<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; วาดการ์ตูนอวยพรคนไทยวันสงกรานต์ ขอให้ปลอดภัยจากโควิด-อุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ภาพการ์ตูนที่เขียนด้วยฝีมือตนเอง บนเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;ldquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ Aoodda&amp;rdquo; และ Twitter &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุรินทร์ (Aoodda)&amp;rdquo; โดยเป็นภาพอู๊ดด้าและเพื่อนๆ สวมใส่หน้ากากอนามัย และกำลังนั่งติดเกาะกลางทะเลโควิด พร้อมคำอวยพรว่า &amp;quot;สวัสดีปีใหม่ไทยและสุขสันต์วันสงกรานต์&amp;nbsp;ขอให้คนไทยทุกๆท่านปลอดจากภัยโควิดและปลอดจากอุบัติภัยหากต้องเดินทาง ขับรถโปรดระมัดระวัง อย่าประมาทโดยเด็ดขาดครับ ... และหากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการช่วงสงกรานต์ กรุณาแจ้ง 1569 ซึ่งผมได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามเรื่องนี้โดยใกล้ชิดแล้วครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ระบุด้วยว่า เพื่อแสดงความระลึกถึงและความห่วงใยไปยังคนไทยทุกคน และเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99388</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พรรคประชาธิปัตย์, สงกรานต์, อวยพรสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60758b5977d21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันที่2ตายอีก30 เหตุดื่มแล้วขับ คุมถนนสายรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ อวยพรสงกรานต์ ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุข ยกการ์ดให้สูง ศปถ.เผยอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์วันที่ 2 ตายเพิ่ม 30 ราย เจ็บ 374 สาเหตุดื่มแล้วขับ ถูกดำเนินคดีแล้ว 6.1 หมื่นราย ประสานจังหวัดคุมเข้มดูแลเส้นทางสายรอง ถนนในจังหวัด-อบต.-หมู่บ้าน กวดขันลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก? Prayut? Chan-o-cha ระบุว่า &amp;quot;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผมขอให้พี่น้องคนไทยทุกคนพักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุขและด้วยความระมัดระวังนะครับ&amp;nbsp; ท่านที่กลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ และขอให้ร่วมกันดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อย่าลืมว่าเราทุกคนยังต้องยกการ์ดให้สูง สวมหน้ากากอนามัยกันตลอดเวลานะครับ เพื่อดูแลทั้งตัวเราเองและคนที่เรารัก สวัสดีปีใหม่ไทยทุกท่านล่วงหน้าครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน&amp;nbsp; 2564 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;quot; เกิดอุบัติเหตุ 357 ครั้ง ผู้เสียชีวิต&amp;nbsp; 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 374 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว&amp;nbsp; ร้อยละ 34.45 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.37 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 87.12 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 58.26 ถนนกรมทางหลวง&amp;nbsp; ร้อยละ 39.94 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 41.18 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น.&amp;nbsp; ร้อยละ 26.89 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ&amp;nbsp; 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.93 ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก&amp;nbsp; 1,916 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,518 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 330,653 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 61,702 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 15,661 ราย ไม่มีใบขับขี่ 17,025 ราย&amp;nbsp; โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราชและร้อยเอ็ด (จังหวัดละ 16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ตรังและสมุทรปราการ (จังหวัดละ 3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (20 คน) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 705 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 56 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 729 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 40&amp;nbsp; จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช (27 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี (จังหวัดละ 31 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เปิดเผยว่า แม้วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงจุดหมายแล้ว แต่ยังคงมีการใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด ถนน อบต.