<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลว!ดีลป้อมเข็นตู่ &#039;มาร์ค&#039;ไม่เอา-ย้อน&#039;พปชร.&#039; &#039;คสช.&#039;เชื่อสุดท้ายก็จับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร-เฉลิมชัย&amp;rdquo; เร่ปัดเกี๊ยะเซียะดัน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; นั่งนายกฯ สมัย 2 &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ย้อนเกล็ดไหนบอกกวาด 350 ส.ส. ทำไมต้องประสาน คสช. เชื่อสุดท้าย ปชป.ต้องมาซบ เพราะไม่มีทางจับมือ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; แน่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่ายยาวแต่กั๊กเรื่องถูกเสนอชื่อบัญชีผู้นำ บอกหลังปลดล็อกชัดเจน ยอมรับ พปชร.มีแนวทางสอดรับรัฐบาล ลั่นเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีสำคัญแน่ &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; อัดไม่สง่างามนั่งหัวโต๊ะ 7 ธ.ค. เหตุเป็นทั้งผู้เล่นและผู้คุม &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; สวน ดร.เหลิมเจ็บ สะกดธรรมาภิบาลได้ด้วย &amp;ldquo;วัฒนา&amp;rdquo; ปูด พท.ส่งแค่ 250 เขต ส่วนตัวลงบางแค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องกับกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดต่อประสานนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อชวนเป็นพันธมิตรทางการเมืองในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ อีกสมัย โดย พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่จริง ไม่ได้เจอกับนายเฉลิมชัยเลย ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ไม่ได้พูดกับใครเลยใน ปชป. พูดเรื่องอะไร ไม่ได้อยู่พรรคการเมือง และไม่ใช่มือประสาน ข่าวที่เกี่ยวกับนายเฉลิมชัยก็เพิ่งทราบ การพูดคุยเป็นของพรรคการเมือง พรรคเขาจะพูดกับใครก็ว่าไป ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีคนขอให้ประสานจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ไม่ประสาน จะเกี่ยวอะไร จะไปประสานกับใคร ไม่รู้จักใครเลย ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ต้องการดิสเครดิตหรือไม่ แต่ยืนยันไม่ได้พูด และไม่ได้เจอหน้านายเฉลิมชัยเลย ที่ผ่านมาเคยเป็นรัฐบาลร่วมกับ ปชป. 3 ปี ก็รู้จักกัน นายเฉลิมชัยก็รู้จัก แต่วันนี้ไม่มีเบอร์โทร.กันแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หลังเลือกตั้งจะเข้าไปช่วยประสานจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องช่วย จะไปเกี่ยวอะไรด้วย เพราะออกไปแล้ว ส่วนหลังเลือกตั้งจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นนายกฯ และเขาจะมาขอให้ทำงานหรือไม่ หากมีก็ต้องดูว่าจะให้ช่วยอะไร เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ คงต้องรอให้เขามาเชิญก่อน ส่วนถ้านายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์นั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชิญหรือไม่ บอกไปตั้งนานแล้วว่าไม่อยากเล่นการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัยปฏิเสธเช่นกันว่า ไม่ทราบ ไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะเบอร์แปลกๆ ไม่รับอยู่แล้ว ตอนนี้จิตใจสงบมาก ส่วนว่าประสานมาเพื่อให้ ปชป.ไปสนับสนุนเพื่อให้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้เหมือนกัน จึงตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้คุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวในเรื่องนี้ว่า เห็นเขาว่าจะได้ 350 ที่นั่ง ส.ส. ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรอีก ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะเป็นรายงานข่าว แต่อย่างที่บอกว่าพรรคจะได้ 350 ที่นั่ง ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามข่าวบอกว่าจะเสนอกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นและเวลา เพราะ 1.ต้องผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง ว่าประชาชนต้องให้คำตอบก่อนว่าสนับสนุนแนวทางของพรรคไหน อย่างไร และ 2.ต้องดูว่าตอนหาเสียง แนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังยืนยันการทำงานในรูปแบบรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ เพราะหากบริหารเศรษฐกิจแบบนี้ ยากที่จะทำงานด้วยกันได้ เพราะประชาชนเดือดร้อนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าการเมืองมี 3 ขั้ว คือ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ผมคิดว่าตอนนี้ 3 แนวทางแตกต่างกันชัดเจน จึงต้องให้ประชาชนพิจารณาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
เชื่อสุดท้ายจับมือกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจาก คสช.แจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้ประสานกับนายเฉลิมชัยจริง เพื่อขอลูกทีม 3 คนไปสังกัด พปชร. แต่นายเฉลิมชัยกลัวเหมือนนายธรรมวิชญ์ และนายอรรถพล โพธิพิพิธ บุตรชายของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป. ที่ย้ายไป พปชร. จึงไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์ เพราะอย่างน้อยก็ยังรักษาน้ำใจไมตรีระหว่างกันไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่า การเจรจาน่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ว่าจะมาร่วมรัฐบาลหรือแบ่งโควตากันอย่างไร เพราะ คสช.ก็ทราบดีว่า ปชป.ไม่สามารถทำงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ ดังนั้น ปชป.จึงมีทางเลือกเดียวที่จะไปร่วมทำงานได้ก็คือ พปชร.เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนของพรรค พปชร.ในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคว่า พปชร.เขาชัดเจนแล้ว ทำไมตนเองต้องไปชัดเจนกับเขาด้วย ทำไมอยากรู้เหลือเกิน ทุกพรรคก็เสนอประยุทธ์ทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครมาเชิญสักที เขาจะพูดก็พูดไป ยังไม่ตัดสินใจ ทำไมจะเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้กันหรืออย่างไร อยากรู้หรือ ก็ยังไม่ให้รู้ ถ้ายิ่งอยากรู้ก็ไม่ให้รู้ ถ้าไม่อยากรู้เดี๋ยวพูดเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกหรือไม่ว่าทำไมพรรคการเมืองถึงเสนอชื่อเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ซิ ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่อาจพิจารณาตัวเองได้ว่าเก่งหรือไม่เก่ง และเขาเลือกผม เพราะอะไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน คงอาจเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีมั้ง เขาเห็นแค่นั้นหรือเปล่า ผมไม่รู้ หรือจะหมายความอย่างอื่นด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า รู้สึกดีใจหรือไม่ที่ถูกเลือก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาเรียกว่าบารมี 10 ประการ ขันติบารมี คือไม่ยินดียินร้ายต่อคำชมและคำติฉินนินทา เข้าใจหรือยัง กำลังใช้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 4 รัฐมนตรีที่อยู่ใน พปชร.จะมีส่วนตัดสินใจหรือไม่หากมีการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า &amp;ldquo;เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา ถ้าพรรคใดก็ตามที่ทำงานแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ ถ้าตัดสินใจเข้าไปการเมือง ก็ต้องสนับสนุนพรรคเหล่านี้ เพราะมันทำงานให้ทำต่อ แต่การที่จะเป็นนายกฯ หรือเปล่า ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะกลไกไม่ใช่ว่าเลือกตนเองแล้วจะได้เป็นเลย ต้องมีการพิจารณาในสภา จะยอมรับกันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ธงของผมคือสนับสนุนพรรคการเมืองที่เดินหน้าประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ เอาอย่างนี้แล้วกัน พรรคอื่นก็ว่ามาซิ ยุทธศาสตร์ว่าอย่างไร อาจดีกว่าพรรคพลังประชารัฐก็ได้ เสนอยุทธศาสตร์มาซิ ดีกว่ามาติฉินกันมาเรื่อยๆ อย่างนี้ แต่ไม่เคยพูดมาว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร มีแต่บอกว่าจะทำตรงนั้นตรงนี้ให้ราคาสูงขึ้น ทั้งยางและข้าว แต่จะทำอย่างไร ผมพูดทุกอย่างว่าจะทำอย่างไร เขาก็ต้องพูดกับผมว่าจะทำอย่างไรด้วย ประชาชนจะได้เกิดข้อเปรียบเทียบ ถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบคำถามมีธงหรือคำตอบในใจอยู่แล้วใช่หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะบอกความชัดเจนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปลดล็อกเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ตอนนั้น เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวก็ปลดล็อกแล้ว พอปลดล็อกขึ้นมาทุกคนก็จะพูดได้เต็มปากเต็มคำ ก็จะฟังว่ามีประโยชน์ตรงไหน