<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;ผู้กำกับโจ้&#039; ตร.บุกค้นบ้านย่านรามอินทรา รถหรูนับสิบคัน แม่บ้านบอกมาเสาร์-อาทิตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - เวลาประมาณ 06.10 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ธีรเดช&amp;nbsp;ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. , บก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนจากส่วนกลาง ได้ร่วมกันตรวจค้นบ้านเลขที่ 79/898 หมู่บ้านปัญญาอินทรา 1 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.พบพื้นที่ด้านในมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ บ้าน 2 หลัง รถหรูจำนวน 13 คัน มูลค่ารวมกันนับร้อยล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีน.ส.นาน ซอ เมย์ (สัญชาติพม่า) และ Miss NAN SAY (สัญชาติพม่า) ซึ่งเป็นลูกจ้างผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นำตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เลขที่ จ. 187/2564 ลงวันที่&amp;nbsp;25 สิงหาคม 2564 ในข้อหา &amp;quot;เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจกระทำการใดฯ และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามลูกจ้าง ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล&amp;nbsp;โดยผู้กำกับโจ้จะมาพักที่บ้านหลังนี้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ บางครั้งมากับแฟนสาว แต่ส่วนใหญ่จะมาคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจค้นไม่พบพ.ต.อ.ธิติสรรค์&amp;nbsp;แต่อย่างใด เมื่อตรวจค้นเสร็จสิ้นได้ลง บันทึกประวันเป็นหลักฐานสน.บางชัน และจะได้ดำเนินการสืบสวนติดตามตัวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน, ผกก.โจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, สภ.เมืองนครสวรรค์, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_612601f0cb4c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับ &#039;เพนกวิน&#039; พร้อมแกนนำหลายคน บุกก่อความวุ่นวายหน้า ตชด.ภาค 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศาลจังหวัดธัญบุรีได้ออกหมายจับ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เเละนายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า เเละเเกนนำผู้ชุมนุมคนอื่นๆ จากกรณีที่พนักงานสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลอง 5 ออกหมายจับ ในข้อหาความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำผิดเป็นหัวหน้า หรือ เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น , ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน , ร่วมกันจัดให้มีการชุมนุม หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงการแพร่โรคในพื้นที่ที่ประกาศ หรือ คำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุ ให้โรคติดต่ออันตรายหรือแพร่ระบาดออกไป, ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดปทุมธานีเรื่องมาตรการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak โพสต์ข้อความว่า พี่ฟ้า พรหมศร ถูกออกหมายจับจากกรณีกิจกรรมวาดสีเซฟพี่ไผ่และทีมทะลุฟ้าที่หน้า ตชด. วันก่อน ได้รับแจ้งมาว่าผมก็โดนหมายเหมือนกันแต่ยังหาตัวเอกสารมาไม่ได้ ผมอยากรู้เหลือเกินว่าการสาดสีแดงนี่มันเป็นการประทุษร้าย สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากการชุมนุมที่หน้าบริเวณ ตชด.ภาค 1 ธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน พร้อมกลุ่มทะลุฟ้ารวม 31 คน เมื่อวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112244</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตชด.ภาค1, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ฟ้า พรหมศร, มาตรา112, ศาลจังหวัดธัญบุรี, สภ.คลองห้า, ออกหมายจับ, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a9709e23a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๋ปากน้ำวัย19ปีมอบตัวคดีรุมฟันสองพี่น้อง ตร.