<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACTออกแถลงการณ์ค้านแก้ไขรธน.เปิดทางคดโกงงบประมาณประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้เกิดการคดโกงงบประมาณของประเทศ&amp;nbsp; ระบุ ตามที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส. ส.ว. และกรรมาธิการที่แทรกแซง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดทำงบประมาณประจำปี ตามมาตรา 144 และ ตัดข้อห้ามมิให้ ส.ส. และ ส.ว. แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ตามมาตรา 185 นั้น ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศล้มเหลว เพราะการตัดบทลงโทษดังกล่าวเปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสอดแทรก-ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่เป็นฝ่ายบริหารได้โดยง่าย ซึ่งจากที่ผ่านมางบประมาณแผ่นดินได้ถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม มีการคดโกงเกิดขึ้นอย่างมากมายจากการสอดแทรกใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคพลังประชารัฐได้ยื่นขอ นอกจากจะเปิดทางให้เกิดการคดโกงแล้วยังขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและการมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันต้องชัดเจนทั้งหลักการและวิธีการ การมีมาตรการที่ครอบคลุม ปฏิบัติได้จริงจังจึงจะพิสูจน์ความเป็น &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญปราบโกง&amp;rdquo; และวาระแห่งชาติในการต่อต้านคอร์รัปชันได้ การลดทอนให้เหลือเพียงหลักการลอยๆ ไม่มีแนวปฏิบัติปราศจากบทลงโทษ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจเด็ดขาดในการปราบปรามคอร์รัปชัน ทำให้คนโกงย่ามใจ คนไทยทั้งชาติอยู่ในสภาวะของการ &amp;ldquo;จำยอมกับการโกงของผู้มีอำนาจ&amp;rdquo; อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยต้องการเห็นการเมืองที่สูงด้วยจริยธรรม ต้องการรัฐธรรมนูญที่ศักดิ์สิทธิ์จริงใจ ต้องการเห็นประเทศชาติ มีการพัฒนาอย่างโปร่งใสเป็นธรรม และที่สำคัญ ต้องการหลุดพ้นจากวงเวียนการคดโกงของนักการเมือง ข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ทั้งสองประการดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันขอคัดค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมทั้งสองมาตราดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และขอเชิญชวนให้ประชาชน สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนของสังคมร่วมผนึกกำลังในการต่อต้านครั้งนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับงบประมาณแผ่นดินและผลกระทบที่เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107000</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf27562f21c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์การบริหารนิสิตจุฬาฯผ่านมติฉิวเฉียด ออกแถลงการณ์ขอโทษเข้าร่วมกปปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ นิสิตรีคอเดอร์ - Nisit Recorder ระบุว่า เนื้อหาว่า &amp;nbsp;อบจ. มีมติให้ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่อบจ. เคยเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ถึงการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรายงาน ผลของการลงมติแบบไม่เปิดเผยชื่อปรากฏว่า มติผ่านที่ประชุมไปด้วยคะแนน 1 เสียงเท่านั้น โดยมีผู้ลงเสียงอนุมัติจำนวน 9 เสียง ในขณะที่ไม่อนุมัติจำนวน 8 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 4 เสียง
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่าอบจ. &amp;ldquo;ขอแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักยิ่ง&amp;rdquo; จากการเข้าร่วมการชุมนุมกปปส. ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ &amp;ldquo;เซาะกร่อนบ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพของคนไทยจนถึงแก่น&amp;rdquo; และนำ &amp;ldquo;ความอัปยศอดสูมาสู่เกียรติประวัติของสถาบันการศึกษาอันเก่าแก่แห่งนี้อย่างพ้นประมาณ&amp;rdquo; และยังกล่าวต่ออีกว่าต่อจากนี้อบจ. จะทำหน้าที่สนับสนุนประชาธิปไตยต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขบวนการกปปส. นั้นเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก แม้จะมีการปฏิเสธว่าเป็นเพียงการกระทำของศิษย์เก่า ไม่ใช่ของมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่ผู้บริหารและคณาจารย์หลายท่านก็ได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่การชุมนุมย้ายมาใช้เวทีปทุมวันเป็นเวทีหลักนั้น จุฬาฯ ก็ยังรับภาระเป็นแม่งานดูแลเวทีใหญ่ให้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายกอบจ. ในปีการศึกษา 2556 เป็นนิสิตคณะวิศกรรมศาสตร์ และยังเป็นคนที่เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ และผู้นำการเดินขบวนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในนามขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) โดยอ้างว่าเป็นพลัง &amp;ldquo;น้ำใจน้องพี่สีชมพู&amp;rdquo; ทำเพื่อ &amp;ldquo;ผดุงความถูกต้องและเป็นธรรมในสังคม&amp;rdquo; &amp;ldquo;ตอบแทนคุณของแผ่นดิน&amp;rdquo; และเป็นการ &amp;ldquo;สืบสานพระราชปณิธานฯ และเกียรติภูมิจุฬาฯ&amp;rdquo;[1]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[1] https://www.facebook.com/645916519119571/posts/1377150132662869/?sfnsn=mo
