<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ครูแก้หนี้แค่4หมื่นราย &#039;ประยุทธ์&#039;แนะปรับตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; แจงไม่มีโขกดอกเบี้ยครูโครงการ ช.พ.ค. ยืนยันคิดอัตราต่ำเพียง 5-6% ต่อปี &amp;nbsp;พร้อมคลอดมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง เปิดตัวเลขพบครูลุยเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้แค่ 4 หมื่นราย &amp;nbsp;จากผู้กู้ทั้งโครงการ 4.33 แสนราย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แนะแก้หนี้ที่ตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงกรณีเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูรวมตัวกันประมาณ 100 คน เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป พร้อมชักชวนลูกหนี้ ช.พ.ค.ทั่วประเทศ ร่วมกันยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2561 ว่า ปัจจุบันธนาคารออมสินได้คิดอัตราดอกเบี้ยโครงการ ช.พ.ค.ต่ำมาก เพียง 5-6% ต่อปี และผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 30 ปี ขณะที่สินเชื่อบุคคลทั่วไปในระบบสถาบันการเงินที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ย 15-28% ต่อปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยได้ถูก เนื่องจากได้ร่วมมือกับ สกสค. ในการหักเงินเดือนชำระหนี้ จึงมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำ และที่ผ่านมาธนาคารได้จัดเงินสนับสนุนในอัตรา 0.5-1% ต่อปี ไปดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยให้กับครูที่มีวินัยทางการเงิน ผ่อนชำระปกติ ซึ่งครูได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายลดลงปีละ 5,000 บาท-10,000 บาท ต่อเงินกู้ 1 ล้านบาทต่อปี โดยตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ ช.พ.ค. มากกว่า 12 ปี มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 7 แสนราย คิดเป็นเงินกู้รวมกว่า 7 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตลอดเวลาการดำเนินโครงการธนาคารออมสินได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการผ่อนชำระหรือชำระไม่ไหว ด้วยการส่งหนังสือเชิญชวนเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ 3 แนวทาง คือ 1.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายมากกว่า 30% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติ 100% 2.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 15-30% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50% และ 3.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 15% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี ชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 25% โดยปัจจุบันมีผู้กู้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้แล้วกว่า 4 หมื่นราย&amp;rdquo; นายชาติชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดสินเชื่อของโครงการ ช.พ.ค. มีผู้กู้รวม 4.33 แสนราย คิดเป็นวงเงินกู้ 4.06 แสนล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 4.07 พันล้านบาท คิดเป็น 0.94% ของลูกหนี้ทั้งหมดเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ธนาคารออมสินยืนยันว่า อยากให้ครูที่มีปัญหาการผ่อนชำระไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด ขอให้เข้ามาแจ้งความประสงค์ เพราะธนาคารมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือครูที่ยืดหยุ่นผ่อนคลาย ด้วยการให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีวินัยทางการเงิน เพราะครูต้องทำหน้าที่ให้ความรู้ สร้างคนให้เป็นคนดีมีวินัยให้แก่ประเทศชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่าหนี้ในกลุ่มครูที่เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และการปฏิรูปการศึกษา เพื่อจะลดความกังวลและภาระในการดำรงชีวิต ที่สามารถทำหน้าที่การเป็นแม่พิมพ์ที่ดีของเด็กๆ ได้เต็มศักยภาพที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้พยายามใช้มาตรการต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับแม่พิมพ์ของชาติที่มีหนี้มาอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ปัญหาการก่อหนี้เกินตัวที่ต้นเหตุ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะไม่ส่งผลเสียอื่นๆ ลุกลามเป็นลูกโซ่ ก็คือการพยายามไม่เข้าสู่วงจรการเป็นหนี้ โดยต้องเริ่มจากตัวเราทุกคนเอง&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือกับทางธนาคารออมสิน พบว่า ทางธนาคารไม่ได้มีเจตนาที่จะไปไล่บี้ ฟ้องร้องครู เนื่องจากกลุ่มครูที่เป็นหนี้ค้างชำระไม่เข้าร่วมมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้หรือไม่ติดต่อชำระหนี้กับธนาคารนั้นมีเพียงแค่กว่า 4,000 คนเท่านั้น ไม่ถึงร้อยละ 1 ของกลุ่มครูทั้งหมด อีกทั้งทางธนาคารออมสินยังได้ชี้แจงว่า การที่ต้องเรียกคนกลุ่มนี้มาเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น และจุดประสงค์หลัก คือต้องการให้ครูกลุ่มนี้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสภา ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นายวุฒิพล ฉัตรจรัสกูล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พร้อมคณะ แถลงกรณีมีการกล่าวปฏิญญามหาสารคามของเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้ห้องประชุมเธียเตอร์ &amp;nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามว่า มหาวิทยาลัยได้รับหนังสือขอใช้ห้องประชุมเธียเตอร์ &amp;nbsp;อาคาร 34 เพื่อจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ยุทธศาสตร์กู้วิกฤตการศึกษาไทย จึงได้เซ็นอนุมัติเพื่อให้ความอนุเคราะห์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ถือเป็นการให้บริการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความอนุเคราะห์ให้บริการแก่ชุมชน จึงให้ความอนุเคราะห์สถานที่ และโดยพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ก็เป็นแหล่งผลิตครูมาโดยตลอด ตรงนี้อาจมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ คิดว่ามหาวิทยาลัยเป็นผู้เข้าร่วมหรือมีส่วนด้วย ขอย้ำมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับการประกาศปฏิญญามหาสารคามในครั้งนี้&amp;quot; นายวุฒิพลกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจที่ธนาคารออมสินเร่งทวงหนี้ครู เพราะเป็นธรรมชาติของผู้มีอำนาจ แต่วิธีการนี้จะทำให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ที่ผ่านมาการเรียกร้องของครูก็ไม่ได้หมายถึงจะเบี้ยวหนี้ แต่ต้องการพักชำระหนี้ชั่วคราว เพราะได้รับผลกระทบจากการคิดดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม อยากให้มามองความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ให้หาทางแก้ไข แต่เวลานี้ธนาคารออมสินและ สกสค.กำลังจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแทนที่จะหาทางร่วมกัน กลับมาตั้งป้อมใส่กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;พวกคุณกู้เป็น personal loan ไม่ต้องมีบ้านค้ำ และไม่มีกำหนดอายุ ได้พักหนี้ 3 ปี ดอกเบี้ย 6.5% ก็ได้รับสิทธิพิเศษแล้ว รู้บ้างไหม คนซื้อบ้านเขาผ่อนทันที ดอกเบี้ย 2-3% เป็นเวลา 2-3 ปี ต่อจากนั้นดอกเบี้ย 7-8% เขาก็เข้าใจ จ่ายไม่ไหวก็เจรจา ไม่ออกมาประกาศยุติการใช้หนี้หรือออกมากล่าวหาว่าสัญญาไม่ยุติธรรมหรือไม่มีจริยธรรม ไม่มีใครเขาเรียกให้รัฐบาลช่วย การปรับโครงสร้างหนี้ต้องเป็นเรื่องของคู่สัญญา จะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยได้อย่างไร อยากได้ดอกเบี้ยแบบเกษตรกรได้อย่างไร เกษตรกรเขาไม่มีเงินเดือน และเขาต้องเผชิญกับสภาพดินฟ้าอากาศ บางช่วงบางปีไม่มีรายได้ แต่พวกคุณมีรายได้ทุกเดือน ไม่ว่าฝนตกหรือฝนแล้ง จะเป็นครูสอนคน ควรมีตรรกะที่ดีกว่านี้ ที่สำคัญเป็นหนี้ต้องจ่าย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13799</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชาติชาย พยุหนาวีชัย, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, วุฒิพล ฉัตรจรัสกูล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อวยชัย วะทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51ebb8c926a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักดาบหนี้ออมสินไปไกล!