จ่อออกหมายจับอีก3คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - จากกรณีนายไพศาล อินทรา อายุ 24 ปี และ นายนที อินทรา อายุ 20 ปี สองพี่น้องที่ถูก 4 ชายฉกรรจ์ขี่รถจักรยานยนต์และนั่งซ้อนท้ายกันมาจำนวน 2 คัน ไล่ตามหลังมาประกบ และลงมือชกต่อยนายนที ที่นั่งซ้อนท้ายจนตกจากรถและถูกรุมกระทึบ ขณะที่หนึ่งใน 4 ผู้ก่อเหตุจะวิ่งเข้ามาใช้มีดยาวประมาณ 50 เซนติเมตรเข้ามาไล่ฟันนายไพศาลที่เป็นคนขี่รถและนายนทีหลายครั้งจนต้องทิ้งรถวิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เหตุเกิดที่บริเวณกลางซอย 24 หมู่บ้านการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นของวันที่&amp;nbsp; 4 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา มารดาของหนึ่งในผู้ก่อเหตุรุมฟันนายไพศาลและนายนที ซึ่งมีอายุ 19 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หลังถูกกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกไล่ล่า ก่อนส่งตัวพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีทำการสอบปากคำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร่วมก่อเหตุวัย 19 ปี ให้การว่า&amp;nbsp; วันเกิดเหตุตนและเพื่อนรวม 4 คน นั่งดื่มสุรากันที่หน้าห้องพักภายในชุมชนเคหะเมืองใหม่บางพลี และได้มีขวดโซดาปาเข้ามาที่กลางวงที่ตนและเพื่อนกำลังนั่งดื่มกันอยู่ นายหนึ่งที่ร่วมวงอยู่ด้วย ได้ชักชวนตนและเพื่อนอีกสองคนพร้อมมีดดาบ พากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามหาคนที่ปาขวดใส่&amp;nbsp; จนมาเจอกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งตนก็มองว่าไม่น่าจะใช่ จึงได้ขี่รถเลยผู้เสียหายไป แต่เพื่อนของนายหนึ่งที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาได้จอดรถประกบรถผู้เสียหาย นายหนึ่งที่นั่งซ้อนท้ายรถตนจึงบอกให้ตนรถวนกลับ ได้เห็นนายอู๋ เพื่อนของนายหนึ่ง เป็นคนเปิดฉากต่อยเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหายทั้งสอง นายหนึ่งได้กระโดดลงจากรถตรงไปใช้มีดกระหน่ำฟันใส่ผู้เสียหาย ตนพยายามห้ามปราม แต่เป็นช่วงที่ชุลมุนจึงไม่มีใครฟังใคร จนผู้เสียพากันวิ่งหลบหนีไปได้&amp;nbsp; จึงพากันขับขี่รถแยกย้ายหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุตนกลัวความผิดจึงไปซ่อนตัวที่ห้องพัก จนมารดาทราบเรื่อง จึงได้พากันมามอบตัว ตนก็ยอมรับว่าเป็นคนขี่รถจักรยายนต์พากันไป แต่ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายคู่กรณี โดยตนรู้จักนายหนึ่ง ส่วนอีกสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน และเป็นเพื่อนของนายหนึ่งที่ชักชวนมาดื่มสุราในวงเหล้าเท่านั้น ซึ่งทราบชื่อเล่นคือ นายอู๋ และนายป๊ะ ซึ่งในวันเกิดเหตุ ทั้งสองก็เป็นคนลงมือต่อยผู้เสียหายก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านมารดาของผู้ร่วมก่อเหตุวัย 19 ปี กล่าวว่า วันแรกที่เห็นคลิป ก็ยังไม่ทราบว่าลูกชายตนเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เนื่องจากลูกชายตนมีครอบครัวและแยกไปอยู่กับทางครอบครัว จนกระทั่งลูกสาวโทรมาบอกว่าหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายที่ร่วมก่อเหตุอยู่ด้วย ตนถึงกับช็อก หลังตั้งสติได้จึงติดต่อลูกชายให้เข้ามอบตัว และจากการสอบถามสาเหตุ ทราบว่ามาจากความเข้าใจที่คิดว่าผู้เสียหายเป็นคนมาปาขวดใส่วงเหล้าจึงชักชวนกันไปก่อเหตุ&amp;nbsp; ในฐานะแม่คนหนึ่ง ก็เข้าใจผู้เสียหายว่าหากเป็นลูกใครที่ถูกกระทำก็ย่อมมีความโมโหด้วยกันทุกคน ตนจึงฝากขอโทษทางครอบครัวผู้เสียหายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เจ้าของคดีเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันพกพาอาวุธไปในทางชุมชนเมือง สาธารณะ&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ชื่อรู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย 1.นายหนึ่ง อายุ 19 ปี คนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ และใช้มีดดาบฟันใส่ผู้เสียหาย&amp;nbsp; 2.นายอู๋&amp;nbsp; (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เข้าประกบรถผู้เสียหายและลงมือชกต่อยผู้เสียหาย&amp;nbsp; และ 3. นายป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี คนที่นั่งซ้อนท้ายนายอู๋ และเป็นคนถือมีดสั้นตามภาพวงจรปิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105501</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอบตัว, รุมฟันสองพี่น้อง, สภ.บางเสาธง, สมุทรปราการ, ออกหมายจับ, โจ๋ปากน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd6a2000048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.จับแล้ว9คน แก๊งอุ้มนักธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลออกหมายจับแล้ว 16 คน คดีตำรวจยศ พ.ต.ท.และ ส.ต.ท.สังกัด บก.จร. ร่วมกับพวกชาวไทย-ชาวต่างชาติอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่ ตามตะครุบได้ 9 คน อีก 7 หลบหนี ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 3 นาย พบเคยก่อเหตุทวงหนี้โหดพื้นที่ สน.ลุมพินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายเจเรมี่ แมนเชสเตอร์ สัญชาติอเมริกัน,&amp;nbsp;นายลูอิส ซิสกิน สัญชาติอเมริกัน อดีตทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; และนายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ ผู้ต้องหาก่อเหตุอุ้มนายเวน ยูซุง ผู้เสียหายชาวไต้หวัน ไปเรียกค่าไถ่จากปมขัดแย้งทางธุรกิจจัดซื้อถุงมือทางการแพทย์ โดยขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะนายเวน ยูซุง&amp;nbsp; ถูกกลุ่มชาวต่างชาติอุ้มออกจากร้าน โดยมี พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี&amp;nbsp;รอง ผกก.6 บก.จร. ร่วมกระทำผิดด้วย เหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อปลายเดือน มี.ค.64 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)&amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีจับกุมแก๊งทวงหนี้ชาวต่างชาติ เหตุเกิดพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีผู้กระทำความผิดทั้งหมดจำนวน 16 คน&amp;nbsp; ได้มีการรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับทั้ง 16 คน เป็นชาวต่างชาติ 6 คน คนไทย 10 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 9 คน อีก 7 คน อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนที่จับกุมได้แล้วเป็นต่างชาติ 2 คน คนไทย 7 คน ในจำนวนคนไทยนี้ พบตำรวจในสังกัด บก.จร. จำนวน 3 นาย ซึ่งรายแรกตำรวจจับกุมไปแล้ว คือ พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี รอง ผกก.6 บก.จร. และเมื่อวันที่ 31 พ.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp; จับกุมตัวอีก 2 นาย คือ ส.ต.ท.ยุทธสาน ยิงรัมย์ (ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.255/2564) และส.ต.ท.ศตวรรษ พ่วงสูงเนิน (ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.256/2564) ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันเรียกค่าไถ่,&amp;nbsp;พยายามฆ่า,&amp;nbsp;อั้งยี่,&amp;nbsp;ซ่องโจร,&amp;nbsp;ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่,&amp;nbsp;หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,&amp;nbsp;ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน&amp;quot;&amp;nbsp;เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปฝากขัง ซึ่งคงคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ จากการสอบสวนตำรวจทั้ง 3 นาย ได้ให้การปฏิเสธ รายละเอียดขอสงวนไว้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดำเนินคดีวินัย ทราบว่า ทาง บก.จร.ได้เตรียมออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณา และคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้งสองรายออกจากราชการไว้ก่อน ลักษณะเช่นเดียวกับราย พ.ต.ท.กฤษณพร ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญา และเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ส่วนรายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอว่าตำรวจทั้ง 3 นายได้ร่วมกันกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่ามีการกระทำความผิดลักษณะนี้อีกในพื้นที่ สน.ลุมพินี&amp;nbsp;มูลเหตุคือการทวงหนี้การซื้อขายถุงมือยางระหว่างชาวต่างประเทศ มีผู้กระทำความผิด 6 คน เป็นชาวต่างชาติ 4 คน คนไทย 2 คน ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับทั้ง 6 คน ตอนนี้จับกุมชาวต่างชาติได้ 1 คน&amp;nbsp; คนไทย 2 คน แจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมที่เหลือ 3 คน เบื้องต้นในส่วนคดีพื้นที่ สน.ลุมพินี ยังไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าทั้ง 6 คน เป็นผู้กระทำความผิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ทั้งสิ้น ส่วนจะรับจ้างก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ&amp;quot; พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.