<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ปรับมาตรฐานค่าควันดำรถยนต์แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการใช้เครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง และใช้เครื่องมือวัดควันดำระบบวัดความทึบแสงทดแทนในการตรวจสภาพรถตามร่างประกาศ ทส. เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ แก้ไขปัญหา PM2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ซึ่งให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้ คพ. ได้ยก (ร่าง) ประกาศ ทส. เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด พ.ศ. .... โดยรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผ่านทางเว็บไซต์ของ คพ. โดยหน่วยงานเกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมการขนส่งทางบก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ได้เสนอข้อคิดเห็น ซึ่งมีประเด็นการบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำกับรถยนต์เก่า การกำหนดมาตรฐานให้เหมาะสม ไม่เป็นภาระต่อผู้บริโภค และการพิจารณาระยะเวลาบังคับใช้ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการเตรียมการพัฒนารถยนต์ ซึ่ง คพ. ได้นำความเห็นของหน่วยงานข้างต้นไปปรับปรุงในร่างประกาศฯ พร้อมเสนอต่ออนุกรรมการกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะให้ความเห็นชอบและให้นำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สาระสำคัญของการปรับปรุงค่าเกณฑ์มาตรฐานระบบกระดาษกรอง คือ ค่ามาตรฐาน (เดิม) ขณะไม่มีภาระ ไม่เกิน 50% ค่ามาตรฐาน (ใหม่) ขณะไม่มีภาระ ไม่เกิน 40% และระบบวัดความทึบแสง ค่ามาตรฐาน (เดิม) ขณะไม่มีภาระไม่เกิน 45% ค่ามาตรฐาน (ใหม่) ขณะไม่มีภาระไม่เกิน 30 % &amp;nbsp;มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น &amp;nbsp;ล่าสุด คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้เห็นชอบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อลงนามในประกาศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109921</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำหนดมาตรฐานค่าควันดำ, ฝุ่นPM2.5, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f10191d0b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27-28ม.ค.ฝุ่นพิษกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อม ไฟเขียว EIA โครงการ รฟม.สายสีเหลือง คุมเข้มมาตรการน้ำทิ้งยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 &amp;quot;ศกพ.&amp;quot; เตือน 27-28 ม.ค. ฝุ่นกลับมาปกคลุมทั่วกรุง เหตุลมเปลี่ยนทิศและมีกำลังอ่อนลง ขอ ปชช.งดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการประชุม เพื่อพิจารณารายงาน EIA จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย ช่วงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยประหยัดระยะเวลาการเชื่อมต่อระบบการเดินทางจากเดิมที่ต้องเชื่อมต่อ 2 ครั้ง (สายสีเหลือง-สายสีน้ำเงิน-สายสีเขียว) 2.โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ตำบลคลองขุด ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการเดินทางในเมืองหาดใหญ่ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และ 4.โครงการทางหลวงหมายเลข 203 (หล่มสัก-หล่มเก่า-เลย) ของกรมทางหลวง เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการที่สำคัญ เพื่อรองรับแผนการพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้มาตรการสิ่งแวดล้อมที่เป็นสากล ได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส่วนต่อขยาย ช่วงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน ของ รฟม., โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูล ของ อบจ.สตูล, โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง ของ อบจ.สงขลา, โครงการทางหลวงหมายเลข 203 หล่มสัก-หล่มเก่า-เลย ของกรมทางหลวง และเห็นชอบให้ ทส.ปรับปรุงประกาศมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง จากท่าเทียบเรือประมงบางประเภทที่ยังขาดการดูแลบำรุงรักษา ระบบบำบัดน้ำเสีย อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเห็นชอบร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2563 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เช่น พื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น การใช้พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เป็นต้น สำหรับสถานการณ์ที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น พื้นที่ป่าไม้คงที่ แต่พื้นที่ไฟไหม้รวมทั้งจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน (PM2.5) ในพื้นที่เมืองใหญ่ ควันจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือรุนแรงเพิ่มขึ้น เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้กำชับคณะกรรมการให้กำกับติดตามโครงการที่ผ่านความเห็นชอบแล้ววันนี้ ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการต่างๆ ปฏิบัติตามรายงาน EIA อย่างเคร่งครัด และให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศว่า วันที่ 25 ม.