<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มกมธ.-เสรีฯลักไก่ตั้งงกุนซือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เข้มออกระเบียบหลักเกณฑ์ตรวจงาน กมธ. ชี้ทำตามข้อบังคับการประชุม ยันไม่มีวาระซ่อนเร้น บอกยังเชิญใครมาชี้แจงได้ตามอำนาจ แต่ต้องให้เกียรติเพราะเขาไม่ใช่จำเลย &amp;quot;จิรายุ&amp;quot; โวยเตรียมหารือวิปฝ่ายค้านเอาผิดประธานสภาผู้แทนฯ แทรกแซง กมธ. &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; โพสต์โชว์ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ตั้งเป็นที่ปรึกษา แต่อึ้ง! คำสั่งลงวันที่ 20 พ.ย.ล่วงหน้า 2 วัน แถมอ้างเป็นมติ กมธ.ป.ป.ช. &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; เผยส่งชื่อ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญโควตา ครม.แล้ว 6 คน ระบุเป็นคนนอกทั้งหมด สะพัด &amp;quot;สมเจตน์-เอนก&amp;quot; มีชื่อก่อนขอถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พ.ย.มีรายงานว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเนื้อหาระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 และข้อ 90 วรรคหก แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า &amp;quot;ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป &amp;nbsp;ข้อ 3 ในระเบียบนี้ &amp;quot;ประธานสภา&amp;quot; หมายความว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;quot;คณะกรรมาธิการ&amp;quot; หมายความว่า คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร &amp;quot;ที่ประชุม&amp;quot; หมายความว่า ที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 เมื่อคณะกรรมาธิการจะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ให้ประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะรายงานต่อประธานสภาทราบภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องใด ประเด็นใด และเชิญผู้ใด หรือหน่วยงานใดเข้าร่วมการพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป ข้อ 5 ให้ประธานสภาตรวจสอบรายงานตามข้อ 9 หากพบว่ามีคณะกรรมาธิการมากกว่าหนึ่งคณะจะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน ให้ประธานสภาแจ้งให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทราบโดยไม่ชักช้า และจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ เพื่อร่วมกันดำเนินการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ไม่อาจยุติการดำเนินการดังกล่าวได้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจไปพลางก่อนได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ประธานสภาแจ้งให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 6 การร่วมกันดำเนินการตามข้อ 5 อาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธานในการดำเนินการดังกล่าว หากไม่อาจตกลงกันได้ ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด (2) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดำเนินการ และให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นที่เกี่ยวข้องส่งกรรมาธิการตามจำนวนที่ที่ประชุมกำหนดเข้าร่วมการดำเนินการนั้นด้วย (3) แนวทางอื่นที่ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบให้ร่วมกันดำเนินการตาม (1) (2) หรือ (3) แล้ว ให้ประธานสภาแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ข้อ 7 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของประธานสภาให้ถือเป็นเด็ดขาด ข้อ 8 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ชวนปัดแทรกแซง &amp;#39;กมธ.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบดังกล่าวออกมาภายหลังเกิดปัญหากรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถึง 3 ครั้ง ให้มาชี้แจงกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 โดยไม่ถูกต้อง เนื่องจากยังถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ล่าสุดมีการอ้างถึงการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาด้วย ซึ่งในขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 5 &amp;nbsp;มาตรา 8 และมาตรา 13 เกี่ยวกับการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียก รวมถึงบทลงโทษทางอาญาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 129 หรือไม่ตามคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนให้สัมภาษณ์ว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นข้อบังคับการประชุมสภาที่กำหนดไว้เช่นนั้น &amp;nbsp;เลขาธิการสภาจึงเสนอระเบียบนี้เข้ามา เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา ก่อนหน้านี้ก็เคยมี แต่ครั้งนี้เป็นระเบียบใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสภาที่เพิ่งออกมาว่า การดำเนินการของคณะ กมธ.ต้องรายงานให้ประธานสภาทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนปฏิเสธว่า การออกระเบียบครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับ กมธ.บางชุดที่มีปัญหา ต้องไปอ่านข้อบังคับที่ 90 กำหนดให้ กมธ.ต้องรายงานการปฏิบัติภารกิจให้ประธานสภารับทราบ ยืนยันว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงภารกิจของคณะ กมธ. เพียงแต่สมมติมีปัญหาก็สามารถแจ้งมายังประธานสภาได้ เพราะไม่ต้องการให้ กมธ.