โสภณ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีชายก่อเหตุลวนลามสตรีมเมอร์สาวชาวแคนาดา บริเวณด้านข้างสวนลุมพินี&amp;nbsp;ว่า กรณีดังกล่าวทางฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง จนติดตามตัวผู้เสียหายได้แล้ว เบื้องต้นมีการนัดหมายมาให้ปากคำเพิ่มเติม ถ้าผู้เสียหายสะดวกก็น่าจะเป็นวันนี้ ส่วนผู้ต้องสงสัย ขณะนี้ตำรวจมีเบาะแสบางส่วนแล้ว แต่ขอสงวนไว้เพราะอยู่ในสำนวนคดีและต้องรอสอบปากคำผู้เสียหาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104973</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกหมายจับ, อุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่, อุ้มเรียกค่าไถ่, เรียกค่าไถ่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก๊งอุ้มนักธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6505766164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไฟเขียวจับ &#039;อัจฉริยะ&#039; กรณีไลฟ์หมิ่นศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - มีรายงานว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ นายอัจฉริยะ หรือธัญเทพ หรือรเณศ หรือโรจน์ทวี เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 135/2564 ลงวันที่ 31 พ.ค.64 ในฐานความผิดดูหมิ่นศาล หรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 63 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้กระทำการไลฟ์สด ใส่ร้ายศาลยุติธรรมว่า มีการล็อกผู้พิพากษาเพื่อช่วยให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนชนะคดี ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า ไม่เป็นจริงอย่างที่นายอัจฉริยะใส่ร้ายกระบวนการยุติธรรม จึงดำเนินการออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ช่วงเช้า นายอัจฉริยะ มีกำหนดเดินทางมาร้องทุกข์ ที่ บก.ปปป. เพื่อขอให้ตำรวจ ปปป.เอาผิดขบวนการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศ ทันทีที่นายอัจฉริยะทราบว่า ถูกออกหมายจับ ได้รีบเดินทางไปมอบตัวที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;quot;ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;quot; โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;จะศาลไหนก็มาเถอะ ทางชมรมไม่เคยกลัวอยู่แล้ว พูดความจริงก็หาว่าหมิ่น กฎหมายเฮงซวย ใครอยู่เบื้องหลังคดีนี้ ชมรมบอกเลยงานนี้เลือดนองท้องช้างแน่นอน ยศต่ำกว่าผู้การภาคไม่ต้องมาเชิญตัวผมไปที่โรงพักนะมันคนละชั้นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ออกหมายจับ, อัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4aa06ce252.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับ &#039;ฟอร์ด ทัตเทพ&#039; หนีคดี 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว, นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล และนายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือบิ๊ก แกนนำและแนวร่วมเครือข่ายผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร-เยาวชนปลดแอก เดินทางมารายงานตัวอัยการตามที่พนักงานสอบสวน สน.บางโพ นัดส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการ คดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายฯ ม.215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีผู้ต้องหาจัดชุมนุมและปราศรัยในกิจกรรม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา ที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกรณีนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด แกนนำเยาวชนปลดแอก ผู้ต้องหาที่ไม่ปรากฏตัวเดินทางมารายงานตัวอัยการวันนี้ ทางพนักงานสอบสวน สน.บางโพ เตรียมยื่นขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไปภายในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว หนึ่งในแกนนำเยาวชนปลดแอก กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวฟอร์ด ทัตเทพ ลี้ภัยไปต่างประเทศแล้วว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องรอสอบถามเจ้าตัวอีกที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ฟอร์ด ทัตเทพ, มาตรา 112, สน.บางโพ, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_60655bf326a09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับการ์ด3นิ้วยิงกันเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารพัดคลิปว่อนโซเชียลประจานชุมนุมกลุ่มราษฎรหน้าไทยพาณิชย์ ชี้ชัด &amp;ldquo;การ์ด&amp;rdquo; เขม่นกันเองจากเรื่องสถาบัน ก่อนใช้ทั้งระเบิดปิงปองและปืน ท่อน้ำเลี้ยงยังระอาบอกคุมไม่อยู่ สื่อช่อง 3 เดือดถูกขัดขวางบันทึกภาพ ทั้งผลักอก-รุมต่อย รับไม่เคยเจอทั้งที่ทำม็อบมาทุกเสื้อสี &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สั่งเร่งเคลียร์คดี หวั่นโยนขี้รัฐบาล &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เตรียมออกหมายจับ &amp;ldquo;ภาสพงศ์&amp;rdquo; เจ้าของปืน เล็งเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ แต่คงคุยแกนนำไม่ได้เพราะมีคดีติดตัว ฝ่ายค้านอดโหนม็อบ สภาโหวตให้เดินตามวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์และติดตามอย่างต่อเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะในเหตุการณ์ช่วงดึกที่เกิดเหตุยิงปืนและปาระเบิดปิงปองจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
โดยในสังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอหลายคลิป โดยคลิปหนึ่งมีความยาว 48 วินาที ซึ่งคาดว่าเป็นการ์ดคณะราษฎร พูดคุยกันหลังเกิดเหตุการณ์ อาทิ &amp;quot;ผมเป็นคนเคลียร์ด้วย พอตอนที่มีปัญหากันระหว่าง 2 ฝ่าย ผมเก็บทุกอย่างแล้ว แต่ผมขออย่างเดียว อย่าให้สื่อรู้ ถ้าสื่อรู้เราเสียกันหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chomkair Boonterm ได้โพสต์คลิปไปยังห้อง No Sugar อร่อยซ่าไม่มีน้ำตาล คลิปนี้คาดว่าน่าจะอยู่บนรถพยาบาลระหว่างลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการสนทนาหลักๆ ของชาย 2 คน ความยาว 53 วินาที ซักถามถึงการยิง ซึ่งผู้บาดเจ็บก็ยอมรับว่าเป็นการยิงกันเพราะเหตุปัญหาของสถาบันการศึกษาที่เขม่นกันมาก่อน แต่กลับมาเป็นการ์ดในเวทีเดียวกัน
ในขณะที่เพจฟันเฟืองธนบุรี-Gear Of Red Thonburi โพสต์แถลงการณ์เรื่องดังกล่าวว่า มีความชัดเจนจากหลักฐานว่ามีกลุ่มคนจากฝ่ายที่ต้องการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยได้แฝงตัวเข้ามาในกลุ่มอาชีวะกลุ่มหนึ่งเพื่อก่อความไม่สงบ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก แต่เราฟันเฟืองประชาธิปไตย จะยืนหยัดในการต่อสู้อย่างสันติ ปราศจากอาวุธต่อไป และขอให้ผู้ที่สร้างสถานการณ์หรือมีส่วนรู้เห็นออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิได้ลดทอนความเป็นเพื่อนร่วมเส้นทางประชาธิปไตย หากแต่ยังสร้างให้เรามีความเหนียวแน่นกันมากยิ่งขึ้น และเราจะดำเนินการไปด้วยกัน เพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับความเป็นธรรม ทั้งทางกฎหมายและภาคสังคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเครือข่ายคนเสื้อแดง ท่อน้ำเลี้ยงม็อบและผู้สนับสนุนด้านสวัสดิการต่างๆ ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กถึงการบริหารจัดการภายในม็อบ โดยยอมรับว่า การ์ดหลายๆ กลุ่มทะเลาะกัน ไม่ถูกกัน ในส่วนนี้ไม่มีใครอาสาจัดการ เราก็พยายามประสานรอยร้าวให้ แต่ที่แก้ไม่ได้เลยก็คือการ์ดอาชีวะ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงความเป็นอาชีวะได้เลยแม้แต่นิดเดียว อาชีวะพอรวมตัวกันจะมีความยึดมั่นถือมั่นที่ตนพยายามจะเข้าใจแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ
ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ในช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย.ว่า &amp;ldquo;สันติวิธีไม่ได้แปลว่าให้ยื่นดอกไม้ให้คนที่ทำร้ายเรา อันนั้นสันติวิธีดัดจริต สันติวิธีคือการทำให้เราน่ารัก เพื่อให้ภาพการใช้ความรุนแรงโดยรัฐออกมาแย่ที่สุดต่อสายตาประชาชนและประชาคมโลก และเพื่อให้ชัดเจนว่าถ้าเกิดความรุนแรงขึ้น มันไม่ได้มาจากฝ่ายเรา&amp;rdquo; แต่ต่อมานายพริษฐ์ได้ลบทวีตดังกล่าวไป
จี้ม็อบให้สื่อทำหน้าที่
นอกจากนั้น เฟซบุ๊กของนายนันทวุธ สังข์ทองดี ช่างภาพที่ถูกการ์ดของกลุ่มราษฎรผลักตกจากแท่นแบริเออร์โพสต์ว่า เริ่มอาชีพการเป็นช่างภาพข่าวมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงตอนนี้ 16 ปีแล้ว ผ่านมาแทบจะทุกม็อบการเรียกร้อง แต่วันนี้กลับต้องมาโดนการ์ดของม็อบคณะราษฎรทำร้ายร่างกาย โดยผลักอกและจะเข้ามาต่อยจนตกจากแท่นปูนแบริเออร์ ในระหว่างเหตุการณ์ชุลมุนยิงกันบริเวณแยกเมเจอร์รัชโยธิน อยากฝากให้คิดกันไว้ว่า บางทีสื่อมวลชนไม่ใช่ผู้ขัดแย้งสำหรับพวกคุณ เสรีภาพสื่อเสรีภาพประชาชน
นายธีรุตม์ นิมโรธรรม ผู้สื่อข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โพสต์เฟซบุ๊กในเหตุการณ์นี้เช่นกันว่า ฝากถึงผู้ควบคุมการ์ด การ์ดทุกมวลชน นี่คือความไม่โอเคที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลห้ามถ่ายความรุนแรงที่เกิดขึ้น คำถามคือ คุณเรียกร้องให้เราทำหน้าที่สื่อ เราทำหน้าที่ คุณควรทำหน้าที่ในขอบเขตคุณ ไม่ใช่การกระทำที่สุ่มเสี่ยงให้คนอื่นเกิดอันตรายแบบนี้ แล้วภาพตรงหน้าด้วยจรรยาบรรณ คือสิ่งที่ต้องบันทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงเหตุยิงกันว่า ได้รับรายงานแล้ว และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมคณะ ได้ติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุยิงกันของการ์ดคณะราษฎรจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายวันชัย อารีย์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะสถาบันเทคนิคปทุมธานี และนายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะสถาบันมีนบุรีโปลีเทคนิค โดยใช้เวลาประชุมร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า จากการสืบสวนและสอบสวนพยาน 3-4 ปาก ตำรวจจะขอศาลออกหมายจับนายภาสพงศ์ในฐานครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากมีหลักฐานตั้งแต่ก่อนและขณะเกิดเหตุทั้งภาพกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลชัดเจน ส่วนอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 นั้น พบว่ามีทะเบียน แต่กำลังตรวจสอบเรื่องการครอบครองและลายพิมพ์นิ้วมือ รวมถึงคราบเขม่าควัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการสอบปากคำทราบว่าทั้งคู่เป็นการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร แต่ทั้งคู่พ้นสภาพนักศึกษาอาชีวะทั้ง 2 สถาบัน โดยมีปัญหามาจากเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องการชุมนุม เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังยุติการชุมนุมแล้วมีฝ่ายหนึ่งเริ่มขว้างระเบิดปิงปองก่อนแล้วพากันวิ่งหลบหนี จนมีกลุ่มหนึ่งไล่ตาม และคว้าอาวุธปืนมายิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรพัฒน์ยังกล่าวว่า มาตรการป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้าพื้นที่ชุมนุมนั้น ตำรวจต้องขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมด้วยการแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนตำรวจเองก็จะเพิ่มความเข้มงวด แต่คงไม่สามารถตั้งด่านตรวจค้นได้อย่างทั่วถึง และคงหารือกับแกนนำผู้ชุมนุมได้หรือไม่ คงไม่มีโอกาส เพราะหลายคนมีคดีติดตัวกันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.วิโรจน์ ผลบุญ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน กล่าวว่า เมื่อคืนกองพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยนายวันชัยกำลังรักษาตัวที่ รพ.พระราม 9 ถูกยิงเข้าที่ท้อง ส่วนนายภาสพงศ์ถูกรุมทำร้ายร่างกายเนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.เซนต์หลุยส์ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นของบุคคลใด เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เพราะหนึ่งในผู้บาดเจ็บมีอาการสมองกระทบกระเทือน และยังไม่ได้อายัดตัว ต้องตรวจสอบคลิปปรากฏในสื่อโซเชียลว่าเห็นผู้ก่อเหตุด้วยว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ร่วมแถลงข่าวกรณีเกิดเหตุยิงกัน โดยมีการแสดงชาร์ตเหตุการณ์และเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานให้สื่อมวลชนดูด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า เหตุดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บจากอาวุธปืนและจากการถูกทำร้าย&amp;nbsp; 2 คน ทั้งสองรายอยู่ในพื้นที่การชุมนุม และทำหน้าที่เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ได้มีสื่อมวลชนทำการแถลงข่าวบริเวณหน้าอเวนิว ตรงข้ามเอสซีบี ระหว่างนั้นมีผู้ก่อเหตุเดินผ่านกล้อง 3 คน โดยทั้ง 3 คนมีการทะเลาะชกต่อยกันกับอีกกลุ่มที่อยู่ใกล้กัน โดยคนที่สวมหมวกกันน็อกสีขาวได้ไปชกต่อยกับกลุ่มคนอีกกลุ่ม ทำให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ราว 10 คนได้กรูเข้ามาทำร้าย จากนั้นคนที่สวมหมวกกันน็อกได้ขว้างวัตถุชนิดหนึ่งออกไป ทำให้เกิดเสียงและมีกลุ่มควัน ก่อนทั้ง 3 คนจะวิ่งหลบหนีออกไปทางแยกรัชโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นกลุ่มที่ถูกชกต่อยก็วิ่งไล่ติดตามไป ห่างจากจุดปาวัตถุระเบิดประมาณ 50 เมตร มีผู้ชายสวมฮู้ดแขนยาวสีเข้ม นุ่งกางเกงสีอ่อนขาสั้น วิ่งนำข้างหน้าและใช้อาวุธปืนยิงออกมา 4 นัด โดยหันปืนมาทางกลุ่มที่วิ่งไล่ตาม คนที่ถูกยิงได้ล้มลง ส่วนคนที่ยิงได้วิ่งหลบหนี แต่ถูกประชาชนช่วยจับไว้ได้ ส่วนอาวุธปืนพกลูกโม่ ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสันตกในที่เกิดเหตุ พบปลอกในรังเพลิง 4 นัด ยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด ตรงกับพยานในที่เกิดเหตุที่บอกว่าได้ยินเสียงปืนดัง 4 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเป็นที่เพียงพอและขออนุมัติศาลออกหมายจับเรียบร้อย และตัวผู้ต้องหาอยู่ รพ. โดยนายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ ผู้ใช้อาวุธปืนยิง ศาลอาญาออกหมายจับในความผิดพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับเหตุยิงกันที่แยกเกียกกายแต่อย่างใด&amp;quot; พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าว
