<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.กางงบลงทุน 8.6 แสนล้านมุ่งหน้าสู่พลังงานอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2564 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่ากลุ่ม ปตท. ยังคงลงทุนต่อเนื่อง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยตั้งเป้าหมายเงินลงทุนของทั้งกลุ่มในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้า (2564-2568)ซึ่งไม่รวมโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการลงทุน จำนวน&amp;nbsp;865,000&amp;nbsp;ล้านบาท เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนตามกรอบวิสัยทัศน์ และให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต รวมถึงปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางอนาคต มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;ทั้งการเป็นศูนย์กลางการกระจายแอลเอ็นจี (แอลเอ็นจีฮับ) เข้าสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต รุกธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการลงทุนเตรียมพร้อมรองรับกระแสยานยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนเข้าสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพตามทิศทางโลก อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มุ่งสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และมุ่งขยายการค้าปลีกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก รวมถึงขยายการลุงทุนในธุรกิจ&amp;nbsp;ดำนวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life&amp;nbsp;science&amp;nbsp;:ธุรกิจยา&amp;nbsp;Nutrition&amp;nbsp;และอุปกรณ์การแพทย์)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดึงความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ จับมือพันธมิตรทั้งในไทยและต่างชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัท ยังเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อใช้กับการลงทุนที่อาจจะมีขึ้นในช่วงระยะ 5 ปีข้างหน้า แต่ยังไม่มีแผนลงทุนชัดเจน&amp;nbsp;อีก 784,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยกลุ่ม ปตท. วางเป้าหมายทิศทางการดำเนินงาน ภายในปี 2030 ว่าจะเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูง และเร่งการลงทุนในกลุ่มพลังงานอนาคต โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนกำไรจากกลุ่มธุรกิจพลังงานในอนาคตเป็น 30%&amp;nbsp;โดยเดินหน้านำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่ม 9 ล้านตันต่อปี และเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเดิม 8,000&amp;nbsp;เมกะวัตต์ เป็น 12,000 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เงินลงทุนของแค่ ปตท. และบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้น 100%&amp;nbsp;ที่ได้รับการอนุมัติในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ตั้งเป้าไว้ที่ 117,840&amp;nbsp;ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรม การค้าระหว่างประเทศและปิโตรเลียมขั้นปลายในสัดส่วนที่มากที่สุด ทั้งการปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้า และการร่วมลงทุน รวมถึงพัฒนาพื้นที่อีอีซีไอ 26%&amp;nbsp;รวม 30,743 ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 25%&amp;nbsp;รวม 29,847 ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พีทีทีแอลเอ็นจี โครงการสถานีกักเก็บแอลเอ็นจี(หนองแฟบ) 21%&amp;nbsp;รวม 24,042 ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การร่วมทุนและการลงทุนในบริษัทที่ปตท.ถือหุ้น 100% ทั้งธุรกิจไฟฟ้า และการลงทุนในปิโตรเลียมขั้นปลาย 17%&amp;nbsp;รวม 20,225 ล้านบาท และธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ที่ 11%&amp;nbsp;รวม 12,983 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า แผนการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของ ปตท. ยังเป็นไปตามแผน ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2564 คาดว่าจะสามารถทำผลประกอบการได้ใกล้เคียงกับครึ่งแรกของปี หากไม่มีเหตุการณ์อื่น ๆ มากระทบรุนแรง ขณะที่มาตรดารกระตุ้นทางการคลังขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ จะส่งผลบวกต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงการเงินโลกยังคงผ่อนคลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านอุปสงค์น้ำมันดิบดูไบจะเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้มากขึ้น ขณะที่อุปทานจะเพิ่มขึ้นจากกลุ่มโอเปกพลัว มีมติเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผลประกอบการครึ่งแรกของกลุ่ม ปตท. ปีใน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เปรียบเทียบกับครึ่งแรกของปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;กลุ่ม ปตท. สามารถทำรายได้จากการขายจำนวน&amp;nbsp;1,011,093&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน&amp;nbsp;186,201&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท หรือ&amp;nbsp;23%&amp;nbsp;จากเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ทั้งจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการและราคาของ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวจากปีก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;216,163&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;129,570&amp;nbsp;ล้านบาท หรือมากกว่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามรายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้น และธุรกิจการกลั่นที่มีกำไรสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในครึ่งแรกของปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น เทียบกับขาดทุนจาก สต๊อกน้ำมันในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;57,166&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;46,667&amp;nbsp;ล้าน บาท หรือมากกว่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113618</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), พลังงานแห่งอนาคต, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, แผน 5 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eab7bcb996d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม ปตท.เดินหน้า ‘โครงการลมหายใจเดียวกัน’  เร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2564 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รับมอบยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 2,000 ขวด เพื่อใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่สามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ได้ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ที่มีภาวะปอดอักเสบ จากคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด เร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในวิกฤตโควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในจุดที่เป็นความจำเป็นสูงสุดในช่วงนี้ ซึ่ง กลุ่ม ปตท. อยู่ระหว่างเร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) นำร่องเป็นต้นแบบของภาคธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ร่วมช่วยเหลือสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศในปัจจุบัน ที่ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ หลังจากที่สนับสนุนการนำเข้ายาเรมเดซิเวียร์เพื่อเพิ่มสำรองคงคลังภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. มีความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ &amp;lsquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rsquo; ซึ่งยาเรมเดซิเวียร์ดังกล่าว ปตท. ได้มอบให้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดหาและนำเข้าเพื่อสนับสนุนภาครัฐ รวมทั้งเตรียมการจัดหาอย่างต่อเนื่องเพิ่มเติม เพราะประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้ความช่วยเหลือในขั้นถัดไป กลุ่ม ปตท. ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการดูแลผู้ป่วยโควิดครบวงจร (End-to-End) เพื่อเป็นอีกแรงสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตเร่งด่วนของประเทศในขณะนี้ มุ่งเน้นการตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว โดยจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ในการเพิ่มการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ การดูแลผู้ติดเชื้อที่ดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้าน หรือ ในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. จะมอบ &amp;lsquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ ยา และ ของใช้ที่จำเป็น พร้อมระบบติดตามอาการทางไกล ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนามเขียวและเหลืองตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในระดับสีเขียวประมาณ 1,000 เตียง ระดับสีเหลือง 350 เตียง รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามไอซียู รองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต ระดับสีแดง จำนวน 120 เตียง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดูแลทั้งระบบโดยบุคลากรทางการแพทย์ของพันธมิตรกลุ่ม ปตท. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปลายเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, โครงการลมหายใจเดียวกัน, ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa35d96157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPC S&amp;E ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ฝึกอบรมสร้างบุคลากรยุคใหม่รองรับอีอีซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถือเป็นสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะเป็นการระเบิดของสารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ ของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล ถือว่าเป็น 1 ใน 2 ของผู้ประกอบการที่ผลิตเม็ดโฟม EPS หรือ Expendable Polystyrene รายใหญ่ของประเทศ นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนต้องระดมทุกสรรพกำลังควบคุมเหตุเพลิงไหม้แล้ว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงระดมความช่วยเหลือ โดยส่ง&amp;nbsp; บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;amp;E&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสารเคมีและระงับเหตุ และยังมีความเชี่ยวชาญด้านการดับเพลิง กู้ภัย และระงับเหตุฉุกเฉิน เข้าไปร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนโฟมดับเพลิง รถดับเพลิง และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือการดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์หัวฉีดน้ำดับเพลิงแบบ Fix Monitor หุ่นยนต์ดับเพลิงและโฟมดับเพลิง 3000 ลิตร อีกทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ปตท. พร้อมกลุ่มความร่วมมือช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน (EMAG: Emergency Mutual Aid Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินในกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง จ.