาออกก็ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวไปเขียนกันเอง
เมื่อถามย้ำว่า นายอาคมจะอยู่ได้ยาวหรือไม่ นายสันติได้แต่ยิ้มเขินๆ แต่ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ
ส.ว.ไม่ใช่หุ่นยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวในเรื่องรัฐธรรมนูญ โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ ในฐานะ ส.ว.โดยตำแหน่ง กล่าวถึงท่าทีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าการดำรงตำแหน่ง ส.ว.ของ ผบ.เหล่าทัพเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดก็ต้องไป ซึ่งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตั้งแต่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นว่าทุกอย่างไม่ได้ 100% หมด เพราะเราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มานั่งยกมือเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องมองด้วยเหตุด้วยผล ด้วยข้อเท็จจริงต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ผบ.ทบ.จะรับเงินเดือน ส.ว.หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ไม่รับเงินเดือนสองทางอยู่แล้ว ส่วนข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ทาง ผบ.เหล่าทัพไม่รับตำแหน่ง ส.ว.และลาออกกลับไปทำงานในตำแหน่งของตนเองนั้น ไม่ทราบ ต้องไปศึกษาดูว่าจะสามารถลาออกได้หรือไม่ เพราะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้ว่าเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการ 6 ฉบับ แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม กมธ.ได้เชิญตัวแทนฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลในฐานะผู้เสนอญัตติ ส.ว.และนักวิชาการที่จะมาชี้แจงต่อ กมธ.เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า เสียดายที่ฝ่ายค้านปฏิเสธคำเชิญของ กมธ. เพราะการมาชี้แจงจะเป็นโอกาสทำความเข้าใจกับ ส.ว. โดยตอนนี้มีความสงสัยในญัตติของฝ่ายค้านว่าขัดแย้งกันหรือไม่ เพราะญัตติหนึ่งเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร. แต่อีกญัตติหนึ่งที่เสนอกลับเป็นการแก้ไขรายมาตรา ซึ่งคิดว่าถ้าจะตั้ง ส.ส.ร.ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขรายมาตรา ซึ่งการไม่มาชี้แจงต่อ กมธ.ของฝ่ายค้าน ทำให้การทำงานของ กมธ.ยากขึ้น และเป็นการไม่เคารพประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างมาก ทั้งๆ ที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้สงสัยว่าเป็นความพยายามที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จหรือไม่ หรือต้องการโยนบาปให้ ส.ว.และพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวโต้นายชัยวุฒิว่า อย่ากล่าวเอาดีใส่ตนเองและพวกพ้อง อย่ามาพูดว่าฝ่ายค้านไม่เคารพเสียงข้างมาก ความจริงแล้วฝ่ายเสียงข้างมากต่างหากที่ต้องการยืดเวลาออกไป แต่ถึงอย่างไรฝ่ายค้านเองก็จำเป็นต้องรออยู่แล้ว ที่สำคัญเมื่อกลับเข้ามาในรัฐสภาอีกครั้ง เราก็จะได้พิสูจน์กันว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกให้ประเทศนี้หรือไม่ ถ้าจะมีใบสั่ง ขอให้มีใบสั่งแบบสร้างความเป็นประชาธิปไตยก็แล้วกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิวัติเป็นศูนย์, ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก, ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย่าสร้างเงื่อนไขขัดแย้งรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6e1d2df6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
