<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปลื้มไทยสู้โควิด WHOถ่ายทำคลิป ตัวอย่างโชว์โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุมโควิดไทยดังทั่วโลก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผย WHO บุกถ่ายทำคลิปเผยแพร่ประสบการณ์ ยกจุดเด่นระบบสาธารณสุขพื้นฐานเข้มแข็ง &amp;quot;อสม.-อสต.&amp;quot; ปัจจัยความสำเร็จ ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคชี้สถานการณ์เมียนมาน่าห่วงจ่อลามไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงมาถ่ายทำและผลิตวิดีโอแบ่งปันประสบการณ์โควิด-19 และมุมมองการตอบสนองของประเทศไทย เป็นคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของประเทศ และเพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แก่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ถือเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากประเทศนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า โดยได้จัดทำเป็นวิดีโอ 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวประมาณ 4.25 นาที เผยแพร่ทางช่อง Youtube ของ World Health Organization h ttps://youtu.be/0wFuq-QdwAU โดยใจความสำคัญที่ต้องการถ่ายทอดคือ หากมีระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่เข้มแข็ง การต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 จะง่ายขึ้นมาก โดยจุดเด่นของระบบสุขภาพของไทย คือการออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตอบสนองได้รวดเร็วด้วยยุทธศาสตร์ที่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการป้องกัน ค้นหา รักษาและติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;WHO มองว่าปัจจัยความสำเร็จของประเทศไทยคือการที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็ง ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแรงจูงใจ ทุ่มเททำงาน มีนักระบาดวิทยาภาคสนามที่มีความชำนาญ ห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ความสำเร็จในการรับมือโรคโควิด-19 จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงการเตรียมการและวางแผนกันมาอย่างดีของประเทศไทย&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ซึ่งมีรากฐานจากหลายทศวรรษแห่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและความพร้อมในระดับสูงที่จะรับมือกับการระบาดของไวรัส หรือสถานการณ์สาธารณสุขฉุกเฉินอื่นๆ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้เริ่มรับมืออย่างรวดเร็วเมื่อต้นเดือนมกราคม เมื่อเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่าโรคโควิด-19 จะเป็นปัญหาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ รักษาตัวในโรงพยาบาล 116 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,490 ราย รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,316 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ระบุว่า สถานการณ์ในเมียนมาค่อนข้างน่าเป็นห่วง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ไม่ได้ระบาดแค่ในรัฐยะไข่อีกต่อไปแล้ว แต่แพร่ระบาดออกมาในรัฐย่างกุ้งและรัฐมอญด้วย ซึ่งรัฐมอญมีชายแดนติดกับประเทศไทยมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะแพร่ระบาดในพื้นที่ของรัฐ หรือในเมืองที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยในเร็ววันนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำต้องคิดถึงจังหวัดที่แรงงานเมียนมาต้องเข้ามาทำงานด้วย ซึ่งหลายจังหวัดอยู่ในเขตปริมณฑล กระทรวงสาธารณสุขจึงมีการเฝ้าระวังมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77684</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คุมโควิด, ระบบสาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อสต., อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f622859ef153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