ระยอง ได้ร่วมปฏิบัติการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลายคนคงยังไม่รู้ว่าบริษัท NPC S&amp;amp;E มีบทบาทอย่างไรในกลุ่ม ปตท. ซึ่ง นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน ปตท. กล่าวว่า NPC S&amp;amp;E นั้นเป็นบริษัทในกลุ่มของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร ได้แก่ บริการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมทุกประเภท บริการที่ปรึกษาด้านการจัดทำระบบมาตรฐาน การจัดการระบบคุณภาพและระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงงานบริการบุคลากรดูแลงานด้านความปลอดภัย อาทิ พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเพื่อปฏิบัติงานในหน่วยงานหรือโรงงานต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงยังให้บริการจัดจำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NPC S&amp;amp;E ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันและยานยนต์ ส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าอบรมมากกว่า 26,000 คนต่อปี รวมแล้วกว่า 4,700 บริษัท ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร จึงมุ่งพัฒนาบุคลากร คิดค้นและพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่รองรับความต้องการของลูกค้า สรรหาอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตลอดจนสร้างสถานีฝึกอบรมที่สามารถจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความรู้อย่างพึงพอใจสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปกติ ปตท. กับหน่วยงานภาครัฐจะทำงานร่วมกันหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมาบตาพุด หรือ จ.ชลบุรี จะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวกับบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานกับ NPC S&amp;amp;E เพื่อร่วมกันทำงานและฝึกซ้อมเมื่อเกิดเหตุ และเมื่อ ปตท.ได้รับการประสานงานก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้น NPC S&amp;amp;E ถือว่ามีความชำนาญเฉพาะในด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นด้านการผจญเพลิง การดูแลด้านความปลอดภัยทั่วไป&amp;quot; นายวรพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้จัดการส่วนบริหารภาวะฉุกเฉิน NPC S&amp;amp;E กล่าวว่า นักดับเพลิงทั่วไปจะไม่คุ้นเคยกับสารเคมี แต่กลุ่ม ปตท.มีความคุ้นเคยกับปิโตรเคมีว่ามีคุณสมบัติอย่างไร มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ที่สามารถดำเนินการได้ทันที และยังมี ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีพนักงานถึง 210 คน เป็นทีมดับเพลิงโดยเฉพาะ ทำให้สามารถตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้ทันที ที่ผ่านมานั้นได้เข้าไปช่วยมาแล้วหลายประเทศ เช่น ดับเพลิงบ่อขยะเมียนมา อย่างไรก็ตามเราฝึกอบรมบุคลากรอยู่ตลอดเวลา ทั้งทางด้านความรู้และสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อความพร้อมในการเผชิญเหตุตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันของ ปตท.เป็นจำนวนมาก บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน นอกจากแผนฉุกเฉินแล้ว การคาดการณ์ด้วยโปรแกรมต่างๆ พร้อมทั้งคำนวณความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุหรือระเบิด &amp;nbsp;ซึ่งสามารถบอกได้ถึงระยะทางที่จะได้รับผลกระทบ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีการเตรียมพร้อม และยังได้ลงทุน 500 ล้านบาทเพื่อสร้าง ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ตั้งอยู่ที่มาบตาพุด ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกดับเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ NPC S&amp;amp;E ได้ร่วมมือกับสถาบันไทย-เยอรมัน หรือ TGI และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร EEC Model Type B เป็นหลักสูตรระยะสั้น โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรยุคใหม่ เรียนรู้-พัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริงด้วยการศึกษา และการฝึกอบรมยุคใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากรแบบตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการในเขตพื้นที่อีอีซี หรืออีอีซี โมเดล (EEC Model)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโครงการนี้ โดยจะเป็นการฝึกอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้นรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-23 ก.