หมายเหตุ: มติดังกล่าวอยู่ในวาระของอบจ. ชุดปีการศึกษา 2563 ซึ่งมีนายรัฐกร ใจเย็น ดำรงตำแหน่งนายกอบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษที่เข้าร่วม กปปส., สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9ae0c5c197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะแพทย์จุฬาฯแจงไม่เกี่ยวข้องกับความเห็น &#039;หมอธีระ&#039; ยันสนับสนุนให้คนไทยฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 เมย. เพจเฟสบุ๊คโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;โดยอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียนให้ทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบว่า ข้อมูลเหล่านั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของอาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนั้นเพียงผู้เดียว มิใช่เป็นความเห็นทางวิชาการขององค์กรของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรา และเรายังยืนยันที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผู้เชี่ยวชาญต่อสาธารณชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยมีสุขภาพที่ดี ดังที่เราได้ปฏิบัติเสมอมาผ่านแหล่งข้อมูลหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในนามองค์กรของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เรายังสนับสนุนให้คนไทยทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยถ้วนหน้า เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ลงวันที่ 10 เมย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ประกาศ ดังกล่าวออกมาภายหลังที่รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาให้ความเห็นกล่าวหาว่าประสิทธิภาพวัคซีนโควิด 19 ที่ไทยนำเข้าให้บริการมีประสิทธิภาพต่ำมาก หรือคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99128</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอธีระ, ออกแถลงการณ์, แพทย์จุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60726b604c7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราษฎร&#039;ประกาศสู้ต่อยึดหลักการของปฏิบัติการไร้ความรุนแรงยันจนท.ไม่มีสิทธิทำร้ายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.พ. 2564 สื่อโซเชียลมีเดียของเครือข่ายผู้ชุมนุม เพจ ราษฎร ได้ออกแถลงการณ์ด่วน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุม ณ บริเวณ หน้าศาลฎีกาและบริเวณใกล้ท้องสนามหลวง ในช่วงเวลาค่ำ ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยปรากฏการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ซึ่งต่อมามีรายงานการใช้กำลังทำร้ายและเข้าจับกุมประชาชน และมีการใช้กำลังประทุษร้ายหน่วยแพทย์ในที่ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมภายในวันนี้ราษฎร ได้เริ่มต้นกิจกรรมโดยการระดมพลในบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 15:00 น. และถัดมาได้มีการดำเนินกิจกรรมการรื้อกระถางต้นไม้ ในเวลา 17:30 น. โดยในเวลาต่อมาราษฎรได้มีการเดินขบวนในเวลา 18:00 น. โดยได้ทำการเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาถึงที่บริเวณหน้าศาลฎีกาใกล้ท้องสนามหลวง ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ และได้ทำการยุติการชุมนุมตอนเวลา 20:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราษฎร ขอยืนยันในหลักการของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง &amp;nbsp;ซึ่งได้ประกาศ ณ ที่ชุมนุมว่า มวลชนสามารถตอบโต้หากมีการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐได้ ซึ่งได้แก่วิธีการอื่นใดอันไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงในทางกายภาพต่อปัจเจกบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราษฎร ยืนยันในหลักการและแนวทางของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และการจับกุมอย่างไม่เลือกหน้าเป็นการละเมิดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงที่สุดพวกเราขอยืนยันว่า พวกเราจะยังคงยืนหยัดที่จะสู้จนกว่าจะไม่มีประชาชนคนใดถูกจับโดยไม่เป็นธรรม พวกเราจะสู้ต่อไปจนกว่าประชาชนในประเทศนี้จะมีความเสมอภาคเป็นธรรม พวกเราจะสู้ต่อไปจนกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และประเทศมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;14 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง, ราษฎร, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028a485a3cd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ แถลงจ่อยกเลิก &#039;พรก.