<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯลักชัวร์รี่ซีบีดีบูม ฮาบิแทท สบช่องลุยเปิดวาลเด้นท์ สุขุมวิท 39</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮาบิแทท เล็งตลาดคอนโดฯลักชัวร์รี่ทำเลซีบีดีโตต่อ เชื่อความต้องการสูง ดันราคาขายปรับตัวเฉลี่ย 5-10% ต่อปี คาดปี 62 เปิดเพิ่ม 10,000 ยูนิต ล่าสุดเปิดตัว&amp;rdquo;วาลเด้น สุขุมวิท 39&amp;rdquo;มูลค่า 950 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีแรกโกยยอดขายแล้ว 1,500 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปีตามเป้า 3,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 61 นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในระดับบน ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคยังคงมีความสนใจซื้อเพื่อผู้อาศัยและลงทุน ส่วนทำเลในการพัฒนาในปัจจุบันค่อนข้างจะมีจำกัด เช่น ในย่านสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์-ทองหล่อ) ส่งผลให้ระดับราคาที่ดินและราคาขายคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวขึ้น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2557-2561) มีระดับราคาขายเฉลี่ย 160,000 บาทต่อตร.ม.เป็น 275,000 บาทต่อตร.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมในทำสุขุมวิท (อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ) หรือในทำเลซีบีดี คาดว่าในแต่ละปีจะมีการเปิดขายใหม่ที่ประมาณ &amp;nbsp;60,000-70,000 ยูนิตต่อปี สำหรับในปี 2561 ทำเลทองหล่อ-เอกมัย มีการเปิดตัวใหม่ ไม่เกิน 10,000 ยูนิต อย่างไรก็ตามว่าในปี 2562 จะมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักชัวร์รี่ใหม่ประมาณ 10,000 ยูนิต เนื่องจากซัพพลายที่ดินมีค่อนข้างจำกัด สำหรับราคาขายคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวขึ้น 5-10% ต่อปี หรือประมาณ 250,000 ต่อตร.ม. ส่วนระดับราคาขายที่ 200,000-250,000 มีอัตราการขายอยู่ที่กว่า 80% ขณะที่ระดับราคาขายที่มากกว่า 250,000 บาทต่อตร.ม.มีอัตราการขายอยู่ที่ประมาณ 60%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ&amp;rdquo;วาลเด้น สุขุมวิท 39&amp;rdquo;เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวร์รี่ พัฒนาบนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น รวม 116 ยูนิต มูลค่า 950 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท โดยเจากลุ่มเป้าหมายเน้นกลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุน 70% และกลุ่มผู้ซื้ออาศัยเอง 30% ทั้งนี้หากมองในแง่ของการลงทุนในทำเลสุขุมวิทจะให้กำไรด้ดีจากการปล่อยเช่าอยู่ที่ 30,000-60,000 บาทต่อเดือนและให้ผลตอบเทนเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5% ต่อปี โดยจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ประมาณไตรมาส 2 ปี 2564 อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าภายในส้ินปีนี้มียอดขายที่กว่า 80%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดคอนโดมิเนียม, ทองหล่อ, ทำเลซีบีดี, พร้อมพงษ์, สุขุมวิท, อสังหาฯ, ฮาบิทแทท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98cfa8aab31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควอลิตี้เฮ้าส์ เชื่ออสังหาฯปี 61 โตต่อเนื่อง เร่งลงทุน 15 โครงการใหม่ใช้งบ1.5หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควอลิตี้เฮ้าส์ เล็งอสังหาฯปี 61 โตต่อ เดินหน้าพัฒนา 13-15 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 13,000-15,000 ล้านบาท มุ่งเจาะสินค้าแนวราบเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 ว่า จะยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกตลาดโดยรวมมีการเติบโต และคาดว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดยังมีการขยายตัวต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ส่วนแผนการดำเนินของของบริษัทมีแผนจะเปิดตัวดครงการใหม่ 13-15 โครงการ มูลค่าประมาณ 13,000-15,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบมากกว่าโครงการคอนโดมิเนียม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งในในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯได้เปิดขายโครงการบ้านใหม่จำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,988 ล้านบาท โดยโครงการที่จะเปิดตัวใหม่จะเปิดในทำเลพื้นที่จ.เชียงใหม่ บางนา และกรุงเทพตะวันตก และทำเลดอนเมืองที่มีโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนการเข้าไปลงในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี น่าจะไม่ใช่จังหวะที่เหมาะเข้าไปลงทุน ด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้จะยังไม่เน้นมาก เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทมีสินค้ารอขายของโครงการคอนโดมิเนียมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,929 ล้านบาท ลดลง 206 ล้านบาท หรือลดลง 7% เนื่องจากรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินลดลงจำนวน 23 ล้านบาท หรือลดลง 1% และรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมลดลงจำนวน 183 ล้านบาท หรือลดลง 45% ขณะที่รายได้จากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 333 ล้านบาท เติบโต 6% ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นจำนวน 18 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าและการปรับเพิ่มอัตราค่าห้อง และรายได้อื่นๆ รวมรายได้ 3,321 ล้านบาท ลดลง 181 ล้านบาท หรือ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9555</URL_LINK>
