<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อ.เลือก &#039;กายสิทธิ์&#039; นั่งประธานสอบ &#039;เนตร&#039; สั่งไม่ฟ้อง &#039;บอส&#039;  หลังเปลี่ยนมาแล้ว 2 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรรถพล ใหญ่สว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 4/2564โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ ที่ประชุมมีการเสนอชื่อและลงมติตั้ง นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ สายผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้น นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 เเละนายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการงบประมาณ, การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ เป็นกรรมการสอบสวน แทนนายประสาน หัตถกรรม ประธานสอบสวน และนางพิมพร โอวาสิทธิ์ กรรมการสอบสวนที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง ก.อ.ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล เปิดเผยว่า ที่จำเป็นต้องมีการตั้งประธานกรรมการชุดใหม่ เนื่องจากมีประธานกรรมการและกรรมการพ้นวาระ ก.อ.ไป จึงต้องตั้งขึ้นมาใหม่ในสัดส่วนนี้ โดยความคืบหน้าการสอบสวนยังอยู่ที่คณะกรรมการขอขยายระยะเวลา ซึ่งทาง ก.อ.ก็ได้มีการกำชับให้ดำเนินการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว เพื่อสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าการสอบล่าช้ามานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการสอบสวนชั้นต้นนายเนตร ประกอบด้วย นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานกรรมการ, นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ, นายสนทรรศ สิงหพัศ รองอัยการสูงสุดเป็นกรรมการ, นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ ผู้ตรวจการอัยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ และนายยุทธพงษ์ อภิรัตน์รังษี รองอธิบดีอัยการ สำนักงาน ก.อ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประธานการสอบสวนชั้นต้นนายเนตรนี้มีการเปลี่ยนประธานมาแล้ว 2 คน คนแรกคือนายไพรัช วรปาณิ อดีต ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ถูกนายเนตรร้องคัดค้าน ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน นายไพรัชจึงลาออก จึงมีการแต่งตั้งคนต่อมาคือนายประสาน หัตถกรรม และพ้นวาระไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กายสิทธิ์ พิศวงปราการ, บอส อยู่วิทยา, อรรถพล ใหญ่สว่าง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607939edc31b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถพล&#039;แจงเหตุสอบข้อเท็จจริงคดีดัง &#039;เนตร-บอส&#039; ไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย. 2564 นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทตระกูลนักธุรกิจชื่อดัง ขับรถชนตำรวจตาย ว่า จากคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน สรุปผลการตรวจสอบส่งไปยังนายกฯ แล้วเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แจ้งว่า เรื่องนี้นายกฯ ให้ส่งยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ต่อมา เลขาฯ ป.ป.ท. ได้นำฉบับเต็มมาส่งให้ ก.อ. โดยเอกสารและพยานวัตถุทั้งหมดเป็นเอกสารลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า ส่วนการที่จะสอบสวนบุคคลใดนั้น ความเห็นของคณะทำงานชุดนายวิชาสรุปได้ง่ายๆ ว่า มีอัยการเกี่ยวข้อง 3 คน คือ 1.นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้สั่งคดี ถูกกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงและอาญา 2.อัยการสูงสุด ซึ่งถูกกล่าวหาผิดจริยธรรม เนื่องจากทราบว่ามีการสั่งคดีที่ไม่ถูกต้องแล้วไม่ได้ดำเนินการแก้ไข และ 3.บุคคลซึ่งเป็นข้าราชการอัยการ ร่วมกระทำผิดด้วย แต่ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามอย่างไร มีคลิปเสียงประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุมพิจารณาแล้วว่า การที่จะดำเนินการสอบตามที่ตั้งมานั้น จะไปสอบตามข้อกล่าวหาทันทีทั้ง 3 คน ไม่ได้ จะพิจารณาได้เฉพาะนายเนตร แต่ก็จะสอบตามที่ระบุว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงทีเดียวไม่ได้ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ระบุไว้ชัดว่า การที่จะสอบสวนวินัยได้นั้น ต้องมีการสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน และการสอบวินัยข้าราชการอัยการได้จะต้องมีหลักเกณฑ์ แล้วหลักเกณฑ์ออกเมื่อปี 2554 เฉพาะข้าราชการอัยการระดับที่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น การจะสอบนายเนตรต้องออกหลักเกณฑ์เสียก่อน ก็เลยมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการสอบระดับรองอัยการสูงสุดเข้าที่ประชุม ที่ประชุมก็เห็นชอบด้วย เมื่อผ่าน ก.