ค. เวลา 07.00 น. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกลดลง แต่ยังคงพบเกินค่ามาตรฐาน คือ มากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ใน จ.เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี หนองคาย เลย นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ อุบลราชธานี และนครราชสีมา เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นสูงเกินค่ามาตรฐานในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพลดลงเหลือ 17 พื้นที่ จาก 33 พื้นที่ โดยสูงสุด 73 มคก/ลบ.ม. ที่ อ. แม่สอด จ.ตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ กทม. ตรวจวัดได้ 20-46 มคก./ลบ.ม. ซึ่งทุกพื้นที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขอให้ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วย ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;quot; อธิบดี ค.พ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ศิวพร รังสิยานนท์ รองโฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า คุณภาพอากาศวันที่ 25 ม.ค. ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเริ่มคลี่คลาย มาจาก 2 ปัจจัย คือ รัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจติดตามและควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งและการจราจร และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่เอื้อต่อการกระจายของฝุ่นช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิวพรกล่าวว่า คาดการณ์ในวันที่ 26 ม.ค. ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และตะวันออก จะมีแนวโน้มลดลง แต่ช่วงวันที่ 27-28 ม.ค. ฝุ่น PM2.5 อาจจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากลมเปลี่ยนทิศและมีกำลังอ่อนลง ส่วนภาคอื่นๆ มีแนวโน้มลดลง จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และปรึกษาแพทย์หากพบอาการผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศกพ.ได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดขับเคลื่อนงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองลด และควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่รวบรวมแผนและผลการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่น PM2.5 รวมทั้งคุณภาพอากาศข้อมูลจุดความร้อนและการคาดการณ์สภาพอากาศให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เป็นข้อมูลประกอบการแก้ปัญหา&amp;quot; น.ส.ศิวพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ศกพ.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบค่าฝุ่น PM2.5 ยังสูงในหลายพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน 25 จังหวัด คือ เชียงราย, พะเยา, เชียงใหม่, น่าน, ลำปางล, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, พิษณุโลก, ตาก, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, หนองคาย, เลย, นครพนม, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ชัยภูมิ, อุบลราชธานีและนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศกพ.ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายในพื้นที่ ให้เพิ่มความเข้มงวดการป้องกันและแก้ปัญหา PM2.5 โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชน หากพบการเผาจะเร่งเข้าระงับเหตุทันทีเพื่อบรรเทาค่าฝุ่น PM2.5 ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;quot; รองโฆษก ศกพ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90984</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600eb113ae1b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศ‘ฝาชีครอบ’ PM2.5จ่อบุกกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รมว.ทส&amp;rdquo; ขออภัยชาว กทม. โดนรมควัน PM 2.5 แจงเหตุเกิดจากเผาไหม้นอกพื้นที่ ประกอบกับกระแสลม &amp;quot;ปรากฏการณ์ฝาชีครอบ&amp;quot; ความกดอากาศต่ำมากทะลัก อธิบดีฯ คพ.เตือน ระวังค่าฝุ่นสูงจนถึงวันที่ 26 ม.ค. พร้อมดึงแอปพลิเคชันควบคุมการเผาในที่โล่ง คาดเกิดฝุ่นพีกสูงสุดอีก 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ม.ค. เวลา 09.10 น. ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้มีปริมาณมาก ว่า ต้องกราบขออภัยพี่น้องชาว กทม.ที่ตื่นมาแล้วพบกับสภาพอาการที่ขมุกขมัว เนื่องจากตามสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ไว้ว่าในช่วง 4-5 วันจากนี้ไปเป็นช่วงที่ลมค่อนข้างสงบ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝาชีครอบในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเหตุทำให้มีฝุ่นมากขณะนี้ ซึ่งแม้ปริมาณการใช้รถในกรุงเทพฯ จะลดลง แต่ปริมาณฝุ่น PM 2.5 กลับไม่ลด เพราะได้รับอิทธิพลจากการเผาไหม้ในพื้นที่โล่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางการเกษตร มาจากทางตอนเหนือและทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอ พร้อมกำชับผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้เผาเศษพืช เช่น อ้อย ฟางข้าว หากไม่ได้ผลในอนาคตอาจจะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่จากการเผาที่เกิดนอกพื้นที่กรุงเทพฯ บวกกับกระแสลม จึงทำให้เกิดสถานการณ์หมอกควันที่ค่อนข้างจะรุนแรงในวันนี้ (21 ม.