<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน​อดีตผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯภูเก็ตร่วมเอกชน ออกเอกสารสิทธิรุกที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ-เขารวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีทุจริตด้านทรัพยากรธรรมชาติ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับพวกรวม 11 ราย ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และยังชี้มูลความผิดเอกชนที่เกี่ยวข้อง กรณีการออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และป่าสงวนเขารวก-เขาเมือง จ.ภูเก็ต โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติการณ์การนำ ส.ค.1 จากอีกที่หนึ่งมาสวมสิทธิออกเอกสาร หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;ส.ค.1 บิน&amp;rdquo; เพื่อผลประโยชน์แก่บริษัท ทรีดอลฟินซ์ จำกัด และบริษัท ทรีดอลฟินซ์ รีสอร์ท จำกัด จำนวน 337 ไร่เศษ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง และส่งสำนวนให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งสำนวนให้กับผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118431</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นิรันดร์ กัลยาณมิตร, ออกเอกสารสิทธิที่ดินมิชอบ, อุทยานเเห่งชาติสิรินาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d92f25fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ฟัน&#039;ประยุทธ มหากิจศิริ&#039;สนับสนุนจนท.รัฐ ออกเอกสารสิทธิมิชอบที่กระบี่-สนามกอล์ฟที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64-นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติกรณีกล่าวหานายประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของโรงงานเนสกาแฟ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ใน 2 สำนวน ได้แก่ 1.การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 45374 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ โดยใช้หลักฐานจาก น.ส.3 ก. เลขที่ 2563 ให้แก่นายประยุทธ โดยมิชอบ โดยนายนิยุติ ดุสิตกุล เจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.กระบี่ นำเอกสารสิทธิ ส.ค.1 9 แปลง มาออกเป็น น.ส.3 ก. 9 แปลง หลังจากนั้นนำมารวมเป็นแปลงเดียวเพื่อทำโฉนดที่ดิน และมีเนื้อที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีพื้นที่คาบเกี่ยวกับแนวเขตพื้นที่ ส.ป.ก. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 1 ราย และเอกชน รวมถึงนายประยุทธ&amp;nbsp; ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162 และผิดตามกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การออกเอกสารสิทธิทำสนามกอล์ฟที่ จ.นครราชสีมา โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง จากพยานหลักฐานพบว่า มีการรังวัดที่ดินเพิ่มขึ้น 189 ไร่ ในสนามกอล์ฟทั้งหมดเนื้อที่ 2,304 ไร่ ของบริษัท ไทยนอคสตีลฯ ที่มีนายประยุทธ เป็นกรรมการ โดยพฤติการณ์พบว่า บริษัทแห่งนี้ มีการกว้านซื้อที่ดิน อ.สีคิ้ว จำนวน 2,000 ไร่เศษ ทั้งโฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. และซื้อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ในเขต ส.ป.ก. เขตป่าไม้ถาวร และป่าสงวน เมื่อได้ที่ดินทั้งหมด ได้มีการรังวัดสอบเขตให้มีที่ดินเพิ่มขึ้น จนรูปแปลงที่ดินเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงเอกชน และนายประยุทธ ฐานสนับสนุนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118430</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัติไชย  เกษมมงคล, ประยุทธ มหากิจศิริ, ออกเอกสารสิทธิที่ดินมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20211001/image_mid_6156a1135c501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ชงสอบภาษี-ยกเลิกสค.1 แก้โกงออกโฉนดที่ดิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 61 -มีรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการจัดทำมาตรการป้องกันการทุจริตเพื่อแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า ปัญหาการทุจริตในการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศ และมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยส่วนรวมอย่างมหาศาล เนื่องจากที่ดินของไทยมีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ไม่จำกัดของประชาชน หรือผู้มีอำนาจ และอิทธิพลบางกลุ่ม จึงส่งผลให้เกิดการร่วมกันทุจริต โดยผู้ขอ ผู้สนับสนุน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการขั้นตอนของการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินนั้น ซึ่งพื้นที่ที่มีปัญหารุนแรงส่วนใหญ่เป็นที่ดินมีมูลค่าสูง ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่มีความสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน ป.ป.ช. ยังอ้างอิงข้อมูลจากที่สื่อมวลชนรายงานข่าวถึงกลุ่มตระกูลดัง เศรษฐี กลุ่มธุรกิจ นายทุน ที่ถือครองที่ดินแปลงเล็ก แปลงใหญ่ กว่า 958,400 ไร่ ซึ่งกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด จึงนำไปสู่การบุกรุกที่ดินของรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปข้อมูลเบื้องต้น พบว่า การร้องเรียนเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตในการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ ระหว่างปี 2543-2560 โดยใช้ข้อมูลจนถึงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 รวมทั้งสิ้น 131 เรื่อง แบ่งเป็น ดำเนินการแล้วเสร็จ 80 เรื่อง อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง 7 เรื่อง และอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง 44 เรื่อง มีพฤติการณ์ถูกกล่าวหาโดยสรุป คือ 1.เรียกรับเงินเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ 2.ออกเอกสารสิทธิ์โดยการสวมสิทธิ์แทนบุคคลอื่น 3.ออกเอกสารสิทธิ์ทับพื้นที่ป่าสงวน/ที่สาธารณะ/ที่ของบุคคลอื่น และ4.ออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่ไม่สามารถออกได้ (พื้นที่ภูเขา/ลาดชัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพื้นที่ถูกร้องเรียน แบ่งเป็น 1.ภาคกลาง 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยนาท นนทบุรี นครสวรรค์ นครปฐม ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี สมุทรปราการ และสมุทรสงคราม 2.ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ภูเก็ต พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี และสงขลา 3.ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พะเยา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย และอุตรดิตถ์ 4.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม บึงกาฬ บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สุรินทร์ ศรีสะเกษ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และอุดรธานี 5.ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี และระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอของสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการทางภาษี และมาตรการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเคร่งครัดกับผู้ถือครองที่ดินจำนวนมาก โดยให้นำมาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินมาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด และให้รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามผู้ใช้อิทธิพลในการออกเอกสารสิทธิ มีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ในพื้นที่เศรษฐกิจที่ดินมีราคาสูง เช่น จ.ภูเก็ต จ.เชียงราย เป็นต้น กรมที่ดินควรมีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ ให้การออกเอกสารสิทธิ์เป็นไปโดยถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เห็นควรให้ยกเลิกแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) โดยแก้ไขมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 กำหนดให้ผู้มีหลักฐานถือครอง ส.ค.1 และกรมที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน มายื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ภายใน 180 วัน เพื่อตรวจสอบ และพิสูจน์การครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดิน หากไม่มายื่นคำร้องในเวลากำหนด ให้ถือว่าไม่ประสงค์ถือครอง และถือว่ายกเลิกแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลควรกำหนดนโยบายดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยกำหนดเป็นนโยบายระดับชาติ และรัฐบาลที่เข้ามาบริหารต่อเนื่องไม่ควรเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ รวมถึงให้จัดทำฐานข้อมูลสารบบการบริหารงานที่ดินบนฐานข้อมูลเดียว เผยแพร่ในระบบออนไลน์ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในมาตรการป้องกันการทุจริตเพื่อแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินโดยมิชอบ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติ หากพบหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ให้ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีความผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12221</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทุนที่ดิน, ปปช., รัฐบาล, สอบภาษี-ยกเลิกสค.1, ออกเอกสารสิทธิที่ดินมิชอบ, แก้โกงออกโฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33271f09f9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
