<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม. ลงพื้นที่มอบ ‘ถุงกำลังใจ สู้โควิด’ ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงและผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ลงพื้นที่มอบถุงกำลังใจที่ชุมชนวังหนับอุทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ ผู้บริหาร 8 หน่วยงานในกระทรวง พม.ลงพื้นที่ชุมชนมอบถุงยังชีพ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; ที่ได้รับมอบจากสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี 6,796 ชุด ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ 28 เขต&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ถุงน้ำใจ&amp;rsquo; จากรัฐบาลและกระทรวง พม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (5 ส.ค. 64) เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ &amp;nbsp;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ &amp;nbsp;คนเร่ร่อน &amp;nbsp;คนไร้บ้าน &amp;nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากผลกระทบดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวง พม. ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สิน&amp;nbsp; สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 6,796 ชุด เพื่อนำไปส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยติดเตียงที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุมเข้มงวดและสูงสุด &amp;nbsp;โดยกระทรวง พม. จะนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนในระหว่งวันที่ 6 - 8 สิงหาคมนี้&amp;rdquo; ปลัดกระทรวง พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในการลงพื้นที่แต่ละวันจะมีการแบ่งออกเป็น 8 ทีมๆ ละ 1 เขต ซึ่ง 8 ทีมจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันที่ 6 สิงหาคม &amp;nbsp;จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตคลองเตย &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;nbsp;บางกอกน้อย &amp;nbsp;ภาษีเจริญ &amp;nbsp;ดินแดง &amp;nbsp;ลาดพร้าวสะพานสูง และหนองจอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,891 ถุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 7 สิงหาคม จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง &amp;nbsp;คลองสาน &amp;nbsp;ตลิ่งชัน &amp;nbsp;บางแค &amp;nbsp;ห้วยขวาง &amp;nbsp;หลักสี่ &amp;nbsp;คันนายาว และคลองสามวา &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพจำนวน 929 ถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 8 สิงหาคม&amp;nbsp; จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตสวนหลวง &amp;nbsp;บางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ทวีวัฒนา &amp;nbsp;บางบอน &amp;nbsp;พญาไท &amp;nbsp;ดอนเมือง ประเวศ &amp;nbsp;และมีนบุรี &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 745 ถุง &amp;nbsp;รวม 3 วันจะมอบถุงยังชีพให้ผู้ป่วยติดเตียงได้ทั้งสิ้น จำนวน 3,565 ถุง &amp;nbsp;แต่ละถุงประกอบด้วย&amp;nbsp; ข้าวสาร 5 กิโลกรัม&amp;nbsp; ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ผักกาดกระป๋อง&amp;nbsp; แอลกอฮอล์เจล&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้หากประชาชนกลุ่มเปราะบางประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนในช่วงโควิดสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่&amp;nbsp; 1.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.ลงมอบถุงน้ำใจ 3 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (6 สิงหาคม)&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนจากสำนักงานเขตสะพานสูงได้ลงพื้นที่ที่ชุมวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตสะพานสูงจำนวน 10 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 81 ถุง&amp;nbsp; เพื่อมอบต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; เยี่ยมชาวชุมชนวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้นายสมชาติและผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงยังได้เยี่ยมผู้ป่วยและมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ไม่สามารถเดินหรือลุกนั่งได้สะดวกจำนวน 5 ราย&amp;nbsp; ได้แก่ 1.นางมะลิ&amp;nbsp; วงศ์หวังจันทร์&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; 78 ปี&amp;nbsp; ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้&amp;nbsp; 2.นายบุญธรรม&amp;nbsp; ชุ่มชื่น&amp;nbsp; อายุ 77 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดหัวใจตีบ&amp;nbsp; 3.ครอบครัวนางแฉล้ม&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อายุ 61 ปี&amp;nbsp; ลูกชาย 2 คน&amp;nbsp; มีอาการพิการทางประสาท&amp;nbsp; 4.นางสมจิตร&amp;nbsp; หวังพิทักษ์&amp;nbsp; อายุ 80 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดสมองตีบ&amp;nbsp; และ 5.นายมูหะหมัด&amp;nbsp; แซะวิเศษ&amp;nbsp; อายุ 86 ปี&amp;nbsp; โรคชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนกลุ่มเปราะบางและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้เดือดร้อนในครั้งนี้เป็นความห่วงใยของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ผู้แทนแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.ลงมาเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; รวมทั้งชวนสำนักงานเขตแต่ละเขตร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณ อพม.(อาสาพัฒนาชุมชน)&amp;nbsp; และ อสส. