<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามัคคีไทย&#039;ชี้ New Normal อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแนะสิ่งท้าทายคือการปรับตัวรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.2563 &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ สังข์สิงห์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเพจพรรคสามัคคีไทยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจากวิกฤติโควิด-19 เป็นจุดก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวเราต่อสังคม และเศรษฐกิจอนาคตในรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า New Normal ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่เหมือนเคย เพราะทุกวิกฤติย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ในบางสิ่งใหม่ที่ดีก็ควรนำมาใช้ ในบางสิ่งเดิมที่ไม่ดีก็ควรนำมาปรับปรุง &amp;ldquo;New Normal ย่อมไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป&amp;rdquo; ตนจึงอยากแลกเปลี่ยนและชี้ให้เห็นถึง 3 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งในและหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ตนมักจะเรียกว่า &amp;ldquo;3 Gig&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สังคมจะต้องปรับตัว เพื่อเข้าสู่โลกยุคอนาคต ที่ New Normal อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอย่างที่หลายคนคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Gig lifestyle - การรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการระบาด &amp;ldquo;Social Distancing&amp;rdquo; จะไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน จากกรณีที่ผู้คนขึ้นรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้คนก็ต่างต้องกลับมาใช้ชีวิตปกติ จึงทำให้คำว่า &amp;ldquo;เวลาและความเร่งรีบ&amp;rdquo; เข้ามาทดแทนการเว้นระยะห่าง (Distancing) จนทำให้ความระมัดระวังที่ว่านั้นเจือจางลง หรือเราอาจจะเรียกว่าเป็น &amp;nbsp;&amp;ldquo;Gig lifestyle&amp;rdquo; ที่หมายถึงความบกพร่องในการตระหนักถึงการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามเมื่อความคืบหน้าของวัคซีนที่ยังไม่มีความชัดเจน การคุมเข้มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อให้การเดินทางของผู้คนมีความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐต้องกระทำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสรอบสองที่อาจจะรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Gig Workers - อัตราการจ้างงานจะลดลงในระยะสั้นเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 โดยบริษัทส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยี การบริหารข้ามสายงาน และใช้บุคลากรชำนาญเฉพาะด้าน ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้แรงงานในปัจจุบันที่มีความจำเป็นน้อยลง เราจึงต้องผลักดันให้บุคคลากรที่ตกงานเข้าสู่สองช่วงหลักๆคือ 1. ในระยะสั้นที่เรียกว่า &amp;ldquo;Gig Workers&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการทำงานในรูปแบบสัญญาจ้างระยะสั้นที่สามารถเลือกปริมาณงานเองได้ ซึ่งจะมีบริษัททำหน้าที่เป็นตลาดเชื่อมต่อระหว่างผู้ทำงานและผู้ใช้บริการโดยตรงและ 2. ในส่วนของระยะยาวเราจำเป็นต้องเข้าสู่ &amp;ldquo;วิสาหกิจชุมชน&amp;rdquo; ซึ่งคือการสร้างรายได้จากภายในชุมชนที่มาจากภายในประเทศมากกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรงที่จะก้าวไปสู่การเติบโตของภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่จะต่อยอดได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Gig Economy - พฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้คนหันมาสั่งอาหารและสินค้าออนไลน์มากขึ้นหลายเท่าตัว และหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ ผู้ประกอบการรายย่อยจำเป็นต้องปรับตัวโดยให้ระบบ Delivery Application เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามร้านค้าที่เข้าระบบจะถูกหักค่าธรรมเนียมประมาณ 25%-30% จากรายได้ ซึ่งไม่เหมาะกับร้านเล็กๆ ที่มีผลกำไรไม่มากนัก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ช่วง &amp;ldquo;Gig Economy&amp;rdquo; ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจเดิม มาเป็นแบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนสามารถเข้าไปทำงานในรูปแบบสัญญาระยะสั้นและยังสามารถกำหนดระยะเวลาการทำงานในรูปแบบนี้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การเตรียมตัวรับมือกับความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) เป็นเรื่องที่ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ พนักงาน และประชาชนทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดไปด้วยกัน และจำต้องเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมของสังคมที่ ณ ตอนนี้ได้เริ่มเข้าสู่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;rdquo; ที่จะกลายเป็น Cashless Society ซึ่งคือการเป็นสังคมไร้เงินสด แต่สิ่งสำคัญจะต้องได้รับการผลักดันจากรัฐบาลและผู้นำประเทศยุคใหม่ ที่มีความคิดหัวก้าวหน้า เข้ามาบริหารจัดการโดยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างทุกองค์กร ภายใต้ระบบบริการสาธารณะ และรูปแบบการชำระเงินที่สะดวกทันสมัยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การสร้าง &amp;rdquo;บัตรเงินสดสาธารณะ&amp;rdquo; ในรูปแบบ Contactless ที่เชื่อมโยงสาธารณูปโภคหลายอย่างเข้าด้วยกันเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า ร้านค้า และบริการต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวเราจะไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางจากต่างชาติที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;rdquo; และรองรับการเป็น &amp;ldquo;Smart City&amp;rdquo; ของประเทศในอนาคต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย, อลงกรณ์ สังข์สิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb794ebdb261.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