อ. แล้วต้องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจะเริ่มสอบได้ ในหลักเกณฑ์ดังกล่าว หลักสำคัญในการสอบก็คือ จะสอบวินัยได้ก็ต่อเมื่อต้องสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นก่อน ได้ข้อสรุปว่าผิดวินัยหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็จบ แต่ถ้าผิด ผิดวินัยร้ายแรงหรือผิดวินัยธรรมดา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวอีกว่า กรณีนี้มีการสอบสวนชั้นต้นโดยตั้งกรรมการจาก ก.อ.ไป ประธานกรรมการในการสอบสวนชั้นต้นนั้นตั้ง ก.อ. ซึ่งมาจากบุคคลภายนอก คือ นายไพรัช วรปาณิ เป็นประธาน ปรากฏว่าสอบไปแล้วก็มีการร้องขอความเป็นธรรมจากนายเนตร ว่าทำไมถึงมีการสอบโดยใช้หลักเกณฑ์สอบรองอัยการสูงสุด เพราะขณะถูกสอบเป็นอัยการอาวุโส น่าจะเป็นหลักเกณฑ์การสอบข้าราชการอัยการที่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด พอเจอปัญหานี้ขึ้นมา นายไพรัชลาออก ก.อ. ก็เลยตั้งประธานคนใหม่คือ นายประสาน หัตถกรรม เป็นประธาน นายประสานกับคณะก็ดำเนินการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งการสอบสวนดังกล่าวนี้ ผมในฐานะประธาน ก.อ. ไม่อาจไปก้าวล่วงได้ เขาก็รายงานให้ทราบว่าสอบสวนยังไม่เสร็จ ขอขยายเวลา ซึ่งปัจจุบันนี้คุณประสานซึ่งเป็น ก.อ. ก็หมดวาระไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม นี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จ ปัญหาว่าจะสอบต่อไปได้ไหม ความเห็นส่วนตัวต้องเสนอตั้งประธานกรรมการสอบสวนชั้นต้นขึ้นมาใหม่ คาดการณ์ว่าน่าจะเสนอตั้งวันที่ 21 เมษายน ซึ่งจะมีการประชุม ก.อ. จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่านายเนตรผิดวินัยหรือไม่อย่างไร&amp;rdquo; ประธาน ก.อ.กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการดำเนินการกับอัยการสูงสุดและอัยการที่ไม่ทราบชื่อ นายอรรถพล กล่าวว่า ในที่ประชุมคุยกันแล้ว สอบสวนคนแรกให้เสร็จก่อน แล้วจึงจะมาสอบอีก 2 ท่าน เพราะว่าคนที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดหลักควรพิจารณาให้เสร็จก่อน นอกเหนือจากนี้ ถ้าจะมีการสอบสวนชั้นต้นอัยการสูงสุด ไม่ว่าวินัยหรือจริยธรรม ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ก่อนจึงจะทำได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถทำล่วงหน้าได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า อยู่ที่ ก.อ.พิจารณาว่าควรจะเป็นอย่างไรในการกำหนดหลักเกณฑ์ กรณีเช่นนี้ปรากฏว่าภารกิจในช่วงที่มีการสอบสวนยังไม่เสร็จอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคม เป็นการโยกย้ายอัยการ จึงไปเน้นหนักเรื่องการโยกย้าย ตอนนี้อัยการได้ย้ายกันแล้ววันที่ 1 เมษายน การกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ก่อนกำหนดได้ แต่การพิจารณาที่ยังไม่กำหนด เพราะ 1.เป็นฤดูกาลโยกย้าย 2.ก.อ.เปลี่ยนชุดเลือกตั้งใหม่ 3.อาจจะมีปัญหา ประธาน ก.อ.เปลี่ยนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ามีการสอบอัยการสูงสุดจริงแล้ว หลักเกณฑ์ต้องออกมา ที่มองกันว่าทำไมถึงช้า เผอิญยังไม่มีประเด็นสอบอัยการสูงสุดหรือไม่ หลักเกณฑ์จึงไม่ได้เร่งรีบ ที่ไม่มีไม่ใช่ว่าดึงให้ช้า แต่เกิดจากสอบรองเนตรยังไม่เสร็จ เพราะเราตั้งสมมติฐานต้องสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกระแสสังคม แล้วระบุให้เสร็จเสียก่อนจึงรู้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด สมมติถ้ารองเนตรไม่ผิด จะว่าอัยการสูงสุดผิดได้อย่างไร เพราะของ อ.