<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อรหันต์ลวงโลกหายซ่า เจอหมายจับยาวเป็นหางว่าว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา อายุ 49 ปีหรืออู๋ &amp;nbsp;อวดอุตริอ้างเป็นพระยาธรรมมิกราช ตั้งตนเป็นภิกษุณีเจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนา พระพุทธสิกขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม &amp;nbsp;โดยตำรวจได้นำหมายศาลจังหวัดนครพยมเข้าจับกุมฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมขยายผลจับกุมสาวกที่โกนหัวแต่งกายคล้ายแม่ชี ทำหน้าที่นายหน้าหาลูกค้าซื้อกองทุนผ้าป่าแบบคืนกำไรคล้ายแชร์ลูกโซ่อีก 5 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย1.นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปีหรือแม่ชีทองพูนหรือพี่พอลลี่ 2.นางสาวไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปีหรือแม่ชีการ์ตูนหรือน้องน้ำตาล 3.นางสาวมะลิวัลย์ เขื่อนขันธ์ อายุ 28 ปีหรือแม่ชีกาเต้ และ 4.นางกิติยา ชัยสุนิกร อายุ 46 ปีอาชีพเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปลาปาก จ.นครพนม &amp;nbsp;รวม 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้าที่ตำรวจจะเข้าทลายแก๊งแม่ชีลวงโลกนี้ วันที่ 20 เม.ย. มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม กล่าวหาว่านางสาวอิสรีย์พร้อมสาวกร่วมกันหลอกลวงให้ลงทุนสะสมบุญในรูปแบบผ้าป่าเงินสดและผ้าป่าทองคำ ทำให้มีคนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในพื้นที่ ต.กุตาไก้ มีนางเพลิน(นามสมมติ)คนในพื้นที่เป็นนายหน้าเข้าไปหาเหยื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนางเพลินมาสอบสวนปากคำ พร้อมเปิดปากซัดทอดถึงขบวนการดังกล่าวว่ามีใครบ้าง จึงเป็นที่มาของการขอหมายจับแก๊งอรหันต์ลวงโลกในที่สุด โดยนางเพลินให้การเป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่จึงไม่คัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันที่ 1 พ.ค. พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าการสอบสวนคืบหน้าไปมาก ตอนนี้ได้ขอ Statement จากธนาคาร เพื่อตรวจสอบการเดินบัญชีของผู้ต้องหาว่ามีการโยกย้ายถ่ายเทไปให้ใครบ้าง โดยส่วนหนึ่งผู้เสียหายนำเงินสดมอบให้กลุ่มสาวก อาทิ แม่ชีทองพูนหรือแม่ชีการ์ตูน บางรายก็โอนเข้าบัญชีของเจ้าสำนัก ในตู้เซฟที่ยึดมาจากอาศรมของเจ้าสำนัก ภายในพบเงินสด 4 หมื่นบาทกับโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ และสมุดบัญชีธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวถึงการขอหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มประมาณ 3 รายนั้น ว่า เป็นการกล่าวหาของผู้เสียหายที่ไปแจ้งความแต่ละสถานีตำรวจ ได้แก่ 1.สภ.กุตาไก้ 2.สภ.ปลาปาก และ 3.สภ.ท่าอุเทน โดยให้การเชื่อมโยงระหว่างนางสาวอิสรีย์กับแม่ชีทองพูนและแม่ชีการ์ตูนรวม 3 คน ซึ่งอาจจะขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามเพิ่มอีกหลายสำนวน แต่ในขณะนี้ศาลท่านไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว ก็คงไม่ต้องขอหมายจับเพียงสรุปสำนวนยื่นขออายัดตัวไว้สอบสวนข้อเท็จจริง เท่าที่ผู้เสียหายให้รายละเอียดมีตัวละครอยู่ประมาณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนขณะนี้จำนวน 490 ราย มูลค่าความเสียหายราว 25 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายชื่อนางคำพา(นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า มีแม่ชีทองพูนเข้ามาชักชวนซื้อผ้าป่าทองคำกองละ 3,000 บาท จึงลงทุนซื้อจำนวน 1 กอง ปรากฏว่าก็ได้ผลตอบแทนเป็นทองคำหนัก 1 สลึงจริง จึงเกิดความโลภลงทุนซื้อเพิ่มรวม 4 กองเป็นเงิน 12,000 บาท