บิ๊กตู่สั่งตำรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า หลังแจกคูปองเป็ดหรือธนบัตรคณะราษฎรเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุมนำไปใช้แลกซื้อสินค้าจากผู้ค้าภายในม็อบแล้ว ได้มีผู้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้แจกคูปองเป็ดในความผิดตาม พ.ร.บ.เงินตราจริง แต่กำลังพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎรว่า เคยพูดหลายครั้งแล้วว่าหากเป็นการชุมนุมที่ถูกกฎหมายก็ห้ามอะไรไม่ได้ แต่ต้องการชุมนุมที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม ต้องเคารพกฎหมาย อย่าทำผิดกฎหมาย ส่วนเหตุยิงกันนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร กำลังให้เจ้าหน้าที่สอบสวนติดตามอยู่ ไม่อย่างนั้นก็โยนกันไปโยนกันมา ว่าอีกพวกหนึ่งทำ ว่ารัฐบาลทำ ทั้งที่รัฐบาลมีแต่ทำหน้าที่ดูแลให้ทุกคนปลอดภัย
&amp;ldquo;อยากฝากคนทั้งประเทศให้กังวลด้วยแล้วกัน เพราะผมกังวลอยู่แล้ว ยิ่งชุมนุมนานไปก็ยิ่งเสียหายมากขึ้น ยิ่งนานไปเศรษฐกิจก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ยิ่งนานไปการจราจรก็ติดขัดมากขึ้น ขอถามหน่อยว่าได้ประโยชน์กับใคร เขาอาจได้ประโยชน์ของเขา แต่หาวิธีการอื่นไม่ได้หรือ ที่ดีกว่าที่มันสงบ ไม่ให้เกิดอันตรายหรือไปล่วงละเมิด ผมว่ามันควรตรงนั้นมากกว่า สื่อช่วยกันพูดหน่อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่า ในที่ประชุมได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา และให้กำลังใจตำรวจ และขอร้องให้สื่อให้กำลังใจตำรวจ เอาภาพการทำงานของตำรวจที่เขาทำดีๆ ออกไปบ้าง ไม่ใช่ออกภาพหรือออกแต่ข่าวว่าความรุนแรงของเจ้าหน้าที่
&amp;ldquo;เราเป็นประเทศที่มีอธิปไตยของเรามายาวนาน เป็นประเทศประชาธิปไตยของเรา ตั้งแต่ความคิดเห็นก็ยินดีรับฟัง แต่ต้องเสนอในทางที่เป็นไปได้ และเป็นไปตามกฎหมาย ก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะยากอะไรเลย เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ตาม ขอให้คำนึงถึงกฎหมาย ถึงกฎระเบียบของบ้านเมืองเป็นหลัก&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูหรืออยู่ในเหตุการณ์ นายกฯ กล่าวว่า แล้วอยู่ในพื้นที่ของใคร เข้าไปได้หรือไม่ อยู่ในพื้นที่ของกลุ่มไหน ที่ผ่านมาตำรวจเข้าไปยังไม่ได้เลย เป็นพื้นที่สงวนไว้เฉพาะ ถ้ามันมีเหตุการณ์จริงๆ ก็ไปเชิญตำรวจเขามา เรียกตำรวจเขามา ถ้าเข้าไปเองเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก เหตุการณ์พอไม่ชัดขึ้นมาก็โยนให้เจ้าหน้าที่ทำอีก บทเรียนมีอยู่แล้วในหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้
ฝ่ายค้านอดโหนม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ภายหลังการหารือปัญหาทั่วไปก่อนเข้าสู่วาระ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาหารือหาทางออกให้กับประเทศ หลังเกิดเหตุปะทะและยิงกัน ซึ่งมี ส.ส.ฝ่ายค้านต่างสนับสนุน ในขณะที่ซีกรัฐบาลเสนอให้พิจารณาตามวาระต่อไป ทำให้นายศุภชัยสั่งนับองค์ประชุม และลงมติ ผลปรากฏว่าไม่เห็นด้วยให้ที่ประชุมเลื่อนญัตติที่เสนอด้วยวาจาเพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุความรุนแรงขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 217 ต่อ 124 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า การเสนอญัตติมีเจตนาเพื่อหาทางออก แต่กลับเอาเสียงข้างมากมาปิดกั้น ดังนั้นจึงเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีการขานชื่อ เพราะไม่มั่นใจผลคะแนนที่ออกมาโดยการเสียบบัตร ซึ่งนายศุภชัยยืนยันว่าดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม แต่ก็ถูกฝ่ายค้านโต้เถียงจนในที่สุดก็มีการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ซึ่งปรากฏว่าองค์ประชุมครบ แม้ฝ่ายค้านจะวอล์กเอาต์
ทั้งนี้ ในการประชุม นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้นำถุงใส่ตุ๊กตาเป็ดและกิ๊บเป็ด ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรมาแจก ส.ส.ฝ่ายค้าน สร้างสีสันในห้องประชุมด้วย และต่อมานางอมรัตน์ได้เผยแพร่รูป ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนที่กำลังถ่ายรูปคู่กับเป็ดเหลืองด้วย