วิชา บอกทำนองรองเนตรผิด รู้แล้วไม่แก้ไข ทำนองนั้น&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรอบเวลาในการสอบข้อเท็จจริง หลังตั้งกรรมการสอบชุดใหม่จะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะการสอบหลักเกณฑ์ใช้ครั้งหนึ่ง 30 วัน แต่ขอขยายได้อีก 30 วัน ขยายตามความจำเป็น ตั้งกรอบไม่ได้ อยู่ที่ผู้ปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างไร อาจจะถามว่าประธานทำไมไม่เร่งรัด ก็เร่งรัดทุกครั้ง พอขอขยายเราก็เร่งรัดไป แต่ถ้าเราไปกำหนดต้องเสร็จภายในเท่านี้ เหมือนกับไม่ให้ความเป็นธรรม จะเกิดปัญหา เนื่องจากว่าถ้าทำไม่เป็นระบบแล้วอาจจะถูกฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งได้ในแง่กฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99660</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.), สอบข้อเท็จจริง, อรรถพล ใหญ่สว่าง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607939edc31b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเลือกตั้ง ก.อ. อัยการทั่วประเทศ รู้ผล 12 มี.ค.นี้ หลังเปิดส่งบัตร 18 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการที่มีการแก้ไขใหม่ มาตรา 18 กำหนดให้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีจำนวน 15 คน ประกอบด้วย ประธาน ก.อ. ปัจจุบันคือนายอรรถพล ใหญ่สว่าง (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) โดยมีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ. ส่วน ก.อ.ประกอบด้วย รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน โดยตำแหน่ง และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน ซึ่งมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย ประกอบด้วย อัยการชั้น 5 ขึ้นไปจำนวน 4 คน อัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน รวมเป็น 6 คน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) รวมเป็น 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ. ซึ่งกรรมการ ก.อ. ทั้ง 15 คนจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาความเหมาะสมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการอัยการที่กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการพิจารณาออกระเบียบบริหารงานบุคคลอัตรากำลังข้าราชการฝ่ายอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการเลือก ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.ก.อ.ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป 2.ประเภท ก.อ.ผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญ&amp;nbsp;3. ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือด้านการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ก.อ.ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไปมีผู้เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือก 12 คน (รับ 4 คน) ประกอบด้วย&amp;nbsp;1. นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์&amp;nbsp;2. นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์&amp;nbsp;3. นางสาวนารี ตัณฑเสถียร&amp;nbsp;4. นายพรชัย ชลวาณิชกุล&amp;nbsp;5. นายมานัส รัตนนาคะ&amp;nbsp;6. นายวุฒิรัตน์ มีผดุง&amp;nbsp;7. นายศักดา ช่วงรังษี&amp;nbsp;8. หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์&amp;nbsp;9. เรือโท สายันต์ สุโขพืช&amp;nbsp;10. นายสุวิช ชูตระกูล&amp;nbsp;11. นายอรัญ ทั่งทองแท้&amp;nbsp;12.นายอิทธิพร แก้วทิพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภท ก.อ.ผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญมีผู้เสนอตัว 3 คน (รับ 2 คน) ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ&amp;nbsp;2.นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์&amp;nbsp;3.นายพีระศักดิ์ ศรีสุพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภท ก.อ.ด้านงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือด้านการบริหารจัดการ (ก.อ.คนนอก) มีผู้เสนอตัว 8 คน (รับ 2 คน) ประกอบด้วย&amp;nbsp;1. ศาสตราจารย์ ดร. กำชัย จงจักรพันธ์&amp;nbsp;2. นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร&amp;nbsp;3. นายฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล&amp;nbsp;4. นายณัฐเมศวร เรืองพิชัยพร&amp;nbsp;5. นายธรรมนิตย์ สุมันตกุล&amp;nbsp;6. นายนันทวัชร์ สุพัฒนานนท์&amp;nbsp;7. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี&amp;nbsp;8. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 ประเภทสามารถดูรายละเอียดประวัติได้ตามลิงค์ดังนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;https://www2.ago.go.th/index.php/poll/9/1156&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การเลือก ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 มาตรา 18 (4) (ก) (ข) (5) สำนักงานอัยการสูงสุดได้กำหนดให้มีการคละบัตร ส่งบัตร ปิดผนึกหีบบัตร ปิดผนึกช่องใส่บัตร และนับคะแนนการเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิตามกำหนดการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การคละบัตรและส่งบัตรลงคะแนนในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.30 น.ที่ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปิดผนึกหีบบัตรลงคะแนนในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 น. ที่ห้องอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการชั้น 8 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การปิดผนึกช่องใส่บัตรลงคะแนนในวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2564 เวลา 16.30 น. ที่ห้องอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ชั้น 8 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การนับคะแนนในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไปจนกว่าจะแล้วเสร็จที่ ห้องประชุม 302 ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้ง ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิในประเภทที่จะแข่งกันดุเดือด จะเป็นประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป เนื่องจากประกอบไปด้วยอัยการที่มีชื่อเสียงอยู่ในตำแหน่งสำคัญ เคยลงสนามเลือกตั้งในหลายสนามไม่ว่าจะเป็นขององค์กรอัยการหรือเนติฯ มาแล้ว ที่โด่ดเด่น ได้แก่ นายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองภูเก็ตที่เคยสร้างปรากฏการณ์ได้คะแนนเสียงอันดับ 2 ในสายอัยการ ในการเลือกตั้งเนติฯ จนได้เป็นเลขาฯสำนักอบรมฯ เนติฯ ที่จะมาลงสนามในองค์กรครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ เลขาฯ สถาบันนิติวัชร์เป็นหน่วยงานใหม่ในสำนักงานอัยการฯ ซึ่งเป็นมือบริหาร พัฒนาองค์กร และเป็นมือสั่งคดีสำคัญ มีบทบาทในการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบขององค์กรให้ทันสมัย ผลักดันสวัสดิการของอัยการ มีฐานเสียงและ FC กระจายอยู่ทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย และ ก.อ.จากเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาที่มีฐานเสียงเดิมตุนอยู่ อีกทั้งเป็นคิวอัยการสูงสุดต่อจากคนปัจจุบัน 2 รุ่นซึ่งจะเป็นอัยการสูงสุดหญิงคนแรกขององค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ โฆษกอัยการใหม่ป้ายแดงที่พลาดฉิวเฉียดจากเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาลงสู้เต็มที่ ซึ่งตอนนี้เป็นที่รู้จักของน้องๆ อัยการ,&amp;nbsp;นายพรชัย ชลวาณิชกุล ก.อ.เลือกตั้งซ่อมที่มีฐานเสียงคะแนนเดิม, นายสุวิช ชูตระกูล ก็มีเสียงดีได้ใจจากน้องๆ อัยการ, นายวุฒิรัตน์ &amp;nbsp;มีผดุง อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการซึ่งมีฐานะเลขานุการ ก.อ.ก็อยู่วงในในการโยกย้ายแต่งตั้ง ยังมี นายมานัส รัตนนาคะ และเรือโทสายันต์ สุโขพืช ที่ได้พลังหนุนจากเพื่อนในรุ่น ด้าน นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์, ชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ และนายอรัญ &amp;nbsp;ทั่งทองแท้ ขอเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ นับว่าสายนี้คะแนนเสียงคงกระจายกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเภทที่แข่งกันสนุกอีกคงเป็นประเภท ก.อ.บุคคลคนนอก ที่โดดเด่นจะได้แก่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีต รอง ผบ.ตร.นายตำรวจนักกฎหมายที่เป็นที่รู้จักของประชาชนและอัยการที่เคยทำงานร่วมกันมานาน, ศาสตราจารย์ ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ ดีกรี อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายนิติกรรมสัญญาและกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ, นายณัฐเมศร์ เรืองพิชัยพร อดีต ก.อ. 2 สมัย (ระหว่างปี 2554 -2558) ซึ่งเป็นที่รู้จักของพี่น้องอัยการ รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผ.อ.ศูนย์คุณธรรมที่มีนโยบายพัฒนาองค์กรขึ้นเป็นองค์กรคุณธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93594</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, อรรถพล ใหญ่สว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602faf92b60aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กด่วน! ก.อ.แต่งตั้งโยกย้ายอัยการ 1,408 ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 2/2564 โดยมีวาระสำคัญเรื่องโยกย้ายอัยการ ตั้งแต่อัยการจังหวัดผู้ช่วย จำนวน 222 ตำแหน่ง ,&amp;nbsp;รองอัยการจังหวัด (ชั้น3) จำนวน 269 ตำแหน่ง , อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ผู้กลั่นกรอง) จำนวน 250 ตำแหน่ง , อัยการจังหวัด 306 ตำแหน่ง , อัยการผู้เชี่ยวชาญ (ชั้น5) จำนวน 157 ตำแหน่ง และอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ชั้น6) จำนวน 43 ตำแหน่ง&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 7 บัญชี 1,408 ตำแหน่ง ทั้งนี้ทุกตำแหน่งมีผลตั้งเเต่ 1 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถดูรายละเอียดแต่งตั้งโยกย้ายได้ตามลิงค์ที่แนบมานี้&amp;nbsp;ผลการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 2/2564 เรื่องการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2564/Koror2-2564.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.), สำนักงานอัยการสูงสุด, อรรถพล ใหญ่สว่าง, แต่งตั้งโยกย้ายอัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c5daa2fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อ.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 2 อดีตอัยการภูเก็ต ปมเรียกรับเงินเอกชนเคลียร์คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรรถพล ใหญ่สว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 1/2564 โดยมีวาระน่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 8 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดภูเก็ต และนายวันฉัตร ชุณหถนอม ในฐานะอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น ร่วมกันเรียกรับเงินจากตัวแทนของบริษัทเอกชน เพื่อช่วยเหลือทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังประชุมเสร็จสิ้น นายอรรถพล ประธาน ก.อ. กล่าวว่า ที่ประชุม ก.อ.มีมติให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ทั้ง 2 ราย โดยกรณีนี้มาจากที่ทางอธิบดีอัยการภาค 8 ซึ่งเป็นประธานกรรมการสอบสวนชั้นต้น ได้เสนอให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ประกอบกับมีหนังสือจากคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งเรื่องมายังตนในฐานะประธาน ก.อ. จนเป็นที่มาของมติตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในวันนี้ ในส่วนการดำเนินคดีอาญา ทราบว่าทาง ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้ดำเนินคดีกับพนักงานอัยการทั้ง 2 ราย ไปยังอธิบดีอัยการปราบปรามการทุจริตภาค 8 พิจารณาสำนวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรอบระยะเวลาของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่ ก.อ.ตั้งขึ้นมานั้น โดยหลักจะเป็นระยะเวลา 30 วัน แต่สามารถขอขยายเวลาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมูลเหตุคดีนี้ จากสำนวนของพนักงาน ป.ป.ช.สรุปว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2555 กรมอุทยานแห่งชาติได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย กล่าวหาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตและกรรมการของบริษัทดังกล่าว ว่ากระทำความผิดในข้อหาร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าและเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อคณะทำงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง และได้ส่งสำนวนไปให้อัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อพิจารณามีคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาบริษัทเอกชนและกรรมการของบริษัทดังกล่าวได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการเจ้าของสำนวน จึงได้มีการเสนอสำนวนคดีไปยังอธิบดีอัยการภาค 8 ซึ่งอธิบดีอัยการภาค 8 มีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัทเอกชนและกรรมการของบริษัทดังกล่าว