<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสมท เปิดตัวผอ.ใหญ่คนใหม่  ‘รศ. เกษมศานต์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1 กันยายน 2564&amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท&amp;nbsp;อสมท จำกัด (มหาชน) เข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อย่างเป็นทางการ พร้อมประชุมร่วมกับคณะผู้บริหาร บมจ.อสมท เพื่อมอบนโยบายแผนการดำเนินงาน โดยชูวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้าน คือ 1) การพัฒนาธุรกิจเดิม ที่ทาง อสมท มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชนให้เกิดความยั่งยืน และเตรียมพร้อมรับมือสู่การเปลี่ยนแปลงกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน 2) การสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อให้เกิดการเติบโตและสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง 3) การบริหารและการจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของพนักงาน ซึ่งเป็นกลไกหลักสำคัญที่จะทำให้ 2 ข้อข้างต้นที่กล่าวมาเกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองศาสตราจารย์ เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และที่ปรึกษาในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง อาทิ รองศาสตราจารย์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) , ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารและการพัฒนา (หลักสูตรนานาชาติ) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;, รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและฝ่ายบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ฯลฯ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและวางแผนกลยุทธ์ รวมถึงศักยภาพด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสอดรับกับพันธกิจและแผนการดำเนินงานของ บมจ.อสมท ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.ใหญ่คนใหม่, ผู้อำนวยการใหญ่, อสมท, เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f5017deb6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อสมท’ปรับโครงสร้างใหม่ยังโฟกัสสื่อโทรทัศน์และวิทยุลุยหาพาร์ทเนอร์พัฒนาที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;25 ม.ค. 2564 นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการ และ รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2564 บมจ. อสมท จะขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เป็นผู้นำเสนอเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และรวดเร็ว Provider of trustworthy, accurate and timely content&amp;rdquo; มุ่งนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เสริมสร้างความฉลาด เพื่อสร้างสังคม &amp;nbsp; ตื่นรู้ ผ่านทุกช่องทางที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และรับผิดชอบต่อสังคม ภาพรวมในปีนี้ บมจ. อสมท จะมุ่งเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสื่อดั้งเดิมที่มีอยู่คือธุรกิจสื่อโทรทัศน์และธุรกิจสื่อวิทยุ ซึ่ง อสมท มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำงานด้านสื่อสารมวลชน&amp;nbsp;รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ในการแพร่ภาพและกระจายเสียง โดยดำเนินการแพร่ภาพออกอากาศ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลระดับชาติจำนวน 39 สถานีหลัก และ 129 สถานีเสริม&amp;nbsp;ทั่วประเทศ ตลอดจนความพร้อมในการให้บริการของเครือข่ายสถานีวิทยุ อสมท ที่มีมากถึง 62 สถานี&amp;nbsp;ซึ่งสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ฝ่ายบริหาร บมจ.อสมท จึงต้องการพัฒนาธุรกิจเดิม ให้มีความแข็งแรง เพื่อรักษารายได้และเรตติ้ง ก่อนปรับระบบการผลิตให้มีความเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันธุรกิจสื่อโทรทัศน์และวิทยุส่วนใหญ่จะปรับตัวให้เป็นสื่อดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงยังเป็นที่ประจักษ์ว่าตัวเลขของคนที่รับชมโทรทัศน์ และวิทยุไม่ได้น้อยลงจากเดิมมาก &amp;nbsp;แต่กลับมีการเติบโตและมีการแข่งขันที่สูงขึ้นในทุกปี ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำมากที่สุดในตอนนี้คือ การพัฒนาธุรกิจเดิมที่เรามี ให้น่าสนใจ และหลากหลายเพื่อสอดรับกับคนทุกกลุ่ม รวมถึงเตรียมแผนปรับตัวให้พร้อมกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต&amp;rdquo; นายสิโรตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิโรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวของเศษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ประกอบกับการเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและรุนแรง ทำให้ บมจ.