คราวนี้ไม่ได้รับทองคำเหมือนครั้งแรกสอบถามก็อ้างว่าเจ้าสำนักกำลังวิปัสสนากรรมฐานแผ่บุญให้ชาวบ้านอยู่ &amp;nbsp;เลยชักชวนเพื่อนบ้านไปสำนักดังกล่าว เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจับกุมตัวแม่ชีทองพูนพอดี จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหายในหมู่บ้านตนประมาณ 30 ราย เมื่อถามว่าหวังจะได้เงินคืนไหมนางคำพาตอบคงยากเพราะผู้เสียหายเยอะขนาดนี้เจ้าสำนักจะเอาเงินที่ไหนมาให้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101359</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, อรหันต์ลวงโลก, อวดอุตริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cae057ca4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเส้นทาง&#039;อรหันต์ลวงโลก&#039;ตุ๋นเกือบ 500 ราย ตั้งแก๊งแบ่งหน้าที่หลอกเหยื่อ จ่อตะครุบอีก 3 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - จากกรณีนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรืออู๋ อายุ 49 ปี เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม โดยนางสาวอิสรีย์แต่งกายนุ่งห่มจีวรเลียนแบบพระสงฆ์ อ้างว่าเป็นพระยาธรรมมิกราช ร่วมกับสาวกที่โกนหัวแต่งกายคล้ายแม่ชี ประกอบด้วยนางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปีหรือทองพูนหรือพี่พอลลี่ นางสาวไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปีหรือการ์ตูนหรือน้องน้ำตาล นางสาวมะลิวัลย์ เขื่อนขันธ์ อายุ 28 ปีหรือกาเต้ และนางกิติยา ชัยสุนิกร อายุ 46 ปีอาชีพเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปลาปาก จ.นครพนม&amp;nbsp; รวม 5 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทั้งหมดถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางนครพนม ซึ่งเหล่าสาวกทั้ง&amp;nbsp; 4 คนมีญาติพยายามขอยื่นประกันตัวแต่ศาลจังหวัดนครพนมไม่อนุญาต ขณะที่นางสาวอิสรีย์เจ้าสำนักลวงโลกไร้เงาญาติมาเยี่ยมแม้แต่คนเดียว ส่วนสถานปฏิบัติธรรมยังคงมีผู้ที่เชื่อมั่นเคารพศรัทธาในตัวเจ้าสำนักประมาณ 6 คนอาศัยอยู่ โดยมีน้องปลายอายุ 34 ปีเป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่หาข้อมูลของผู้สื่อข่าว พบว่านางสาวอิสรีย์มาจากครอบครัวที่คนใน ต.หนองญาติ เคารพนับถือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนายจำนงค์ผู้พ่อเป็นอดีตข้าราชการครูที่มาจากมหาเปรียญธรรม โดยนางสาวอิสรีย์หายออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัดหลายปี กลับมาอีกครั้งตอนที่นายจำนงค์เสียชีวิต ช่วงนี้เองที่นางสาวอิสรีย์ใช้ความเป็นลูกสาวคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 4 คนไปหานางสองผู้แม่ปัจจุบันอายุ 85 ปีที่มีสติหลงๆลืมๆ เพื่อขอให้เซ็นมอบอำนาจตั้งแต่เป็นผู้จัดการมรดก หลังนางสองเซ็นมอบอำนาจและได้เป็นผู้จัดการมรดกตามประสงค์ นางสาวอิสรีย์ได้แอบนำใบโฉนดบ้านไปจำนองขายฝากกับนายทุนในวงเงิน 5 ล้านบาทโดยญาติพี่น้องไม่รู้ระแคะระคายมาก่อน กระทั่งเวลาผ่านไป 3 ปีนายทุนได้มาขับไล่ให้ทั้งหมดออกจากบ้าน จึงเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันในชั้นศาลถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวอิสรีย์ปี 2557 ได้มาติดต่อขอซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวจำนวน 7 ไร่ ในราคา 1,300,000 บาท และปลูกเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยจากนั้นก็ไปยื่นขอบ้านเลขที่กับผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะแปลงสภาพเป็นสถานปฏิบัติธรรม และนางสาวอิสรีย์จากบุคคลธรรมดาก็เริ่มหันมาสวมชุดขาว กระทั่งเปลี่ยนชุดมาเป็นห่มจีวรสีแดงแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ตั้งตนเป็นเจ้าสำนักอ้างต่อลูกศิษย์ว่าตนเองบรรจุอรหันต์แล้ว