ค.64 ประกอบไปด้วย 4 กลุ่มหลักสูตร เช่น Injection Moulding Machine (Smart Production), CNC Machine &amp;amp; Robotics, Industrial IoT และ Industrial Robot &amp;amp; Automation System โดยจะมีการฝึกอบรม ณ สถาบันไทย-เยอรมัน ศูนย์ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวถึงงานดับเพลิงที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล ว่า ถือเป็นงานที่ไม่ง่าย เมื่อเดินทางไปถึงหน้างานก็รู้ทันที่ว่ามีความรุนแรง เพราะเพลิงไหม้ลักษณะนี้เป็นลักษณะพิเศษ ไหม้ปิโตรเคมี ไม่ใช่เพลิงไหม้ทั่วไป มีความซับซ้อน มีสารเคมีมาเกี่ยวข้อง มีอันตรายและส่งผลกระทบซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น กระบวนการและขั้นตอนการควบคุมต้องทำให้สงบอย่างรวดเร็ว และจะปลอดภัยได้อย่างไรนั้นต้องมองที่ปัญหาของหน้างาน ซึ่งที่มองเห็นคือ ระบบการควบคุมสั่งงานยังไม่ลงตัว ไม่มีการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็เป็นปัญหาทั่วไปเมื่อเกิดเหตุก็จะมีการโกลาหล วุ่นวาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ณัฐธัญ ละอองทอง, ดับเพลิง, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท., บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;E, มาบตาพุด, ระยอง, วรพงษ์ นาคฉัตรีย์, ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน, สารเคมี, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eab7f4d4c9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มปตท. โชว์ไตรมาสแรกปี 64 กวาดรายได้เพิ่ม17%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.2564 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เผยรายได้ของกลุ่ม ปตท. ในไตรมาส 1 ปี 2564 อยู่ที่ 477,837 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 70,663 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.4 จากไตรมาส 4 ปี 2563 &amp;nbsp;โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) ในไตรมาส 1 ของปี 2564 อยู่ที่จำนวน 102,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,383 ล้านบาท หรือร้อยละ 43.8 จากไตรมาสก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งเป็นผลจากราคาปิโตรเลียมและปิโตรเคมีในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวหลังจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง (Lockdown) รวมถึงการใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;กำไรสุทธิของ ปตท. และบริษัทย่อย ในไตรมาส 1 ของปี 2564 &amp;nbsp;มีจำนวน 32,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,441 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100.0 จาก 13,147 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่มเติมงบการเงิน และสรุปผลการดำเนินงานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f9ec51b7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>OR จับมือ GPSC เปิดตัว “G-Box” รองรับ EV Station อีกโซลูชั่นของ กลุ่ม ปตท.  ตอบรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล พาวเวอร์ ซีนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวโครงการ G-Box ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานผ่านแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ซึ่ง GPSC ได้พัฒนาขึ้น มีขนาด 150 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ทดลองติดตั้งในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม เพื่อรองรับ EV Station ตอบรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ให้พร้อมให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด รวมทั้งยังสามารถนำไฟฟ้าที่กักเก็บจากระบบ G-Box&amp;nbsp; ไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ในสถานีบริการ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สถานีบริการ อีกทั้งยังแสดงถึงความร่วมมือด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และความยั่งยืนทางธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม ปตท. อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, ปตท., อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60362a7ecc462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกเริ่มต้นต้อนรับสัปดาห์ปาหี่การเมืองว่าด้วยศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ที่มี &amp;quot;บิ๊ก&amp;nbsp; 3 ป.&amp;quot; เป็นจานหลัก รายล้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลอีก 2 พรรคจากประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ...0 ตื่นตัวหรือตื่นเต้นก็สุดแต่ฝ่ายไหนจะตีความ!!! ทีมรัฐบาลถึงขั้นปิดโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค &amp;quot;ติวเข้ม&amp;quot; 2 วันเต็ม!! แว่วว่า..งานนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีให้พลพรรคฝ่ายค้านที่มี &amp;quot;เสี่ยโจ้&amp;quot; ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร เป็นแม่ทัพใหญ่ รู้สึกดี๊ด๊าฮึกเหิมพร้อมเปิดศึกชำแหละอย่างเต็มอัตราศึก เพราะเดาว่า ถ้าไม่กลัวจริงดังปากพูด งานสัมมนา &amp;ldquo;สามัคคีรวมใจ พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; จะจัดทำไมให้เปลืองสตางค์และเสียเวลาฉลองเทศกาลวันตรุษจีนตามด้วยวาเลนไทน์..หนอ??? ...0 ที่น่าสนใจเห็นจะเป็น รมต.ของภูมิใจไทย ทั้ง &amp;ldquo;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;rdquo; รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กับ &amp;quot;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;quot; รมว.