พรรคนี้เสนออะไรมา ถ้าเสนอเหมือนคราวก่อนๆ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วทำไม่ได้ จะทำให้ราคายางสูงขึ้น 3-4 เท่า ถามว่าโลกขายเท่านั้น คุณจะไปขายใคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า อยากฝากช่วยสร้างความเข้าใจระดับพื้นที่ รัฐบาลกำลังเดินสร้างกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่วันนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องบอกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ดังนั้นไม่อยากให้ไปบิดเบือนว่าสมัยก่อนราคาเท่านี้ สมัยนี้รัฐบาลนี้ทำได้เท่านี้ ประชาชนเลยเกิดความคาดหวังว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้น วันนี้รัฐบาลพยายามนำทุกมาตรการมาใช้ ไม่ใช่ดูแลโดยเอาเงินไปให้อย่างเดียวอย่างที่ผ่านมา จนทุกคนเคยชิน อย่าไปจับต้องว่ามาตรการที่ช่วยเหลือไม่มีเหมือนเดิม เราไปแก้บิดเบือนทางการตลาดไม่ได้ วันนี้ขอให้ฟังรัฐบาลนี้บ้าง&amp;nbsp;
เลือกตั้งก่อนพระราชพิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บางคนบอกรัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปี เศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ อยากถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร ลองไปถามคนที่พูดว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้อย่างไร หลายอย่างที่เป็นมาตรการก่อนหน้ารัฐบาลเข้ามาอยากให้เขาพูดออกมาว่าเขาทำอะไรอย่างอื่นบ้าง นอกจากบอกทำให้ราคาดีแล้วทำไม่ได้ไหม ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคที่ควรจะพูดออกมา มากกว่าโจมตีรัฐบาลนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้นว่า มี 2 ช่วง คือการทำงานของรัฐบาลในการเตรียมงานเพื่อจะเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีที่จะทรงโปรดเกล้าฯ และกำหนดลงมา เรื่องนี้รัฐบาลกำหนดเองไม่ได้ ต้องรอให้โปรดเกล้าฯ ลงมา ฉะนั้นมีงาน 2 ช่วง ซึ่งในช่วงนี้ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรในเรื่องการเดินหน้าและการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งการเลือกตั้ง จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะทำอย่างไร สำหรับตนเองยังเหมือนเดิม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนที่ 2 ที่รัฐบาลต้องเตรียมการ คือ การเตรียมการในส่วนของโบราณราชประเพณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายๆ เรื่อง และหลายจังหวัด จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะทั้งหมดคือความร่มเย็นของประเทศไทย โดยในช่วงที่ 2 นี้จะใช้เวลาหลายวัน และมีการกำหนดเป็นหมายกำหนดการของสำนักพระราชวังที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พิธีสำคัญนี้เป็นเรื่องของเหนือหัว ขอให้จำไว้ ถือว่าวันนี้ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยากจะเตือนทุกคน ลืมกันไปแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว และเมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าต้องจัดการเลือกตั้งก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ไม่พูดๆ ยังไงก็ต้องเลือกตั้งก่อนอยู่แล้วล่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า คงไม่มีใครบังคับได้ แต่ต้องคิดว่าถ้าจะตอบรับนั่นแปลว่า พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งต้องพิจารณาตามหลักธรรมาภิบาลว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรม
&amp;ldquo;เรื่องธรรมาภิบาลพูดแค่เรื่องกฎหมายไม่ได้ ตอนผมเป็นนายกฯ เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. ต้องลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ผมให้ทุกคนออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการให้ใช้ตำแหน่งเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขัน แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ทุกคนในพรรคผมและพรรคร่วมก็ให้ความร่วมมืออย่างดี บรรทัดฐานแบบนี้ถ้าอยากมีธรรมาภิบาลก็ต้องสร้างขึ้น ถ้าท่องเพียงแค่ว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย การเมืองไทยจะวนเวียนแบบเดิม&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ และหัวหน้าคสช. จะสง่างามมาก และมาสังกัดในบัญชีรายชื่อ พปชร. แต่หากและยังดันทุรังที่จะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะสุ่มเสี่ยงขัดหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมืองในวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงหลายพรรคประกาศไม่เข้าร่วมว่า ใครไม่มาก็แล้วแต่ท่าน แต่คิดว่าการจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน มันต้องเอากติกาต่างๆ มา ไม่ใช่มาสู้กับกติกา มันไม่ใช่ เหมือนนักมวยจะขึ้นชก ก็ต้องฟังกติกา ซึ่งกติกาวันนี้อาจมีความแตกต่างอยู่บ้าง วันนี้กติกามวยกอล์ฟ กีฬาอะไรต่างๆ ก็เปลี่ยนไป หลายอย่างไม่เคยทำได้ก็ทำได้ หลายอย่างเคยทำได้ก็ทำไม่ได้ ไม่เห็นมีใครไฟต์เรื่องพวกนี้เลย ตัวเองก็เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้ามาสู่การเลือกตั้ง ให้ประชาชนตัดสินดีกว่า อย่ามาอะไรกันเลย มันเสียเวลา ประเทศชาติเดินหน้าลำบาก
&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;ไม่สน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวเช่นกันว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก พรรคการเมืองไหนอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา เพราะเราเชิญทั้งหมด คนไม่มาก็คงไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดอะไรกัน และในวันดังกล่าวจะยังไม่รู้วันเลือกตั้งที่แน่นอน เพราะถือเป็นเรื่องของ กกต. ไปล้วงลูกไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุพรรคการเมืองที่ไม่ไปร่วมประชุมวันที่ 7 ธ.ค. ว่าเป็นพวกไม่เคารพกติกาและไม่อยากเลือกตั้ง ว่า ทษช.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่ไม่เคารพกติกา แต่การไปประชุมร่วมกับ คสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมตามระบบ เพราะ กกต.มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง และดูแลบทบาทหน้าที่ของนักการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. การที่ คสช.ทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการยืนยันว่าจะแทรกแซงการเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่เห็นด้วย และจะไม่ไปร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถูกเสนอชื่อในบัญชีของพรรคการเมือง แล้วจะมาทำหน้าที่รับฟังความเห็นและตัดสินใจในเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่เราก็ยังหวังว่าในการพิจารณาดังกล่าว คสช.จะไม่รักษาคำสั่งและอำนาจมากเกินไป ควรปลดล็อกให้เต็มที่&amp;rdquo; นายจาตุรนต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า คนที่กล่าวหาว่าคนอื่นไม่อยากเลือกตั้งกลับเป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้ง ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์มามากกว่า 4 ปีแล้ว ประชาชนและพรรคการเมืองหลายพรรคก็เรียกร้องการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่เป็น คสช.เสียเองที่เลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ดังนั้น อยากให้ประชาชนลองทบทวนว่าใครกันแน่ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ &amp;quot;เรียนหัวหน้า คสช. กรณีถกพรรคการเมือง 7 ธ.ค.2561&amp;quot; ว่า พล.อ.ประยุทธ์หมดความสง่างามที่จะนั่งเป็นประธานในที่ประชุม เนื่องจากได้เป็นบุคคลที่ถูกพรรค พปชร.เสนอให้เป็นนายกฯ ซึ่งได้ย้ำมาตลอดว่าถ้ากรรมการประสงค์เป็นผู้เล่นต้องลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเวทีประชุม 7 ธ.ค.นี้ ให้พรรคมารับฟังอย่างเดียว ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นแล้ว ไม่แตกต่างจากการสั่งให้มาฟังคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งอยู่ที่ไหนสามารถฟังได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมประชุมด้วย&amp;rdquo;นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. ระบุว่า พรรคมีมติไม่เข้าร่วมประชุมหารือกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค. เพราะไม่เกิดประโยชน์อันใด ซึ่งพรรคมองว่าไม่ใช่เวทีที่จะพูดคุยเพื่อที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง เหมือนเป็นลักษณะของการไปรับฟังการชี้แจง และรับคำสั่งจาก คสช. รวมถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานก็ไม่เหมาะสม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยตรง เพราะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธุ อนุโมทามิ เลขาธิการสหพรรคการเมืองไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค.2562 โดยเสนอให้ กกต.