อสมท ต้องปรับแผนธุรกิจ รวมถึงปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 2563 ที่ผ่านมา บมจ. อสมท ได้เปิดโครงการร่วมใจจากองค์กร (MSP) เพื่อปรับลดจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจในอนาคต ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านบุคลากรได้มากถึง 25 % ขณะที่ปี 2564 ฝ่ายบริหารได้บูรณาการการทำงานของส่วนงานขาย&amp;nbsp;และส่วนงานการตลาดให้มีเป้าหมายในการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ของ อสมท และเตรียมใช้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลยุทธ์ Strategic Partnership ในการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของ อสมท&amp;rdquo; นายสิโรตม์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เราจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากการพัฒนาสินทรัพย์ที่ดินที่ อสมท มีอยู่ให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ อาทิ การพัฒนาโครงการบนที่ดินย่านรัชดา-พระราม 9 หลังจากปีที่ผ่านมา บมจ.อสมท&amp;nbsp; ได้เปิดให้นักลงทุนและบุคคลที่สนใจร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินกรรมสิทธิ์ของ อสมท บนพื้นที่ 50 ไร่ ติดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้การพัฒนาที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อว่าจะได้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นักลงทุนเข้ามาพัฒนาที่ดินฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับแฟนรายการของช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ในปี 2564&amp;nbsp; บมจ.อสมท ได้ส่งรายการแนว ส่งเสริมความรู้และสาระบันเทิง หลากหลายแนวตลอดทั้งสัปดาห์ พร้อมซีรีส์ดังจากทุกมุมโลก&amp;nbsp; ทั้งเอเชียฟอร์มยักษ์ พรีเมียมจากประเทศอังกฤษ ตลอดจนซีรีส์อินเดียยอดนิยม ในส่วนของธุรกิจวิทยุ อสมท ได้วางแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่อาจจะมีขึ้นในปี 2565 โดยให้แต่ละคลื่น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เตรียมความพร้อมในการนำเสนอเนื้อหาสาระใน Platform ออนไลน์มากขึ้น นำเสนอข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือการนำเสนอในรูปแบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปี 2564, อสมท, แผนธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac84da70863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสมท.ชวนนักลงทุนร่วมพัฒนาที่ดินย่านหนองแขม- บางไผ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาที่ดินของ อสมท ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;อสมท เร่งดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาสินทรัพย์ที่ดินทั้ง 3 แปลงหลักให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ ประกอบด้วยเฟสแรก ที่ดิน 50 ไร่บริเวณศูนย์วัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร ย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งมีศักยภาพสูงติดกับแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม และเฟส 2 สถานีเครื่องส่งหนองแขม (40ไร่) และสถานีเครื่องส่งวิทยุ AM บางไผ่ (59ไร่) &amp;nbsp;เพื่อมุ่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ควบคู่กับธุรกิจโทรทัศน์และธุรกิจวิทยุที่ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดให้กับ อสมท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด อสมท ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักลงทุนและผู้ที่สนใจร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินเฟสแรก บนพื้นที่ 50 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน และผู้ที่สนใจ ร่วมนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินบนพื้นที่ 50 ไร่ จำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาที่ดินแปลงอื่นๆ ที่มีศักยภาพและโอกาสในการทำธุรกิจตามอัตราการขยายการเติบโตของเมือง และการเปลี่ยนแปลงของผังเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสมท ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักลงทุนและผู้ที่สนใจร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินกรรมสิทธ์ของ อสมท บนพื้นที่ 59 ไร่ สถานีเครื่องส่งวิทยุ AM บางไผ่ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 และ ร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินกรรมสิทธิ์ของ อสมท บนพื้นที่ 40ไร่ สถานีเครื่องส่งหนองแขม ถนนเพชรเกษม โดยผู้ที่สนใจสามารถส่งรายละเอียดแนวคิดในการพัฒนาโครงการได้ที่ e-mail : realestate.de@mcot.net &amp;nbsp;หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ที่ ฝ่ายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เลขที่ 63/1 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 15 มกราคม 2564 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ www.mcot.net โทร. 0-2201-6269&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86397</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิโรตม์ รัตนามหัทธนะ, อสมท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97cfe6d5703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อสมท&#039;หนัก9เดือนขาดทุน1,168ล้านเร่งลดพนักงาน-พัฒนาที่ดินรัชดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 2563 นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการ และ รักษาการในตำแหน่ง กก.