และหมู่บ้าน รวมถึงอยู่ในช่วงของการสังสรรค์และเฉลิมฉลอง ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดคุมเข้มปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนบนเส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน โดยปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ และด่านชุมชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจความพร้อมทั้งคนและรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักยานยนต์ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ และตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป การคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต&amp;nbsp; สุดท้ายนี้ขอฝากเตือนประชาชน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญเมื่อใช้รถใช้ถนน อีกทั้งร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ด้วยการรด ริน พรมน้ำ และไม่สาดน้ำใส่กัน เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัยและห่างไกลจากโควิด-19&amp;quot; นายบุญธรรมกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยกการ์ดให้สูง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อวยพรสงกรานต์, อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607456626481c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งคลังศึกษาขึ้นภาษี นายกฯถกครม.รายได้พลาดเป้า/ประยุทธ์2/4ถ่ายรูปชื่นมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อวยพรสงกรานต์ให้ประชาชนมีความสุข เผย &amp;quot;คลัง&amp;quot; รายงานกลางที่ประชุม ครม. เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ รมต.เบรกค้านขึ้นภาษี หวั่นคนต่อต้าน กมธ.ร่วมรัฐสภา-กฤษฎีกาปิดห้องถกหาทางออก พ.ร.บ.ประชามติพฤหัสฯ นี้ หวังอุดรูรั่วป้องกันโดนศาล รธน.สอยร่วง นายกฯ กำชับกลาง ครม. กฎหมายสำคัญห้ามพลาด ยันหนุนแก้ รธน.!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มี.ค. มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยบรรยากาศก่อนการประชุมพบว่า ช่วงเวลา 07.40 น. รัฐมนตรีใหม่ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ได้สักการะสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยวุฒิเปิดเผยว่า ได้ขอพรให้ทุกอย่างราบรื่น&amp;nbsp; รัฐบาลทำงานอยู่ครบ 4 ปี ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินไปที่ตึกสันติไมตรี เพื่อรอถ่ายภาพหมู่ร่วมกับ ครม.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ ครม.ทั้งหมดถ่ายภาพหมู่บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งการถ่ายภาพครั้งนี้ขาดเพียงนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เนื่องจากไม่ค่อยสบาย แต่ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุม ครม.ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 08.45 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม &amp;ldquo;สงกรานต์ ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ Amazing ยิ่งกว่าเดิม&amp;rdquo; ทั้งนี้ นายกฯ ได้สรงน้ำพระพุทธมหานาคปฏิมากรนาคปรก 9 เศียร ซึ่งมีความหมายสิริมงคล หมายถึงการปกป้องดูแลประเทศชาติ พร้อมกล่าวขอพรให้ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรือง และอวยพรให้ประชาชนคนไทยมีความสุข เป็นคนดีของสังคม ขณะเดียวกันก็อวยพรให้แก่คณะรัฐมนตรีและตัวแทนเด็กเยาวชนที่ได้รดน้ำดำหัว ขอให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขปัญหา ยืนยันว่าจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการรับน้องใหม่ มีรัฐมนตรีใหม่เข้ามา 3 คน โดยสิ่งที่ต้องทำวันนี้คือการหารายได้ ซึ่งต้องหาวิธีการให้คนเข้าถึงประโยชน์ ต้องหาทางขยายเพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจต่อ ทั้งภาคการเกษตร การค้าการลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ประชุมให้น้ำหนักถึงการจัดเก็บรายได้ของประเทศเป็นพิเศษ โดยกระทรวงการคลังรายงานภาพรวมเศรษฐกิจที่เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า เมื่อเทียบกับต่างประเทศ และงบประมาณที่มีอยู่ก็จำเป็นต้องใช้แก้ปัญหาสถานการณ์โควิด ซึ่งปัจจุบันนี้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ร้อยละ 7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุม ครม. ได้มีการหารือถึงการจัดเก็บรายได้ของประเทศ โดยกระทรวงการคลังรายงานภาพรวมเศรษฐกิจที่เก็บไม่ได้ตามเป้าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และงบประมาณที่มีอยู่จำเป็นต้องใช้แก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีรายได้ 2.33 ล้านล้านบาท แต่รายจ่ายสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐมนตรีต่างแสดงความเห็นเรื่องนี้ค่อนข้างมาก อย่างนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ความเห็นว่า การขึ้นภาษี ขอให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา อย่านำไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะใครมาก็กลัวประชาชนคัดค้าน และในต่างประเทศเขาเลือกจะขึ้นภาษีในช่วงโควิดเพื่อนำรายได้ไปเพิ่มสวัสดิการให้ประชาชน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสนับสนุนว่าเห็นด้วยกับแนวคิดของนายจุติ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่าประเทศไทยไม่มีการขึ้นภาษีมานานแล้ว ดังนั้นควรไปศึกษาให้รอบคอบก่อน ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม สอบถามว่าต่างประเทศที่พูดถึงเป็นประเทศเพื่อนบ้านเราหรือประเทศไหน อย่างไรก็ตามที่ประชุม ครม.