ค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นหากยังมีฝุ่น PM 2.5 กระทบอยู่มากอาจจะต้องมีการปิดโรงเรียน โดยทางกระทรวงศึกษาได้มอบให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่ละพื้นที่ พิจารณาว่าจะเลื่อนเวลาเปิดเรียน หรือหยุดเรียนชั่วคราวในช่วง 2-3 วันนี้หรือไม่ เพราะการปิดเรียนเป็นการป้องกันปัญหา ในส่วนแต่ละจังหวัดก็ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตัดสินใจว่าจะสั่งเกษตรกรห้ามเผา หรือจะออกเป็นนโยบายภาพรวมทั้งประเทศ เป็นสิ่งที่อาจจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะแต่ละจังหวัดมีปัญหาจุดกำเนิด PM 2.5 และหมอกควันที่ต่างกัน บางจังหวัดเกิดจากพื้นที่การเกษตร บางจังหวัดเกิดจากพื้นที่ป่า ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ใช่ช่วงเผาป่า จึงเป็นหมอกควันจากการเผาพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีนโยบายในการส่งเสริมเกษตรกรนำเศษพืช ทั้งซังอ้อย ซังข้าวโพด ฟางข้าว มาอัดก้อนขายแทนการเผา เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง จึงอยากให้เกษตรกรเลือกว่าจะเอาเงิน หรือจะเผาเงินทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงนี้นอกจากเป็นช่วงโควิด-19 แล้ว เรายังต้องใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการสูดดมเอาควันเข้าไป และลดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งออกกำลังกาย วิ่ง ปั่นจักรยาน ขอให้ใช้หน้ากากป้องกันในช่วง 3-4 วันนี้ และเมื่อพ้นจากช่วงนี้ไปแล้วจะมีลมพัดมาใหม่จะทำให้ปริมาณควันที่เกิดขึ้นกระจายตัวออกไป และต้องขอบคุณกรมอุตุฯ ที่พยากรณ์อากาศได้แม่นยำ ทำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือปัญหาฝุ่นที่จะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้ ทั้งนี้จากธรรมชาติบวกกับพื้นที่กรุงเทพฯ มีตึกสูงจำนวนมาก และลมที่พัดเข้ามาจากทั่วสารทิศจะมาหยุดอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงทำให้ฝุ่นที่พัดมาจากต่างจังหวัดมาหยุดอยู่ที่กรุงเทพฯ และไม่ได้กระจายตัวไปไหน&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่ายังคงเฝ้าระวังค่าฝุ่น PM 2.5 และค่าฝุ่น PM 10 ปรับตัวสูงขึ้นในลักษณะเช่นนี้ไปจนถึงวันที่ 26 ม.ค. โดยช่วงเช้าอากาศจะขมุกขมัว อากาศนิ่ง ลมสงบ และเกิดความกดอากาศในรูปแบบฝาชีครอบ โดยวันนี้อากาศกดต่ำมากถึง 2,040 เมตร จนฝุ่นเกิดการสะสมตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่ จึงได้ข้อความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันลดฝุ่นละอองด้วยการงดการเผาในที่โล่ง จอดรถดับเครื่องยนต์ เฝ้าระวังและรักษาสุขภาพ และลดการใช้ยานพาหนะช่วงนี้จนถึงวันที่ 23 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่ ฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ เนื่องจากในเขตเมืองนอกจากได้รับผลกระทบจากรถยนต์แล้ว ยังได้รับผลกระทบจากการเผาในที่โล่งของการเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมจากจังหวัดรอบนอกที่พัดพาฝุ่นเข้ามาสะสมในเขตเมืองมากขึ้นด้วย ทำให้ คพ.ได้ทำแอปพลิเคชันบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยการเผามาใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม โดยจะระบุเรื่องความพร้อมของสภาพอากาศมาใช้ควบคุมและจัดระเบียบการเผาในแต่ละพื้นที่ด้วย เพื่อให้แต่ละจังหวัดตัดสินใจกำหนดพื้นที่เผาที่ไม่กระทบให้ค่าฝุ่นรุนแรงขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมค่าฝุ่นปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 20 จากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่บังคับและเข้มงวดขึ้นซึ่งเทียบจากจำนวนวันที่เกิดฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเวลาเดียวกัน พบช่วงการเกิดสะสมตัวของฝุ่นสั้นลงและความเข้มของฝุ่นลดลง (ระดับสีแดง) ด้วยความร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น กรุงเทพมหานคร ได้ควบคุมดูแลภาคการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางยกระดับรถไฟฟ้าสายต่างๆ ไซต์งานก่อสร้าง และช่วงเวลากลางคืนได้ฉีดพ่นน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการเกิดและสะสมของฝุ่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า ภาพรวมค่าเฉลี่ยฝุ่นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลลดลง ทั้งค่าเฉลี่ยรายวันและรายปี พบปีนี้ค่าเฉลี่ยรายปีลดลงอยู่ที่ 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 25-26 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;ซึ่งการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กมีความเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของประชาชนและการจราจรทั่วทุกภาคของประเทศ จึงต้องแก้ปัญหาโดยไม่ให้กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วยเช่นกันถึงจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้คาดการณ์ปีนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะเกิดฝุ่นปรับตัวขึ้นพีกสูงสุด 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 วัน ขณะนี้เกิดไปแล้ว 4 ครั้ง ดูจากปัจจัยสภาพอากาศ ความเร็วลม อัตราการลอยตัวของอากาศ และความชื้นสัมพัทธ์ คาดว่าจะไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นฝุ่นจะขยับไปรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศตามทิศทางสภาพอากาศตามฤดูกาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90586</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60096c2f8e472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.จมฝุ่นที่4โลก ดาราคิมเผยหน้าพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กทม.ขึ้นอันดับ 4 ของโลกเมืองฝุ่นพิษ พบเกินค่ามาตรฐาน 59 พื้นที่ พีเอ็ม 2.5 สูงสุด 100 ไมโครกรัมที่ริมถนนดินแดง เตือนงดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากาก ปลัด สธ.สั่งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ศกพ.ชี้สาเหตุลมสงบ ทำให้ฝุ่นควันครอบกรุงเหมือนฝาชี ด้านดาราสาว &amp;quot;คิมเบอร์ลี&amp;quot; โพสต์แพ้อากาศหน้าบวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2563 คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 36-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐานจำนวน 59 พื้นที่ โดยค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานสูงสุดในระดับวิกฤติสีแดง 1 พื้นที่ คือบริเวณริมถนนดินแดง กรุงเทพฯ 100 มคก./ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นมีพื้นที่ใน กทม.ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, แขวงบางนา เขตบางนา, แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม, เขตคลองสามวา, เขตจอมทอง, เขตบางแค ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน, ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง, ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง, ริมถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ, ริมถนนพระราม 5 เขตดุสิต, ริมถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์, ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท, ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง, ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน, ริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก, แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร, ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา, ริมถนนซอยสุขุมวิท 63 เขตวัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง, ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา, ริมถนนพหลโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร, เขตดอนเมือง, ริมถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม, ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ, แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว, ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง, ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี, ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก, ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ, ริมถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เขตธนบุรี, ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน, ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 เขตบางกอกน้อย, ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน, ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา, ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม, ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน, ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ, ริมถนนสามเสน เขตพระนคร, เขตห้วยขวาง, แขวงคลองเตย เขตคลองเตย, แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ, เขตลาดพร้าว, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่, ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน, เขตสะพานสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปริมณฑลที่มีปริมาณฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ระดับสีส้มคือ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร, ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;กทม.เมืองฝุ่นอันดับ 4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในบริเวณพื้นที่สีแดง ขอประชาชนทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ ส่วนพื้นที่สีส้ม ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com แอปพลิเคชัน Air4ThaiและAirBKK.