และได้ส่งสำนวนคดีไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ โดยเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาด ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีดังกล่าวนายอำเภอเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนจึงอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 จึงส่งสำนวนกลับคืนมาให้สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อที่สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตจะได้ส่งสำนวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพิจารณาความเห็นของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตได้รับหนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2562 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2562 นายธรรมะ ในฐานะอัยการผู้เชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นได้โทรศัพท์แจ้งพนักงานอัยการซึ่งเคยเป็นพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวให้นัดหมายตัวแทนของบริษัทเอกชนเพื่อให้มาพบในวันที่ 2 ก.ค. 2562 หลังจากนั้นตัวแทนของบริษัทเอกชนได้มาพบนายธรรมะที่ห้องทำงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีนายวันฉัตร ในฐานะอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นอยู่ในห้องและร่วมสนทนาด้วย โดยนายธรรมะเสนอว่าจะไปพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้มีคำสั่งไม่เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ซึ่งหลังจากนั้นยังได้มีการติดต่อกันอีกครั้งหนึ่งและได้มีการเรียกรับเงินจำนวนหนึ่งจากบริษัทดังกล่าว เพื่อกระทำการช่วยเหลือคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า การกระทำของนายธรรมะ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 201 ประกอบมาตรา 83 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนการกระทำของนายวันฉัตรมีมูลความผิดทางอาญา มาตรา 157 และมาตรา 201 ประกอบมาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 มาตรา 172 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91187</URL_LINK>
                <HASHTAG>อรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c5daa2fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อ.เคลียร์ปมไม่ทูลเกล้าฯ&#039;เนตร-ปรเมศวร&#039;! อ้างเลขาฯครม.แค่ขอข้อมูลเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ.วาระพิเศษ พิจารณาประเด็นที่มีหนังสือสอบถามจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส ถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เกี่ยวกับการเสนอ&amp;nbsp;นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด เป็นอัยการอาวุโส และการเลื่อน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เป็นผู้ตรวจการอัยการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุม นายอรรถพล เปิดเผยว่า การประชุม ก.อ.นัดพิเศษวันนี้ ได้รับคำชี้แจงจากสำนักงาน ก.อ. คืออธิบดี ก.อ. ในฐานะเลขานุการที่ประชุมได้ชี้เเจงที่ประชุม ก.อ.ว่า ที่มีเสนอข่าวว่ามีการให้ทบทวนนั้นไม่จริง ที่ทางสำนักเลขาธิการ ครม. มีหนังสือมานั้น เพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีการขอทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;นายเนตร นาคสุข และ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการชี้แจงให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด ซึ่งการประชุมนี้ อัยการสูงสุดที่เข้าร่วมประชุมด้วยได้บอกในที่ประชุมว่าเป็นหน้าที่ของท่านโดยตรง ที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวกับทางเลขาธิการ ครม. ส่วนที่ถามว่าหนังสือ 2 ฉบับนั้นจะเปิดเผยให้ทราบได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ทางเลขาฯ สำนักงาน ก.อ.บอกกลับมาว่าเป็นเอกสารลับ เเม้กระทั่ง ก.อ.ก็ทราบไม่ได้ ทาง ก.อ.จึงไม่ได้เห็นเอกสารจากสำนักงานเลขาฯ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจ ก.อ. ในส่วนนี้ควรมีหน้าที่ที่ต้องชี้แจงสำนักเลขาฯ ครม.หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ปรากฏข้อเท็จจริงไม่มีการพูดเรื่องมติ ก.อ.