<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจตั้งใหม่ในพื้นที่อีอีซี 11 เดือน เพิ่ม 6.75%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาณิชย์&amp;quot;เผยธุรกิจตั้งใหม่ในพื้นที่อีอีซี 11 เดือน 6,645 ราย เพิ่ม 6.75% อสังหาริมทรัพย์ยังมาแรง ตามด้วยก่อสร้างอาคาร ภัตตาคารและร้านอาหาร ด้านหอการค้าไทยคาดเศรษฐกิจภาคตะวันออกปี 62 จะคึกคักอีกมาก ดันจีดีพีเพิ่มขึ้นอีก 1% หรือ 1.5 แสนล้านบาท จากการลงทุนภาครัฐ เอกชน ท่องเที่ยวขยายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ช่วง 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) มีจำนวน 6,645 ราย เพิ่มขึ้น 6.75% มีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 1.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.14% โดยประเภทธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 1,193 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 549 ราย และภัตตาคารและร้านอาหาร 283 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ส่งผลให้นิติบุคคลคงอยู่ในพื้นที่อีอีซีในปัจจุบัน มีจำนวน 6.67 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 1.83 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 5,200 ราย ทุนจดทะเบียน 1.74 แสนล้านบาท ชลบุรี 4.89 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 1.07 ล้านล้านบาท และระยอง 1.26 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 5.80 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจบริการ คิดเป็นสัดส่วน 60.38% และเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) คิดเป็นสัดส่วน 98.10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทุนของต่างชาติในนามนิติบุคคลไทยในพื้นที่อีอีซี (ถือหุ้นไม่เกิน 49.99%) มีมูลค่าทั้งสิ้น 6.89 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 37.63% ของมูลค่าทุนทั้งหมด โดยชาวต่างชาติที่มาลงทุนในนามนิติบุคคลไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น มูลค่า 3.56 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51.71% สิงคโปร์ 5.66 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 8.22% จีน 4.65 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 6.74% สหรัฐฯ 2.79 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 4.06% เกาหลีใต้ 2.04 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 2.96% และอื่นๆ 1.81 แสนล้านบาท สัดส่วน 26.31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในนิติบุคคลไทย แบ่งตามจังหวัด มีการลงทุนในจังหวัดระยองสูงสุด 3.81 แสนล้านบาท สัดส่วน 55.33% ชลบุรี 2.38 แสนล้านบาท สัดส่วน 34.62% และฉะเชิงเทรา 5.93 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 10.05% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย กล่าวว่า ปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจภาคตะวันออก (จีดีพีภาคตะวันออก) จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 1% หรือจีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับผลดีจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี ทั้งโครงการท่าเรือแหลมฉบับ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และความชัดเจนในการปรับผังเมืองใหม่ของภาคตะวันออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่านักท่องเที่ยวจะมาคึกคักในปีหน้า จากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เศรษฐกิจภาคตะวันออกในปีหน้าจะคึกคักมาก จากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงต่างชาติ หลังจากที่รัฐบาลส่งเสริมให้เข้ามาลงทุนในอีอีซี และนอกจากรายได้จากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่แล้ว เศรษฐกิจภาคตะวันออกยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัว รวมถึงการค้าชายแดน แต่ก็มีสิ่งที่น่ากังวล คือ การพัฒนาคนเพื่อตอบรับกับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่อีอีซีที่เอกชนยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ&amp;quot;นายปรัชญา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจตั้งใหม่, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, อสังหาริมทรัพย์ยังมาแรง, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