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน www.iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองมลพิษโลก รายงานแบบเรียลไทม์วันที่ 14 ธ.ค.63 เวลา 09.15 น. พบว่า กทม.ของไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของโลก คุณภาพอากาศอยู่ที่ 183 US AQI ขณะที่เมืองเชียงใหม่อยู่ในลำดับ 25 ของโลก คุณภาพอากาศอยู่ที่ 88 US AQI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า 14 ธ.ค. กทม.และปริมณฑล 58 พื้นที่ มีค่าฝุ่นละอองในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีส้ม) และมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) แล้ว 1 พื้นที่ บริเวณริมถนนดินแดง เขตดินแดง และพบค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เกินมาตรฐานเช่นกันในระดับสีแดงอยู่ที่ 134 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สาเหตุเกิดจากการจราจรหนาแน่น ประกอบกับปัจจัยจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น และมวลอากาศเย็นอ่อนตัวลงจนเกิดการปะทะกัน ส่งผลให้อากาศอบอ้าว ขมุกขมัว และลมสงบยิ่งทำให้ฝุ่นละอองไม่กระจายตัวและสะสมในบรรยากาศมากขึ้น คาดว่าประมาณ 1-2 วันจะมีฝนตกลงมาจะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นละอองดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดี คพ.กล่าวว่า จากการประเมินแบบจำลองช่วงวันที่ 14-16 ธ.ค.63 พบว่า วันที่15 ธ.ค.มีแนวโน้มฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลง โดยรวมคุณภาพอากาศในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นเดียวกับวันที่ 16 ธ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;สธ.วาง 7 มาตรการรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้มีข้อสั่งการไปก่อนหน้านี้ ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเตรียมการดูแลผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก 7 ข้อ ดังนี้ 1.เฝ้าระวังแจ้งเตือนสถานการณ์ สื่อสารข้อมูลผลกระทบและการปฏิบัติตนแก่ประชาชน 2.สำรวจและจัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 โดยให้ทีมหมอประจำตัว (3 หมอ) ลงพื้นที่ให้ความรู้คำแนะนำการป้องกันตัวและดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะ 4 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและเด็กเล็ก ให้โรงพยาบาลเปิดคลินิกมลพิษเพื่อให้คำปรึกษาและรักษา สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการสาธารณสุข และสนับสนุนให้โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ บ้านเรือนประชาชน จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.เตรียมความพร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขในทุกระดับ ทั้งจังหวัด เขตสุขภาพ กรม และกระทรวง เพื่อติดตามสถานการณ์และยกระดับการปฏิบัติการหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น 4.เฝ้าระวังการเจ็บป่วยใน 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบผิวหนัง และระบบตา โดยรายงานผู้ป่วยที่มารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง หากมีเหตุการณ์ผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเข้ารักษาในห้องฉุกเฉินมากกว่าปกติให้รายงานทันที 5.รายงานสถานการณ์ทุกสัปดาห์ตลอดช่วงเวลาเฝ้าระวัง กรณีสถานการณ์วิกฤติ (สีแดง) ให้รายงานทุกวัน 6.จัดทำหน่วยงานสาธารณสุขต้นแบบองค์กรลดฝุ่นละออง 7.บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากที่ได้ประชุม ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วงวันที่ 14-17 ธ.ค. สภาพทางอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัดในเรื่องการหมุนเวียนอากาศ โดยเฉพาะความกดอากาศ ลม การยกตัวของมวลอากาศ ทำให้อากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความนิ่ง ทำให้มลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆเช่น รถยนต์ รถบรรทุก จะเหมือนกับกรุงเทพฯ มีฝาชีครอบอยู่ จนมีมลพิษทางอากาศในบางจุดที่สูงมาก อนุกรรมการฯ จึงประสานงานแจ้งไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ ขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก กทม. กรมควบคุมมลพิษ ช่วยกันตรวจสอบรถควันดำ โดยเฉพาะรถบรรทุกเล็ก และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำมันดีเซล นอกจากนี้ยังพบว่าจุดที่มีสภาพ PM 2.5 หรือฝุ่นพิษค่อนข้างสูงหรือสูง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณการจราจรหน้าแน่น จึงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กทม. ช่วยพยายามทำให้เกิดการไหลลื่น นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;คิมเบอร์ลีเผยหน้าพัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันเดียวกัน นักแสดงสาว &amp;ldquo;คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ&amp;rdquo; ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมรูปใบหน้าตนเองที่แพ้อากาศพร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;คิดอยู่นานว่าจะเผยรูปให้ดูดีไหม แต่คิดว่าฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ไว้ดีกว่าค่ะ ว่านอกจากโควิด-19 แล้ว ที่เราต้องระวังตัวให้มากๆ ยังต้องระวังเรื่องฝุ่นและ มลพิษของบ้านเราด้วยนะคะ นี่คิมไม่ได้ตาอักเสบนะคะ แต่เกิดจากการแพ้ล้วนๆ เลยค่ะ ตอนนี้ทานยากลุ่มสเตียรอยด์ และแก้แพ้แก้บวมเลยดีขึ้นมาบ้างแล้ว ยังไงก็ฝากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองกันดีๆ นะคะ ใส่แมสก์ตลอด ใส่แว่นได้ก็ใส่นะคะ งดกิจกรรม outdoors ก็ดีนะคะ #คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86848</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ, ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd753256cca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งศูนย์แก้ฝุ่นพิษ คาดมกราหนักสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รับมือพีเอ็ม 2.5 กำหนด 12 มาตรการ ทั้งการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การแก้ปัญหาไฟป่า ลักลอบเผา พยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วันเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ระบุ 18-19 พ.ย. ฝั่งธนบุรี สมุทรสาคร นนทบุรี ค่าฝุ่นส่อพุ่ง คาดมกราคมพีกสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) จัดตั้งโดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะประธาน ศกพ. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในการทบทวนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; และเห็นชอบกำหนด 12 มาตรการเฉพาะกิจการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team และกำลังจะนำเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า ศกพ.มีแนวทางการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ดังนี้ 1.การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภายคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 3.การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า 4.สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติดตามเฝ้าระวัง และดับไฟ 5.เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 6.เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน 8.ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ 9.พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชัน บัญชาการการดับไฟป่า 10.บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้แอปพลิเคชันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง 11.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่า ผ่านการจัดที่ดินทำกิน และ 12.เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มทรงตัวมาตั้งแต่เริ่มการตรวจวัด โดยสถานีริมถนนดินแดง เริ่มการตรวจวัดมานานที่สุดตั้งแต่ปี 2554 ทั้งนี้ ก่อนหน้าปี 2554 คพ.ตรวจวัดฝุ่นละอองโดยใช้ PM 10 เป็นเกณฑ์คุณภาพอากาศ ซึ่งเมื่อพิจารณาสถานการณ์รายปีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะพบว่าแนวโน้มในช่วงปี 2560-2563 ไม่แตกต่างกันมากนัก จากการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยสถานีตรวจวัดของ คพ. พบว่า ปริมาณ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2563 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-11 พฤศจิกายน 2563 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 2-102 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบม.) เกินมาตรฐาน 32 วัน โดยค่าสูงสุดตรวจวัดได้ในเดือนมกราคม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2562 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 4-104 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 35 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ศกพ.กล่าวว่า สาเหตุของ PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร การศึกษาแหล่งกำเนิด PM 2.5 มีหลายงานวิจัย ซึ่งหากดูเฉพาะกรุงเทพมหานคร โดยสถาบัน AIT พบว่า มาจากการขนส่งทางถนน ถึง 72.5% อุตสาหกรรม 17% การเผาในที่โล่ง 5% แต่ได้มีการศึกษาในเชิงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดย JGSEE พบว่า ปริมาณ PM 2.5 มาจากการขนส่งทางถนน 51% อุตสาหกรรม 21% การเผาในที่โล่ง 6%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่า PM 2.5 สำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ภาคเหนือ ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง สาเหตุหลักเกิดจากลักษณะภูมิประเทศและสภาพอุตุนิยมวิทยาของภาคเหนือที่เป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และในช่วงหน้าแล้งอากาศแห้ง ความกดอากาศสูง การยกตัวของอากาศเกิดได้น้อย ทำให้อากาศปิด ฝุ่นละอองไม่ฟุ้งกระจาย รวมทั้งการทำกิจกรรมในพื้นที่ เช่น พื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เกิดการเผาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกิน จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้วยความสูงและความลาดชันของพื้นที่ ทำให้การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัด เศษวัสดุทางการเกษตรจำเป็นต้องใช้วิธีเผา การเผาในพื้นที่ป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า และการเผาในพื้นที่รอบป่าและลามเข้าสู่ป่าเกิดเป็นไฟป่า นอกจากนี้พื้นที่เกษตรมีการเพิ่มขึ้นของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรจะเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรเช่นเดียวกับเกษตรในพื้นที่ป่า และหมอกควันข้ามแดน จากภาพถ่ายดาวเทียมพบจุดความร้อนและหมอกควันหนาแน่นในอนุภูมิภาคแม่โขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกกรมควบคุมมลพิษ แถลงว่า สภาพอากาศในวันที่ 16 พ.ย. อยู่ในระดับดี ถึงดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก แต่สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า เริ่มมีบางพื้นที่ที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 58 มคก./ลบ.ม. ริมถนนคลองทวีวัฒนา 60 มคก./ลบ.ม. ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม 57 มคก./ลบ.ม. ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน 51 มคก./ลบ.ม. ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร 67 มคก./ลบ.ม. และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร 56 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ กรมควบคุมมลพิษคาดว่าความเข้มข้นของฝุ่นจะมีแนวโน้มลดลง เพราะไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันหว่ามก๋อ ที่จะอ่อนกำลังลงเป็นความกดอากาศต่ำ ทำให้อากาศไหลเวียนได้ดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ช่วงวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร หรือฝั่งธนบุรี รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาคร นนทบุรี เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิวัชกล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าวันที่ 17 พ.ย. จะมีฝนตกในพื้นที่ จึงช่วยลดปริมาณฝุ่นลงไปได้ แต่ 2-3 วันหลังจากนี้ไป ค่าฝุ่นอาจเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ลดทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมทั้งสามารถติดตามสภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb26b457f190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร้องเรียน ท้องถิ่นตัดถนนผ่านป่าสงวนฯ รมว.ทส. เร่งสั่งการกรมป่าไม้ ตรวจสอบพบผิดดำเนินคดีถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp; ได้รับแจ้งมีการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการลักลอบตัดถนนบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพอ ท้องที่ท้องที่หมู่ที่ 2 บ้านนาใน-เขาหินลับ ตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ภายหลังได้รับทราบการร้องเรียนดังกล่าว ตนได้สั่งการให้ นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง และในวันนี้ (4 มี.ค.) นายศุภชัย ได้นำชุดเจ้าหน้าที่ป้องกันรักษาป่าลงพื้นที่ตรวจสอบพบพื้นที่ป่าดังกล่าว พบว่ามีการนำรถแบคโฮไถปรับพื้นที่ป่าเพื่อทำเป็นถนนระยะทางยาวรวม 1,986 เมตร กว้าง 6 เมตร ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพอ ยาว 1242.09 เมตร และอยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ยาว 551.86 เมตร และอยู่ในเขต สปก. ความยาว 192.50 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในพื้นที่พึ่งมีการปลูกไม้ผล อายุประมาณ 1-2 ปี เนื้อที่ 3-1-89ไร่ จากการตรวจสอบพบว่าผู้นำท้องถิ่นบริหารส่วนตำบลบางทอง เป็นผู้ดำเนินการในการใช้รถแบคโฮซึ่งเป็นรถส่วนตัวเข้าไปดำเนินการ แต่จากการสอบปากคำบันทึกเป็นหลักฐานองค์การบริหารส่วนตำบลบางทอง และผู้ใหญ่บ้านท้องที่หมู่ที่ 2 (พื้นที่เกิดเหตุ) ให้การว่าไม่ทราบว่าเป็นการดำเนินการของผู้ใด ทั้งนี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางทอง ให้ข้อมูลว่าองค์การบริหารส่วนตำบลบางทอง มีโครงการที่จะไถ&amp;nbsp; เพื่อปรับปรุงถนนตามที่เป็นข่าวจริง ซึ่งขณะนี้ได้ทำสัญญาว่าจ้างแล้ว แต่ผู้รับจ้างยังไม่ดำเนินการ พร้อมทั้งได้นำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่จะดำเนินการแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ ได้กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ว่าได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการขออนุญาตดำเนินการจากกรมป่าไม้หรือหน่วยงานอื่นแต่อย่างใดตามที่มีการให้การกับเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จะได้ร่วมกันจัดทำบันทึกดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ พร้อมทั้งกรมป่าไม้จะได้นำข้อมูลทั้งหมดไปประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ จังหวัดพังงา เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำความผิด ในเบื้องต้นหัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท้ายเหมือง ได้ร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท้ายเหมือง ตาม ปจว.