<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่เฉยไม่ได้แล้ว &#039;อลงกรณ์&#039; แจงกรณีส.ส.-อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ยกทีมดอดพบ &#039;พีระพันธุ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข่าว ส.ส.และอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลว่า การพบปะดังกล่าวไม่มีนัยยะทางการเมืองใดๆ ไม่เกี่ยวกับการย้ายพรรคหรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคตามที่มีรายงานข่าวในสื่อมวลชน แค่เป็นการพบกันระหว่างเพื่อนเก่า คนของพรรคที่ออกไปยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลังกรณ์ กล่าวว่าสำหรับประเด็นเรื่องการปรับปรุงพัฒนาพรรคนั้น พรรคประชาธิปัตย์กำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปพรรคอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการอัพเกรดพรรคสู่องค์กรดิจิทัลซึ่งเริ่มดำเนินการใน 6 โครงการ ได้แก่1. การจัดตั้งบิ๊กดาต้า(Big Data) 2.การวางระบบบริหารจัดการพรรคด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล 3.การวางระบบสื่อสารการประขุมทางไกลด้วยระบบZoom Cloud Meeting 4.การพัฒนาระบบสื่อสารสาธารณะทุกแพลตฟอร์ม 5.การจัดตั้งศูนย์สื่อสารดิจิทัลและ6.การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีไอที ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาระบบประชุมทางไกลด้วยZoom Cloud Meetingได้ติดตั้งระบบและทดสอบแล้วที่สำนักงานใหญ่พรรคเมื่อวันศุกร์(12มิ.ย)ที่ผ่านมาโดยมีท่านประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค ท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรร่วมในการทดสอบระบบด้วยและพร้อมใช้ระบบนี้ในภารกิจการประชุม การจัดฝึกอบรมและสัมมนาได้พร้อมกัน10กิจกรรมในคราวเดียวกันโดยแต่ละกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมได้ตั้งแต่100ถึง300คนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาอุปสรรคการดำเนินกิจกรรมของพรรคในยุคโควิด19ที่มีปัญหาในการประชุมกลุ่มและการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่าในส่วนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลบิ๊กดาต้าและระบบการบริหารจัดการพรรคด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งจะมีระบบซอล์ฟแวและแอพพลิเคชัน ระบบเอไอ(AI) บล็อคเชน((Blockchain)และคราวด์คอมพิวติ้ง(Cloud Commuting)เริ่มวางระบบแล้วและจะเขื่อมโยงไปยังสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด สำนักงานส.ส.และศูนย์บลูเฮ้าส์ทุกเขตเลือกตั้งเป้าหมายแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดตั้งศูนย์สื่อสารดิจิทัลและศูนย์เทคโนโลยีไอทีได้เตรียมความพร้อมไประดับหนึ่งแล้วรอการเสนอให้คณะกรรมการบริหารให้ความเห็นชอบการพัฒนาโครงสร้างระบบงานสำนักใหญ่ของพรรค ประการสำคัญคือมียุวประชาธิปัตย์รุ่นใหม่ประมาณ30คนจะมาเสริมงานพรรคงานรัฐมนตรีและงานสภาซึ่งได้ประชุมแบ่งงานและหน้าที่ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาปฏิรูปพรรคภายใต้แนวทาง&amp;rdquo;อุดมการณ์-ทันสมัย&amp;rdquo;ของท่านหัวหน้าพรรค&amp;rdquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo;และเลขาธิการพรรค&amp;rdquo;เฉลิมชัย ศรีอ่อน&amp;rdquo;เพื่อสร้างความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน ซึ่งหลังจากมีการคลายล็อคโควิดเพิ่มขึ้น เร็วๆจะมีกิจกรรมใหม่เพื่อประชาชนโดยการขับเคลื่อนของคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการฟังชั่น15คณะและคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคทั้ง5ภาคออกมาทุกสัปดาห์&amp;rdquo; นายอลงกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e393c8b92de0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัดกันแบบนิ่มๆ! &#039;พี่อลงกรณ์&#039;ตอบจม.&#039;น้องธนกร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 63 - นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถึงน้องธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณที่น้องธนกรชี้แจงและอ้างถึงหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งพี่ได้อ่านความอย่างละเอียดรอบคอบและปรากฎข้อความระบุชัดเจนเรื่องหน้าที่ของกระทรวงการคลังตั้งแต่บรรทัดแรกดังปรากฎความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลัง &amp;quot;ได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ กับฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรคงชัดเจนแล้วนะครับว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่อะไรเพราะในหนังสือของกระทรวงการคลังก็เขียนไว้ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรและฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูลคือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขออธิบายขั้นตอนดำเนินการอีกครั้งเพื่อจะไม่สับสนในหน้าที่ความรับผิดชอบอีก กล่าวคือ เมื่อกระทรวงเกษตรขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามหลักเกณฑ์แล้วก็ส่งให้กระทรวงการคลังเพื่อให้ คัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชน(โครงการเราไม่ทิ้งกัน) และตรวจสอบกับผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม เมื่อกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองแล้วก็ส่งกลับมาให้กระทรวงเกษตรฯ ส่งให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี 28 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือขั้นตอนและหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นเช่นนี้ครับ ขอยกตัวอย่างจริงๆ ที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษครฯส่งข้อมูลทะเบียนไปครั้งแรก 8.3 ล้านรายให้กระทรวงการคลังคัดกรองตรวจความซ้ำซ้อน ทางกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองส่งกลับมาที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเหลือ 6.7 ล้านราย ในทางปฏิรูปเห็นชัดเจนว่ากระทรวงการคลังคัดกรองออกไปส่วนหนึ่ง และกระทรวงเกษตรฯส่งให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ 15 พ.