เป็นพระยาธรรมิกราช อันเป็นราชาแห่งธรรมทั้งปวงที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ในพระไตรปิฎก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นานก็เริ่มมีคนเข้ามาในสถานปฏิบัติธรรม โดยมักจะทักท้วงคนนั้นคนนี้ว่ามีเคราะห์ จะต้องมาปฏิบัติธรรมเพื่อสะเดาะเคราะห์ ระหว่างนั้นเองก็นำเอาหินกรวดที่หาได้ทั่วไป อ้างว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุแจกจ่ายให้ผู้หลงเชื่อนำไปขึ้นหิ้งกราบไหว้บูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าสำนักมีวิธีชักจูงให้คนเข้ามาในสถานปฏิบัติด้วยการแจกเงิน ตั้งแต่ 200-6,000 บาท ห้วงนี้เองตัวละครที่เป็นสาวกก็โผล่ขึ้นมา ทั้งนางทองพูนหรือพี่พอลลี่ นางสาวกาเต้ นางกิติยา นางเพลิน และน้องการ์ตูนที่มาจากจังหวัดชลบุรี ซึ่งทุกคนจะต้องโกนหัวนุ่งห่มชุดขาวตามกฎที่เจ้าสำนักตั้งไว้ ยกเว้นนางกิติยาที่เป็นครูสอนหนังสือเพียงคนเดียว ทั้งหมดอ้างเป็นสะพานบุญแยกสายกันออกไปพบชาวบ้าน ว่ามีเทวดามาโปรดโดยจะสื่อสารผ่านพระยาธรรมิกราช ด้วยการแนะนำให้ตั้งกองสะสมบุญมีด้วยกัน 2 แบบ คือกองบุญเงินสดกองละ 2,700-3,000 บาท&amp;nbsp; และกองบุญทองคำกองละ 3,500 บาท ไม่เกิน 10 วันจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มเป็นหนึ่งเท่า ลงทุน 3,000 บาทได้คืน 6,000 บาท ลงทุน 3,500 บาท ได้ทองคำรูปพรรณ 1 สลึง โดยเฉพาะทองคำนั้นเทวดาจะเสกมาให้จากสวรรค์ จึงมีคนลงทุนทดลองกองสองกองและก็ได้ผลตอบแทนนั้นจริงๆ ทำให้เชื่อว่าเทวดามาโปรดจึงชักชวนเพื่อนหรือญาติมาร่วมลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่เพิ่มอีกหนึ่งเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่หลงเชื่อส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอปลาปากและอำเภอท่าอุเทน บางคนลงทุนเป็นเงินหลายแสน รวมๆกันแล้วที่เชื่อว่าจะได้สิ่งของตามเจ้าสำนักกล่าวอ้างเกือบ 500 คน แต่ปรากฏว่าทุกคนรอเก้อสอบถามสายสะพานบุญก้อ้างไปต่างๆนาๆ ผู้ลงทุนเชื่อว่าถูกหลอกแน่จึงรวมตัวกันไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กุตาไก้ สภ.ปลาปาก และ สภ.ท่าอุเทน&amp;nbsp; หลังจากนั้นตำรวจก็จู่โจมจับเจ้าสำนักและสาวก ตรวจค้นในสถานปฏิบัติธรรมได้ตู้เซฟนิรภัย 3 ใบ เปิดออกดูมีเงินสด 4 หมื่นบาท โฉนดที่ดิน 3 ใบ และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้กลุ่มสาวกจะรวบรวมเงินเข้าบัญชีของนางสาวอิสรีย์ โดยมีน้องการ์ตูนทำหน้าที่กดเงินสดออกมามอบให้เจ้าสำนัก และเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีกประมาณ 3 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101248</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระยาธรรมมิกราช, อรหันต์ลวงโลก, อิสรีย์ อินทร์ไชยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b6c111e709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อรหันต์ลวงโลกสุดแสบ แอบนำโฉนดบ้านจำนองนายทุน 5 ล้าน พี่น้องส่อไร้ที่ซุกหัวนอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนของน.ส.อิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม โดย น.ส.อิสรีย์ หรือแม่ชีอู๋แต่งกายนุ่งห่มจีวรเลียนแบบพระสงฆ์ แอบอ้างว่าเป็นพระยาธรรมมิกราช ร่วมกับสาวกที่เป็นแม่ชีประกอบด้วยนางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี หรือ แม่ชีทองพูน น.ส.ไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน น.ส.มะลิวัลย์ เขื่อนขันธ์ อายุ 28 ปี หรือแม่ชีกาเต้ และนางกิติยา ชัยสุนิกร อายุ 46 ปีผู้เป็นฆราวาส รวม 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกส่งเข้าเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม ซึ่ง น.ส.อิสรีย์ไม่มีญาติมาแสดงความจำนงขอยื่นประกันตัว มีเพียงทนายที่มาสอบถามรายละเอียดจากพนักงานสอบสวนเท่านั้น และแม่ชีการ์ตูน ศาลตีราคาประกันตัวอยู่ที่ 160,000 บาท แม่ชีทองพูน 140,000 บาท และแม่ชีกาเต้กับนางกิติยามีข้าราชการขอใช้ตำแหน่งประกันตัวคนทั้งสอง แต่ศาลพิจารณาเห็นว่าทั้งหมดเป็นขบวนการที่ทำกันเป็นขั้นเป็นตอน มีผู้เสียหายจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากประกันออกไปแล้วเกรงจะหลบหนีจึงเห็นควรยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 6 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งปลูกอยู่กลางชุมชนพลุกพล่านริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2033 (หนองญาติ-นาแก) เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น 5 คูหา เดิมเปิดเป็นร้านขายของชำและอาหารตามสั่ง จากคำบอกเล่าของชาวบ้านเผยว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายจำนงค์ &amp;nbsp;อินทร์ไชยา อดีตข้าราชการครูที่มีผู้คนนับหน้าถือตาเป็นอย่างมาก และเป็นพ่อของ น.ส.อิสรีย์เจ้าสำนักเถื่อนจอมต้มตุ๋น ซึ่งบริเวณหน้าบ้านยังหลงเหลือสภาพร้านค้าและอาหารตามสั่ง ประตูเหล็กหน้าบ้านปิดสนิท มีเพียงประตูไม้ที่มีคนเปิดออกมาสอบถาม เป็นหญิงทราบภายหลังว่าเป็นพี่สาวคนโตของน.ส.อิสรีย์ พอรู้ว่าผู้มาหาเป็นผู้สื่อข่าวก็ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการที่น้องสาวนำบ้านไปจำนองกับนายทุนจนเกิดเรื่องฟ้องร้องกันในศาล และคดีอยู่ระหว่างชั้นฎีกา ขณะนั้นเองมีหญิงสูงวัยทราบว่าเป็นนางสอง อินทร์ไชยา อายุ 85 ปีแม่ของนางสาวอิสรีย์เดินออกมา ก็ถูกลูกสาวจูงมือให้กลับเข้าไปในบ้านและปิดประตูหน้าบ้านทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากหลังนายจำนงค์เสียชีวิตลง น.ส.อิสรีย์ลูกสาวคนเล็กซึ่งในขณะนั้นยังสวมใส่ชุดปกติได้แอบไปขอให้นางสองมอบอำนาจในการเป็นผู้จัดการมรดก กระทั่งผู้เป็นแม่หลงเชื่อยินยอมมอบอำนาจให้ไปดำเนินการทางนิติกรรมต่างๆ ปรากฏว่าน.ส.อิสรีย์นำโฉนดที่บ้านหลังนี้ไปขายฝากกับนายทุนในวงเงิน 5 ล้านบาท โดยไม่มีญาติพี่น้องล่วงรู้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง นายทุนมาตามถึงบ้านว่า น.ส.อิสรีย์เอาที่บ้านไปจำนองขายฝาก แต่นายทุนยังเปิดโอกาสให้หาเงินต้นมาชำระ ซึ่งเวลาผ่านมากว่า 3 ปีก็ไม่มีใครหาเงินไปไถ่ถอนได้นายทุนจำเป็นต้องฟ้องศาล และปัจจุบันดำเนินการมาจนถึงศาลชั้นฎีกา ทั้งนี้ทางญาติพี่น้องยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องปล่อยให้บ้านที่เคยอยู่ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.อิสรีย์ ไม่สนใจใยดีว่าแม่จะต้องถูกขับไล่จากการกระทำของตน แม้จะมาตั้งสำนักอยู่ในพื้นที่ ต.หนองญาติก็ไม่เคยหาเยี่ยมหาผู่เป็นแม่แม้แต่ครั้งเดียวกระทั่งถูกจับกุมพร้อมสาวกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวไปที่ซอยพัฒนสุขชัย หมู่ 6 ต.หนองญาติ อยู่ด้านหลังโชว์รูมรถยนต์ พบกับชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นทราบว่านายจำนงค์ก่อนจะมารับราชการครูอดีตบวชเรียนขั้นมหา สึกออกมาก็แต่งงานอยู่กินกับนางสองมีลูกด้วยกัน 4 คน ซึ่งครอบครัวนี้ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ส่วนน.ส.