ไม่มีข้อสรุป ซึ่งนายกฯ สั่งให้กระทรวงการคลังกลับไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของภาษีทั้งหมด รวมทั้งหากมีการปรับขึ้นจะต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปในใช้ในโครงการดูแลกลุ่มคนรายได้น้อยและกลุ่มเปราะปรางด้วย เมื่อได้ข้อสรุปแล้วให้นำเสนอกลับเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งในที่ประชุมว่าจะมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7-8 เมษายน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยเรื่องการออกเสียงประชามติ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อที่ประชุมว่า ขอความร่วมมือทุกพรรคให้เข้าร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำว่ากฎหมายสำคัญอย่าให้พลาด พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวต่อที่ประชุมด้วยว่า ยืนยันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ช่วยกันทำให้ได้ และย้ำว่าในกรณีใครที่จะเสนอแต่งตั้งโยกย้าย ขอให้เช็กประวัติให้รอบคอบ อย่าให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อกลับบ้านพัก โดยขบวนรถใช้ทางออกประตู 4 สู่ถนนพิษณุโลก ก่อนเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าถนนราชดำเนินเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า และม็อบอาชีวะที่มาดักตะโกนไล่นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด โดยไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
&amp;quot;วิษณุ&amp;quot;เชื่อพรบ.ประชามติฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ..... ของรัฐสภา ทางนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนระบุหากร่าง พ.ร.บ.ประชามติผ่าน จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะบางมาตราอาจขัดรัฐธรรมนูญ ว่าไม่รู้เขา ไม่รู้ว่าจะยื่นได้ด้วยหรือเปล่าด้วยซ้ำไป เพราะยังไม่ได้ดูมาตรา 10-12 หากดูไปถึงมาตราเหล่านั้น เขาอาจจะเข้าใจและไม่สงสัยก็ได้ ถ้ายังสงสัยอยู่ก็มีสิทธิ์ยื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ดูอย่างไรว่ามาตราเหล่านั้นจะไม่มีข้อสงสัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก เพราะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต้องไปดูกันต่อ โดยจะเริ่มดูวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งในเบื้องต้นได้แนะนำคณะกรรมการกฤษฎีกาไปแก้มาตรา 10-12 แล้วนำไปเสนอคณะกรรมาธิการฯ แต่ไม่ขอบอกว่าแนะนำไปอย่างไรบ้าง ถ้าเสียงข้างมากเขายอมก็เบาไปเยอะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะยอมหรือไม่ ยังไม่ได้ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ณ ตอนนี้ที่มีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ยังมีความเป็นห่วงว่ากฎหมายจะตกในวาระ 3 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นไปตามที่เราคุยกันไว้ คิดว่าไปได้ ไม่มีปัญหาอะไร มั่นใจว่าจะผ่าน เพราะเมื่อแนะนำไปแล้ว คิดว่าแก้ได้ สิ่งที่วิตกกันหมดไป ปัญหาเหลือเพียงว่าถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมากข้างน้อยเขาไม่ยอมกันอีก เป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ ได้นัดหารือนอกรอบร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายหลังกรรมาธิการได้ถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกจากการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อไปปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ เพื่อเสนอกลับมาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุรชัยเปิดเผยภายหลังการหารือเสร็จสิ้นว่า ทางตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติ ใน 2 มาตรา คือมาตรา 10 แก้ไขเพื่อกำหนดรายละเอียด และขั้นตอนวิธีการออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมาตรา 11 การทำประชามติในเรื่องอื่นๆ ที่จะกำหนดไว้ในมาตรานี้ทั้งหมด โดยเบื้องต้นเห็นด้วยกับหลักการที่กฤษฎีกาปรับแก้มาเบื้องต้นแล้ว เพียงแต่เห็นว่ายังมีบางถ้อยคำที่เห็นควรให้กฤษฎีกาไปปรับแก้เพิ่มเติม และยืนยันว่ากรรมาธิการ พร้อมประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่กฤษฎีกานำไปปรับแก้ให้แล้วเสร็จ ส่วนข้อกังวลที่รัฐสภามีการแก้ไขในมาตรา 9 จนอาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความนั้น สรุปว่าการปรับแก้ของกฤษฎีกาได้พยายามใช้มาตรา 10 และมาตรา 11 ไปขยายความในมาตรา 9 เพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการตีความว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ กมธ.จะประชุมร่วมกันในวันที่ 1 เม.ย. เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประชามติตามที่กฤษฎีกาปรับแก้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายนพพร ขุนค้า อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เนื่องจากทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหาร&amp;nbsp;13 november&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดว่าด้วยข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ.2563&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพพรกล่าวว่า ตนมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม การกระทำของ ส.