<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot;มอบนโยบายมหา&#039;ลัย แก้ปัญหาบัณฑิตหลายแสนคนที่จะจบออกมา แต่อาจต้องตกงาน โดยให้ทุนเพิ่มทักษะอาชีพ2.5แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ส.ค.63-ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวแถลงนโยบายและแนวคิดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานขับเคลื่อน อว. ว่า การทำงานของ อว. ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มีแผนการทำงานในระยะกลางและระยะยาว โดยตนในฐานะ รมว.อว. ได้กำชับให้มหาวิทยาลัย ปรับให้มีการทำงานในรูปแบบเฉพาะหน้า ดูเรื่องที่กำลังเป็นผลกระทบอยู่ในสังคมและพื้นที่ที่มีความสำคัญและจำเป็น นำมาเป็นการขับเคลื่อนงานมหาวิทยาลัยด้วย อย่างเรื่องการทุเลาปัญหาการว่างงาน ซึ่งในปีการศึกษา 2563 จะมีบัณฑิตที่จบการศึกษา จำนวนหลายแสนคน อว.จึงได้มีโครงการเพิ่มทักษะบัณฑิตจบใหม่ ด้านทักษะดิจิทัลและเรียนรู้ในสถานที่ทำงานจริง โดยจะให้ทุนการศึกษากับบัณฑิตจบใหม่ จำนวน 250,000 คน ที่สมัครใจเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพพิเศษ ที่เน้นพัฒนาทักษะการใช้ดิจิทัล เทคโนโลยี หรือ Digtal Literacy โดยเป็นหลักสูตร 1 ปี จบแล้วเข้าทำงานโครงการบัณฑิตอาสาเพื่อพัฒนา Digtal Literacy ให้กับประชาชนในพื้นที่ หรือต่อยอดความรู้ไปสู่อาชีพใหม่ เน้นการปฏิบัติจริงกับภาคเอกชนที่ต้องการจ้างงานหรือรัฐวิสาหกิจชุมชน รวมถึงยังมีโครงการสตาร์ทอัพต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ตนยังได้สั่งการให้ ปลัด อว. ไปกำหนดแนวทางแผนการยกระดับ อว.ให้สูงขึ้น จากที่ปัจจุบัน ถือว่าเป็นอันดับ 2 ของเอเชียอาคเนย์ จะต้องขยับขีดความสามารถให้สูงขึ้นไปถึงในระดับเอเชียตะวันออกให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตนได้สั่งการให้ อว.ได้จัดทำแผน เปิดตลาดมหาวิทยาลัย คือ ให้มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยเศรษฐกิจในพื้นที่ และนำงบประมาณที่ได้รับไปช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น ทำโครงการแต่งชุดพื้นเมือง 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้มีการสนับสนุนสินค้าจากชุมชน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยในส่วนของ อว.ได้รับมอบหมายให้ดูแลจังหวัดลำปางและเลย &amp;nbsp; แต่เราได้มีการตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ในทุกจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านการให้ความรู้ &amp;nbsp;และการพัฒนาทักษะต่างๆ ถ้า อว. ทำได้งบฯ ปีหน้าประมาณ 2 แสนล้าน ตนต้องให้เร็ว ทำอะไรให้เร็ว ดังนั้นแต่ละหน่วยงานจะต้องไปจัดระบบ เพื่อให้รัฐบาลและนายกฯ เห็นว่า อว. มีประโยชน์ วิจัยหรือทำอะไรแล้วใช้ได้จริง เป็นการสร้างผลงาน หันทิศทาง อว.ให้ตอบสนองงานเชิงปฏิบัติอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ผมจะเป็นอาจารย์ในสายสังคมศาสตร์ แต่ก็เริ่มต้นการเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนแพทย์รุ่นเดียวกับนพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) คิดว่าจะทำงานร่วมกันได้อย่างดี นโยบายต่างๆ ก็จะต่อยอดจากของเดิม ไม่ไปรื้อนโยบายของอดีต รมว.อว. ดังนั้นไม่มีอะไรที่คนทำงานต่อเนื่องต้องหนักใจ ทั้งนี้ขอย้ำว่า นายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญ ของการศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัย เห็นได้จากงบประมาณมากถึง 1.5 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 4 และยังเป็นกระทรวงที่มีผู้ดำรงตำแหน่ง ดร. มากที่สุด ควรจะเป็นกระทรวงเกรดเอ แต่ก็ขึ้นอยู่ที่เวลา ว่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้นานแค่ไหน ถ้าสัก 3 ปีก็น่าจะพอผลักดันได้&amp;ldquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74713</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a4ae1c45a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot;ตั้งเป้าช่วยบัณฑิตตกงาน ให้ได้ระดับแสนคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ส.ค.63-ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามตนที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งมรมว.อว. ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญกับสถาบันอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมอย่างมาก เพราะถือเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันและพัฒนาของประเทศไทย โดยตนจะดำเนินการสานต่อในหลายๆโครงการ เช่น การมีงานทำของบัณฑิต การอัพสกิล รีสกิลของแรงงาน การเสริมทักษะแรงงานใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ เป็นต้น เพราะหน้าที่ของตนจะต้องเข้ามาทำให้ อว.เป็นกำลังสำคัญ เป็นมันสมองของประเทศ และจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลงานแรกที่จะเร่งดำเนินการ คือการแก้ปัญหาบัณฑิตว่างงาน ซึ่งจะต้องหากระบวนการเพิ่มอัตรางานให้แก่นักศึกษาให้ได้ในระดับแสนคน เพราะตอนนี้ถือเป็นกระทรวงอว.