คมนาคม ไม่ปรากฏตัวในการสัมมนาครั้งนี้ ทั้งๆ ที่เป็น &amp;quot;จำเลย&amp;quot; ที่ฝ่ายค้านหมายมั่นปั้นมือจัดใหญ่จัดหนัก โดยหวังผลได้-เสีย ด้วยยุทธศาสตร์แยกมิตรแล้วทะลวงค่ายกันเลยทีเดียว ...0&amp;nbsp; ส่วนจุดอ่อนอย่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการมีกระแสข่าวระบุว่า กำจัดจุดอ่อนไปเรียบร้อยแล้ว ในฐานะลูกเลิฟของ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เหลือแค่จะเอาตัวรอดบนเวทีสภาระหว่างถูกชำแหละจากฝ่ายค้านหรือไม่เท่านั้น เพราะฝ่ายค้านเล่นใหญ่ เอาแฟนคลับนอกสภา &amp;quot;นักเรียนเลว&amp;quot; มาเป็นแรงกดดันอีกทาง ...0 แต่ดูไปดูมา 16-19 ก.พ.2564 บทหนักคงตกอยู่ที่ &amp;quot;ท่านประธานที่เคารพ&amp;quot; นำโดย ชวน หลีกภัย เพราะน่าจะมี &amp;quot;นักประท้วง&amp;quot; ผุดลุกผุดนั่งเป็นดอกเห็ด เฉพาะ 3 หน่อ&amp;nbsp; ไพบูลย์​ นิติตะวัน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ สิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​และ นิโรธ​ สุนทรเลขา​ ส.ส.นครสวรรค์​&amp;nbsp; ฝึกวิชาชูจั๊กกะแร้ทันควันเมื่อมีการอภิปรายพาดพิง &amp;quot;สถาบัน&amp;quot; ก็ส่งสัญญาณแล้วว่า ..เหนื่อย!! แน่นอน ส่วนคนดูทีวีที่บ้านก็คงต้องใจเย็นๆ เศรษฐกิจไม่ค่อยดีอย่างนี้ เตะทีวีพัง โครงการ &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; หรือ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ..ครอบคลุมไม่ถึงช่วยไม่ไหวนะเออ ...0 บันทึกว่าด้วยเศรษฐกิจแล้ว เรื่องดีๆ ก็มีให้ชื่นชม..ล่าสุด อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท.ได้รับรางวัล S&amp;amp;P Global Sustainability Award ประจำปี 2564 ระดับ Gold Class ซึ่งเป็นผลการประเมินระดับความยั่งยืนเทียบชั้นระดับสูงสุด จาก S&amp;amp;P Global โดยได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil &amp;amp; Gas Upstream &amp;amp; Integrated นอกจากที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ...0 เปิดตลาดวันนี้ หุ้น OR ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) จะพุ่งกระฉูดไปต่อไหม?? คงต้องตามไปลุ้น หลังจากสร้างมิติใหม่ในการเทรดวันแรกราคากระฉูดกว่าราคาจองเกิน 50% ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย ..องค์กรอิสระที่ชื่อว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะกลายเป็น องค์กรพวกข้าใครอย่าแตะ หรือไม่??.. การโหวตของวุฒิสภาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ ถือเป็นคำตอบสุดท้าย เพราะถ้า ส.ว. ยกมือรับร่าง พ.ร.บ.กสทช. ฉบับร่างของ ส.ส. ก็หมายถึง กระบวนการสรรหา กสทช. ทั้ง 7 ด้าน จำนวน 14 คนนั้น ..เป็นอันต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ...0 เรียกว่า เป็นรายการช็อก!! วงการรอบสองก็ว่าได้ เพราะกสทช. 14 คนที่มี นภดล เทพพิทักษ์ เป็นประธานสรรหารอให้วุฒิสภาโหวตตัดสินใจเหลือ 7 คนนั้น บรรดาตัวเต็งหาม ทรงพลัง มากบารมี และเป็นเด็กในคาถารัฐบาลนั้น &amp;quot;ตกม้าตาย&amp;quot; กันไปทั้งนั้น ...0 เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามี &amp;quot;บิ๊กทหาร&amp;quot; กำลังวิ่งเต้นล็อบบี้อย่างหนักเพื่อให้ 14 คนที่ผ่านการสรรหากลายเป็นอดีต ด้วยการที่ ส.ว.ต้องโหวตรับร่าง พ.ร.บ.กสทช.ในวันนี้ จะพิสูจน์ทราบว่า ..นายแน่มาก!!! ได้หรือไม่ ...0.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93029</URL_LINK>
                <HASHTAG>นภดล เทพพิทักษ์, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, ไพบูลย์​ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. ติดอันดับ Gold Class ด้านความยั่งยืนธุรกิจน้ำมันด้วยคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 กุมภาพันธ์ 2564 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับรางวัล S&amp;amp;P Global Sustainability Award ประจำปี 2564 ระดับ Gold Class ซึ่งเป็นผลการประเมินระดับความยั่งยืนเทียบชั้นระดับสูงสุดจาก S&amp;amp;P Global โดยได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil &amp;amp; Gas Upstream &amp;amp; Integrated &amp;nbsp;นอกจากที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) &amp;nbsp; นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สะท้อนความมุ่งมั่นของ ปตท. ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่ไปกับการดูแลรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านพลังงานและยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ &amp;nbsp;พร้อมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (จีซี) ยังผ่านการประเมินเป็นสมาชิก DJSI ต่อเนื่องและได้รับรางวัล S&amp;amp;P Global Sustainability Award ในระดับ Gold Class เช่นกัน &amp;nbsp;ส่วนบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการประเมิน DJSI และได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ Sustainability Yearbook เป็นปีแรก โดยมีคะแนนสูงสุด 15% ในกลุ่มอุตสาหกรรม Electric Utilities อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92715</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.), ปตท. ได้รับรางวัล S&amp;P Global Sustainability Award ประจำปี 2564 ระดับ Gold Class, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5607ee5952c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