อิสรีย์ก็เรียนจบในระดับปริญญาก่อนจะมาสวมชุดขาว เช่าบ้านหนึ่งหนึ่งที่อยู่ในซอยนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ประมาณ 2 ปีก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่บ้านดงโชค หมู่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวบ้านซอยพัฒนสุขชัย เผยว่า &amp;ldquo;การที่เขาเป็นเช่นนี้คงซึมซับด้านศาสนาจากพ่อแล้วมาปฏิบัติแต่เอาไปใช้ในทางที่ผิดจึงเกิดเรื่อง เสียดายมากเพราะครอบครัวนี้ชาวบ้านเคารพนับถือ และไม่คิดว่าจะต้องมาประสบชะตากรรมเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, อรหันต์ลวงโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608805247316c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่แจ้งความแม่ชีเก๊ เอาผิดฉ้อโกงยกแก๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฉภิกษุณีเก๊-อรหันต์ลวงโลก พร้อมสาวกตุ๋นยกหมู่บ้าน กว่า 200 ราย แห่เข้าแจ้งความกว่า 50 คน เผยเสียหายนับสิบล้านบาท อ้างเทวดาประทานโชคสะสมบุญผ้าป่าทองคำ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังดูฤกษ์ยามที่จะคืนให้ ตร.ชี้ไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่ ดำเนินคดีฐานฉ้อโกงเป็นรายบุคคล ต่างกรรมต่างวาระ สอบเส้นทางการเงิน เชื่อมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้ พร้อมเตรียมฝากขัง ผงะ! เจอชุดโปรดสัตว์ยามราตรีในห้องสาวกสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 เมษายน มีชาวบ้านจากหมู่บ้านโพนแดงน้อย หมู่ 8 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กว่า 50 คน เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน กรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี แอบอ้างเป็นพญาธรรมิกราช ผู้สำเร็จธรรมชั้นพิเศษ ร่วมกับสาวก ประกอบด้วย นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี และ น.ส.ไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ทำให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทนไม่เพียงพอในการสอบปากคำ ต้องขอความช่วยเหลือจาก สภ.เมืองนครพนมส่งพนักงานสอบสวนไปช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกชกร (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อาชีพเกษตรกร หนึ่งในชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ เล่าลำดับเหตุการณ์ว่า ช่วงต้นเดือนมีนาคม 64 มีคนในหมู่บ้านไปทำอาหารให้สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม แล้วมาเล่าว่ามีพระอรหันต์ผู้สำเร็จญาณชั้นสูงสุดต้องการจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ขอเพียงเชื่อมั่นในองค์ท่าน ทุกอย่างจะได้ตามประสงค์ สะสมบุญเป็นกองทุนผ้าป่าเงินสดกองละ 2,700 บาท หรือกองทุนผ้าป่าทองคำกองละ 3,500 บาท โดยให้คำมั่นสัญญาว่าไม่เกิน 110 วันจะได้ผลตอบแทนเป็นทองคำรูปพรรณกองละ 1 สลึง ส่วนผู้สะสมกองบุญเงินสดจะได้เงินสด 6,000 บาท ตนจึงลงทุนซื้อกองบุญทองคำจำนวน 5 กอง และก็เป็นจริง เพียงอาทิตย์เดียวก็ให้ไปรับทองคำ 5 สลึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกชกรเล่าต่อว่า เกิดความเชื่อศรัทธาว่าพระอรหันต์ลงมาโปรดสัตว์โลก จึงชักชวนญาติพี่น้องไปร่วมซื้อกองบุญกัน ส่วนตัวเองซื้อผ้าป่าทองคำไปกว่า 30 กอง ส่วนญาติๆ และเพื่อนบ้านก็ซื้อตามกำลังทรัพย์ เพราะถือว่าเป็นการลงทุนระยะสั้น ไม่ถึง 10 วันก็ได้กลับมาเป็นสองเท่า ประกอบสายบุญออกมาแพร่ข่าวว่าเทวดามีโปรโมชั่นพิเศษ มีกองทุนทองคำ 40 กอง ใครต้องการต้องรีบๆ เดี๋ยวจะหมด ก็มีคนแห่กันซื้อ เพียงไม่ถึงชั่วโมงกองทุนนั้นก็หมดเกลี้ยง จากนั้นสายบุญก็บอกให้รอถึงวันที่ 30 มี.ค. จะได้รับผลบุญที่ลงไปกันครบถ้วน เวลาล่วงเลยมาถึงเดือน เม.ย.ก็ไม่มีวี่แววเทวดาจะลงมาโปรด สอบถามไปก็อ้างเทวดากำลังดูฤกษ์ยามอยู่ วันที่ 27 เม.ย. ตนทนรอไม่ไหวจึงเดินทางไปที่สำนักปฏิบัติธรรม ยังไม่ทันทำอะไรก็มีตำรวจมาจับกุมแม่ชีทองพูนกับแม่ชีการ์ตูนไปดำเนินคดี เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก ตนจึงกลับมาที่บ้านชักชวนผู้ที่ลงทุนไปแจ้งความที่ สภ.ท่าอุเทน ซึ่งทั้งหมู่บ้านถูก น.ส.