ค. เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรได้โปรดเข้าใจว่า การที่พี่ทักท้วงเป็นการส่วนตัวและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต้องชี้แจงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเกิดความสับสนจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของท่านรองนายก ท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านเลขาธิการ สศค. และท่านเลขานุการรัฐมนตรีเป็นรายล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่คิดว่าการทำงานเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมเป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องการแก้ตัวหรือปัดปัญหาให้พ้นตัวเหมือนโยนกลอง และต้องสร้างความชัดเจนไม่ใช่สร้างความสับสน เรื่องกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามมติคณะรัฐมนตรีคงเข้าใจกันแล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพี่คิดว่าประเด็นปัญหาเรื่องนี้ในสาระสำคัญคือ กรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์โครงการเยียวยาเกษตรกร 3 กลุ่ม และหนึ่งในนั้นคือข้าราชการบำนาญ จึงมีประเด็นว่าข้าราชการประจำที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ได้อยู่ในกลุ่มไม่มีสิทธิ์และมีเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือประเด็นที่เป็นปัญหาและต้องแก้ไข ไม่ใช่เริ่องที่จะโยนไปมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯโดยท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงไปหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ที่มีท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ความเบื้องต้นเห็นพ้องกันว่าคงไม่เหมาะสมที่ข้าราชการประจำที่ทำอาชีพเกษตร แม้จะขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ไม่ควรได้รับเงินเยียวยา เพราะยังมีรายได้ประจำจากเงินเดือนข้าราชการ คาดว่าจะมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้
กระทรวงเกษตรในฐานะผู้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง การร่วมมือกันบนความเข้าใจที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งประโยชน์ของเกษตรกรทั้งมวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรให้เกียรติกันและกันตามมารยาททางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาก็ร่วมมือกันแก้ไข แบบร่วมด้วยช่วยกัน เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล.ในหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ยังมีความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาข้าราชการประจำครับ แต่ขอเล่าให้ฟังเป็นการส่วนตัว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวขอกาแฟที่กระทรวงการคลังแก้วเดียวพอครับหรือจะโทรมาก็ได้ทั้งนั้นครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, คลัง, ธนกร วัวยุญคงชนะ, อลงกรณ์ พลบุตร, เยียวยาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca5214a88cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่อยาวเป็นกิโล สูบน้ำโขงมาใช้ เกษตรสั่งหาจุด บินทำฝนหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ อีสานน้ำเหือด หลายจังหวัดเดือดร้อน เกษตรกรก้มหน้ารับชะตา เพราะน้ำกินน้ำใช้ก็ยังขาดแคลน น้ำดิบผลิตประปาแทบไม่เหลือ กระทรวงเกษตรฯ สั่งหน่วยบินทำฝนหลวงทุกจุดที่สามารถทำได้ ปภ.ประกาศเขตพิบัติเพิ่มเป็น 16 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำโสกขุมปูน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าขุก ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาด 164 ไร่ อยู่ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าปล้อง ม.6 ต.ภูเวียง อ.ภูเวียง และยังเป็นที่ตั้งของโรงสูบน้ำเพื่อนำไปผลิตน้ำประปาส่งให้ชาวบ้านใน อ.ภูเวียง พบสภาพหนองน้ำแห้งขอด บางจุดเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ พอให้ชาวบ้านได้ใช้รดผักที่ปลูกไว้กินเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดขอนแก่นได้สร้างผลกระทบมากขึ้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ให้ประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จากความจุเก็บกัก 2,431.30 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำเพียง 481.16 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.79% ของความจุอ่าง น้ำใช้การได้จริง -100.51 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ -5.43% ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้จริง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ หนองมะค่า หมู่ 4 บ้านหัววัว ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสระน้ำกลางหมู่บ้านขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปา มีสภาพแห้งแล้ง มองเห็นผืนดินแตกระแหง และวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด จนวัว ควาย สามารถเดินลงไปหากินหญ้าได้ ทำให้ไม่มีน้ำมาใช้ในการผลิตประปาแจกจ่ายทั้ง 4 หมู่บ้าน กว่า 900 ครัวเรือน ชาวบ้านกว่า 5,000 คน ได้รับความเดือดร้อนหนักจากปัญหาภัยแล้งมาคุกคามในรอบ 20 ปี จากผลกระทบดังกล่าว ชาวบ้านต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจากรถเร่ และน้ำถังจากร้านค้า เสียค่าใช้จ่ายสัปดาห์ละ 250-300 บาท เพื่อนำไปอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนมานานกว่า 1 เดือนแล้ว จึงรวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครสวรรค์ สถานการณ์น้ำบึงบอระเพ็ด ภายในส่วนหน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด ที่มีประตูทางเชื่อมเพื่อรับน้ำจากแม่น้ำน่านไหล พบว่ามีน้ำไหลเข้าน้อย ประกอบกับเกษตรกรโดยรอบบึงสูบน้ำไปใช้ทางการเกษตร ทำให้บึงบอระเพ็ดน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดสันดอนทรายหลายแห่ง ปริมาณน้ำภายในลดลงเหลืออยู่ที่ 73.60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 40.89 หากมีพื้นที่น้ำต่ำกว่านี้จะเริ่มกระทบกับระบบนิเวศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม แม่น้ำโขงแห้งขอด มีระดับฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร ต่ำสุดในรอบ 50 ปี ส่งผลให้ลำน้ำสาขา ได้แก่ ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ มีปริมาณน้ำน้อย ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร ขณะที่มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ได้รับงบประมาณจากจังหวัดเร่งสำรวจดำเนินโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลให้ชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนแล้วกว่า 100 จุด โดยในปีงบประมาณ 2563 จะดำเนินการต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองคาย ประสบปัญหาแม่น้ำโขงระดับน้ำต่ำสุดในรอบหลายสิบปีเช่นกัน ที่ริมตลิ่งเขต ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย มีเกษตรกรลงทุนปลูกพืชหลายชนิด เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ กำลังเดือดร้อน ต้องต่อท่อลงไปเพื่อดูดน้ำมาใช้ไกลขึ้น บางรายต่อท่อไกลกว่า 1 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ส่งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ 2 ชุด พร้อมบินทำฝนทั่วประเทศ หากพบบริเวณใดมีสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้บินขึ้นปฏิบัติการทันที เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่าไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสระบุรี โดยก่อนหน้านี้เนื่องจากจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อควบคุมค่าความเค็มของน้ำที่สถานีสำแล จังหวัดปทุมธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้ ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำและการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ ซึ่งจะแก้ไขด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำมโนรมย์ สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เสริมเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก วันละ 1.30 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมกับน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สภาพแม่น้ำยมที่ไหลจาก จ.