นำเรื่องหารือในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พปชร. ได้ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โจมตี 4 รัฐมนตรีของ พปชร. ว่ายังไม่ลาออกและขาดธรรมาภิบาลว่า เพิ่งรู้ว่า ร.ต.อ.เฉลิมสะกดคำว่าธรรมาภิบาลเป็นด้วย เพราะสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นรัฐมนตรี ตอนเลือกตั้งก็ไม่ได้ลาออก แล้วจะมาบีบคั้นเพื่ออะไร ยืนยันว่าพรรคไม่มีใครเป็นอีแอบอย่างที่ท่านกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนที่อภิปรายเก่ง แต่ช่วงหลังๆ ชาวบ้านบอกว่าเสียงแหบเหมือนเป็ด เมาจนฟังไม่รู้เรื่อง แม้ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐพูดไม่เก่ง แต่เน้นทำงานให้ประชาชนอย่างเดียว ร.ต.อ.เฉลิมยังคงนิสัยเดิมๆ เวลาพูดหลายคนจึงมักจะบอกว่าคล้ายๆ กับจะข่มขู่ข้าราชการหรือเปล่า วันนี้ข้าราชการเขากลัวแต่คนดีๆ และเขาก็รู้ดีว่าควรต้องวางตัวอย่างไรไม่ต้องไปสอน ท่านควรอยู่เงียบๆ เหมือนตอนปฏิวัติใหม่ๆ จะดีกว่า&amp;quot; นายธนกรกล่าว
พท.ส่งแค่ 250 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์เป็นลิเกที่ดูไป 3 รอบแล้ว จะให้เล่นรอบที่ 4 อีกคนเขาก็รู้แล้วไม่มีอะไรตื่นเต้นนั้น ถ้าหากชาวบ้านเขาชอบลิเก ดูแล้วมีความสุข จะเล่นอีกกี่รอบเขาก็ยังดู ตรงกันข้าม หากเป็น ร.ต.อ.เฉลิมอาจต้องปิดวิกลิเกหนี และถ้าจะให้ดี ท่านรอคำตอบจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยก่อนจะดีกว่าไหม ว่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.เขตหรือบัญชีรายชื่อ
ส่วนความเคลื่อนไหวในเรื่องการยุทธศาสตร์หาเสียงและการเลือกผู้สมัครนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การสรรหาผู้สมัครจะทำให้เสร็จประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้ และปลายเดือน ธ.ค.นี้ น่าจะได้ผู้สมัครครบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. กล่าวในรายการทุบประเด็นว่า จะลง ส.ส.เขตบางแค ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์นั้นยังไม่กล้ายืนยันว่าจะลงเขตดอนเมืองหรือไม่ เพราะยังไม่ได้คุยกัน ส่วนเป้าของพรรคนั้นจะส่ง ส.ส.เขต 250 เขต โดยเขตที่เราคิดว่าส่งไปก็ไม่ชนะ ก็อาจไม่ส่ง เพราะจะไม่ได้ประโยชน์ในปาร์ตี้ลิสต์จากสูตรการเลือกตั้งแบบใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค ทษช.มีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อหารือและพูดคุยถึงความต้องการในการทำงานด้านต่างๆ และได้ตั้งคณะทำงาน &amp;nbsp;5 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ คณะทำงานด้านเทคโนโลยี คณะทำงานด้านต่างประเทศ คณะทำงานด้านกฎหมาย การเมืองและความมั่นคง และคณะทำงานด้านสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค พท.จะฮั้วเลือกตั้งกับ ทษช.เพื่อเอาชนะระบอบจัดสรรปันสวนผสม ว่ายังไม่ถึงขั้นฮั้วกันทางการเมือง ส่วนเงื่อนไขที่จะฮั้วทางการเมืองและนำไปสู่การยุบพรรคนั้น ต้องมีลักษณะมีแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เช่น อย่าเลือกพรรคเพื่อไทยเขตนี้และไปเลือก ทษช.แทน หรือมีหลักฐานว่าคนทั้งสองพรรคบงการหรือครอบงำซึ่งกันและกัน มีผลประโยชน์ให้แก่กัน เช่น การให้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงแรมเคพี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 เพื่อแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับพรรค เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค และเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ใน จ.อุดรธานี โดยมีนายธนาพร ศรียากูล หัวหน้าพรรค และสมาชิกประชุมกว่า 330 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23510</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, นายสาธุ อนุโมทามิ, ประชา โพธิพิพิธ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, รยุศด์ บุญทัน, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, วัฒนา เมืองสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล โพธิพิพิธ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c0690dd46e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
