<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 พร้อมรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โชว์ศักยภาพสถาบันการศึกษาเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยสถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC นี้ เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นงานวิจัย ชั้นแนวหน้า ที่ก่อตั้งขึ้นโดย กลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดีเลิศในระดับโลก ให้สามารถสร้างและใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การมอบรางวัลในครั้งนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2564 ว่ารางวัลดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลฯ และในปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโนสำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (School of Molecular Science and Engineering) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ผู้คิดค้น &amp;ldquo;เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน&amp;rdquo; (New Solar Cell and Innovative Lighting Technology for Renewable Energy Transformation) ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายจำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่าการที่จะยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด และเปลี่ยนจากการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีมาเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเช่นเดียวกับประเทศชั้นนำในเอเชีย จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยด้านต่างๆ การส่งเสริมความเป็นเลิศในสาขาวิจัยที่สร้างศักยภาพให้กับประเทศ การสนับสนุนนักวิจัยและผู้นำกลุ่มนักวิจัยขั้นแนวหน้า และที่สำคัญคือการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัย เพื่อเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย วิศวกร ฯลฯ ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การมอบรางวัลดังกล่าว จึงเป็นหนึ่งในกลไกการสนับสนุน และสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยในระดับสากลที่รอบรู้และมีความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเอง โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง และนำความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและสอดรับกับทิศทางในระดับนานาชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโน สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) กล่าวว่า การคิดค้นเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน เป็นการวิจัยและพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์และการประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยนำวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ที่เป็นสารประกอบของคาร์บอน มาออกแบบในระดับโมเลกุลให้มีคุณสมบัติเป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถเปล่งแสงได้ดี ดูดกลืนแสงได้ดี หรือนำไฟฟ้าได้ดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถนำมาใช้แทนวัสดุกึ่งตัวนำซิลิคอนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดนวัตกรรมใหม่ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ (OLED) เซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่ อิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่นหรือพับงอได้ เช่น โทรศัพท์มือถือแบบพับงอได้ รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ โดยงานวิจัยนี้เป็นการบูรณาการด้านเคมี วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อต่อยอดการพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ สู่การผลิตในเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม นายวินิช ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี จังหวัดระยอง โดยที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลจากการมุ่งมั่นพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ รางวัล CST High Impact Chemist Award จากสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทุนวิจัยเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการประกวดงานวิจัย PTTGC Open Innovation Challenge หัวข้อ &amp;ldquo;Circular Thinking&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ถือว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวสามารถตอบสนองถึงวิสัยทัศน์ของ VISTEC ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเชื่อว่าในอนาคตสถาบันฯ จะสามารถสร้างชื่อเสียงผ่านงานวิจัยและพัฒนาด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119669</URL_LINK>