                <HASHTAG>QH, ควอลิตี้ เฮ้าส์, คอนโดนิเนียม, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บ้านจัดสรร, อสังหาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b00d40895150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AP สบช่องอสังหาฯโตต่อปรับแผนธุรกิจลุยเปิด 43 โครงการใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี เล็งตลาดอสังหาฯไตรมาส 2 โตต่อ สบช่องปรับแผนธุรกิจลุยเปิดโครงการใหม่เพิ่มเป็น 43 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 64,750 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปีมียอดขายตามเป้า 33,500 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานไตรมาสแรกมีรายได้รวม 6,533 ล้านบาท โต 27%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 2 ปี 2561 ว่า ตลาดมีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้นจากปัจจัยบวกหลายประการ กำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีอยู่มาก ทั้งนี้บริษัทได้มีการปรับแผนธุรกิจด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มจากเดิม 34 โครงการ เป็น 43 โครงการ มูลค่า 64,750 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮม 21 โครงการ มูลค่า 18,550 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 17 โครงการ มูลค่า 20,800 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 25,400 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับเพิ่มแผนการเปิดตัวโครงการ ในปี 2561 จะเป็นปีที่บริษัทเปิดตัวโครงการมากที่สุดตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมา โดยมีโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 43 โครงการมูลค่า 64,750 ล้านบาท โดยเปิดตัวไปแล้วจำนวน 7โครงการ คงเหลือเปิดตัวในเดือนมิ.ย.อีก 1 โครงการ และเตรียมเปิดตัวในไตรมาส 3 จำนวน 16 โครงการ มูลค่า 29,000 ล้านบาท และในไตรมาส 4 จำนวน 19 โครงการ มูลค่า 25,380 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะสามารถสร้างยอดขายและยอดรับรู้รายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายอนุพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียมร่วมทุน อยู่ที่ 6,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% ด้านกำไรสุทธิ สูงกว่า 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% ขณะที่ไตรมาสแรกบริษัทบริษัทสามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 10,000 ล้านบาท โดยสินค้าแนวราบเติบโตสูงถึง 64% หรือเท่ากับ 5,200 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมโตกว่า 7 เท่า หรือเท่ากับ 4,800 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่ง ณ วันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายได้มูลค่า 12,290 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้แล้ว 37% ของเป้ายอดขายปีนี้ที่ตั้งไว้อยู่ที่ 33,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9142</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, คอนโดนิเนียม, ทาวน์โฮม, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ, อัศวโภคิน, เอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af92b36cd6b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาญอิสสระทุ่ม2 พันล้านขยายอาณาจักรทิวทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาญอิสสระแจงตลาดอสังหาฯเมืองท่องเที่ยวบูม ดันราคาที่ดินชะอำ-หัวหินปรับเพิ่ม 5-10% เตรียมทุ่ม 2,000 ล้านบาท ขยายโครงการอาณาจักรทิวทะเลเอสเตทคาดให้บริการได้ภายในปี 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค 61 - นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดกการ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ (CI) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำเลเมืองท่องเที่ยว ในปี 2561 นี้ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดทำเลชะอำ-หัวหิน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคของภาค ส่งผลให้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และทำให้เศรษฐกิจการค้าให้เติบโตตามไปด้วยและยังทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 5-10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทได้มีการพัฒนาโครงการ&amp;rdquo;อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท&amp;rdquo;ในทำเลชะอำ-หัวหิน ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล และ บมจ.สหพัฒนพิบูล ภายใต้ชื่อบริษัทร่วมทุน&amp;rdquo;ร่วมอิสสระ&amp;rdquo;บนเนื้อที่โครงการร่วมกว่า 110 ไร่ ปัจจุบันมีโครงการแล้วเสร็จรวม 4 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 7,200 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆในรูปแบบรีสอร์ท และส่วนของโรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน มีแผนพัฒนาห้องพักเพิ่มอีก 49 ห้อง ล้านบาท คาดใช้งบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท และ &amp;nbsp;เปิดให้บริการได้ในปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะอำ, ชาญอิสสระ, ท่องเที่ยว, รถไฟกรุงเทพ-หัวหิน, สงกรานต์ อิสสระ, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ, อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1f621a740d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลติจูด ตั้งเป้า 3 ปีพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวมแตะ 7พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัลติจูด&amp;rdquo;กางแผนเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย 3 ปี ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวมแตะ 7,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นติดอันดับ 3 บริษัทอสังหาฯพัฒนาบ้านระดับราคา 20 ล้านบาท เผยปี 61 จ่อเปิด 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขาย 2,000 ล้านบาท

19 มี.ค. 61 นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทมีกลยุทธ์ในดำเนินธุรกิจโดยมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยกลางเมืองทั้งแนวราบ และแนวสูง บนขนาดที่ดินไม่ใหญ่มาก เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินในเมืองค่อนข้างหายากและจำกัด ซึ่งจะจับกลุ่มตลาดที่มีดีมานด์มาก นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นโครงการโดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยที่ต้องการอยู่อาศัยในเมือง

&amp;ldquo;บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันให้ อัลติจูด ขึ้นแท่นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับ Top 3 ในเซ็กเม้นท์ สำหรับบ้านลักซัวรี่ราคา 20 ล้านบาท และ โฮมออฟฟิตราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ไป (2561-2563) บริษัทได้วางเป้าเปิดตัวโครงการถึง 7,000 ล้านบาท&amp;rdquo;นายชยพล กล่าว