ส่วนความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ยิงกันนั้น นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวมีอาวุธ และไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติ หรือถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อตำรวจไปดูแลความปลอดภัยทางผู้ชุมนุมก็ต่อว่ามาเฝ้าติดตาม แต่เมื่อไม่มีตำรวจก็หาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ชุมนุมอย่าเห็นแก่ตัวเกินไป อะไรก็โทษคนอื่นอย่างเดียว ควรโทษตัวเองบ้าง และการชุมนุมเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. เห็นชัดเจนว่ามีทั้งเหล้า เบียร์ อาวุธ ถามว่านี่คือการชุมนุมอย่างสันติหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่บึ้มๆ เมื่อคืนเห็นชัดเลยว่าบึ้มเพราะอะไร เพราะเสียงปืน เสียงระเบิด ครั้งต่อไปถ้าบึ้มใหญ่กว่านี้จะระเบิดอีกกี่ลูก ผมก็ห่วงลูกหลาน ขอให้ผู้ปกครองเตือนด้วย&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. โพสต์เฟซบุ๊กว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์คือยิงกันเองอีกแล้ว หากมีคนตาย นายธนาธรจะรับผิดชอบไหม ใครช่วยถามที และขอประณามอีแอบที่สร้างสถานการณ์ ขอให้หยุดสร้างความวุ่นวาย ก่อนจะมีคนตายจริงไปหมด
พท.ซัดตร.อย่าเพิ่งสรุป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทันข้ามคืน แต่เท่าที่ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบ เหมือนสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วว่าเป็นเพราะความขัดแย้งกันเองของการ์ดในพื้นที่ชุมนุม ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะสรุปสิ่งที่เกิดขึ้น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงสืบหาพยานหลักฐานให้รอบด้านเสียก่อน อย่าทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดคำถามต่อประชาชนอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด รองโฆษกพรรค พท. ในฐานะคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง (กมธ.) กล่าวว่า ในระยะหลังที่การชุมนุมเข้มข้นขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลการชุมนุมกลับปล่อยให้ผู้ชุมนุมสองฝั่งปะทะกัน โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ ขณะที่การสอบสวนเป็นไปอย่างล่าช้า แตกต่างจากการชุมนุมในอดีตที่เกิดความรุนแรง ส่วนใหญ่มาจากการกระทำของรัฐบาลที่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการสลายการชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมในปัจจุบันได้เรียนรู้ ไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะและใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่ควรปล่อยให้มีผู้ไม่หวังดีสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง แม้จะมีผู้ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม แต่รัฐบาลในฐานะผู้กุมอำนาจ และเป็นผู้สั่งการนโยบายไปยังระดับปฏิบัติการ ต้องทำให้ประชาชนทุกคนได้รับความปลอดภัยจากการแสดงออกทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ โดยหวังว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เคยอธิบายว่าหลังจากเลือดไหลก็จะไหลไม่หยุดจนกว่าจะนองท้องช้าง ตอนแรกคิดว่าจะคาดการณ์ผิด ท้ายที่สุดก็เป็นเหมือนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เชื่อว่าจากนี้ไปก็คงมีเรื่องตามลำดับ ซึ่งไม่ต้องการให้การต่อสู้ครั้งนี้ลงเอยด้วยการบาดเจ็บล้มตาย ที่สำคัญยังวาดหวังว่าแนวทางสันติวิธีจะเป็นแนวทางที่งดงามมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่การตรวจตราทุกฝ่ายต้องพิสูจน์กัน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องผ่านการตรวจ ถ้าเข้าที่ชุมนุมก็ต้องไม่พกอาวุธเข้าไป เพราะว่าการชุมนุมเปิดกว้างกันอยู่แล้ว เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ยิ่งยุคที่ต้องปิดหน้าปิดตาปิดปากปิดจมูก สวมหมวกเป็นไอ้โม่งที่ไหนก็ได้ นี่ก็เป็นจุดเปราะบางกันอยู่แล้ว ผมว่าวิธีการที่ลดความสูญเสีย คนที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของผู้ชุมนุมกับตำรวจต้องร่วมมือกัน เพราะว่าจะลดโรคแทรกได้ในระดับหนึ่ง ไม่ได้ลดได้ทั้งหมด แต่ว่าในระดับหนึ่งอย่างน้อยที่สุดก็ชะลอความตายกันไว้ก่อน&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ได้แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อทำการฝึกเดินทางไกล และพักแรมของทหารใหม่ ผลัดที่ 2/63 ในวันที่ 27-29 พ.ย. 63 โดยมีรายละเอียดยิบตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 27 พ.ย. เวลา 22.00 น. ในวันที่ 29 พ.ย..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85170</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มราษฎร, ขัดขวางบันทึกภาพ, คลิปว่อนโซเชียล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกหมายจับ, เร่งเคลียร์คดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0bc51b2a08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