                <HASHTAG>VISTEC, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กลุ่ม ปตท., นักวิจัย VISTEC, นายวินิช พรมอารักษ์, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์, รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564, สถาบันวิทยสิริเมธี, อว., เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่, เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166ce29a1750.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ปลื้ม “U2T“ ปรับบทบาทช่วยชาวบ้าน​ พร้อมตรวจแก้มลิงบึงชำอ้อ แหล่งบริหารจัดการน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และผลงานด้านการบริหารจัดการน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ในพื้นที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ตนตั้งใจมาเยี่ยมเยียนและนำความห่วงใยจากรัฐบาลมามอบให้ชาวบ้าน ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดรับน้ำจากทางเหนือมาแต่ไหนแต่ไร และตนยังนำถุงยังชีพ ที่มีทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น มามอบให้ซึ่งมีหลายชิ้นที่เป็นนวัตกรรมของ อว. เช่น เครื่องกรองน้ำของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่สามารถกรองน้ำที่ท่วมอยู่เป็นน้ำสะอาดที่ดื่มกินได้ เรียกว่า เรามีใจ มีมือ มีเท้า และมีนวัตกรรมมาช่วยชาวบ้าน ที่สำคัญ เรายังมีกำลังคน คือ ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ซึ่งได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนมากว่า 8 เดือน ก็ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานมาช่วยชาวบ้านในสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งการจัดกิจกรรมฝึกอบรมแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร และการแปรรูปสมุนไพร เช่น ยาสเปร์ฉีดกันยุง ยาหม่อง เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ บรรจุในถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายผู้ทีได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ยังจะมีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือภายหลังน้ำลดด้วยการจัดทีม นักศึกษาด้านช่างมาช่วยซ่อมแซม อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์การเกษตร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว. กล่าวต่อว่า ชาว ต.บ้านกุ่ม ชื่นชมโครงการ U2T มาก เพราะได้เข้ามาช่วยพัฒนาชุมชนในหลายมิติ โดยเฉพาะการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ด้วยตำบลแห่งนี้ เป็นบ้านเกิดของนายขนมต้ม นักมวยสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้คนไทยในเรื่องมวยไทยเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ โครงการ U2T จึงเข้ามาช่วยพัฒนาในส่วนนี้ ภายใต้ความร่วมมือการทำงานแบบบูรณาการกับภาคเครือข่ายทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน ด้วยการทำโปรแกรม &amp;ldquo;ท่องเที่ยวย้อนตํานานที่บ้านกุ่ม&amp;rdquo; โดยชูประเด็น นายขนมต้มบรรพบุรุษของชุมชน ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมจัดกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP 3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อออกจําหน่ายสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง และการพัฒนาด้านท่องเที่ยว ที่จะนำมาซึ่งการสร้างและกระจายรายได้ให้เกิดการหมุนเวียนภายในชุมชน ชุมชนสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจเยี่ยมและติดตามผลโครงการ U2T และให้กำลังประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว รมว.อว.พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามผลงานด้านบริหารจัดการน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) โดยหลังรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทาง สสน.ได้นำ รมว.อว.และคณะไปเยี่ยมชมนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำของชุมชน โดยเริ่มที่การบริหารจัดการน้ำของแม่น้ำป่าสัก และคลองระพีพัฒน์ จากนั้นเยี่ยมชมพื้นที่แก้มลิงร่องสวนปาล์มน้ำมัน พร้อมกันนี้ได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำด้วยเทคโนโลยีโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศและระดับน้ำอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118453</URL_LINK>
                <HASHTAG>U2T, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ช่วยน้ำท่วม, น้ำท่วม, ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), อว., โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156c994e838e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” มั่นใจไทยก้าวสู่ประเทศนวัตกรรม ที่กำลังจะดีดตัวเองออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม  NIA จัดงานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่นไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึกให้ผู้ประกอบการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวเปิดงานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021) หรือ SITE 2021 จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) ว่า ปีที่แล้ว ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถในด้านนวัตกรรม โดย The Global Innovation Index 2020 เป็นอันดับที่ 43 ของโลก และมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในด้านนวัตกรรม เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งการที่นวัตกรรมจะเดินหน้าได้ จะต้องขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของภาคเอกชนด้วย นั่นถือเป็นข่าวดี และจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วงปีเศษที่ผ่านมา ได้ให้สัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังจะดีดตัวเองออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม เราสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยสู้วิกฤตโควิดที่ทำได้สำเร็จแล้วมากมาย เช่น ชุด PPE หน้ากาก PAPR และห้องไอซียูความดันลบ ซึ่งมีราคาถูกเป็นหนึ่งในสิบของราคาต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังมีการผลิตวัคซีนไฮเทคจากฝีมือคนไทยกว่า 4 ชนิด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดลองขั้นสุดท้ายในคน ซึ่งมั่นใจว่าในปี 2565 จะสามารถผลิตออกมาให้คนไทยได้ใช้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้คนไทยเชื่อมั่นว่า ประเทศของเราเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมได้ นอกจากผลงานในปัจจุบันแล้ว ประเทศไทยยังมีที่ตั้งที่เป็นเลิศ เป็นดินแดนที่มีนวัตกรรมมาช้านาน เรารับอารยธรรมจากจีนและอินเดีย นำมาผสมผสานและต่อยอดจากของดีแต่เดิมของเราจนกลายเป็นนวัตกรรมของไทย รวมทั้งเรามีคนที่เป็นเลิศ เป็นนักผสมผสาน นักสร้างสรรค์ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของไทยในวันนี้จึงมีรากฐานความเป็นมาที่ยาวนานมาก เราต้องมั่นใจในตัวเอง เชื่อว่าเราเป็นนวัตกรได้ เราเป็นเลิศทางนวัตกรรมได้ เราสามารถผ่านวิกฤตต่างๆ มาได้ด้วยตนเอง และเราจะก้าวไปสู่การเป็น 1 ใน 30 ประเทศแห่งนวัตกรรมของโลกต่อไป&amp;rdquo; ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ. NIA กล่าวว่า ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิต สังคม และเศรษฐกิจ แต่ในวิกฤตนั้นทำให้มองเห็นความท้าทายที่จะสร้างให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย &amp;ldquo;นวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;rdquo; จึงเป็นเสมือนตัวช่วยที่สำคัญ และอาจจะเป็นทางรอดของหลายประเทศในเวลานี้ โดยเฉพาะการรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมคลื่นลูกที่ 4 ระบบเศรษฐกิจของโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การจัดงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021 หรือ &amp;ldquo;SITE2021&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ต้องการสร้างเวทีแสดงศักยภาพของ &amp;ldquo;นวัตกรรมไทย&amp;rdquo; และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตอบโจทย์ความท้าทายให้กับคนไทย และสามารถนำไปต่อยอดหรือขยายผลเป็นโอกาสในมิติต่างๆ มากขึ้น โดยในปีนี้ได้รวมการจัด 2 งานยิ่งใหญ่ระดับประเทศ STARTUP THAILAND และ INNOVATION THAILAND EXPO เข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;DEEP TECH RISING &amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; ที่มุ่งเน้นถ่ายทอดแนวทางการส่งเสริม พัฒนา และสร้างโอกาสการเติบโตใน &amp;ldquo;เทคโนโลยีเชิงลึก&amp;rdquo; หรือ Deep Tech ซึ่ง NIA เป็นหน่วยงานหลักที่ได้ริเริ่มและส่งเสริมสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีเชิงลึกนี้ จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีอื่น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างทัดเทียมประเทศชั้นนำของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ SITE 2021 จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ วันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116779</URL_LINK>
                <HASHTAG>DEEP TECH RISING …The Next Frontier of Innovation, SITE 2021, STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021, The Global Innovation Index 2020, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, งานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, นวัตกรรมและเทคโนโลยี, นวัตกรรมไทย, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA), อว., เทคโนโลยีเชิงลึก, เวทีแสดงศักยภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141830070b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NIAจัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 “เปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก”  เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 15 – 18 ก.ย.นี้  ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup&amp;nbsp; x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก &amp;ldquo;Deep Tech Rising&amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก...นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน &amp;ldquo;STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO&amp;rdquo; พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical) สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในวงการทั้งสตาร์ทอัพและนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021&amp;rdquo; หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ &amp;ldquo;DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (Space Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ&amp;nbsp; 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online Business Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360&amp;rsquo; virtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar) รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listening เพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช้อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพงาน และทิศทางของแนวโน้มและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะผลักดันให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นกลไกหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมต่อไป และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115517</URL_LINK>
                <HASHTAG>360’ virtual exhibition, Deep Tech Rising…The Next Frontier of Innovation, Nia, Physical, SITE 2021, Startup  x Innavation Thailand Expo 2021, Virtual World, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก, การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก, การแพทย์, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน), อว., อวกาศ, อาหาร, เกษตร, โลกนวัตกรรมเสมือนจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e5939e9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดตัว ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง และเว็บไซต์ UrbanAlly.org มุ่งขับเคลื่อนเมืองแบบพลิกโฉมร่วมกับเครือข่าย ‘มิตรเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมออนไลน์เปิดตัวศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) และเว็บไซต์ urbanally.org ที่มุ่งขับเคลื่อนเมืองผ่านมุมมองและระบบการทำงานแบบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นับเป็นหนึ่งในโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ภายใต้หมวดโครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลกด้านศิลปะและการออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงมือสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับการศึกษาเมือง ผลักดันความคิดมาสู่ปฏิบัติการในพื้นที่จริง เพื่อส่งผลให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ และสรรค์สร้างประสบการณ์ ความร่วมมือสู่ระดับอาเซียนและสากล โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง มุ่งเชื่อมโยงกับภาคสาธารณะด้วยแพลตฟอร์ม Urban Ally (เออเบิ้น อัลไล) บนเว็บไซต์ UrbanAlly.org ที่จะเป็น &amp;ldquo;พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ&amp;rdquo; ที่ต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้เมืองแบบใหม่ร่วมกับผู้คนและถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิต ชักชวนให้เกิดประเด็นการศึกษาใหม่ วิพากษ์และรังสรรค์เมือง รวมถึงแปลงเมืองให้เกิดขึ้นจริง โดยเน้นที่การเชื่อมโยงระหว่างนักวิชากร ผู้คนและชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ใส่ใจและเป็นมิตรแห่งเมือง Urban Ally แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Lively labs มุ่งศึกษาเมืองใน 5 มิติ ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม (Art and culture) การคิดเชิงข้อมูล (Data thinking) พลิกโฉมเมือง (City reinventing) การออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable design) และการแปลงเมือง (Make it happen)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Open data มุ่งสร้างฐานความรู้และความคิดอันท้าทายว่าถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตของเรานั้นสามารถจะดีขึ้นได้อย่างไร และจัดทำข้อมูลเปิด ข้อความ สถิติ แผนที่ ตำแหน่ง ภาพ แผนผัง เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเปิดทั่วโลกกว่า 300 แหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Local actions เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองด้วยการลงมือทำ ร่วมมือกับมิตรแห่งเมืองหลากหลายกลุ่มเปิดรับข้อเสนอและแนวคิดใหม่จากคนทุกกลุ่มผู้ใส่ใจเมือง และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Collaboration มุ่งค้นหามิตรแห่งเมืองในพื้นที่ ชุมชน สังคมไทย ตลอดจนมิตรในประเทศเพื่อนบ้าน องค์กรนานาชาติ และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยน ยกระดับความเข้าใจเมือง และค้นหาทางออกที่ตอบสนองคนทุกกลุ่มในเมืองอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Round-Table Conference มุ่งจัดการประชุมทางวิชาการโฉมใหม่ เปิดรับผลงานรูปแบบใหม่ ทั้งบทความ วีดีโอ แอนนิเมชั่น สื่อศิลปะ และอื่นๆ นำเสนอด้วยการเสวนาโต๊ะกลม กันเอง