สุโขทัย-พิษณุโลก-พิจิตร ขณะนี้แห้งขอดเป็นช่วงๆ ล่าสุดที่หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จุดที่เคยนำบิ๊กแบ็กกั้นกลางลำน้ำยมเพื่อกักเก็บไว้ใช้ฤดูแล้ง วันนี้น้ำเหือดแห้งกลายเป็นหาดทรายยาวกว่า 1 กิโลเมตรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอของพิจิตรส่อเค้าว่าจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ห้วยหนองคลองบึงที่อยู่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์แถบ อ.สากเหล็ก วังทรายพูน ทับคล้อ และดงเจริญ รวมทั้งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม 4 อำเภอ คือ สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล ระดับน้ำลดลงจนแห้งขอดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา จึงได้กำชับทุกหน่วยหาทางช่วยชาวบ้านทุกวิถีทางให้มีน้ำกินน้ำใช้ ส่วนน้ำเพื่อทำการเกษตรนั้น ถ้าใครจะทำนาปรังต้องมีบ่อน้ำ มีบ่อบาดาลอยู่ในไร่นาของตนเอง อีกทั้งผู้ที่เคยใช้แพสูบน้ำจากพลังงานไฟฟ้าสูบน้ำจากแม่น้ำน่านไปทำนาปรัง ก็ขอร้องว่าปีนี้ต้องงดสูบน้ำเพื่อเก็บน้ำในแม่น้ำน่านไว้ เพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 16 จังหวัด รวม 80 อำเภอ 464 ตำบล 4,117 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทราอุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54202</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑล สุดประเสริฐ, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17293a7e5a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหนGSPสับรัฐบาล ฝ่ายค้านจี้เจรจา&#039;สหรัฐ&#039; &#039;พณ.&#039;ยันกระทบจิ๊บจ๊อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาณิชย์แจงสหรัฐตัด GSP กระทบส่งออกไม่มาก ชี้เพิ่มภาระภาษี 1.5-1.8 พันล้านบาท เตรียมอุทธรณ์ให้ทบทวนใหม่ ยันไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษ &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ถกด่วนผู้บริหารกระทรวงแรงงาน โต้ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงานยึดหลักสากล ฝ่ายค้านบี้รัฐบาลเร่งเจรจาต่อรองให้ได้สิทธิคืน พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทางการค้า หรือจีเอสพี ที่ให้กับไทยบางรายการในอีก 6 เดือนข้างหน้าว่า ปัจจุบันนี้สหรัฐให้สิทธิจีเอสพีที่ส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐ รวมทั้งหมดมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์เต็มตามจำนวนที่ให้โดยใช้สิทธิ์แค่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ส่งออกไปในทุกวันนี้ จึงหมายความว่าต่อไปนี้สินค้าของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ จำนวนยอดขายรวมกัน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น จะต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐ จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยภาษีที่่ไทยต้องเสียประมาณร้อยละ 4-5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวโดยสรุปก็คือการตัดสิทธิ์จีเอสพีทำให้สินค้าไทยที่ส่งออกไปขายยังสหรัฐอเมริกา มีภาระที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 1,500-1,800 ล้านบาทต่อปี ส่วนประเด็นที่เป็นที่มาของสหรัฐอ้างว่าใช้เป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิ์ ทำให้เราต้องเสียภาษีคือเรื่องแรงงาน สหรัฐต้องการให้ไทยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวที่มาทำงานอยู่ในประเทศไทยสามารถตั้งสหพันธ์แรงงานได้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ส่วนประเด็นอื่นนั้น ขอให้ทางกระทรวงแรงงานเป็นผู้ให้ข้อเท็จจริง&amp;quot; นายจุรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงพิจารณาประจำปีของสหรัฐ แต่ไทยสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้ทบทวนใหม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมา อย่างเช่นปีที่แล้ว ทบทวนรายการสินค้าคืนมาให้ 7 รายการ และปีนี้จะยื่นขอทบทวนอีก หากสหรัฐไม่ทบทวนถือว่าเป็นอำนาจของเขาเช่นกัน ต่อไปนี้ไทยจะต้องจ่ายภาษีตามเงื่อนไขที่เขากำหนด ทำให้เรามีภาระทางภาษีเพิ่มขึ้น 1,500-1,800 ล้านบาท ส่วนคำถามเรื่องการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตรนั้น เท่าที่ติดตามไม่ได้เป็นเงื่อนไขของครั้งนี้ สิ่งที่ทราบเป็นทางการคือ เกี่ยวกับประเด็นแรงงาน สรุปว่าสิ่งที่สหรัฐอ้างในการตัดสิทธิ์ไม่เกี่ยวกับ 3 สารแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบคิดเป็นประมาณร้อยละ 0.01 ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ 25 ต.ค.62 สหรัฐประกาศตัดสิทธิ์จีเอสพีประเทศไทย (Country Review) 573 รายการ (ร้อยละ 40 จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิจีเอสพี เพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ยร้อยละ 66.7 อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสเตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา ซึ่งการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 4.5 (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐ ปี 61)
กระทบส่งออกไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนค.ประเมินว่าการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยอย่างจำกัด อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจทำให้มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ สำหรับสินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิ์ในปี 63 (เมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้) ลดลงมูลค่า 28.8-32.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย&amp;quot; นางสาวพิมพ์ชนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่ม รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐต่อไปได้ แต่การถูกตัดจีเอสพีทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น การรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (มีการพึ่งพาสิทธิจีเอสพี มากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่นๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ์ไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย เนื่องจากทางการไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการดำเนินงาน ทำให้ประเทศไทยอยู่ในระดับความสำเร็จมากของสถานการณ์การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ในปี 2560 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้ปรับสถานการณ์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยจาก Tier 2 Watch List มาเป็นระดับ Tier 2 และสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองไอยูยู ในส่วนของการรับรองอนุสัญญาฯ ต่อองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) กระทรวงแรงงานได้ให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมปี ค.