ส.ที่เห็นว่าเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป อยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนในฐานะผู้ถูกทำร้ายร่างกาย และเพื่อสร้างความกระจ่างและรักษาเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ามีหลักฐานอย่างเพียงพอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97820</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อวยพรสงกรานต์, เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า, ให้ประชาชนมีความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6063300b59f74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;อดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;13 เม.ย.62 - นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าวันนี้เป็นวันสงกรานต์ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยค่ะ เลยขอสวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขใจ และมีความเจริญรุ่งเรือง คิดสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการนะคะด้วยความรักและคิดถึงเสมอค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปู ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อวยพรสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1b14346808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขอคนไทยร่วมมือทำให้บ้านเมืองสงบ เดินหน้าสู่ประชาธิปไตยด้วยความเรียบร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า สงกรานต์ปีนี้ถือว่ามีความพิเศษ เพราะอยู่ในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งถือเป็นพิธีมหามงคลของคนไทย นายกฯจึงอยากให้สืบสานประเพณีไทยอันดีงามไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะหลายอย่างคือเสน่ห์ของประเทศไทย ทั้งนี้ ขอฝากให้ดูแลนักท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเราต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี สิ่งที่เป็นห่วงคือความปลอดภัยของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมถึงการจราจร ซึ่งในเบื้องต้นได้สั่งการให้ดูแลความปลอดภัยในด้านการจราจร โดยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายอย่างน่าจะดีขึ้น เมื่อเราสามารถสร้างเส้นทางในการระบายรถได้มากขึ้น เพราะแต่ละภูมิภาคเส้นทางต่างๆเกิดความแออัด แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลเริ่มสร้างทางแล้ว และจะเสร็จภายในเร็ววันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา 5 ปีรัฐบาลได้ทำไปมากพอสมควร โดยเน้นหนักที่ภาคอีสาน เหนือบ้างบ้าง เช่นเรื่องน้ำท่าต่างๆ หากไม่เริ่ม ก็จะไม่ได้ทำ จากนั้นก็จะมีแต่คนบ่น ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยด้วยความเรียบร้อย เช่นเดียวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งประเทศไทยจะได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ อย่าลืมว่าถ้าเรายิ่งทำให้ปัญหามีมากขึ้น ก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจโลกวันนี้ก็มีปัญหาอยู่แล้วเราจึงต้องช่วยกัน รับฟังสิ่งต่างๆที่รัฐบาลพยายามหาช่องทางและมาตรการในการแก้ปัญหา วันนี้เราเป็นห่วงผู้มีรายได้น้อยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชาวนา ชาวสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ตนได้ติดตามราคาพืชผลการเกษตรทุกวัน พร้อมสั่งการให้แก้ไข และสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างประเทศเพราะถือเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย จึงต้องช่วยกันพัฒนา หากรัฐบาลหน้าทำสิ่งเหล่านี้ต่อไปประเทศไทยก็จะมีอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การดูแลผู้มีรายได้น้อยเป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องหารายได้มาดูแลประชาชน หากไม่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย บวกกับการค้าการลงทุนมีปัญหา เราก็จะหาเงินไม่ได้ ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง และการกระทบกระทั่งให้ได้มากที่สุด ขอให้อโหสิซึ่งกันและกันในช่วงสงกรานต์นี้ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายก็ให้กระบวนการได้ทำงานไป ใครมีหน้าที่อย่างไรก็ทำอย่างนั้น ตนเชื่อมั่นว่าบ้านเมืองจะต้องสงบเรียบร้อยด้วยบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระสยามเทวาธิราช รวมถึงใจของพวกเราทุกคนที่ต้องสร้างแรงศรัทธาให้ได้ว่า เราจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าอย่างอื่น เพราะเมื่อบ้านเมืองสงบอย่างอื่นก็จะตามมาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ​ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์นี้ ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ขอกลับอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารมีอันแพร่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในราชการที่ 9 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้ปกป้องคนไทยทั้งประเทศให้มีความสุข ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง ขอให้เกิดความรักความสามัคคีเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในเวลานี้ ขอเดชะพระสยามเทวาธิราชเจ้าปกป้องประเทศไทยให้ปลอดภัย เข้มแข็ง ยั่งยืน ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข กลับไปคารวะพ่อแม่พี่ป้าน้าอา นั่นคือสังคมไทย สงกรานต์ควรจะเป็นเวลาแห่งความสุข ขอให้ลด ละ เลิก สิ่งต่างๆเพื่อให้สงกรานต์นี้เป็นปีแห่งความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เท่าที่จะทำได้ แต่ความปลอดภัยของประชาชนอยู่ที่คนขับรถ ผู้โดยสาร การดื่มสุราและความประมาท หากลดละได้ ความเสียหายก็จะลดลง จึงขออวยพรให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกอาชีพ ทุกรายได้ ทุกเพศ ทุกวัย รวมไปถึงสื่อมวลชน ให้ช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย ในปี 2562 นี้ สิ่งใดที่ทุกคนคาดหวังของให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตก้าวหน้าในอาชีพการงาน เงินเดือนขึ้น ส่วนสื่อก็ขอให้ขายหนังสือพิมพ์ให้ได้มากขึ้น แต่ขอให้พาดหัวข่าวตัวเล็กๆลงหน่อย เรื่องอะไรที่มีปัญหาขออย่าพาดหัวข่าว เพราะต่างชาติจะมองว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งถือว่าอันตราย ยูเก็ทวอทยูเพลย์ อยู่เกทวอทยูดู ขอให้ช่วยกันเพราะนายกฯทำคนเดียวไม่ไหว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33425</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บ้านเมืองสงบเรียบร้อย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อวยพรสงกรานต์, เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caebabce2394.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เปิดทำเนียบฯให้รดน้ำขอพรสงกรานต์ หากก้าวล่วง-หงุดหงิดบ้างก็ขออโหสิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) และคู่สมรส ร่วมพิธีงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2562 โดยร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนเป็นประธานในพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 62 รูป ที่บริเวณสนามหญ้าข้างตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำขอพรสงกรานต์ ที่ตึกสันติไมตรี โดยมี ครม. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล รดน้ำขอพรนายกฯเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากนายกฯแล้ว ยังมีการจัดให้รดน้ำขอพรจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ฯลฯ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งลา จึงไม่ได้มาร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอวยพรฯว่า วันนี้ถือเป็นวันมงคลของพวกเราและคนไทยทั้งประเทศ สงกรานต์คือประเพณีปีใหม่ไทยที่เรายึดถือปฏิบัติกันมาตลอดเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ เพื่อเตือนให้สังคมทราบว่าประเทศไทยมีอัตลักษณ์ที่ดีงาม มีประเพณีของเรา ซึ่งยาวนานมาตั้งแต่โบราณกาล อยู่กับประเทศไทยมากว่าพันปี ดังนั้น เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่ผ่านมา และปัจจุบัน เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคต ขอบคุณทุกท่าน เพราะทุกคนถือเป็นครอบครัวเดียวกัน หมายถึงครอบครัวของรัฐบาล ที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกอาชีพและทุกรายได้และขอขอบคุณในการทำงานที่ผ่านมาที่ผ่านมา ตนไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้บังคับบัญชาของท่าน แต่รู้สึกว่าเป็นเพื่อนเป็น พี่ น้อง และมาทำงานร่วมกัน ดังที่ได้กล่าวกับประธานองคมนตรีไปแล้ว ว่าเราเกิดมาเพื่อทำให้ทุกคนและประเทศชาติมีความสุข แข็งแรง ยั่งยืน &amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในใจของทุกคนเสมอมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา ผมก็สบายใจที่ได้ทำงานกับทุกท่าน ผมเชื่อมั่นท่าน ผมรู้หน้าและรู้ใจของพวกท่านทั้งหมด ผมอาจจะลงรายละเอียดไปบ้างในหลายเรื่อง เช่น การสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผมเชื่อมั่นในทุกท่าน ว่าจะทำให้ประเทศชาติของเราสามารถเดินไปสู่วิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืนได้ในอนาคต สำคัญคือจะต้องทำให้คนเข้าใจและมีหลักคิดในการพัฒนาประเทศ สิ่งสำคัญคือกำลังใจ และความเชื่อมั่นศรัทธาว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันต้องดีกว่าเดิม ไม่แย่ไปกว่าเดิม ส่วนจะดีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนจะทำเพื่อทุกคนประชาชนอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งใดที่ท่านได้ให้กับผมมา ก็ขอให้สนองตอบทุกท่านและครอบครัว ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว สิ่งใดก็ตามที่ตนได้ก้าวล่วงไป หงุดหงิดบ้างก็ขออโหสิก็แล้วกัน หวังว่าทุกคนคงเข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆเหล่านี้ เรื่องที่ทำให้ตนมีความสุข เพราะได้ทำงานร่วมกับทุกคน ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง และขอให้พรต่างๆไปสู่ประชาชนที่เราต้องดูแลทั้งหมด 70 ล้านคนถึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราพยายามกันต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อวยพรปีใหม่ไทย, อวยพรสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caeadb20395a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