แต่หยั่งลึกในสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานเปิดยังได้มีสัมมนาในหัวข้อ &amp;ldquo;นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร&amp;rdquo; โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงหนาท แสงสีหนาท ผู้อำนวยการศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนฯ และหัวข้อ &amp;ldquo;มองเมืองละแวกบ้าน&amp;rdquo; โดยคณะทำงานของศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง ซึ่งได้แก่ อาจารย์ สิริเดช วังกรานต์ กลุ่มวิจัยด้านศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์ ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ กลุ่มวิจัยด้านการคิดเชิงข้อมูล อาจารย์ สิริพร ด่านสกุล และปิยา ลิ้มปิติ กลุ่มวิจัยด้านพลิกโฉมเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมลศิริ ประจงสาร กลุ่มวิจัยด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ กลุ่มวิจัยด้านการแปลงเมือง โดยร่วมกันให้มุมมองว่า เมือง กับ บ้าน มักถูกมองว่าเป็นสองคำที่อยู่แยกออกจากกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน ทัศนะเช่นนี้ส่งผลให้การพัฒนาเมืองที่ผ่านมาละเลยความใส่ใจในละแวกบ้าน ซอย และชุมชน ไปกระจุกตัวมุ่งเน้นพัฒนาอยู่ตามรายทางริมถนนกับดักทางความคิดเช่นนี้ ส่งผลให้การพัฒนาเมืองในสังคมไทย จึงไม่เคยประสบความสำเร็จเพราะเราขาดการทำความเข้าใจวิถีการอยู่อาศัยในแบบของเราไม่ได้มองมิติชุมชนในเมือง ละเลยการมองภาพเล็กๆ ในละแวกบ้านที่รายล้อมและหล่อหลอมจนกลายเป็นเมืองให้กับเรา แต่สถานการณ์ในวันนี้ก่อให้เกิดการตื่นรู้ ในวันที่เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ใน &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; มากกว่าในเมือง เริ่มเห็นความสำคัญของละแวกบ้าน เริ่มเห็นปัญหาที่ไม่เอื้อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างที่ปรารถนา เราเริ่มตระหนักและเรียกร้องให้มีละแวกบ้านที่ดีมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง เพื่อให้เราอยู่อาศัย ทำงาน หาอาหาร พักผ่อน มีอากาศและสภาวะแวดล้อมที่ดีตอบสนองความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่เราได้ เราเริ่มมองเห็นความเป็นเมืองจากละแวกบ้าน และเริ่มตั้งคำถามถึงการเติมเต็มละแวกบ้านเพื่อรังสรรค์เมืองให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และงานนี้ปิดท้ายด้วยการเปิดรับข้อเสนอจากมิตรเมืองในการขับเคลื่อนสังคมเมือง พื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นหรือมุมมองได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทางโครงการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมในงานแล้ว Urban Ally ยังมีกิจกรรม Call for Collaboration เชิญชวนผู้ที่สนใจส่งข้อความเสนอโครงการ ภายใต้หัวข้อสรรค์สร้างพื้นที่แยกส่วนของเมือง &amp;ldquo;Refabricate the urban fragments&amp;rdquo; ในกิจกรรม 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Re-frontage Shophouse Design Initiatives มุ่งหาแนวความคิดและกระบวนการใหม่ในการเปลี่ยนตึกแถวในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และ Old-town Community Engagement กิจกรรมการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนเมือง โดยมีรางวัลเป็นทุนสำหรับดำเนินโครงการจำนวน 7 ทุน รวมมูลค่ากว่า 450,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 กันยายน 2564 โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ urbanally.org และนอกจากโครงการนี้แล้ว Urban Ally จะมีกิจกรรม Local Actions ที่น่าสนใจให้เข้าร่วมตลอดทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อคุณชำนาญวิทย์ คำนวนศักดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัยและประสานงาน โทร. 098-829 -1300 หรือที่อีเมล contact@urbanally.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity, Call for Collaboration, Collaboration, Lively labs, Local actions, Open Data, Refabricate the urban fragments, Round-Table Conference, Urban Ally, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์, นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู, พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง, สกสว., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, อว., อววน., เว็บไซต์ urbanally.org, เออเบิ้น อัลไล, โครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, โครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f0b170b938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ภาคเอกชน, ยาฟาวิพิราเวียร์, ส.อ.ท., สถาบันแสงซินโครตรอน, สภาหอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สู้โควิด, ห้องความดันลบ, อว., เครื่องเก็บวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111271</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), มอบห้องความดันลบ, มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ส.อ.ท., อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