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ในแต่ละชุมชนที่ช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุติดเตียง&amp;nbsp; เพราะอาสาสมัครเหล่านี้เป็นคนในชุมชนจะรู้ดีว่าครอบครัวไหนมีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรเพื่อให้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ตรงเป้าหมาย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่าในวันที่ 7 สิงหาคมจะลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางที่ชุมชนในเขตคันนายาว&amp;nbsp; และวันที่ 8 สิงหาคมที่ชุมชนในเขตประเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวสะรีย๊ะ&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เขตสะพานสูง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในแต่ละชุมชนจะมีอาสาสมัครต่างๆ ช่วยกันดูแลคนป่วย&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คล้ายกับ อสม.&amp;nbsp; โดยแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; อนามัย&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปให้คำแนะนำแก่กลุ่มเปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; โดยในเขตสะพานสูงมีอาสาสมัครต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp; รวมกันประมาณ 100 คน&amp;nbsp; กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงโควิดนี้&amp;nbsp; อาสาสมัครจะให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคแก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp; หากใครป่วยจะแยกมากักตัว&amp;nbsp; โดยทางอาสาสมัครจะเข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; และประสานไปทางสำนักงานเขตและศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อมาช่วยดูแล&amp;nbsp; และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของ สปสช. เพื่อให้ได้รับยาและติดตามอาการจนกว่าจะหายเป็นปกติ&amp;rdquo; นางสาวสะรีย๊ะบอกถึงบทบาทของอาสาสมัครในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมกิจการผู้สูงอายุ, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ถุงกำลังใจ สู้โควิด, นางพัชรี อาระยะกุล, นางสาวสะรีย๊ะ  มาลีพันธ์, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ประชาชนกลุ่มเปราะบาง, พม., มอบถุงยังชีพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี, อพม., อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d1311452aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ และ ธ.ก.ส.ร่วม เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา มอบส่วนลดการเติมน้ำมันให้อาสาสมัครสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โออาร์ ร่วมกับ ธ.ก.ส. มอบส่วนลดสำหรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ พีทีที สเตชั่น ลิตรละ 0.80 บาท ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ อสม., สพฉ. และ อสส. จำนวน 1,000,000 สิทธิ์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานอาสาสมัครสู้วิกฤติโควิด &amp;ndash; 19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการ​ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า &amp;ldquo;จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้วที่อาสาสมัครด้านสาธารณสุขกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ปฏิบัติการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ซึ่งถือเป็นบุคลากรที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉิน ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลประชาชนในช่วงเวลาวิกฤติจากการระบาดที่รุนแรงของโรคโควิด-19 โออาร์ ในฐานะผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ จึงได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะธนาคารผู้ให้บริการบัตร Smart Card อสม., สพฉ. และ อสส. จัดโครงการ &amp;ldquo;เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา&amp;rdquo; ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของ อสม., สพฉ.และ อสส. เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจบุคลากรด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;โออาร์มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเกื้อกูลสังคม และได้ปรับปรุงรูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;Living Community&amp;quot; เพื่อให้ พีทีที สเตชั่น เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยเติมเต็มความสุข มอบความห่วงใยใส่ใจให้กับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางและการดำเนินชีวิต รวมไปถึงร่วมพัฒนา เติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มให้ทุกคน โดยที่ผ่านมา โออาร์ได้ขยายจำนวน พีทีที สเตชั่น เพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ ทำให้ในปัจจุบันโออาร์มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ โครงการนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ พีทีที สเตชั่น จะได้ช่วยเติมแรงกาย แรงใจ เพื่อตอบแทนความเสียสละให้กับเหล่าอาสาสมัครสาธารณสุขให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นด่านหน้าในการช่วยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรงและต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และผู้ปฏิบัติการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในภาวะที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนเป็นกำลังหลักสำคัญในการฝ่าวิกฤติการระบาดที่รุนแรงในครั้งนี้ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ธ.ก.ส. ให้บริการบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. สำหรับอาสาสมัครด้านสาธารณสุข จำนวนทั้งสิ้น 1,052,699 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โออาร์ และธ.