อิสรีย์หลอกลวงแล้วกว่า 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำอาง (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาวบ้านโพนแดงน้อยเช่นเดียวกัน เผยว่า เห็นคนในหมู่บ้านแห่ก็ซื้อกองทุนดังกล่าวเกือบทุกหลังคาเรือน กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโง่จึงลงทุนซื้อกองบุญผ้าป่าเงินสด 1 กองเท่านั้น คำตอบเหมือนกันคือให้รอวันที่ 30 มี.ค. เทวดาจะมอบของให้ รอจนจะสิ้นเดือน เม.ย. รู้ว่าถูกหลอกแน่และเห็นข่าวในสื่อต่างๆ จึงพากันมาแจ้งความ รวมเบ็ดเสร็จชาวบ้านหมู่เดียวถูกหลอกยกหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการดำเนินคดี พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า มอบหมายให้ทางฝ่ายสอบสวนและสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินของ น.ส.อิสรีย์ว่ามีการโอนถ่ายไปให้ใคร เพราะเชื่อว่าต้องมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้แน่นอน หากหลักฐานสาวไปถึงใครก็จับมาดำเนินคดีหมดทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า ได้ตั้งทีมพนักงานสอบสวนไว้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกหลอกซื้อกองทุนผ้าป่า ให้รีบมาแจ้งความเพื่อพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหา จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีผู้เสียหายเกือบ 200 รายที่ถูกหลอกกำลังทยอยเข้ามาแจ้งความกับตำรวจ ส่วนรูปแบบ จากการสอบถามชาวบ้านเป็นกลโกงไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่ ซึ่งถือเป็นความผิดฉ้อโกงประชาชน จะต้องมีการดำเนินคดีเป็นรายบุคคล ต่างกรรมต่างวาระ ส่วนความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ และโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี ในผู้เสียหาย 1 ราย หากมีหลายรายจะเพิ่มโทษตามความผิดที่เกิดขึ้น เพราะเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ร่วมกับว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อำเภอเมืองนครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมฝ่ายปกครอง นำหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ ค.181/2564 ลงวันที่ 27 เม.ย.2564 เข้าจับกุม น.ส.อิสรีย์ ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายรวมกว่า 400 ราย มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และได้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองนครพนม พร้อมถอดจีวรสีแดงที่ห่มกายออก ให้สวมชุดขาวอยู่ในห้องขัง เพื่อรอพนักงานสอบสวน สภ.กุตาไก้ มารับตัวไปสอบ โดยจะนำตัวไปเสนอศาลจังหวัดนครพนมขออนุมัติฝากขังวันที่ 28 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.อิสรีย์ ขณะถูกคุมตัวมาสอบสวนว่า รับรู้หรือไม่ว่ากระทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าตัวยังพูดจาวกวนไปมาคล้ายคนป่วยจิต และยืนยันว่าตนเป็นอริยบุคคล เทียบเท่าอริยสงฆ์ ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไม่รับรู้สิ่งใดในโลกนี้แล้ว ส่วนการจัดตั้งกองทุนผ้าป่าเป็นการทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนยากจน แต่จะมีเวลาคืนเงินให้ตามความเชื่อศรัทธา จะต้องมีฤกษ์ยามที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคืนให้ แต่คนที่มาร่วมทำบุญเกิดความโลภจึงเกิดปัญหา ซึ่งหากทุกคนรอตามเวลากำหนดจะได้รับเงินคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครพนม ให้ข้อมูลว่า น.ส.