ศ.2014 ส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากแรงงานบังคับ และกำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการยื่นจดทะเบียนให้สัตยาบันอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานภาคประมง ค.ศ.2007 ต่อไอแอลโอ เพื่อคุ้มครองแรงงานประมงให้ได้รับสิทธิด้านสุขภาพ ประกันสังคม และความปลอดภัยในการทำงาน โดยจะมีผลบังคับใช่ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันยังได้พิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับการรวมตัวตั้งเป็นสหภาพแรงงานและเจรจาต่อรอง ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงกฎหมายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและกฤษฎีกา รวมทั้งรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับไอแอลโอ เพื่อให้การดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามหลักมาตรฐานสากลต่อไป
ปมแรงงานแค่ข้ออ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ 3 สาเหตุกรณีสหรัฐตัดจีเอสพีไทยบางรายการมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้าน มีผลอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยอ้างเรื่องปัญหาแรงงานนั้น น่าจะเป็นข้ออ้างหาเหตุมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐพอใจการแก้ไขปัญหาแรงงานจนยกฐานะไทยจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ส่วนปัญหาประมงได้มอบธงเขียวให้ไทยและยกเป็นตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการต่อต้านประมงผิดกฎหมายไอยูยู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เท่าที่เคยเจรจากับผู้แทนการค้าของสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) สมัยรัฐบาลโอบามา พอประเมินได้ว่าสาเหตุหลักน่าจะเหลือแค่ 3 กรณี 1.สหรัฐตัดจีเอสพี เพราะรายการสินค้ากลุ่มที่ถูกยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีมียอดส่งออกไปสหรัฐเกินพิกัดกติกาจีเอสพี แบบนี้เรียกว่าตัดจีเอสพีตามเนื้อผ้า ยังเจรจาขอผ่อนปรนออกไปก่อนหรือลดรายการที่ตัดสิทธิพิเศษบางรายการโดยอาศัยความเป็นมิตรพิเศษตามสนธิสัญญาเอมิตีและการค้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สหรัฐค้าขายสู้ไม่ได้ เสียเปรียบดุลการค้าไทยหลายแสนล้าน เลยใช้มาตรการยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีกับกลุ่มสินค้าไทยที่ได้สิทธิประโยชน์จีเอสพี เช่นเดียวกับการที่สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนและสหภาพยุโรป หากเป็นเหตุผลนี้ ก็ยังมีโอกาสเจรจาต่อรองอีก 6 เดือน 3.สหรัฐต้องการใช้การตัดสิทธิพิเศษจีเอสพีเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบหมูไปไก่มา เช่น การขอให้ไทยเปิดให้นำเข้าเนื้อหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐ หรือขอให้ไทยทบทวนการแบนสารพิษไกลโฟเซตที่ทั้งทางการสหรัฐและหอการค้าสหรัฐไม่เห็นด้วย เพราะกระทบผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นว่าถ้าเป็นเหตุผลหลังสุด คงยากที่ทางการไทยจะยอมอ่อนข้อ เพราะเป็นเรื่องสุขภาพของคนไทย ด้วยสาเหตุดังกล่าว ทางการสหรัฐควรทบทวนตัวเองมากกว่าเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวน และหากยังคิดจะเป็นมิตรที่ดีกับคนไทยและประเทศไทย อย่าใช้มาตรการจีเอสพีกดดันแบบนี้เป็นอันขาด&amp;quot; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับทราบข้อมูลมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อครั้งที่ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐมาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือ ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ได้มีหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องนี้เอง นอกจากนี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ไทยห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรของสหรัฐอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเช่นกัน ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะมีการแถลงข่าวรายละเอียดเรื่องนี้ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลไทยมีนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดในภาคเกษตรของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีนี้จะสร้างความน่ากังวลหรือส่งผลกระทบกับประเทศไทยหรือไม่ เพราะขณะนี้การประชุมสุดยอดอาเซียนกำลังจะเกิดขึ้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ไม่มี เพราะกรอบการเจรจาด้านการค้ากับสหรัฐเป็นเรื่องที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันมาก่อนแล้ว
บี้รบ.เร่งเจรจาสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตัดจีเอสพีถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้การส่งออกมีปัญหาอยู่แล้ว จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่ในสงครามการค้าไทยเรายังมีโอกาส จากที่สหรัฐไม่ซื้อสินค้าหลายอย่างจากจีน เราก็อาจเข้าเป็นตัวแทนได้ แต่เมื่อถูกตัดจีเอสพีและสินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นธุรกิจกลุ่มเอสเอ็มอี ยกเว้นธุรกิจรายใหญ่อย่างชิ้นส่วนยานยนต์ จึงกระทบคนส่วนใหญ่ และยังกระทบไปสู่การเลิกจ้างแรงงาน ดังนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งเจรจาและหาสาเหตุในการถูกตัดจีเอสพี และแก้ให้ถูกจุด ว่าจะสามารถเจรจากับสหรัฐได้อย่างไรในฐานะคู่ค้า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นลูกไล่ของประเทศใด เรามีศักดิ์ศรีที่ทัดเทียมกับทุกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเขาใช้เหตุผลที่เป็นธรรมอะไรมาตัดจีเอสพี และเราจะยกเรื่องอะไรมาต่อสู้ เพื่อยกอำนาจการต่อรองกับเขา โดยที่สหรัฐเองก็ต้องพึ่งพาเราหลายเรื่อง ดังนั้นการตัดจีเอสพีโดยที่เหตุผลไม่พอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดจีเอสพีครั้งนี้มีมูลค่าถึง 40,000 ล้านบาท จะต้องกระทบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ 4 เครื่องยนต์แรกของเรา คือการส่งออก ก็สลบอยู่แล้ว ค่าเงินบาทที่แข็งก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ชะลอตัวลงมาก ขณะที่การลงทุนใหม่ไม่มีเลย ขณะที่โรงงานกำลังปิดตัวลงเพราะกำลังซื้อไม่พอ เพราะการส่งออกน้อยลง แล้วยังต้องมาได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อีก อาจทำให้คนตกงานเยอะ ปีหน้าคาดว่าคนจะตกงานถึง 500,000 คน&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาพูดถึงความสำเร็จของการแก้ปัญหาแรงงานและได้รับการยอมรับจากสหรัฐ แต่สวนทางกับเหตุผลที่ใช้ตัดสิทธิ์ไทยในครั้งนี้นั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาประมงของรัฐบาล คือการทำลายระบบภาคประมงทั้งหมด ทำให้คนเป็นแสนเป็นล้านต้องตายสนิท เพื่อแลกกับเรื่องของแรงงาน ท้ายที่สุดเมื่อรัฐบาลบอกว่าสำเร็จ แต่เป็นสาเหตุของการถูกตัดสิทธิ์ ก็ต้องมาดูว่าเป็นข้อบกพร่องในส่วนใดที่รัฐบาลต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า การถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี จะทำให้การลงทุนในสินค้าหมวดหมู่ดังกล่าวลดลง หรือจะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากไทย เพื่อไปลงทุนในประเทศที่ยังคงได้รับสิทธิจีเอสพีอยู่ ซึ่งจะทำให้การลงทุนของไทยที่ลดต่ำอยู่แล้วลดต่ำลงไปอีก แถมอาจจะมีการโยกย้ายฐานการผลิตและการส่งออกซ้ำเติมด้วย ผลของการที่ไทยถูกสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีเหมือนกับผลของการที่ไทยไม่สามารถเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงที่มีรัฐบาลจากการปฏิวัติได้ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหา และเร่งเจรจากับสหรัฐเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การถูกระงับสิทธิจีเอสพียังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพและไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติเหมือนที่เคยอวดอ้าง แต่ผลงานเดียวที่รัฐบาลสามารถเจรจาสำเร็จคือการสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐ ทั้งนี้ การส่งออกของไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาติดลบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกภายใต้สิทธิจีเอสพีสูงเป็นอันดับ 1 การถูกระงับสิทธิจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง เพราะสินค้าไทยหลายรายการอาจถูกประเทศที่ยังได้รับสิทธินี้ใช้ความได้เปรียบในแง่ของราคาเข้ามาแย่งตลาด หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้จะกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว ดังนั้นขอให้เร่งออกมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบที่สามารถดำเนินการได้จริง&amp;nbsp;
แนะเตรียมเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดหมาย และควรเป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเฝ้าระวัง และเตรียมมาตรการรับมือเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะประเทศไทยเป็น 1 ใน 21 ประเทศ ที่ถูกสหรัฐอเมริกาตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากมีมูลค่าการค้ากับสหรัฐอเมริกาสูงกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึงร้อยละ 7 ของจีดีพี &amp;nbsp;ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สหรัฐอเมริกากำหนดไว้มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ควรต้องตอบคำถามกับประชาชน คือ 1.ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ ว่าประเทศไทยอาจจะถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ์จีเอสพี และประเมินผลกระทบไว้มากน้อยเพียงไร 2.ได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่อแก้ปัญหา หรือบรรเทาผลกระทบจากการถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ อย่างไร 3.ในระยะเวลา 6 เดือนนับจากนี้ ก่อนถึงวันที่ 25 เม.ย.63 ที่การถูกตัดสิทธิ์จีพีเอสจะมีผลบังคับใช้ มีแผนที่จะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ รัฐบาลควรจะต้องประเมินว่าการถูกตัดสิทธิ์ในกรณีนี้ จะส่งผลให้เกิดการหดตัวของภาคการส่งออกมากน้อยเพียงไร และการหดตัวของการส่งออกนั้นจะส่งผลต่อแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานผู้มีรายได้น้อยมากแค่ไหน ผลของการตัดสิทธิ์จีเอสพีในกรณีนี้ จะซ้ำเติมการแรงงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขนาดไหน และรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเยียวยาอะไรไว้รองรับแล้วบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลยังมีเวลาอีกตั้ง 6 เดือน ในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิแรงงานประมงให้มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะทำให้สหรัฐอเมริกายกเลิกคำสั่งการตัดสิทธิ์ได้ ซึ่งรัฐบาลควรจะรายงานความคืบหน้าถึงการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ&amp;quot; นายวิโรจน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สถานการณ์ในวันนี้คล้ายก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ประเทศจีนก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เราจะต้องวางแผนรับมืออย่างหนัก จากการเข้ามาแทรกแซงสินค้าเกษตร ทำลายตลาด ทำลายระบบ ที่เราจะได้ผลประโยชน์แค่ช่วงแรก แต่จะส่งผลอย่างมากในระยะยาว กับสินค้าเกษตรไทย เราอย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าประเทศมหาอำนาจจะจริงใจกับเรา การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตัดจีเอสพีไทย มิใช่เรื่องปัญหาสิทธิแรงงาน แต่เป็นเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ เรื่องจีเอสพีเป็นแค่การเริ่มต้นเปิดประตูให้เศรษฐกิจไทยล้มระเนระนาด เพื่อที่เขาจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดจากไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องประกาศนโยบายแข็งกร้าว แข็งขืน แสดงให้เห็นว่า อย่าทำแบบนี้กับประเทศไทย ระยะเวลา 6 เดือนต่อจากนี้ เราต้องตั้งหลัก ปรับตัว เปลี่ยนทิศทาง ผมเชื่อว่าหากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 เราปรับสถานการณ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง รับมือเรื่องนี้ได้ เราจะรอด และสามารถยืนได้อย่างแข็งแรง สภาพการณ์เช่นนี้ ถ้ารัฐบาลยังพอมีปัญญาเหลืออยู่ ก็ควรปรับตัว แต่ถ้าไม่มีปัญญา ก็ควรออกไปได้แล้ว ให้คนมีปัญญาได้เข้ามาทำงาน&amp;quot; ประธาน นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48974</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, จิราพร สินธุไพร, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บุษฎี สันติพิทักษ์, พิชัย นริพทะพันธุ์, พิมพ์ชนก วอนขอพร, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db59a4b87037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยกธงขาว!แพ้ยับเยินเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;เมื่อเวลา19.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งเขต5 จ.