ก.ส. ขอร่วมส่งกำลังใจ และช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่ อสม. อสส. และ สพฉ. ในแคมเปญ &amp;ldquo;เติมเต็ม ความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา&amp;rdquo; มอบส่วนลดในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท ลิตรละ 0.80 บาท ที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ เมื่อชำระผ่านบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. จำกัดวงเงินท่านละไม่เกิน 1,000 บาท/บัตร/เดือน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 หรือจนกว่าจะมีการใช้สิทธิ์เต็มจำนวน โดยเงินส่วนลดจะคืนเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของผู้ถือบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. ภายใน 45 วัน นับจากวันสิ้นเดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 contact center หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02-555-0555 และ www.baac.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108189</URL_LINK>
                <HASHTAG>Living Community, ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน, ธ.ก.ส., ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์, นายบุญมา พนธนกรกุล, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์), ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, พีทีที สเตชั่น, มอบส่วนลดสำหรับการเติมน้ำมัน, รองกรรมการผู้จัดการ​ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน, ลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง, สพฉ., อสม., อสส., เติมเต็ม ความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา, เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc3c1e8699e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดไต่สวน9ส.ค. 2บิ๊กปปช.-อสส. ประพฤติมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานศาลอุทธรณ์ออกคำวินิจฉัยคดี รองเลขาธิการ ป.ป.ช. &amp;quot;ประหยัด พวงจำปา&amp;quot; เอาคืนไล่ฟ้อง &amp;quot;ประธาน ป.ป.ช.-อัยการสูงสุด-สุภา&amp;quot; ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังถูกเอาผิดยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ชี้ให้คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดไต่สวนมูลฟ้อง 9 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค 1 มีการอ่านคำวินิจฉัยที่ น.ส.ปิยกุล &amp;nbsp;บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ได้มีคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 &amp;nbsp;ในคดีที่นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ที่อยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช., น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เป็นจำเลยที่ 1-3 &amp;nbsp;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยที่ 2-3 (น.ส.สุภา &amp;nbsp;และนายวงศ์สกุล) ยื่นคำร้องอ้างว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา10 (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ขอให้เสนอปัญหาเรื่องอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ทำให้ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนมายังประธานศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโจทก์คือนายประหยัด ได้บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า &amp;nbsp;จำเลยทั้งสามมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา โดยจำเลยที่ 1-2 &amp;nbsp;และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ออกระเบียบการยื่นบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งวางหลักไว้ว่าในการดำเนินคดีกับโจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลตามวรรคหนึ่งแห่งมาตรา 158 ให้นำความในมาตรา 43 มาใช้บังคับด้วย และต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินของโจทก์เข้าข่ายเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จะต้องส่งเรื่องไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ซึ่งโจทก์คือนายประหยัด ระบุมูลเหตุในการฟ้องคดีโดยสรุปว่า จำเลยที่1, 2 และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดกับตนเอง เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย &amp;nbsp;จึงเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้ไม่ใช่การดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระ จึงไม่ใช่คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ตามผู้เสียหายยังคงมีอำนาจฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24 (2) ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, &amp;nbsp;183 อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นหรือความผิดอื่น อันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบ ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ วินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ&amp;quot; คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 9 ส.ค.64 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าวยังพบว่าเป็นคดีที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าแทรกแซงการพิจารณาคดีระหว่างโจทก์และจำเลยในคดีข้างต้น เป็นเหตุให้นายปรเมษฐ์ถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้ ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำให้ต่อมานายปรเมษฐ์ยื่นฟ้องคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นตรวจฟ้อง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108095</URL_LINK>
