<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯเมตตาป่วยเป็นมะเร็ง!รอลงอาญา&#039;ปึ้ง&#039;2ปีคดีออกพาสปอร์ตให้แม้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 62 - ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีการวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ&amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ อธ.อม.3/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุรพงษ์ หรือปึ้ง โตวิจักษณ์ชัยกุล อายุ 66 ปี อดีต รมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องเมื่อเดือน มี.ค. 2560 ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติต้นเดือน ก.พ. 2560 ชี้มูลความผิดทางอาญานายสุรพงษ์ที่ได้ลงนามในการพิจารณาออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2554 ทั้งที่ขณะนั้นนายทักษิณ ยังเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีร่วม นปช.ก่อการร้าย และคดีอาญาอื่นๆ รวมทั้งคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกแล้ว อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) (4) ทำให้กระทรวงการต่างประเทศเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย 2561 ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวที่ผิดต่อกฎหมายหลายบท&amp;nbsp;จึงให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดโดยให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 2 ปี&amp;nbsp;ขณะที่พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าการกระทำความผิดของจำเลยมีเจตนาช่วยเหลือผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลซึ่งหลบหนี ให้สามารถเดินทางในต่างประเทศได้สะดวก และเป็นผลบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายสุรพงษ์ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาดังกล่าวต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งวันนี้นายสุรพงษ์ จำเลยได้เดินทางมาศาลพร้อมกับญาติ คนใกล้ชิด และทนายความ พร้อมฟังคำพิพากษา ซึ่งเดินทางมาถึงศาลฎีกาตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนถึงกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์เวลา 11.00 น. โดยนายสุรพงษ์สวมเสื้อผ้าชุดขาวนั่งรถเข็น สวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาดำ พร้อมกับสวมหมวกด้วย เนื่องจากมีอาการป่วยหนัก ซึ่งในการฟังคำพิพากษานี้ศาลก็ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่พยาบาลไว้เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีมีเหตุฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน พิเคราะห์พยานหลักฐานต่างๆ แล้ว เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงใน 6 ประเด็นนั้นฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษาว่า นายสุรพงษ์ จำเลย มีความผิดตามที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญานั้น องค์คณะฯ เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมส่วนหนึ่ง เนื่องจากการกระทำนั้นทำให้นายทักษิณเกิดความสะดวกในการเดินทางไปทางไปต่างประเทศ ทั้งที่ศาลได้มีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่ดินรัชดาภิเษก และในขณะนั้นก็มีหมายจับในคดีอื่นๆ ด้วย จึงไม่มีเหตุลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ตามที่จำเลยได้อุทธรณ์ว่า ระหว่างพิจารณาคดีได้ส่งผลต่อสุขภาพทั้งกายและใจ มีความเครียด ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือด &amp;nbsp;รวมทั้งมะเร็ง ซึ่งได้ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่คอและท้อง ขณะเดียวกันจำเลยก็มีอายุมากแล้ว องค์คณะฯ จึงเห็นควรให้โอกาส&amp;nbsp;มีมติเสียงข้างมาก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี โดยโทษจำคุกนั้นรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ให้มีโทษปรับในความผิดนี้ด้วยเป็นเงิน จำนวน 100,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังองค์คณะวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้วญาติของนายสุรพงษ์ก็ได้เตรียมเงินชำระค่าปรับแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47751</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาสปอร์ต, สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล, ออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ec5bc768e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!ศาลฎีกาฯจำคุก &#039;ปึ้ง&#039;2 ปี ไม่รอลงอาญาฐานออกพาสปอร์ต&#039;แม้ว&#039;มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.51/2560 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติต้นเดือน ก.พ. 2560 ชี้มูลความผิดทางอาญานายสุรพงษ์ กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ซึ่งขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) และ (4)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ เมื่อกลางเดือน มี.ค. 2560 ซึ่งนายสุรพงษ์ได้ยื่นหลักทรัพย์ 3 ล้านบาทขอประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ซึ่งมีการนัดไต่สวนพยานโจทก์-จำเลย มาเป็นลำดับในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 2 ปี และจำเลยมีเจตนาช่วยผู้ต้องโทษให้หลบหนี บั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11660</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก 2 ปี, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล, ออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b289aba1658b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปึ้ง&#039;กำลังใจดีขึ้นศาลฟังคำพิพากษาคดีออกพาสปอร์ตมิชอบ เผย&#039;แม้ว&#039;เป็นห่วง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.61 - เวลา 8.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ เพื่อรับฟังคำพิพากษาในคดีออกพาสปอร์ตให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับฟังการพิจารณาคดีว่า ตนยังมีกำลังใจดี แม้จะป่วย แต่พร้อมที่จะสู้คดี เบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้จำนวนหนึ่งสำหรับการประกันตัว พร้อมยืนยันว่าการทำหน้าที่รมว.ต่างประเทศที่ผ่านมานั้น ตนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายนายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า จากที่ดูคดีมาซึ่งตนเป็นพยานในคดีด้วยนั้น การต่อสู้คดีของจำเลยน่าจะเพียงพอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยอย่างเที่ยงธรรม ตามกฎหมายใหม่ ศาลฏีกานักการเมืองมีสองชั้น ถ้าเราไม่เห็นด้วยสามารถแย้งต่อไปในที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาได้ ส่วนเรื่องการถอดถอนนายสุรพงษ์ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ผ่านมานั้น เป็นคนละปม ไม่มีเหตุผลวินิจฉัยเหมือนศาลยุติธรรม เรื่องนี้เป็นความผิดทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายทักษิณได้ให้กำลังใจนายสุรพงษ์บ้างหรือไม่ นายเรืองไกร บอกว่าห่วงอยู่ แต่ไม่เป็นไรเราดูเนื้อหาละเอียดอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญในคดีคือรัฐมนตรีมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจกันแน่ ก็มีพยานอย่างนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ มาเบิกความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11650</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปึ้ง, สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล, หนังสือเดินทาง, ออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b286eee7805b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
