<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งรูปหล่อพ่อคูณที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวขอนแก่นร่วมประกอบพิธีขอขมาและอัญเชิญรูปหล่อครูใหญ่ &amp;quot;หลวงพ่อคูณ&amp;quot; มาประดิษฐานไว้ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางประสานข้อมูลด้านต่างๆ ในงานพระราชทานเพลิงศพ ระหว่าง 21-30 ม.ค.ศกนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 15 มกราคมนี้ ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น ถนนศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23, นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น และนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นำหัวหน้าส่วนราชการ และคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ร่วมกันประกอบพิธีขอขมาและอัญเชิญรูปหล่อครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยคณะได้อัญเชิญรูปหล่อที่มีหน้าตัก 1.2 เมตร จากคณะแพทยศาสตร์ มข. มาประดิษฐานไว้ภายในบริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น เพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อคูณ พระผู้เผยแผ่หลักคำสอนของพุทธศาสนา จนมีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสศรัทธาอยู่ทั่วโลก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีเริ่มขึ้นโดยมีพระสงฆ์ 4 รูป นำสวดขอขมารูปหล่อหลวงพ่อคูณ ที่ได้เคลื่อนย้ายมาจากคณะแพทย์ มข. มาประดิษฐานไว้ภายในบริเวณศาลหลักเมือง ซึ่งทางเทศบาลนครขอนแก่นได้จัดทำปะรำพิธีดังกล่าวขึ้นเป็นโดมขนาดใหญ่ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกราบสักการะรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม ภายในศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. และที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามกำหนดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า รูปหล่อหลวงพ่อคูณที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายจากคณะแพทยศาสตร์ มข. มาประดิษฐานไว้ภายในบริเวณศาลหลักเมืองแห่งนี้ เป็นมติของทางจังหวัดเพื่อจะใช้บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นจุดศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวกให้ข้อมูลและรายละเอียดการจัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน ที่จะมาจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งจุดดังกล่าวจะให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องของการจัดตั้งโรงทาน การวางดอกไม้จันทน์ตามจุดที่ทางคณะกรรมการได้กำหนดจัดไว้ ระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค.2562 พร้อมทั้งเป็นการเปิดให้ประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศที่จะมาร่วมงานไว้อาลัยเป็นครั้งสุดได้ ได้กราบสักการะหลวงพ่อคูณในจุดนี้เป็นจุดเบื้องต้นด้วย โดยทางจังหวัดจะตั้งรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 ม.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธีระศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ทางเทศบาลครขอนแก่นเตรียมจัดทำชีวประวัติของหลวงพ่อคูณลงบนป้าย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศได้รู้จักชีวประวัติของหลวงพ่อคูณเพิ่มมากขึ้น ได้รู้จักคำสอนของหลวงพ่อคูณที่สร้างความเลื่อมใสศรัทธาจนมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมากทั่วโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3de55f85993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.เหยี่ยวข่าวช่อง7ตก &#039;นักบิน-ช่างภาพ&#039;ดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฮลิคอปเตอร์เช่าทีมข่าวช่อง 7 ตกกลางทุ่งนา อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ระหว่างบินมารับผู้สื่อข่าวที่สนามบินขอนแก่น นักบินพร้อมผู้ช่วยและช่างภาพอีก 2 เสียชีวิตรวม 4 ศพ เบื้องต้นคาดทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตกตลอดเวลา &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ส่ง จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณทุ่งนา ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงรายงานพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, &amp;nbsp;พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กกล.รว.จว.ขอนแก่น, แพทย์เวร รพ.ชนบท และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังแสง เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา พบเครื่องบินเล็กแบบเฮลิคอปเตอร์โดยสาร ยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355 NS สีขาว ตกอยู่กลางทุ่งนา สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ โดยมีไฟลุกไหม้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย และอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ 10 เมตร จำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงระดมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนที่เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับรายงานว่าออกจากสนามบินฝึกบิน จ.สระบุรี และขอผ่านเส้นทางขอนแก่นเท่านั้น ก่อนขาดการติดต่อในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมท่าอากาศยานจะส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพื้นที่ขอนแก่นเป็นเส้นทางการจราจรทางอากาศนั้นมีเมฆปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และฝนตกตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์ นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวนสืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร &amp;nbsp;วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน,นายสมเนา น้อยสกลุ ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายรณกิจ เพชรนิล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนเฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานของ บ.SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆ ของทางสถานี โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งทีมงานช่อง 7 เดินทางมาติดตามเหตุการณ์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มารอทีมงานที่สนามบินขอนแก่น เพื่อร่วมทำข่าวอิทธิพลของพายุฝนที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากในระยะนี้มีพายุเข้าในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยทีมข่าวนั้นให้มาสแตนด์บายเพื่อรายงานข่าวในพื้นที่ โดยขณะอยู่ที่สนามบินสระบุรียังคงคุยกันกับทีมงานอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำข่าวร่วมงานกับทีมเหยี่ยวข่าว 7 สี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำข่าวเรื่องของตัวเอง หรือพูดเรื่องของตัวเอง ผมเสียมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ทุกวันเราอยู่กันแบบครอบครัว&amp;quot; ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ การวัดระยะและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการหากล่องดำหรือเครื่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนสาเหตุในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ได้แล้ว โดยพบถูกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเครื่องนั้นทับอยู่ ทำให้ในขณะนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 4 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ รพ.ชนบท ส่วนการเก็บกู้ซากเครื่องบินนั้น ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฯ อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือด้านการสอบสวนที่จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการสอบสวนฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้แจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุไปยังสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐผู้ออกแบบและรัฐผู้ผลิตอากาศยานดังกล่าว และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ประยุทธ พุธพึ่ง, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี, เครื่องตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4ea50ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