นครปฐม ให้สัมภาษณ์ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง และนับคะแนนรายหน่วย ไปได้ครึ่งทางว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะในการเลือกตั้งซ่อมเขต5นครปฐม และขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ลงคะแนนให้กับนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้วันนี้เราจะยังไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่เราจะมุ่งมั่นทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสามพราน ตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ &amp;nbsp;นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังพร้อมที่จะทำงานให้ประชาชนคนไทยทั้งชาติต่อไป ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;quot;นายอลงกรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, สุรชัย อนุตธโต, อลงกรณ์ พลบุตร, เผดิมชัย สะสมทรัพย์, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5นครปฐม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d5926c07e35c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจได้คะแนนเพิ่ม&#039;ปชป.&#039;จัดทัพใหญ่ปราศรัยโค้งสุดท้ายเลือกซ่อมสส.นครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในช่วง3วันโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต5 นครปฐม พรรคฯใช้กลยุทธ์ดาวกระจาย13สาย13ตำบล ขอโอกาสคนสามพรานเลือกนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เบอร์ 3 วันที่ 23 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 ต.ค. พรรคจะจัดปราศรัยใหญ่ที่ตลาดศาลพ่อแก่สะแกทอย &amp;nbsp;ตำบลหอมเกร็ด &amp;nbsp;โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เน้นนโยบายแก้ไขปัญหาพัฒนาสามพรานยั่งยืนภายใต้ ปชป.ยุคใหม่ ทำได้ไว ทำได้จริง เช่น ปัญหาจราจร &amp;nbsp;ปัญหาหมู่บ้านจัดสรรและชุมชน ปัญหาสิ่งแวดล้อมคลองเน่าเสีย ปัญหาธุรกิจการค้าปัญหายาเสพติด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ไม่กล้าฟันธงว่าจะชนะเลือกตั้งหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้บริหารและสมาชิกพรรคจากทุกภาคช่วยกันลงพื้นที่เดินเคาะประตูบ้าน เดินตลาด ปราศรัยย่อยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเสนอนโยบายแก้ปัญหาพัฒนาสามพรานยั่งยืน ซึ่งเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ที่จะมีส.ส.เขตมาดูแล และนายสุรชัย เป็นคนที่เหมาะสมในการทำหน้าที่ส.ส.เขต เนื่องจากเป็นคนสามพรานโดยกำเนิด อีกทั้งเป็นอดีตสจ.มีผลงานและรู้ปัญหาในพื้นที่ มีความมุ่งมั่นในการทำงานรับใช้ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, สุรชัย อนุตธโต, อลงกรณ์ พลบุตร, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5นครปฐม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d5926c07e35c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝันโดมิโนล้มรัฐบาล ฝ่ายค้านจุดพลุซ่อมนครปฐม ปชป.มึนพรรคร่วมชงชื่อแข่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.นครปฐมจัดเตรียมสถานที่รับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ที่ว่าการ อ.สามพราน 30 ก.ย.-4 ต.ค.นี้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;nbsp;ลุยพื้นที่วันเดียว 6 จุด ฟุ้งฝ่าย ปชต.ชนะเลือกตั้งซ่อมที่แรกนครปฐมจะเกิดโดมิโนเปลี่ยนขั้วรัฐบาล โฆษกเพื่อไทยโว พปชร.พ่ายเลือกซ่อมมีผลถึงเปลี่ยนดุลการเมืองในสภาและเปลี่ยนตัวนายกฯ จี้ กกต.จัดเลือกตั้งสุจริต แกนนำ ปชป.ยันส่ง &amp;quot;สุรชัย&amp;quot; ลงชิงเก้าอี้ เผยคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งผู้สมัครพรรคเดียว แต่ &amp;quot; เผดิมชัย&amp;quot; ไม่ยอม ลั่นโดยมารยาทควรให้พรรคอันดับสองส่ง ขณะที่ &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; โยนให้ ปชป.คุยกับเผดิมชัยเอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนครปฐม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดรับสมัครการเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่างว่า สำนักงาน กกต.นครปฐม ร่วมกับคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จัดเตรียมสถานที่รับสมัครที่อาคารหอประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอสามพราน &amp;nbsp;อ.สามพราน จ.นครปฐม และได้ซักซ้อมเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมหน้าที่ของแต่ละฝ่ายว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ในวันรับสมัครเกิดความเรียบร้อย อาคารหอประชุมที่เป็นสถานที่รับสมัครพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถรองรับผู้สมัครและกองเชียร์ได้จำนวนพอสมควร รวมทั้งบริเวณรอบนอกจะมีสถานที่ไว้รองรับกองเชียร์ที่เดินทางมากับผู้สมัครเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปิดรับสมัครแทนตำแหน่งที่ว่างคาดว่าจะมีทั้งผู้สมัครคนเดิมและคนใหม่ โดยสำนักงานได้จัดเตรียมแจกกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่ผู้สมัครต้องรู้ รวมทั้งข้อห้าม ข้อควรระวังต่างๆ ที่ต้องรับทราบไว้ เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย ที่อาจถูกร้องเรียนในภายหลังได้&amp;quot; น.ส.บุญเรือนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสานุ วงษ์ละคร ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.นครปฐม ได้ออกประกาศกำหนดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นครปฐม เปิดรับสมัครจันทร์ที่ 30 กันยายน ถึงศุกร์ที่ 4 ตุลาคม ที่หอประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอสามพราน เป็นสถานที่รับสมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ อ.สามพราน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อม ส.ส.พรรคจำนวนมาก เดินทางพบปะประชาชนที่ตลาดเช้าวัดโรมัน เพื่อช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค อนค.เขต 5 หาเสียง โดยได้รับการต้อนรับจากชาวสามพรานเป็นอย่างดี ประชาชนจำนวนมากต่างเข้ามาขอถ่ายรูปพร้อมทั้งให้กำลังใจ ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันพรรคอนค.มีกำหนดการหาเสียงในหลายพื้นที่ ได้แก่ ตลาดสดสามพราน หมู่บ้านเอื้ออาทรไร่ขิง ตลาดธันยา ตลาดสมภพ และปิดท้ายที่เวทีปราศรัยตลาดพันล้าน อ้อมใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้มาขอการสนับสนุนให้กับนายไพรัฏฐโชติก์ ทั้งนี้ การเลือกตั้งซ่อมจะเกิดขึ้นอีกหลายจุดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จ.นครปฐม สมุทรปราการ กำแพงเพชร และอาจจะมี จ.นครราชสีมา อีก 2 เขต ซึ่งถ้าพรรคฝ่ายค้านชนะทุกเขต จะเปลี่ยนขึ้นรัฐบาลได้กลางสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นพ่อแม่พี่น้องที่ไม่พอใจกับรัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านไม่อยากอยู่ในสังคมแบบนี้ ต้องเลือกพรรคอนาคตใหม่ เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เลือกตั้งซ่อมนครปฐมที่แรก หากฝ่ายประชาธิปไตยชนะจะเกิดเหตุการณ์โดมิโนขึ้น มั่นใจว่าเลือกตั้งซ่อมที่ไหนก็ตาม ฝ่ายประชาธิปไตยก็จะชนะ ถ้าเลือกตั้งซ่อมที่แรกคือ อ.สามพราน จ.นครปฐม แห่งนี้เราชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีความมั่นใจมาก เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนมีแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ และต้องการการแก้ไข ทำให้พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าชาวสามพรานจะเปล่งเสียงดังๆ บอกว่าพอแล้วกับการเมืองที่สืบทอดอำนาจ การปกครองที่ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่ต้องการการเมืองแบบเดิม ประชาชนไม่ได้โง่ เขารู้และเข้าใจว่าทำไมจึงได้นายกฯ ที่เขาไม่ได้เลือก และพวกเขาจะตัดสินใจในการเลือกตั้งซ่อม&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
