<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อพรก.ฉุกเฉิน 3จ.ชายแดนใต้ ดักยิงทหารดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยกเว้น อ.สุไหงโก-ลก เบตง และแม่ลาน ออกไปอีก 3 เดือน เหตุยังเกิดความรุนแรงต่อเนื่อง &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; คนร้ายซุ่มยิงทหารพรานขณะกลับจากตั้งจุดตรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 223 ง เผยแพร่ประกาศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง และจังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง และจังหวัดปัตตานี
ยกเว้นอำเภอแม่ลาน ตามประกาศลงวันที่ 12 มิ.ย.2561 ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถขยายผลการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งสามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่ายังคงมีการก่อเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากฝ่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงยังมีศักยภาพในการปฏิบัติการและยังมีความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงด้วยการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเกรงกลัวอันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
และความปลอดภัยของประชาชนจนไม่อาจดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงสมควรขยายระยะเวลาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของรัฐและของบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในการแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง และจังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอแม่ลานออกไปอีกเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2561 เป็นต้นไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่องการให้ประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงยังคงมีผลใช้บังคับตามที่ได้มีประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง และจังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอแม่ลาน ลงวันที่ 11 ก.ย.2561 แล้วนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข หรือระงับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีจึงให้บรรดาประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ลงวันที่ 20 ก.ค.2548 คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2550 เรื่อง การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 16 ม.ค.2550 และตามประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ดังกล่าวเท่าที่ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับให้มีผลใช้บังคับต่อไป จนกว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ประกาศเรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง และจังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอแม่ลาน ลงวันที่ 11 ก.ย.2561 และมีประกาศ เรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ 11 ก.ย.2561แล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การสั่งการและการแก้ไขสถานการณ์เป็นไปโดยมีเอกภาพ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ.2548 คณะรัฐมนตรี จึงมีมติให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น 21. แห่งประกาศ เรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 20 ก.ค.2548 &amp;ldquo;21.พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546&amp;rdquo; ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 10.00 น. พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี, &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.ภ.จว.ปัตตานี ชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี และกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย บริเวณทางโค้ง พื้นที่บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา &amp;nbsp;อ.หนองจิก จ.ปัตตานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา &amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่เกรงคนร้ายจะดักลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงเดินทางไปตรวจสอบในช่วงเช้า ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นป่าไม้โกงกาง พบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งอาก้า เอ็ม 16และลูกซอง ตกเกลื่อนกลาดประมาณ 50 ปลอก และมีรอยเท้าคนร้ายจำนวนมาก จึงได้เก็บพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งพิสูจน์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่เสียชีวิต 2 นาย คือ อส.ทพ.สุชาติ กองสุข และ อส.ทพ.ธนเดช ไชยมุสิก ส่วนผู้บาดเจ็บ 4 นาย คือ 1.ส.ต.อุทัย ประทุมวัลย์ 2.อส.ทพ.อิสรพงศ์ แก้วรักษา 3.อส.ทพ.อนิรุต หวังเอียด และ 4.อส.ทพ.วรากร นิ่มมาก ทั้ง 4 นายมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขาและมือ บาดเจ็บ ได้นำตัวส่งมารักษาที่ รพ.ปัตตานี. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17440</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส.ต.อุทัย ประทุมวัลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อส.ทพ.ธนเดช ไชยมุสิก, อส.ทพ.วรากร นิ่มมาก, อส.ทพ.สุชาติ กองสุข, อส.ทพ.อนิรุต หวังเอียด, อส.ทพ.อิสรพงศ์ แก้วรักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9925f3e1064.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มก่อความไม่สงบซุ่มยิงถล่มทหารพรานเสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 4 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.จตุพร กลัมพสูต ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ &amp;nbsp; เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกก.ภ.จว.ปัตตานี ชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี &amp;nbsp;และกำลังตำรวจทหารฝ่ายปกครอง ได้เดินทางไปตรวจสอบ &amp;nbsp;เหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นายบริเวณทางโค้ง พื้นที่ บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา &amp;nbsp;อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุขึ้นช่วงดึกคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปตรวจสอบพร้อมตัดสัญญาน จนมั่นใจว่าไม่มีวัตถุระเบิดลอบวางกำกักไว้ &amp;nbsp;พิสูจน์หลักฐานปัตตานี จึงเข้าตรวจที่เกิดเหตุ เป็นป่าไม้โกงกาง &amp;nbsp;พบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งอาก้าเอ็ม 16 และลูกซองตกเกลื่อนกลาดประมาณ 50ปลอก และพบร่องรอยเท้าของคนร้ายจำนวนมากจึงได้เก็บพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งพิสูจน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 นาย ทราบชื่อ อส.ทพ.สุชาติ กองสุข อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 8 ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และ อส.ทพ.ธนเดช &amp;nbsp;ไชยมุสิก อยู่บ้านเลขที่ 37/31 ม.7 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ ปัตตานี ทั้งสองนายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธสงครามตามลำตัวหลายนัด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ จำนวน 3 คันล้มบนถนนและมีปลอกกระสุนปืนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ประกอบด้วย 1.ส.ต. อุทัย ประทุมวัลย์ 2.อส.ทพ.อิสรพงศ์ แก้วรักษา 3.อส.ทพ.อนิรุต หวังเอียด และ 4.อส.ทพ.วรากร นิ่มมาก ทั้ง 4 นายมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขาและมือ บาดเจ็บ &amp;nbsp;ได้นำตัวส่งมารักษาที่รพ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4303 ฉก.ทหารพรานที่43 กำลังขับขี่จักรยานยนต์จำนวน 3 คัน รวม 6 คน &amp;nbsp;โดยมี ส.ต. อุทัย ประทุมวัลย์ เป็นหัวหน้าชุด ขับตามกันมา &amp;nbsp;กลับจากตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และกำลังเดินทางกลับฐานปฏิบัติการ &amp;nbsp;พอมาขับถึงที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริเวณทางโค้งและเปลี่ยวและมึดได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบดักซุ่มรออยุ่ก่อนแล้ว ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มทันที &amp;nbsp;ทำให้รถเสียหลักล้มลงและจนท.ทหารได้กลิ้งหลบข้างถนนพร้อมทั้งวิทยุขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งยิงต่อสู้กับคนร้ายประมาณ3-4นาทีจนคนร้ายล่าถอยไป เป็นเหตุ จนท.ทหารพราน เสียชีวิตและรับบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่และเป็นการตอบโต้การทำงานของจนท.หลังจากที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ คดีความมั่นคงได้หลายคนเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัตตานี, อส.ทพ.ธนเดช  ไชยมุสิก, อส.ทพ.สุชาติ กองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98d36b7a843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