                <HASHTAG>2บิ๊กปปช, นัดไต่สวน9ส.ค., ประหยัด พวงจำปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049dfcb7a79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติก.อ.เอกฉันท์!เสนอชื่อ&#039;สิงห์ชัย ทนินซ้อน&#039;นั่งอสส.คนที่16</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์ชัย ทนินซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 64 - นายประยุทธ &amp;nbsp;เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2564 นี้ ซึ่งตามกฎหมายต้องพ้นจากตำแหน่ง อสส.ไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส ตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีหนังสือกราบเรียนประธานวุฒิสภา เพื่อให้นำเข้าที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ก็จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธกล่าวอีกว่า นายสิงห์ชัย ว่าที่อัยการสูงสุดคนที่ 16 เกิดวันที่ 22 มกราคม 2500 ปัจจุบันอายุ 64 ปี มีวาระการดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย ผ่านการอบรมหลักสูตรที่สำคัญ เช่น หลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 8 วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ นักบริหารกระบวนการยุติธรรมชั้นสูง รุ่นที่ 22 จากวิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง รุ่นที่ 4 สำนักงาน ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประวัติการทำงาน นายสิงห์ชัยเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญทั้งรองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดสำนักงานอัยการสูงสุด รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา กรรมการเนติบัณฑิตยสภา และกรรมการในสภามหาวิทยาลัยบูรพาอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, นายประยุทธ  เพชรคุณ, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, อสส., อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c03f24ed471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการสูงสุด&#039;ก้นร้อนทีมโฆษกยกคณะแถลงข่าวกรณี&#039;สกุลธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พร้อมด้วยคณะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวด่วนกรณีการดำเนินการทางกฎหมาย ต่อนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อได้สิทธิครอบครองที่ดินย่านชิดลม ณ ห้องประชุม 301 ปี ชั้น 3 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86377</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอิทธิพร แก้วทิพย์, อสส., โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd052afb1869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘อัยการ’ลงดาบ วิรัชพันฟุตซอล ‘พท.’ขย่มสปิริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิรัช&amp;quot; เสียงแข็ง ไม่มีเอี่ยวทุจริตสร้างสนามฟุตซอลโคราช รอแถลงโต้อัยการ-ป.ป.ช. หลัง อสส.มีความเห็นให้ฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ เพื่อไทยถล่มซ้ำ แต่ไถลไปไกล แนะนายกฯ สั่งให้ส.ส.หยุดพักปฏิบัติหน้าที่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พ.ย. หลังมีรายงานว่าอัยการสูงสุดมีความเห็นทางคดีให้อัยการยื่นฟ้องนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาลกับพวก ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีข้อกล่าวหามีการทุจริตจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวนายวิรัชให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีปัญหา ปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการใช้งบประมาณ โดยจะชี้แจงข้อเท็จจริง รวมไปถึงแนวทางการสู้คดีในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับฝ่ายสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ประชุมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายวิรัช รัตนเศรษฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยกับพวก กรณีทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุมร่วมวันดังกล่าวได้มีการแจ้งคำสั่งอัยการสูงสุดให้ฟ้องนายวิรัชกรณีดังกล่าว โดยฝ่ายอัยการจะใช้ระยะเวลาเพื่อร่างคำฟ้องประมาณ 60 วัน ก่อนจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีทุจริตจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมานั้น ตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการระดับสูง และกลุ่มเอกชน มีพฤติการณ์ร่วมกันทุจริตเชิงนโยบาย และเป็นตัวการร่วมกันในลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ ตามบทบาทตามหน้าที่และอำนาจที่แต่ละคนมี และเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการกระทำความผิด โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนร่วมดำเนินการอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการโดยทุจริต เริ่มจากขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบประมาณปี พ.ศ.2555 (งบแปรญัตติ) ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดอื่น รวมจำนวน 18 จังหวัด วงเงินประมาณ 4,459,420,000 บาท ใน 2 โครงการหลัก หนึ่งในนั้นคือโครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอล รวมถึงมีการวางแผนในการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอีกหลายประการ เพื่อให้กลุ่มเอกชนที่เป็นพรรคพวกของตนเองได้เข้าเป็นคู่สัญญา และการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอลไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงตรงตามวัตถุประสงค์ โดยมีการชี้มูลการกระทำผิดเป็น 7 สำนวน อสส.