อิสรีย์ถือว่าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีตำแหน่งทางสงฆ์ เพราะไม่มีตามพระธรรมวินัยหรือระเบียบสงฆ์ เทียบเสมือนแม่ชีธรรมดาหรือเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมาย หากผิดกฎหมาย ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้เหมือนบุคคลทั่วไป ไม่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะปกครองฝ่ายสงฆ์ ส่วนพื้นที่ปฏิบัติธรรมไม่มีการขออนุญาตก่อตั้งตามกฎหมาย เป็นการจัดตั้งขึ้นเองในพื้นที่ส่วนบุคคล สามารถปฏิบัติธรรมได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นห้องแม่ชีที่ปลูกเรียงรายอยู่ในสำนักเถื่อนนั้น ได้พบวิกผมสีทองและชุดกระโปรงสั้น ตลอดจนเครื่องสำอางชุดประทินความงาม ลอตเตอรี่จำนวนหนึ่ง และกล่องบรรจุทองคำรูปพรรณ สอบถามแม่ชีปลายได้ความว่าเป็นของแม่ชีการ์ตูน มีไว้สำหรับสวมออกไปตอนออกนอกสำนัก ซึ่งสอดคล้องกับชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า พบเห็นรถยนต์ออกจากสำนักนี้ในตอนดึกและจะกลับมาก็ย่างเข้าเวลาวันใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุนทร ผูนา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ผู้ดูแลพื้นที่หมู่ 1 บ้านดงโชค ที่ตั้งสำนักเถื่อนแห่งนี้ เปิดเผยว่า ปี 2557 น.ส.อิสรีย์ได้มาซื้อที่ดินตรงนี้จำนวน 7 ไร่ พร้อมกับสร้างเป็นที่อยู่อาศัยมา 1 หลัง จากนั้นก็มาขอบ้านเลขที่กับตน เมื่อตรวจสอบก็เห็นเป็นบ้านพักทั่วไปจึงอนุญาตตามขั้นตอน ไม่นานก็เริ่มมีการสร้างพระพุทธรูปและสร้างบ้านเป็นหลังเพิ่มขึ้น ตนเห็นว่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจึงไม่เอะใจ กระทั่งมีข่าวก็รู้สึกตกใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า น.ส.อิสรีย์เป็นคนหมู่ 6 ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม หายออกจากบ้านไม่หลายปี กลับเข้ามาอีกทีก็มาเลาะหาซื้อที่ดิน ตอนนั้นยังไม่ได้โกนหัวเป็นแม่ชีด้วยซ้ำ เผลอแป๊บเดียวหลังซื้อที่ดินจำนวน 7 ไร่นี้แล้ว ก็กลายเป็นแม่ชีตั้งสำนักขึ้นมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุ๋นยกหมู่บ้าน, ผ้าป่าทองคำ, ภิกษุณีเก๊, มีผู้ร่วมขบวนการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรหันต์ลวงโลก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60896ed531c4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉอรหันต์ลวงโลกตุ๋นยกหมู่บ้านกว่า 200 คน อ้างเทวดาให้โชคสะสมบุญผ้าป่าทองคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีของน.ส.อิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือ แม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี แอบอ้างเป็นพระยาธรรมิกราช ผู้สำเร็จธรรมชั้นพิเศษ ร่วมกับสาวกประกอบด้วย นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี หรือ แม่ชีทองพูน และ น.ส.ไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์มีกายทิพย์ สามารถสื่อสารกับเหล่าเทวดาได้ โดยในช่วงสถานการณ์โรคโควิดระบาดเทวดาจะลงมาช่วยเหลือ ด้วยการสะสมบุญในรูปแบบผ้าป่าเงินสดและผ้าป่าทองคำ ทั้งนี้จะได้ค่าตอบแทนจากเทวดาเป็นเงินสดและทองคำ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่จัดตั้งเป็นกองบุญอะไร แรกทีเดียวเหยื่อยังไม่เชื่อมั่น อยากจะทดสอบจึงลงทุนคนละกองสองกอง ปรากฏว่าไม่ถึง 10 วันก็ได้รับเงินสดเพิ่มทวีคูณเป็นสองเท่า หรือได้รับทองรูปพรรณหนัก 1 สลึง ทำให้เหยื่อตายใจชักชวนเพื่อนๆและญาติมาซื้อกองทุนดังกล่าวคนละหลายสิบกอง รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท จากนั้นก็รอหวังเทวดาจะประทานสิ่งที่ต้องการให้เหมือนที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมาเดือนเศษไม่มีวี่แววอะไร สอบถามเจ้าสำนักก็อ้างว่าเทวดายังไม่ว่างและต้องมีฤกษ์ยามในการประทานสิ่งของ เหยื่อเชื่อว่าถูกหลอกแน่จึงรวมตัวกันไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้มีชาวบ้านจากหมู่บ้านโพนแดงน้อย หมู่ 8 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กว่า 50 คนเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน กรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนางอิสรีย์หัวหน้าแก๊ง และสาวกคือนางดรุณีกับน.