ข้อ 9 เวลา 20.10 น. ลงวันที่ 4 มีนาคม 2563 คดีอาญาที่ 100/63 ในการดำเนินตามข้อกฎหมายต่อไป และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริงกรมป่าไม้ก็จะดำเนินการตามกฎหมายและบทลงโทษสูงสุดเพื่อไม่ให้พื้นที่อื่น ๆ เอาเป็นแบบอย่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, ป่าสงวน, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6750e9ec49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเอาสะใจ! ‘กรมป่าไม้’ย้ำ คดีฟาร์มไก่เอ๋</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป่าไม้ยันคดีที่ดิน &amp;ldquo;ฟาร์มไก่ปารีณา&amp;rdquo; เอาความสะใจไม่ได้ ต้องรอกฤษฎีกาชี้ชัด &amp;nbsp;ลั่นจัดระเบียบม่อนแจ่มไม่ใช่กลบข่าว ผู้ตรวจฯ ย้ำแบน 3 สารพิษเส้นตาย มิ.ย.หมดเวลาต่อรอง
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่ากฤษฎีกายังไม่ได้ตีความการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ว่าอยู่ในอำนาจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมป่าไม้ โดยได้พูดคุยกันด้วยวาจาว่าเร็วๆ นี้กฤษฎีกาจะเชิญกรมป่าไม้มาให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตการถือครองที่ดินดังกล่าว ก่อนตั้งคณะกรรมการพิจารณา จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อใด
&amp;ldquo;การดำเนินคดีต้องดูไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย จะไปเอาความสะใจของสังคมที่ต้องการให้เป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ส่วนจะดำเนินการเอาผิดครอบคลุมไปถึงนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณาด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องไปดูตามข้อกฎหมาย&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพลยังกล่าวถึงการจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ว่าจะมีการกวาดล้างแน่นอน และในวันที่ 6 ม.ค.63 จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีการออกคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกป่าสงวนฯ โดยไม่มีการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้ามาทำการยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ม่อนแจ่มไม่ได้ทำเพื่อจะกลบข่าวการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณาแต่อย่างใด
&amp;quot;เรื่องการกวาดล้างคนที่เข้าไปดูพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาตินั้นต้องทำอย่างจริงจัง เพราะถ้าเราไม่ทำจริงจังพอเงียบไปคนเหล่านี้ก็จะกลับเข้าไปอีก ซึ่งนอกจากพื้นที่ม่อนแจ่มแล้วเรายังจะขยายไปยังพื้นที่รอบๆ อ.แม่ริมอีก&amp;rdquo;
ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) &amp;nbsp;ยืนยันว่า การบุกรุกที่ป่าไม่ว่าจะเป็นของใครจะใช้มาตรฐานและกฎหมายเดียวกัน ดำเนินคดีความฟ้องร้อง แม้ประเด็นเรื่องที่ดินอาจดำเนินการได้ไม่เร็วหรือถูกใจทุกคน เพราะต้องรอบคอบในการทำงาน แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลย
&amp;ldquo;ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อาจไม่รวดเร็วทันใจ แต่ให้ความมั่นใจว่าสิ่งใดที่ถูกคือถูก สิ่งใดที่รุกป่าคือรุกป่า และได้ดำเนินการในส่วนที่ไร้ข้อกังขาไปแล้ว บางส่วนยังรอคำตอบจากส่วนราชการ เมื่อได้ความชัดเจนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าวตอบเรื่องที่ดินของ น.ส.ปารีณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนแบน 3 สารพิษออกไปเป็นเดือน มิ.ย.63 ขณะที่ผู้ตรวจฯ มีมติให้แบน 3 สารตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;1 ม.ค.63 ว่า เรื่องดังกล่าวมีเวลา 13 เดือนในการเตรียมการ ถ้ารัฐบาลและหน่วยงานรัฐไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้คำแนะนำไปก็จะไม่เกิดผลเสียหายเช่นนี้ และหากหน่วยงานใดที่ยังไม่สามารถแบนการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดได้ ต้องส่งเหตุผลมาให้พิจารณาว่าเพียงพอต่อการขอเลื่อนและขยายเวลาออกไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้ขอรายงานที่ประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ 22 ต.ค. และ 27 พ.ย.เพื่อมาพิจารณาว่าได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งจะครบกำหนด 30 วันในเดือน ม.ค.63 &amp;nbsp;ส่วนมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ขยายการแบนถึงเดือน มิ.ย. เนื่องจากมีเสียงคัดค้าน คงเกรงว่าปริมาณสารพิษที่มีอยู่ในมือผู้นำเข้าหรือเกษตรกรจะทำลายอย่างไร ก็เห็นว่าตั้งแต่ที่มีการออกมติดังกล่าว กรมวิชาการเกษตรต้องไปควบคุมให้ดี เมื่อถึง มิ.ย.63 แล้วต้องมีคำตอบ ไม่ใช่มาขอต่อรองอยู่เรื่อย&amp;rdquo; พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จัดระเบียบม่อนแจ่ม, ปารีณา ไกรคุปต์, ฟาร์มไก่ปารีณา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d625ce10b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