ในหนังสือดังกล่าว และอัยการสูงสุดยังได้ชี้แจงเรื่องนี้ด้วยว่าเป็นเพียงการขอข้อมูลเพิ่มเติม อัยการสูงสุดจึงบอกว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของท่านเองโดยตรง ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นหนังสือว่าจะเกี่ยวข้องกับ ก.อ.อย่างไร เพราะถ้าไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ก.อ. ทาง ก.อ.คงไม่เข้าไปก้าวล่วงในอำนาจของฝ่ายบริหารของอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีผลกระทบกับการโยกย้ายอัยการท่านอื่นหรือไม่ ประธาน ก.อ. กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงหนังสือเกี่ยวกับการเสนอโปรดเกล้าฯ เลย จึงไม่สามารถตอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามประเด็นข้อกฎหมายในเรื่องอำนาจหน้าที่ ในที่ประชุม ก.อ.มีใครโต้แย้งหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่ ปล่อยให้ฝ่ายบริหารคือ อธิบดี ก.อ. และอัยการสูงสุด เป็นผู้ชี้แจงเท่านั้น เมื่อท่านชี้แจงแล้วทาง ก.อ. ก็ให้ดำเนินการตามที่ท่านต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนายวิชา มหาคุณ นั้น นายอรรถพล กล่าวว่า มีการตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้นนายเนตรไปแล้ว ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้พิจารณา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การแต่งตั้งนายเนตร สามารถทำได้หรือไม่ ถ้าอยู่ระหว่างตรวจสอบ นายอรรถพล กล่าวว่า ระเบียบในเรื่องนี้ยังไม่ได้พิจารณากัน และหนังสือดังกล่าว ไม่ได้มีการส่งรายชื่อที่โปรดเกล้าฯ คืนมาแต่อย่างใด จึงไม่ใช่เรื่องที่ ก.อ.จะพิจารณาเรื่องนี้ได้ ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนนายเนตร ยังตอบไม่ได้ เพราะคณะกรรมการสอบสวนเป็นอีกชุด กำลังสอบสวนอยู่ โดยปกติใช้กรอบระยะเวลา 30 วัน แต่ตอนนี้ต่อมาสองครั้งแล้ว เหตุผลในการต่อไม่สามารถเปิดเผยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าคดีของนายปรเมศวร์นั้น นายอรรถพล กล่าวว่า ทาง ก.อ.ไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเข้ามา เราจึงไม่สามารถรู้ได้เป็นทางการว่าเรื่องเป็นอย่างไร เรื่องที่ทาง ก.อ.จะไปเกี่ยวข้องเรื่องที่จะเสนอโปรดเกล้าฯ จากเลขาธิการครม. ก็มีการชี้แจงจากอัยการสูงสุดว่าเป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเดียว เป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด ซึ่งไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรเลย กลับบอกเป็นความลับ ท่านก็ต้องรับผิดชอบกันไปเอง คงไม่ไปก้าวล่วง เดี๋ยวจะหาว่าเราไปแทรกแซง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, อรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสูงสุด, เนตร นาคสุข, เลขาฯครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff03927df2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อนแล้ว! ประธาน ก.อ. จ่อเรียกถกวาระด่วน หลัง &#039;ครม.&#039; ไม่ทูลเกล้าฯ &#039;เนตร-ปรเมศวร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - จากกรณีที่สำนักเลขาคณะรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงถึงอัยการสูงสุด โดยอ้างสำนักงานองคมนตรีให้พิจารณาถึงความเหมาะสมและข้อมูลการเสนอบัญชีรายชื่อ นายเนตร นาคสุข เป็นอัยการอาวุโส และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ขึ้นเป็นผู้ตรวจการอัยการ เพื่อส่งให้สำนักเลขา ครม.ก่อนส่งสำนักงานองคมนตรี เพื่อพิจารณาก่อนที่จะเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถามรายละเอียดจากนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) โดยนายอรรถพล ได้ตอบว่า กรณีที่มีหนังสือจากเลขา ครม. เรื่องของนายเนตร ตนได้ทราบเรื่องในวันที่ 29 ธ.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันที่มีการประชุมคณะ ก.อ. ส่วนเรื่องของนายปรเมศวร์พึ่งได้รับทราบวันที่ 2 ม.ค.นี้ จากสื่อมวลชน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในวันเปิดทำการวันที่ 4 ม.ค. 2564 ตนจะเรียกอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการในฐานะเลขา ก.อ.เข้ามาหารือ เพื่อที่จะเรียกนัดประชุม ก.อ.วาระพิเศษโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, อรรถพล ใหญ่สว่าง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c5daa2fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