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนพัฒนาและเปิดขายอีก 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 2 โครงการ ได้แก่ บ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ อัลติจูด มาสเตอรี่ 1 โครงการ, โฮมออฟฟิต 1 โครงการ ได้แก่ โครงการอัลติจูด พรูฟ พระราม 9 และ คอนโดมิเนียม อีก 2 โครงการ โดยอยู่ย่านเจริญกรุง 1 โครงการ และอีก 1 โครงการ เป็นแบรนด์ใหม่ ชื่อ อาสะ อยู่ที่โรจนะ จังหวัดอยุธยา สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ามียอดขายที่ 2,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5313</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, คอนโดมีเนียม, ที่อยู่อาศัย, บ้านเดี่ยว, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf42de09659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสังหาฯบูมดันเศรษฐกิจไทยพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;เล็งอสังหาฯ ปี 61 โต 7-8% ดันเศรษฐกิจขยายตัว เชื่อผู้ประกอบการแห่เปิดโครงการใหม่เพิ่มรองรับความต้องการผู้บริโภค พร้อมปลื้มเอกชนผนึกกำลังจัดงาน&amp;rdquo;มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 38&amp;rdquo;เป็นสัญณาณบวกถึงกำลังซื้อที่ยังมีต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;มี.ค. 61 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานพิธีเปิดมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย 3 สมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่า อสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ประมาณ 7-8% โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีผู้ประกอบการทยอยเปิดโครงการกันเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ส่วนภารพรวมการส่งออกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงต้นปี ภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัว จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีการพัฒนาโครงการใหม่ๆของผู้ประกอบการออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้เกิดการจ้างงาน ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมจำนวนมาก สำหรับการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 38 ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดถึงการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยและนักลงทุน ซึ่งจากนี้ครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถตอบความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และยังเป็นสัญญาณแสดงถึงกำลังซื้อที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีความสำคัญกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพราะเป็นเวทีใหญ่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ หรือผู้บริโภคจะได้พบกับสินค้าจำนวนมากจากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็ก ได้มีโอกาสเลือกสินค้าจากทำเลต่างๆและรับประโยชน์จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นงานที่มีธุรกรรมทางการเงินมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านบาทในแต่ละครั้งอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5072</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, คอนโดมีเนียม, มหกรรมบ้าน, สนธิรัตน์, สมาคมอสังหาฯ, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa00756354a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อารียา เชื่อปี61 อสังหาฯโตแตะ 10% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อารียา พรอพเพอร์ตี้ ชี้ตลาดอส้งหาฯปี 61 ยังโตแตะ 10% เล็งทำเลอีอีซี ต้องจับตามอง เชื่อผู้ประกอบการแห่ลงทุนพรึ่บ เผยจ่อผุด 11 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 7,920 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีมียอดขาย 14,370 ล้านบาท โต 30%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2561 นายวิศิษฎ์ เลาหพูนรังสี ประธานกรรการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.อารียา พรอพเพอร์ตี้ (A) เปิดผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2561 ว่า ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ออย่างเนื่องจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐมีความชัดเจนในการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างระบบพื้นฐานต่างๆ ขณะที่ภาคการส่งออกยังมีทิศทางเติบโตได้ดี ส่วนภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้บริษัทยังเชื่อว่าจะมีอัตราการเติบโต ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ประมาณ 10% มีปัจจัยจากภาคการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะในทำเลอีอีซี เป็นพื้นที่ที่น่าจับตามองที่จะได้รับความนิยมที่จะมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 2561 บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดที่ยังคงมุ่งเน้นการก้าวสู่ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่มุ่งสร้างความยั่งยืนและสร้างความแตกต่างและการบริการ เพื่อให้ลูกบ้าน ชุมชน และสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทยังมีกลยุทธ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อรักษา Compettitive Advantage อย่างไรก็ตามในปีนี้มีแผนพัฒนาโครงการใหม่รวม 11 โครงการ มูลค่ารวมโครงการกว่า 7,920 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายมียอดขาย 14,370 ล้านบาท เติบโต 30% แบ่งเป็นแนวราบ 8,366 ล้านบาท และ แนวสูง 6,004 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4481</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมีเนียม, ที่อยู่อาศัย, ธุรกิจ, บ้าน, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ, อารียา, อารียา พรอพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa7ee7da64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