ในยุคที่นักศึกษามีพลัง มีการตื่นตัว และยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ยุค 5G อว.ก็ต้องปรับเปลี่ยนตามเด็ก และเด็กในที่นี้ไม่ใช่เพียงนิสิตนักศึกษาแต่รวมถึงเยาวชนของประเทศด้วย เขาอยากเรียนอะไร อยากให้การเรียนรู้ในอุดมศึกษาเป็นอย่างไร ต้องปรับตาม ไม่ใช่ อว.กำหนดแล้วให้เด็กทำ มองเรื่องอนาคตของเด็กเป็นที่ตั้ง อุดมศึกษาต้องทำให้นิสิตนักศึกษาเห็นอนาคตของตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอนก กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;หลังจากนี้ ตนจะประชุมร่วมกับผู้บริหาร อว.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็น และปรับทิศทางการทำงาน โดยยึดการพัฒนาคน งานวิจัย และนวัตกรรมที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป
&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา อว. หน่วยงานต่างๆ และสถาบันอุดมศึกษาได้มีการพัฒนางานวิจัย และนวัตกรรมต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชุดตรวจ การพัฒนาผลิตวัคซีน โดยต่อจากนี้จะมีการส่งเสริมให้มากขึ้น เพื่อให้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะมาช่วยป้องกันโรคดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74326</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3514c90a082.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน 5หมื่นคน จากที่คาดว่าปีนี้จะตกงาน 5แสนคน ทำงานพัฒนาชนบท ได้เงินเดือน1.5หมื่นบาท ผ่านโครงการ&quot;ยุวชนสร้างชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ม.ค.63- นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงาน &amp;nbsp;Maker Faire Bangkok 2020: THE FUTURE WE MAKE&amp;rdquo; มหกรรมการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และการรวมตัวของเมกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &amp;nbsp;บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ อว.และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่ววมกันจัดว่า &amp;nbsp;อว. มีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยในการก้าวไปสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถจับต้องได้และใช้ได้จริง ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีโครงการ &amp;ldquo;ยุวชนสร้างชาติ&amp;rdquo; ที่เพิ่งจะคิ๊กออฟไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล โครงการนี้มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยอาศัยพลังของยุวชนวัยหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย และบัณฑิตจบใหม่ มาช่วยขับเคลื่อนประเทศ ผ่าน 3 โครงการย่อย ประกอบด้วย 1.โครงการยุวชนอาสา 2.โครงการบัณฑิตอาสา และ 3.โครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น ซึ่ง &amp;ldquo;ยุวชนสร้างชาติ&amp;rdquo; จะเน้นการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน คิด-วิเคราะห์ รวมทั้งบูรณาการหลาย ๆ สาขาศาสตร์วิชาเข้าด้วยกัน เพื่อใช้นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตจบใหม่เป็นตัวกลางในการนำความรู้และเทคโนโลยีไปถ่ายทอดให้ชุมชนพัฒนาพื้นที่ชนบท &amp;nbsp;และจะเป็นทั้งมาตรการพยุงสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางในปี 2563 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า จะมีบัณฑิตตกงานประมาณ 5 แสนคน ด้วยการดึงบัณฑิตตกงานออกมาช่วย 5 หมื่นคน หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ทำงาน 1 ปี ได้คนละ 15,000 บาท ถือเป็นการลดภาระให้กับสังคมและยังถือเป็นการลงทุนทางสังคมด้วย เพราะทั้งช่วยลดอัตราการว่างงานและช่วยหยิบยื่นโอกาสให้เด็กจบใหม่ได้เรียนรู้จริง โครงการนี้จึงเป็นการลงทุนทางสังคมที่จะทำให้ &amp;quot;คนรุ่นใหม่&amp;quot; เป็น &amp;quot;ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;quot; อย่างสร้างสรรค์และเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการยุวชนสร้างชาติถือเป็น &amp;quot;การลงทุนทางสังคม&amp;quot; ที่แม้จะไม่ใช่การลงทุนในเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หรือนโยบายทางด้านการเงินการคลัง ที่สามารถวัดประเมินผลได้ด้วยตัวชี้วัดเชิงปริมาณ แต่โครงการยุวชนสร้างชาติคือ การขับเคลื่อนองคาพยพของทุกภาคส่วนเพื่อหล่อหลอมและจรรโลงจิตสำนึกสาธารณะความเป็นพลเมืองไทยและความภูมิใจในทรัพยากรของชาติให้บังเกิดขึ้นในยุวชนรุ่นใหม่&amp;quot;นายสุวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, บํณฑิตตกงาน, อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน, โครงการยุวชนสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9f4d07ceaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