&#039;อวยชัย&#039;ซัดทุนนิยมเห็นเงินเป็นพระเจ้า ลั่นใช้สิทธิประชาธิปไตยไม่ได้ไปเผาบ้านเผาเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.61-หลังนายอวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;&amp;quot;ดร.อวยชัย วะทา&amp;quot; ประกาศปฏิญญา มหาสารคาม ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเร่งด่วน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการประกาศชักดาบธนาคารออมสินนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎว่าโพสต์ดังกล่าวนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยส่วนมากเป็นการโจมตีถึงความไม่รับผิดชอบของครูกลุ่มนี้ ทำให้นายอวยชัยโพสต์ข้อความชี้แจงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นมีการถามว่า ครูกู้เขามา เขาเอาเงิน(เด็ก)คนอื่นมาให้กู้ เขาก็ต้องหาหลักประกันเพื่อคุมครองเงินต้นเขา คุณไม่มีเลย เขาก็ต้องให้ทำประกัน เขาผิดตรงไหน เสียงสะท้อน ที่แรงตีกลับมา คงได้สำนึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอวยชัยแจงว่า &amp;nbsp;1.ข้อตกลงร่วมกันเบื้องต้นคือ โครงการนี้เป็นโครงการลักษณะพิเศษเพื่อช่วยกันแก้ปัญหามิใช่เพื่อแสวงหากำไรเป็นด้านหลักเหมือนโครงการเงินกู้ตามปกติ &amp;nbsp;2. การประกันความเสี่ยงไม่ผิด แต่ผิดตรงที่ยึดเอาเงินของเขาไปทำประกันก้อนใหญ่ 9 ปี แทนที่จะเป็นเงินฝากหรือเงินหุ้นแล้วทะยอยส่งเบี้ยเป็นรายปีตามปกติ ซึ่งผู้กู้จะได้ดอกเบี้ยตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ฝากไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะยอยกู้เป็นงวดๆเขาก็ยอมเพราะดอกเบี้ยยิ่งถูก ยิ่งครูเสนอให้นำเงินกู้ 1 ใน 3 หรือ แม้กระทั่งครึ่งหนึ่งซื้อหุ้นออมสินครูก็ยอม เพราะเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการช่วยเพื่อครู (ช.พ.ค.) แต่ออมสินไม่ยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอวยชัยยืนยันว่าครูไม่ได้ชักดาบ แต่ให้หยุดหักดอกเบี้ยแบมหาโหด 6 เท่า แล้วหักเงินต้นเมื่อเลือดไหลหมดตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คนเป็นครูสำนึกตลอดเวลาว่าต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์และคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นแบบอย่างในการคัดค้านสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม เป็นเห็นว่าสถาบันการเงินของรัฐละเมิดแนวทางหรือข้อตกลงร่วมกัน ทำการเหมือนนายทุนเงินกู้หน้าเลือดรีดเลือดกับปู ก็ต้องกล้าออกมาทักท้วงให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแก้ไขให้เหมาะสมและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สังคมไทยต้องปลุกสำนึกตนเองขึ้นใหม่ว่า ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมบริโภคนิยม ทำให้คนและสถาบันต่างๆยึดถือเงินเป็นพระเจ้า วัดคุณค่าของคนด้วยปริมาณของเงิน แทนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถนอมรักและช่วยกันหาทางออกด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยึดถือเพื่อนร่วมสังคมเสมือนญาติมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อ้อสิ่งหนึ่งที่เรียกร้องด้วยประชาธิปไตยตรงตรงตามสิทธิ์ คือไม่เคยปิดถนนนและเผาบ้านเผาเมืองครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีผู้แย้งว่า เขาลดดอกเบี้ยจากเดิมที่เซ็นสัญญาไว้ครับ จากที่อ่าน คือเค้าให้3ปีแรกร้อยละ1ปี4-30ร้อยละ5.5-6แต่มีการลดดอกให้อีกซึ่งหากเทียบการกู้บ้าน ที่มีบ้านเป็นหลักประกันบ้านตายไม่ได้ 1ล้าน ผ่อน6500-7000บาท ผมว่าดอกที่คิดครูก็ไม่แพงนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายอวยชัย ยังไม่ชี้แจงกรณีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูชักดาบหนี้ออมสิน, ปฏิญญามหาสารคาม, ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย, อวยชัย วะทา, เรียกร้องตามสิทธิ์, ไม่ได้เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4d4583af36a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