ส.ไพลิน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ทำให้พนักงานสอบสวนของ สภ.ท่าอุเทน ไม่เพียงพอในการสอบปากคำ ต้องขอความช่วยเหลือจาก สภ.เมืองนครพนม ส่งพนักงานสอบสวนไปช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกชกร (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อาชีพเกษตรกร หนึ่งในชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ เล่าลำดับเหตุการณ์ว่าช่วงต้นเดือนมีนาคม 64 มีคนในหมู่บ้านไปทำอาหารให้สถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม แล้วมาเล่าว่ามีพระอรหันต์ผู้สำเร็จญาณชั้นสูงสุด ต้องการจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ขอเพียงเชื่อมั่นในองค์ท่านทุกอย่างจะได้ตามประสงค์ ตนสอบถามจะต้องทำอย่างไรก็ได้ตำตอบว่า สะสมบุญเป็นกองทุนผ้าป่าเงินสดกองละ 2,700 บาท หรือกองทุนผ้าป่าทองคำกองละ 3,500 บาท โดยให้คำมั่นสัญญาว่าไม่เกิน 110วันจะได้ผลตอบแทนเป็นทองคำรูปพรรณกองละ 1 สลึง ส่วนผู้สะสมกองบุญเงินสดจะได้เงินสด 6,000 บาท ตนจึงลงทุนซื้อกองบุญทองคำจำนวน 5 กอง และก็เป็นจริงเพียงอาทิตย์เดียวก็ให้ไปรับทองคำ 5 สลึงที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกชกร เล่าต่อว่าเกิดความเชื่อศรัทธาว่าพระอรหันต์ลงมาโปรดสัตว์โลก จึงชักชวนญาติพี่น้องไปร่วมซื้อกองบุญกัน ส่วนตัวเองซื้อผ้าป่าทองคำไปกว่า 30 กอง ส่วนญาติๆและเพื่อนบ้านก็ซื้อตามกำลังทรัพย์ เพราะถือว่าเป็นการลงทุนระยะสั้นไม่ถึง 10 วันก็ได้กลับมาเป็นสองเท่า ประกอบสายบุญออกมาแพร่ข่าวว่า เทวดามีโปรโมชั่นพิเศษ มีกองทุนทองคำ 40 กองใครต้องการต้องรีบๆเดี๋ยวจะหมด ก็มีคนแห่กันซื้อเพียงไม่ถึงชั่วโมงกองทุนนั้นก็หมดเกลี้ยง จากนั้นสายบุญก็บอกให้รอถึงวันที่ 30 มีนาคม 2564 จะได้รับผลบุญที่ลงไปกันครบถ้วน เวลาล่วงเลยมาถึงเดือนเมษายนก็ไม่มีวี่แววเทวดาจะลงมาโปรด สอบถามไปก็อ้างเทวดากำลังดูฤกษ์ยามอยู่ วันที่ 27 เมษายนฯ ตนทนรอไม่ไหวจึงเดินทางไปที่สำนักปฏิบัติธรรม ยังไม่ทันก็ทำอะไรก็มีตำรวจมาจับกุมแม่ชีทองพูนกับแม่ชีการ์ตูนไปดำเนินคดี เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ตนจึงกลับมาที่บ้านชักชวนผู้ที่ลงทุนไปแจ้งความที่ สภ.ท่าอุเทน ซึ่งนางกชกรเผยว่าทั้งหมู่บ้านถูกนางสาวอิสรีย์หลอกลวงแล้วกว่า 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสำอาง (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาวบ้านโพนแดงน้อยเช่นเดียวกัน ได้เผยว่าเห็นคนในหมู่บ้านแห่ก็ซื้อกองทุนดังกล่าวเกือบทุกหลังคาเรือน กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโง่จึงลงทุนซื้อกองบุญผ้าป่าเงินสด 1 กองเท่านั้น คำตอบเหมือนกันคือให้รอวันที่ 30 มีนาคม เทวดาจะมอบของให้ รอจนจะสิ้นเดือนเมษายนฯ รู้ว่าถูกหลอกแน่และเห็นข่าวในสื่อต่างๆจึงพากันมาแจ้งความดังกล่าว รวมเบ็ดเสร็จชาวบ้านหมู่เดียวถูกหลอกยกหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการดำเนินคดี พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่ามอบหมายให้ทางฝ่ายสอบสวนและสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของน.ส.อิสรีย์ว่ามีการโอนถ่ายไปให้ใคร เพราะเชื่อว่าต้องมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้แน่นอน หากหลักฐานสาวไปถึงใครก็จับมาดำเนินคดีหมดทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101056</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกงประชาชน, จังหวัดนครพนม, อรหันต์ลวงโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60890db5ba3b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