ผอ.ใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; เปิดเผยว่า &amp;ldquo;อสมท รายงานงบการเงินในไตรมาส 3 ปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีผลขาดทุนสำหรับงวดในไตรมาสที่ 3 จำนวน 106 ล้านบาท โดยคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นถึงร้อยละ 42 &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตามในงวดเก้าเดือนของปี 2563 ขาดทุนจำนวน 1,168 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ภาคธุรกิจต้องควบคุมค่าใช้จ่ายการใช้งบโฆษณาและประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2563 &amp;nbsp;อสมท มีรายได้จำนวน 1,086 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ในไตรมาสที่สามปี 2563 จำนวน 402 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 ธุรกิจโทรทัศน์และธุรกิจวิทยุยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดให้กับ อสมท ในสัดส่วนร้อยละ 62 ในขณะที่ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล (BNO) มีสัดส่วนรายได้สูงเป็นลำดับสองรองจากธุรกิจโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจโทรทัศน์ มีรายได้ในช่วงเก้าเดือนแรกจำนวน 314 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยเป็นรายได้ในไตรมาสที่สามจำนวน 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจวิทยุ มีรายได้ในช่วงเก้าเดือนแรกจำนวน 345 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยเป็นรายได้ในไตรมาสที่สาม จำนวน 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จากไตรมาสก่อนหน้า&amp;nbsp;ในไตรมาสที่สาม คลื่นวิทยุทั้งส่วนกลางและภูมิภาค มีรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยคลื่นลูกทุ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;มหานคร FM 95 MHz. ยังแสดงผลงานได้โดดเด่นสามารถทำรายได้สูงสุดในคลื่นวิทยุของ อสมท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับคลื่นวิทยุอื่นๆ เช่น คลื่นความคิด FM 96.5 MHz, Mellow FM 97.5 MHz, Active Radio FM 99 MHz คลื่นข่าว FM 100.5 MHz และคลื่น MET 107 MHz รักษาฐานผู้ฟังและกลุ่มลูกค้าด้วยกิจกรรมการตลาดใหม่ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีสื่อสารผ่านโปรแกรม Zoom รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าผู้สนับสนุนรายการและผู้ฟัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (BNO) และให้เช่าช่องรายการบนดาวเทียมในระบบ C-Band มีรายได้ในเก้าเดือนแรกปี 2563 จำนวน 326 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.รายได้ธุรกิจการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และ 2. รายได้จากธุรกิจการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม โดยเป็นรายได้ใน &amp;nbsp; ไตรมาสที่สามปี 2563 จำนวน 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจดิจิทัล &amp;nbsp;มีรายได้ในเก้าเดือนแรกปี 2563 จำนวน 35 ล้านบาท เป็นรายได้ในไตรมาสที่ 3 จำนวน 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ธุรกิจดิจิทัล ประกอบด้วยรายได้จาก เว็บไซต์ www.mcot.net หรือแพลตฟอร์มโซเชียลที่ได้รับความนิยมต่างๆ เช่น Youtube และ Facebook&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อสมท ได้เปิดตัวบริการใหม่ทางด้านดิจิทัล รวมถึงการให้บริการ Digital Solution แก่หน่วยงานต่างๆ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ปัจจุบัน อสมท ได้ปรับปรุงทั้งเชิงเทคนิค และ Content เพื่อให้สามารถเพิ่มอัตราการเข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเร่งพัฒนาและต่อยอดใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างรายได้จากการนำเนื้อหาจากพันธมิตร และ Content ของบริษัทไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น และพร้อมสนับสนุนงานด้านดิจิทัลให้กับหน่วยงานต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิโรตม์ กล่าวถึงแนวทางในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับองค์กรว่า ฝ่ายบริหารพยายามเร่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่ทั้งจากธุรกิจดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาสินทรัพย์ที่ดินให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ โดยล่าสุด อสมท &amp;nbsp; อยู่ระหว่างการเปิดรับข้อเสนอสำหรับการพัฒนาโครงการบนที่ดิน 50 ไร่ ย่านรัชดา จากนักลงทุนและบุคคลที่สนใจ เพื่อทดแทนรายได้กิจการสัมปทานที่สิ้นสุดลงตั้งแต่ไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจหลักเช่นโทรทัศน์และวิทยุ ให้ผลิตเนื้อหารายการที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ต่อสังคม &amp;nbsp;สำหรับโครงการร่วมใจจากองค์กร ประจำปี 2563 (Mutual Separation Plan : MSP) ซึ่ง อสมท ได้เริ่มดำเนินการมาแล้วนั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวจะทำให้ อสมท สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรกว่าร้อยละ 20 จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในปี 2563 ซึ่งจะมีผลในปี 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประกอบการ, สิโรตม์ รัตนามหัทธนะ, อสมท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac84da70863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนักงานอสมท300คนใช้สิทธิ&#039;ร่วมใจจากองค์กร&#039;รับผลตอบแทนสูงถึง 35 เดือน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค. 2563 นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการ และ รักษาการในตำแหน่ง กก.ผอ.ใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อในปัจจุบัน โดยเฉพาะสื่อดั้งเดิมมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่ลดน้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจาก Disruptive technology &amp;nbsp;และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น &amp;nbsp;ทำให้รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์และวิทยุของ อสมท ลดลง &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ อสมท เริ่มมีผลการดำเนินงานขาดทุนตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้ อสมท จึงได้เริ่มดำเนินโครงการร่วมใจจากองค์กร (Mutual Separation Plan :MSP) ประจำปี 2563 &amp;nbsp;โดยที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.อสมท ครั้งที่ 13/2562 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 &amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้ อสมท ดำเนินโครงการดังกล่าวตามความสมัครใจและความประสงค์ร่วมกันของพนักงาน และ บมจ.อสมท เพื่อปรับลดจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในอนาคตและสถานะทางการเงินขององค์กร &amp;nbsp;โดยพนักงานที่มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กร ต้องเป็นพนักงานที่มีอายุระหว่าง 45 ปีบริบูรณ์ ถึง 59 ปีบริบูรณ์ &amp;nbsp;มีอายุงานตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป และไม่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนทางวินัยร้ายแรง สามารถยื่นใบสมัครเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม &amp;ndash; 22 ตุลาคม 2563 และจะพ้นจากการเป็นพนักงาน อสมท &amp;nbsp;ในวันที่ 1 มกราคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิประโยชน์ที่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ คือ 1. ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษได้รับตามจำนวนปีที่ปฏิบัติงาน แต่สูงสุดไม่เกิน 22 เท่าของเงินเดือนสุดท้าย 2.เงินชดเชยในการทำงานตามตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ตามระยะเวลาการปฏิบัติงาน (ประมาณ 10-13.33 เท่าของเงินเดือน เดือนสุดท้าย) 3.เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ &amp;nbsp;ตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้มีพนักงานยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการกว่า 300 คน โดยหลังจากนี้ อสมท จะคัดเลือก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และขอยืนยันว่าโครงการดังกล่าว &amp;nbsp; ไม่ใช่การปลดพนักงาน แต่เป็นความสมัครใจของพนักงานที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ บมจ.อสมท ไม่ใช่มติของกระทรวงการคลังตามที่ปรากฎในข่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากมองในระยะยาว อสมท มองว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ และบมจ.อสมท โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สูง ในขณะเดียวกันองค์กรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรได้อย่างมีนัยสำคัญในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อการลดการขาดทุน&amp;rdquo;นายสิโรตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการดำเนินโครงการร่วมใจจากองค์กรเสร็จสิ้นในปลายปี 2563 &amp;nbsp;อสมท ได้เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัว สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp; โดยทิศทางการดำเนินงานของ อสมท ในปี 2564 จะมุ่งปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเดิม เพื่อรักษารายได้และเรตติ้ง และสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพื่อการเติบโต เช่น การบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด &amp;nbsp;เช่น ที่ดินย่านรัชดา-พระราม 9 &amp;nbsp;รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาโครงการธุรกิจดิจิทัลให้มีผลกำไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขนาดองค์กร, อสมท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97cfe6d5703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เต๋อ รัฐนันท์&#039;วอน ให้ดูแลสุขภาพกายควบคู่ดูแลสุขภาพจิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 และพยายามที่จะหาวิธีป้องกันต่างๆ นานา หนึ่งในทีมพิธีกรรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ของบริษัท อสมท จำกัด อย่างเต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ แนะนำให้ดูแลสุขภาพจิตควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เชื่อว่าทุกคนคงรู้สึก ไม่สบายใจ เหงา และเป็นกังวลในช่วงเวลานี้ แต่เราเผชิญกับปัญหาครั้งนี้พร้อมๆ กัน ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณผู้ชม และทุกคนบนโลกที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้ เราจะอยู่บ้านและผ่านมันไปด้วยกันครับ สำหรับผมเองก็พยายามหาวิธีป้องกันเท่าที่เราจะทำได้ ใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยครับ เสร็จงานแล้วก็รีบกลับบ้านครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสถานการณ์แบบนี้สุขภาพกายก็สำคัญ แต่สุขภาพจิตก็สำคัญเช่นกันนะครับ อย่างผมก็พยายามจะไม่เครียด ก็อยู่บ้าน ดูหนัง ดูซีรี่ส์ แต่ล่าสุดผมซื้อเครื่องฟักไข่ เพื่อมาฟักห่านกับเป็ดที่บ้านครับ โยกจิต โยกความเครียดไปที่อื่นแทน และสำหรับข้อดีในสถานการณ์เช่นนี้ ก็มีหลายเรื่องเลยครับ ทั้งเรื่องการวางแผนการเงิน การดูแลรักษาสุขภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมของเราทุกคนจากนี้ไป ก็คือเรื่องสุขอนามัยในการใช้ชีวิตประจำวันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61904</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีกร, อสมท, เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์, ไนน์เอ็นเตอร์เทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86b513adf08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เชื่อ&#039;สรยุทธ&#039;หลุดคุกก่อน 6 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังคำตัดสินของศาลฎีกา คดีที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง เป็นจำเลยร่วมตามข้อกล่าวหาบริษัทไร่ส้ม เลี่ยงค่าโฆษณาเกินเวลา อสมท และถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน ด้าน ดร. เสรี วงษ์มณฑา ได้แสดงความคิดเห็นในรายการเรื่องลับมาก ทางเนชั่นทีวี มั่นใจอีกฝ่ายหลุดคุกก่อน 6 ปี เชื่อคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาบอกว่าพี่ยุทธซื่อสัตย์ แต่ต่อด้วยคำว่าซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ประชาชนที่รักและชื่นชมคุณสรยุทธ เขาไม่ได้ถูกตัดสินว่าจัดรายการไม่ดี ไม่ได้ถูกตัดสินว่าเป็นสื่อมวลชนที่ไม่ดี แต่ถูกตัดสินว่าเป็นเอกชนที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด การที่เขาได้รับเช็คไปจากไร่ส้ม 7 แสน คือไร่ส้มสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาถึงโดนตรงนั้น เขาเป็นสื่อมวลชนที่ดี เขาเก่ง แต่การที่เขาจ่ายเงิน 7 แสนให้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีความผิด จนหน่วยงานรัฐเสียหาย 100 กว่าล้าน คุณผิดในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาโดนตรงนั้น ต้องแยกให้ถูก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีนี้พอมาตรงนี้เหลือแค่ 6 ปี 24 เดือน หลายคนบอกว่าทำไมถึงลด เพราะศาลให้เหตุผลว่าเขาไม่เคยทำความผิดติดคุก ไม่เคยโดนคดีมาก่อน สองการทำงานด้านสื่อมวลชนของเขา หลายครั้งเขาก็เป็นผู้นำรับบริจาค ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ก็แปลว่าเขามีคุณงามความดีต่อการช่วยเหลือประเทศชาติ เขาก็สมควรได้ลดโทษลง จริงๆ กฎหมายบ้านเรามีหลายเรื่องที่จะทำให้คนเราติดไม่ครบ หนึ่งมีการพระราชทานอภัยโทษในวาระต่างๆ สองเมื่อเป็นนักโทษชั้นดี ไม่เคยทำผิดกฎ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี หรือทำประโยชน์ในคุก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เชื่อว่าเขาได้ออกมาเร็วแน่นอน เพราะคนฉลาดอย่างคุณสรยุทธ เมื่อเข้าไปอยู่ในคุกจะทำประโยชน์ให้คุกได้ แล้วเขาก็คงรู้ว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักโทษชั้นดี ที่มีโอกาสได้รับการลดโทษ เพราะฉะนั้นเขาอยู่ไม่ครบ 6 ปี 24 เดือน ซึ่งการที่เขาอยู่ไม่ครบ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลืออะไรกัน เป็นไปตามกฎหมายที่วางไว้ และคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไร่ส้ม, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, ติดคุก, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, อสมท, เนชั่นทีวี, เรื่องลับมาก, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2929aba950f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