แต่ละชุดมีปัญหากัน อยากให้ร่วมกันทำงานในภารกิจที่ต้องทำตามข้อบังคับ ส่วนภารกิจใดที่ซ้ำซ้อน กมธ.แต่ละชุดจะต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าภารกิจของเขาคืออะไร ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่ถูกเชิญมา ซึ่งเรื่องนี้สมัยก่อนก็มีปัญหาจึงได้มีการกำชับเป็นพิเศษ ว่าแต่ละฝ่ายให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ตามอำนาจหน้าที่ที่สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายเรื่องอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ระเบียบข้อบังคับไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แต่ผู้ปฏิบัติมีส่วนสำคัญที่ต้องดูว่าภารกิจของ กมธ.ชุดนั้นมีอะไรบ้าง แล้วทำไปตามภารกิจนั้นโดยเคร่งครัด&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงระเบียบที่ระบุว่า ประธานสภาสามารถตรวจสอบภารกิจของ กมธ.ในการเชิญบุคคลได้ โดยนายชวนกล่าวว่า การตรวจสอบและการที่จะเชิญใครมานั้นเป็นอำนาจของ กมธ. อย่างที่เคยบอกแล้วว่า กมธ.ต้องให้เกียรติผู้ชี้แจงเพราะเขาไม่ได้เป็นจำเลย ดังนั้นจึงไม่ควรทำอะไรให้เขาเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรี และที่จริงทั้งหมดคือความร่วมมือเชิญมาเพื่อให้ข้อมูล เพราะทั้งหมดเป็นประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ของ กมธ.คนใดคนหนึ่ง ยืนยัน กมธ.ต้องทำตามหน้าที่ที่ระเบียบให้ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จริงผมทราบว่าทั่วๆ ไปไม่ค่อยมีปัญหา มีโด่งดัง 1-2 คณะที่มีปัญหาขัดแย้งภายใน ซึ่งในกรณีเช่นนี้เป็นเรื่องภายใน กมธ.ทั้ง 15 คน และที่ปรึกษาต้องช่วยกันพยายามให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่น โดยมองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และถือว่าผู้ที่ได้รับเชิญให้มาชี้แจงต้องให้ความร่วมมือ ถ้าสมมติว่าผู้เชิญผิดกฎหมายผู้นั้นก็มีโทษเหมือนกัน เช่นเดียวกับผู้ที่ถูกเชิญหากไม่ร่วมมือตามกฎหมายที่บังคับไว้ก็มีโทษเช่นกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็มีกฎหมายกำหนดภารกิจและโทษเอาไว้ ทางที่ดีที่สุดคือให้เคารพกติกา แต่ระบบนี้ต้องถือว่าสภามีอำนาจตรวจสอบ แต่สภาตรวจสอบได้ภายใต้ข้อจำกัดในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง&amp;quot; ประธานสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่ กมธ.ป.ป.ช.เชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงถึง 4 รอบ ทั้งที่เรื่องที่จะสอบถามผู้ถูกเชิญได้ทำหนังสือชี้แจงมาแล้ว กมธ.ยังสามารถเชิญได้อีกหรือไม่ นายชวนกล่าวว่าเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดของคณะ กมธ.ว่ามีประเด็นอะไรที่ขัดแย้งกัน เช่นการเชิญหรือประเด็นที่เชิญนั้นเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ชุดนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของ กมธ.แต่ละชุดจะพิจารณาเอง และขอให้พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันประธานสภาไม่ไปแทรกแซงการทำงานของ กมธ. เพราะประธานสภาไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งให้กมธ.ทำอะไรที่ขัดต่อภารกิจของเขา นอกจาก กมธ.ทำล่วงล้ำจากภารกิจ ประธานสภาก็มีสิทธิ์ทำความเข้าใจเพื่อให้การทำงานอยู่ในกรอบภารกิจ แต่ขณะนี้ยังไม่มีถึงขั้นนั้นและยังไม่มีใครร้องให้ประธานสภาเข้าไปช่วย&amp;quot; นายชวนกล่าว
เสรีฯ ตั้งที่ปรึกษาล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับประกาศระเบียบฯ ดังกล่าวทันที โดยระบุว่าประธานสภาเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ คณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญเป็นองค์กรตรวจสอบถ่วงดุลของสถาบันนิติบัญญัติ ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;กฎหมายและข้อบังคับการประชุม ตลอดจนภารกิจที่สภาผู้แทนราษฎรมอบให้ไปปฏิบัติ ดังนั้นคณะกรรมาธิการทั้งสามัญและวิสามัญมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบที่จะต้องไปรายงานต่อประธานสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ประธานสภาออกคำสั่งเช่นนี้ ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงภารกิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย ผมจะปรึกษาวิปฝ่ายค้านและประธานกรรมาธิการซีกฝ่ายค้านเพื่อดำเนินทางกฎหมายต่อประธานสภาต่อไป หากยังดันทุรังประกาศใช้ข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่กรรมาธิการเช่นนี้ และอยากถามไปยังประธานสภาว่าตั้งแต่มีสภามาตั้งแต่ปี 2475 เคยมีประกาศแบบนี้ด้วยหรือ&amp;quot; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นกรณีประธานสภาออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวนายวัฒนาได้นำประกาศคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ 9/2562 เรื่องตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการ พร้อมทั้งระบุข้อความช่วงท้ายว่า &amp;quot;อนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้แต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษาตามคำสั่งที่โพสต์มาให้ดู ท่านประธานขอให้ผมเป็นที่ปรึกษากฎหมายเพราะในสายตาพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ผมเป็นได้เพียงแค่ฝ่ายบุ๋น วันพุธนี้ผมจะไปประชุมคณะกรรมาธิการกับท่านเสรีพิศุทธ์ครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศเรื่องตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าวตามที่นายวัฒนานำมาโพสต์นั้น ในประกาศระบุ &amp;quot;ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 เมื่อวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมได้มีมติตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการเป็นจำนวน 8 คน ประกอบด้วย 1.พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ 2.นายวัฒนา เมืองสุข 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 4.นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ 5.นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส 6.นายบุญเชิด คิดเห็น 7.นายก้องกิดาการ ประพันธ์บัณฑิต 8.นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ ให้ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ 1.ให้คำปรึกษาการกระทำกิจการ หรือศึกษาเรื่องใด ที่เกี่ยวกับกระบวนการ และมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ 2.ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการ เว้นแต่หน้าที่และอำนาจในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งดังกล่าวได้ลงวันที่ 20 พ.ย.62 และอ้างว่าที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.มีมติตั้งที่ปรึกษาประธานดังกล่าว แต่คำสั่งนี้นายวัฒนานำมาโพสต์เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62
ถอนตัว กมธ.แก้ รธน.อื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้มีบุคคลนอกที่ไม่ใช่คนหน้าเดิมเข้ามาเป็นประธาน กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ อย่าไปเห็นอะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องนี้ควรให้คนที่อยู่ในวงการมาช่วยกันให้ความเห็นดีกว่า อย่าง ส.ส.หรือพรรคการเมืองต่างๆ ควรไปถามเขา ซึ่งตำแหน่งประธาน กมธ.จะเกิดขึ้นทีหลัง โดย กมธ.จะเป็นคนเลือกจากคนที่มาเป็น กมธ.เพื่อให้มาเป็น ปธ.กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการส่งรายชื่อ กมธ.ในสัดส่วนของรัฐบาลไปยังวิปรัฐบาล รัฐบาลส่งไปนานแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะผมได้ยินว่ามีการทาบทามแล้วบางคนไม่รับ เพราะไปเอ่ยถึงโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน ซึ่งเมื่อได้รายชื่อในส่วนรัฐบาลทั้งหมดแล้วไม่จำเป็นต้องส่งมาให้ผมและไม่ควรทำ โดยก่อนหน้านั้นมีการมาหารือกับผมตามประสาเพื่อนฝูง เพื่อขอคำแนะนำในฐานะที่เป็นบุคคลกว้างขวางว่าควรจะเป็นใครบ้างเท่านั้น&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ตนได้ส่งรายชื่อในสัดส่วนของ ครม.ให้วิปรัฐบาลไปแล้ว 6 คน ซึ่งเป็นคนนอกทั้งหมด ไม่มีคนใน ครม.เลย แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากบางรายชื่อที่เสนอไปนั้นมีการปฏิเสธไม่ตอบรับ และต้องดูความเหมาะสมอีกที ซึ่งตนจะหารือกับนายวิษณุในการประชุม ครม.วันที่ &amp;nbsp;19 พ.ย.เพราะยังมีเวลาอยู่ เนื่องจากญัตติยังไม่เข้าสภา คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีก 6 รายชื่อที่เหลือนั้น เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องไปหารือกับวิปรัฐบาลอีกครั้งว่าจะเป็นท่านใดที่มีความเหมาะสม มีความรู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังต้องเป็นคนนอกอีกทั้งหมด เพราะสัดส่วนของพรรคการเมืองมีอยู่ในส่วน 18 คนอยู่แล้ว โดยสัดส่วนของ กมธ. 49 คน แบ่งเป็น ครม.12 คน ฝ่ายค้าน 19 &amp;nbsp;คน ฝ่ายรัฐบาล 18 คน ทั้งนี้คาดว่าในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ หลังการประชุมวิปรัฐบาลจะทราบรายชื่อที่ชัดเจน&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการประสานงานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้แจ้งมาว่าอาจต้องหารือกันเพราะมี ส.ว.บางท่านที่ไม่เห็นด้วยในการเข้ามาเป็น กมธ. แต่ก็ต้องแล้วแต่ประธานวุฒิสภา และวิป ส.ว.ที่ต้องคุยกันอีกครั้ง และสัปดาห์หน้าตนก็จะไปร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่ารายชื่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายรัฐบาลที่ ครม.จะเสนอจำนวน 6 คน เป็นรายชื่อที่คัดเลือกไว้ก่อนหน้านี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว., นายสมชาย แสวงการ ส.ว., นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน, นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สมัยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ &amp;nbsp;กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต่อมา พล.อ.สมเจตน์ออกมาปฏิเสธว่าไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องต้องทบทวนบางรายชื่อ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอพิจารณารายชื่อ ส.ว.มาแทน ก่อนจะส่งให้นายเทวัญภายในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับนายสมชาย แสวงการ ก็ไม่ขอรับเป็น กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองมาแทน แต่ล่าสุดนายนายเอนกได้ปฏิเสธแล้วเช่นกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ข้อบังคับการประชุมสภา, ชวน หลีกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกระเบียบหลักเกณฑ์ตรวจงาน กมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a54750432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