มีคำสั่งฟ้องไป 1 สำนวน ส่วนสำนวนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาของ อสส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงประเด็นข้อกฎหมายที่ว่า นายวิรัชจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น ส.ส.หรือไม่ว่า ต้องพิจารณาจาก พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 81 ประกอบข้อบังคับประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลฎีกาฯ จะเป็นผู้พิจารณาเมื่อประทับรับฟ้อง ดังนั้น ต้องรอความเห็นดังกล่าวจากศาลฎีกาฯ ว่านายวิรัชจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่มีอยู่ปัจจุบันนี้หรือไม่ โดยหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะมีผลทันทีในวันที่ศาลประทับรับฟ้องคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า นายวิรัชเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานวิปรัฐบาล และประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะเพิกเฉย นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็นไม่ได้ อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่า กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น แต่แอบหลิ่วตาช่วยผ่อนปรนให้พวกเดียวกันให้รอดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้นายวิรัชยุติการปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าการพิจารณาคดีจะถึงที่สุด หากดันทุรังปฏิบัติหน้าที่ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะทำให้รัฐบาลพังพาบเร็วขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตสร้างสนามฟุตซอลโคราช, สนามฟุตซอลโคราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc08cbd22f70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลือกตั้งซ่อมกอ. ‘นารี’มาอันดับ1 จ่อคิวเก้าอี้อสส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือกตั้งซ่อมกรรมการอัยการ &amp;quot;นารี&amp;quot; เข้าวินได้คะแนนอันดับ 1 จ่อคิวนั่งตำแหน่งอัยการสูงสุดต่อจาก &amp;quot;วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ห้องประชุม 303 สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถนนเเจ้งวัฒนะ คณะกรรมการตรวจนับคะเเนนเลือกตั้งกรรมการอัยการ (ก.อ.) ซึ่งเป็นเลือกตั้งซ่อม ได้ทำการนับคะเเนนเเละประกาศผล (อย่างไม่เป็นทางการ) ผลการเลือกซ่อม ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป) แทน ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเป็น ก.อ.โดยตำแหน่ง 2 ตำเเหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้กำหนดให้มีการคละบัตรส่งบัตรให้แก่ข้าราชการอัยการผู้มีสิทธิเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อที่ 26 ตุลาคม 2563 และดำเนินการปิดหีบเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.30 น. และทำการนับคะแนนในวันนี้ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้กำหนดให้มีการเลือก ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 มาตรา 18 (4) (ก)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการนับคะเเนนเสร็จสิ้น นายณรงค์ ศรีระสันต์ อัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ในฐานะกรรมการเเละเลขานุการคณะกรรมการตรวจนับคะเเนนเลือกตั้ง ก.อ.ในครั้งนี้ เปิดเผยว่า วันนี้มีการนับคะเเนนเลือกตั้งซ่อม ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเเทนนายชาตรี สุวรรณิน รองอัยการสูงสุด และนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด ซึ่งเดิมเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ขณะนี้ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุดเ เละอยู่ในคิวที่จะได้เป็นก.อ.โดยตำแหน่ง ทำให้ตำแหน่ง ก.อ.เดิมว่างลง 2 ตำแหน่ง จึงมีการเลือกตั้งและนับคะแนนในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วาระการเลือกตั้งซ่อม ก.อ.ของผู้ที่มาแทนในวันนี้จะมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.62-14 มี.ค.64 โดยเป็นการเข้าทำหน้าที่แทนคนเดิมในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งครั้งนี้มีผู้เสนอตัวแสดงวิสัยทัศน์ 4 คน แต่ผู้ที่ได้ลำดับคะแนนสูงสุด 2 คนแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ นางนารี ตันฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ได้คะแนน 1,296 คะแนน และนายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้คะแนน 1,188 คะแนน ซึ่งก็จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ภายหลังมีการรับรองผล สำหรับอำนาจหน้าที่ ก.อ.จะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอัยการและลงโทษสอบสวนทางวินัย ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ และพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์กล่าวต่ออีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการส่งบัตรให้พนักงานอัยการผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ชั้น 2 ขึ้นไป) 3,677 คน มีบัตรส่งกลับมา 2,512 ใบ ในจำนวนนี้มีบัตรเสีย 41 ใบ ในการเลือกตั้งซ่อม ก.อ.ครั้งนี้ ถือว่ามีการส่งบัตรกลับมาจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางนารีผู้ที่ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ในครั้งนี้ มีคิวที่จะดำรงตำเเหน่งต่อจากนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน เเละนายสิงห์ชัย รองอัยการสูงสุด ซึ่งถือเป็นคิว อสส. และนางนารีซึ่งเป็นผู้หญิงคนเเรกต่อคิวจากนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84183</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสส., อัยการสูงสุด, เลือกตั้งซ่อมกรรมการอัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3f2805c2f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