ฝ่าย ปชต.ชนะเกิดโดมิโน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกลยุทธ์ในการหาเสียงครั้งนี้ นายธนาธรกล่าวว่า ยังคงเหมือนเดิม คือทำงานด้วยความจริงใจ ลงพื้นที่พบปะประชาชน สร้างการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง โดยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นครปฐมหรือพื้นที่เลือกตั้งซ่อมในจังหวัดอื่น พรรคอนาคตใหม่จะคุยกับประชาชนด้วยอุดมการณ์และนโยบาย ขณะที่การหาเสียงในโซเชียลมีเดียจะยังคงเดินหน้าต่อไป ยอมรับว่ามีความกังวลว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์น้อย จึงขอเชิญชวนชาวสามพรานให้ออกมาใช้สิทธิ์ หากที่นี่ส่งเสียงออกมาดังๆ เราเชื่อว่าจะเป็นโดมิโนได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) หลีกทางให้พรรค อนค. ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในพื้นที่นี้ นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผล เพราะเป็นการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่น จึงไม่ขอก้าวก่ายหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ส่วนที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีผู้สมัครเพียง 2 คน คือจากพรรค อนค.ที่เป็นฝ่ายค้าน และจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นฝ่ายรัฐบาล เชื่อว่าผลคะแนนที่ออกมาจะชี้วัดถึงการลงคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นคำพิพากษาของประชาชนต่อพรรคที่ตระบัดสัตย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม เขต 5 สมุทรปราการ และเขต 2 กำแพงเพชร ว่าประชาชนทราบในข้อจำกัดของการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างดี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาต้องถูกนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าคะแนนนิยมของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญอย่างไร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 หนึ่งเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งซ่อมจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงดุลการเมืองในสภา ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถรักษาที่นั่งที่เขต 5 นครปฐมไว้ได้ และชิงอีก 2 ที่นั่งของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาได้ ดุลการเมืองจะเปลี่ยน รวมถึงโอกาสในการเปลี่ยนตัวนายกฯ สามารถทำได้ทันที คำถามว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับรัฐธรรมนูญ สิ่งใดสร้างปัญหาให้กับประเทศมากกว่ากัน ประชาชนกำลังจะให้คำตอบ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กกต.ต้องเข้าไปดูการหาเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่าฝ่ายรัฐบาลที่กุมอำนาจรัฐอยู่ได้เปรียบหรือไม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาระหว่างนี้ ถือเป็นการช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรครัฐบาลหรือไม่ การเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะเกิดขึ้นจะมีผลต่อการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ บางพรรคอาจมีจำนวนส.ส.เพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นช่องทางที่จะสะท้อนคะแนนนิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีผลต่ออายุของรัฐบาลประยุทธ์โดยตรง ดังนั้น กกต.ต้องบริหารจัดการให้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และในฐานะนายทะเบียน พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว พปชร.ตัดสินใจไม่ส่งคนของพรรคลงลงแข่งขันเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 ว่าเป็นความจริง พรรค พปชร.ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่ง โดยให้เป็นพรรค ปชป.ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เพราะเขาได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 และไม่ใช่เป็นการฮั้วกัน แต่เราต้องดูความพร้อมว่าตรงไหนควรส่งคนลงแข่ง และจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะว่าเวลานี้เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องมาดูแลกันไป ฝ่ายค้านเองก็เลือกว่าจะส่งใครลงเหมือนกัน จึงดูความเหมาะสมมากกว่า ส่วนที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ตัดสินใจส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนั้น เพราะเคยเป็นเจ้าของพื้นที่หลายสมัยนั้น ตรงนี้ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ ต้องเป็นเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้อง ปชป.และ ชทพ.ไปคุยกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า การเลือกตั้งเขต 7 จ.ขอนแก่น แทนนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ที่ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นตัดสินประหารชีวิต แม้ยังไม่ชัดเจนเรื่องสถานภาพว่าจะหลุดจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ พรรค พปชร.ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะขอนแก่น เรามาเป็นอันดับ 2 แพ้นิดเดียว และนายสมศักดิ์ คุณเงิน ถือว่ามีฐานเสียงดี มีหลายคนช่วยทำงานในพื้นที่ ส่วนเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่ กกต.แจกใบเหลืองให้กับนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือกนั้น ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเป็นคนของ พปชร.อยู่แล้ว ทั้ง 2 จังหวัดพรรคลุยเต็มที่อยู่แล้ว
ปชป.ยกมารยาทอัดชทพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย อนุตธโต ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้งว่า ในวันที่ 30 ก.ย. แกนนำพรรค ได้แก่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และบรรดาอดีตผู้สมัคร จ.นครปฐม ของพรรค จะมาให้กำลังใจและช่วยลงพื้นที่หาเสียงให้กับตน ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสามพราน จนกระทั่งกระบวนการการรับสมัครเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยกล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองหนึ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างศักดิ์ศรีของความเป็นตระกูลการเมืองใหญ่ในจังหวัดว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ก็ได้สิทธิ์ที่จะลงสมัคร ก็เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ส่วนตนก็ได้สิทธิ์ตามสมควรเพราะมาเป็นอันดับสอง ดังนั้นหากจะมีพรรคการเมืองอื่นที่ลงสมัครนั้นก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ตนก็ยังงงอยู่ว่าจะมาแข่งขันกันเองเพื่ออะไร เพราะการอ้างสิทธิ์ว่าตัวเองเป็นบ้านใหญ่นั้น ตนมองว่าในเวลานี้ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากทุกอย่างก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ตนก็ย้ำว่าไม่ขัดข้องหากจะลงสมัครจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้ แต่เป็นการเลือกคนที่จะมาทำงานให้กับพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่า ผมถือว่าเป็นความโชคดี เพราะพรรคที่สังกัดอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีโอกาสดึงงบประมาณเข้ามาพัฒนาพื้นที่ได้มากกว่า รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคทุกคนก็ทำงานเกี่ยวข้องกับพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ซึ่งทำนโยบายให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้นหากชาวบ้านเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและความมั่นคงมากขึ้น เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และก็สามารถทำนโยบายดีๆ ให้กับประชาชนต่อไป อีกทั้งสามารถประคับประคองเสียงรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปหางูเห่ามาเพิ่ม&amp;quot; นายสุรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ กล่าวว่า ทราบว่านายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ และพรรคชาติไทยพัฒนาจัดการปัญหาภายในไม่ได้ สำหรับพรรค ปชป.ส่งผู้สมัครแน่นอน และก่อนหน้านี้ได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายของพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะส่งผู้สมัครเพียงพรรคเดียว แต่เมื่อนายเผดิมชัยไม่ยอม ก็ทำให้ความพยายามที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ยังไม่จบ เข้าใจว่านายเผดิมชัยเป็นคนเก่าในพื้นที่ และเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส. แต่ในแง่มารยาททางการเมือง ถ้าคำนึงถึงผลเลือกตั้งจริงๆ พรรคการเมืองคะแนนลำดับ 2 ควรจะได้เป็นผู้ส่งรับสมัครเลือกตั้ง ถือเป็นหลักที่ปฏิบัติมานาน แม้ไม่มีกฎหมายบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพราะทำเต็มที่ ผู้สมัครก็มีความเข้มแข็งในพื้นที่ ทำงานมาต่อเนื่อง พรรคประชาธิปัตย์กำลังขับเคลื่อนนโยบายที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการประกันรายได้สินค้าเกษตร เชื่อว่าประชาชนจะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอลงกรณ์ พลบุตร กล่าวว่า พรรค ปชป.มีนโยบายหาเสียงเลือกตั้งยึดหลักสุจริต เป็นธรรม เคารพกฎหมายโดยเคร่งครัด มุ่งเสนอผลงานและนโยบาย ไม่โจมตีใส่ร้ายใคร และห้ามซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นแบบอย่างของการเมืองสร้างสรรค์ยุคใหม่ สำหรับรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 7 ท่าน รวมทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะช่วยหาเสียงในช่วงนอกเวลาราชการเท่านั้น และจะไม่มีการใช้อำนาจรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้
ปชป.คุยกับ&amp;quot;เผดิมชัย&amp;quot;เอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันจะส่งนายเผดิมชัยลงสมัครเลือกตั้งซ่อมเช่นกัน จะเป็นการตัดคะแนนกลุ่มสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอลงกรณ์กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เสมือนการแข่งขันระหว่างตัวแทนพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน คือพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ดังนั้นถ้าพรรคร่วมรัฐบาลมีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ย่อมกระทบต่อผลการเลือกตั้งแน่นอน ซึ่งตามกติกาที่ถือปฏิบัติกันมาช้านาน จะส่งผู้สมัครเป็นตัวแทนกลุ่มเพียงคนเดียวที่ได้คะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งหลังสุด ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้พูดคุยกับท่านหัวหน้าพรรค ชทพ.บ้างแล้ว ก็หวังว่าถ้าตกลงตามกติกาพรรคร่วมรัฐบาลได้ก็เป็นเรื่องน่ายินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขต 5 ว่า วันที่ 30 ก.ย. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชทพ. จะไปพร้อมกับนายเผดิมชัยในการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนพรรค ปชป.ไม่เคยส่งใครมาพูดคุยเพื่อให้หลีกทางในการส่งผู้สมัคร มีเพียงการหารือเรื่องการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น เป็นการพูดคุยกันทั่วไป ไม่ใช่การคุยแบบเป็นกิจจะลักษณะ แต่หากพรรค ปชป.ต้องการพูดคุย คงต้องไปคุยกับนายเผดิมชัยเอง และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายเผดิมชัยก็เป็นผู้สมัคร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายเผดิมชัยเป็นผู้ใหญ่ใน จ.นครปฐม การจะไม่ให้คนในตระกูลสะสมทรัพย์ลง ก็ต้องให้เกียรติกันด้วย พรรค ปชป.จะมาบอกว่าได้คะแนนมากกว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่การทำงานมากว่า 30 ปี จะไม่นับกันเลยหรือ ในทางการเมืองเกิดความผิดพลาดกันได้ จะเอาความผิดพลาดครั้งเดียวมาตัดสินคงไม่ได้ ตระกูลสะสมทรัพย์ทำงานในนครปฐมมากี่สิบปี 30-40 ปี ผิดพลาดครั้งเดียวจะไม่ให้ลงก็คงทำไม่ได้&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นครปฐม ว่าโดยความเห็นส่วนตัวคงไม่ส่งคนของพรรคชพน.ลงแข่งขันด้วย ปล่อยให้เขาว่ากันไป ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่ไปส่งใครลงแข่งไปตัดคะแนนพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรค ชพน.ก็ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่เขต 5 ว่า หลังจากที่พรรคได้มีการดำเนินการหยั่งเสียงเพื่อคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้น ปรากฏว่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนเลือก น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง นักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในพื้นที่เป็นผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ &amp;nbsp;น.ส.ปริมปรางค์เป็นบุคลากรของพรรคที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ รวมทั้งมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่ต้องการคนรุ่นใหม่มาช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ด้วยแนวทางฝ่ายค้านอิสระ ตามที่พรรคได้พยายามวางแนวทางเอาไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46894</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, วราวุธ ศิลปอาชา, วิเชียร ชวลิต, สาธิต ปิตุเตชะ, สานุ วงษ์ละคร, สุรชัย อนุตธโต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อลงกรณ์ พลบุตร, เทวัญ ลิปตพัลลภ, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bc6cdde5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
