<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุริยะ&#039;วางกฎเข้มการใช้สารเคมีในโรงงานกำหนดสต็อกแค่ 1สัปดาห์และส่วนเกินต้องมีที่เก็บห่างไกลชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ก.ค.2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการการป้องกันเหตุไฟไหม้ของโรงงาน หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเม็ดพลาสติก 1 ในอ.บางพลี จ.สมุทรปราการว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของการประกอบกิจการโรงงานใหม่ทั้งหมดว่า มีจุดใดต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน คลอบคลุมโรงงานทุกประเทศทั้ง 64,038 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายในการประกอบกิจการ แล้วตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีชุมชนล้อมรอบ ให้พิจารณาการบริหารจัดเก็บสต็อคการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ให้จัดเก็บสต็อคปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ควรจัดเก็บสต็อคมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนสต็อคที่เหลือ ให้ย้ายไปจัดเก็บในพื้นที่โรงงาน ที่ห่างไกลชุมชน มีระบบป้องกันความปลอดภัย มีพื้นที่กันชน (บับเบิ้ลโซน) เอาไว้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุ หรือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายโรงงาน ที่ประกอบกิจการมีสารอันตรายออกนอกพื้นที่ชุมชน แม้โรงงานจะตั้งมาก่อนที่ชุมชนจะเข้ามาก็ตาม &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะหามาตรการส่งเสริมให้โรงงานดังกล่าวย้ายออกมาจากบริเวณชุมชน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือว่ามาตรการอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดี กรอ. &amp;nbsp;กล่าวว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายสุริยะ รมว.อุตสาหกรรม ให้พิจารณามาตรการการสต็อคสารที่เป็นวัตถุอันตราย ซึ่งขณะนี้กรอ.อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ภายใต้พ.ร.บ.โรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดิบอันตรายที่ซื้อจากในประเทศเกินกว่า 50 กิโลกรัม จะต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีทุกชนิด ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บ ระบบความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อกรอ. จากเดิมกรอ.อยู่ระหว่างร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้แล้ว คาดว่า จะเสร็จสิ้นปี &amp;nbsp;โดยระหว่างรอการร่างกฎหมายฉบับใหม่แล้วเสร็จ กรอ.จะเข้าไปตรวจเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และจะนำมาตรการความปลอดภัยของโรงงานขึ้นมาพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาโรงงานหมิ้งตี้ได้ขอขยายกิจการ แต่ไม่ได้ขยายกำลังการผลิตที่ระบุไว้ 36,000 ตันต่อปี &amp;nbsp;แต่เป็นการขยายเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากเป็นโรงงานเก่าที่ต้องปรับปรุง ซึ่งสารเคมีที่โรงงานใช้เป็นวัตถุดิบเป็นการใช้ในประเทศ ไม่ได้มีการนำเข้าสารเคมีและส่งออก จึงไม่ได้ต้องทำใบขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกวัตถุอันตรายตามพ.ร.บ วัตถุอันตราย &amp;nbsp;และตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน ไม่ได้กำหนดให้โรงงานต้องรายงานปริมาณสารเคมีที่จัดเก็บเพื่อผลิต ทำให้เวลากรมฯ ลงตรวจสอบจะประมาณการสารเคมีจากปริมาณแทงค์ที่จัดเก็บสารเคมี ซึ่งจากตรวจสอบพบว่า แทงค์ที่บรรจุสารสไตรีน โมโนเมอร์ รับได้ 2,000 ตัน และขณะนี้เหลืออีก 1,600 ตัน กำลังเร่งดำเนินการจัดการ&amp;rdquo;นายประกอบ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109017</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเก็บสารเคมีในโรงงาน, บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด, มาตรการการป้องกันเหตุไฟไหม้ของโรงงาน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ออกกฎคุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2e315e09ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