ฉุกเฉิน&#039; ใช้กระบวนการรัฐสภาผ่าทางตันประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ว่า&amp;nbsp;พี่น้อง ประชาชนคนไทยที่รักทุกท่านครับ&amp;nbsp;วันนี้ ผมมาพูดกับทุกท่าน เป็นช่วงเวลาที่ผมหวังว่า ในอนาคต เมื่อเรามองย้อนกลับมาที่ช่วงเวลานี้ เราจะสามารถพูดได้ว่า นี่คือช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง สละความรู้สึกส่วนตัว และความต้องการส่วนตัวบางอย่าง เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ของผม ในฐานะผู้นำประเทศ คือผมต้องดูแลทุกคนในประเทศไทย ผมต้องพยายามรักษาสมดุล ระหว่างมุมมองความคิด และความต้องการต่างๆ ที่แตกต่างกันในสังคม และบางอย่างก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก นั่นเพื่อที่จะทำให้คนไทยทุกคน สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ประเทศเดียวกัน และอยู่ร่วมกัน บนผืนแผ่นดินเดียวกันได้ แผ่นดินของพวกเราทุกคน ที่ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นไปทางไหน ผมเชื่อว่าทุกคน รักผืนแผ่นดินนี้ด้วยกันทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหน้าที่ของผมในฐานะผู้นำประเทศ ผมต้องทำให้แน่ใจว่าบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของแต่ละคน ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า และผมต้องปกป้องประเทศจากพลังมืดที่ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ตาม ไม่ให้สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยของเรา ผมต้องทำให้แน่ใจว่า ประเทศไทยยังคงมีความยุติธรรมในสังคม มีความเท่าเทียมกันของคนไทยทุกคน ที่อยู่ร่วมกันภายใต้กฏหมายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งที่ผมทำ ผมคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศเสมอ คนส่วนใหญ่ที่นิ่งเงียบ ที่กำลังพยายามทำมาหากินอย่างหนัก หาเลี้ยงปากท้องของตัวเองและครอบครัว ผมต้องบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ได้ละเลยที่จะดูแลประชาชนคนอื่นๆ ของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องบริหารประเทศบนพื้นฐานหลักการตามกฏหมาย และตามแนวทางและการตัดสินใจจากรัฐสภา ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนไทย นั่นคือระบบรัฐสภาที่เราต้องเคารพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่สามารถบริหารประเทศตามเสียงประท้วงหรือความต้องการของผู้ประท้วงกลุ่มต่างๆ ทุกกลุ่มประท้วงได้ แม้ผมจะพูดได้อย่างเต็มปากว่า ผมได้ยินเสียงความต้องการของผู้ประท้วง ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงจรที่เราเคยเห็นกันมาตลอดว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ก็จะต้องเจอกับม๊อบอีกฝ่ายเสมอ และในที่สุด การบริหารประเทศก็ทำไม่ได้ และประเทศก็ไหลลงไปสู่ทางที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายและหายนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราทุกคนต้องช่วยกันทำลายวงจรนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรา ต้องร่วมทำ ด้วยกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลานี้ เราต้องถอยกันคนละก้าว เพื่อออกห่างจากทางที่จะนำไปสู่ปากเหว เส้นทางที่จะพาประเทศไทยของเราค่อยๆ ตกลงไปสู่หายนะ และสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมจะเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้นๆ การใช้อารมณ์ความรู้สึกนำ ก็จะยิ่งสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ร้อนมากยิ่งขึ้น และการใช้ความรุนแรง จะยิ่งนำมาซึ่งความรุนแรงที่มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้สอนเรามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนจบของทุกครั้งก็คือความเสียหายที่ทิ้งไว้กับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนไทยเป็นคนไทย ก็คือสถาบันต่างๆ ในสังคมไทย ที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมและคุณค่าของความเป็นไทย มายาวนานหลายร้อยปี ถ้าหากเราทำลายมรดกที่มีค่าจากบรรพบุรษ เราก็จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเป็นคนไทย และเป็นประเทศที่พิเศษประเทศหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เราได้เห็นเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่มีใครอยากเห็นว่าเกิดขึ้นในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้เห็นการกระทำ ที่น่าหดหู่ใจอย่างมากที่เกิดขึ้นกับตำรวจ มีการทุบตีทำร้ายตำรวจด้วยคีมเหล็กขนาดใหญ่ และพฤติกรรมรุนแรงอีกหลายอย่างต่อเจ้าหน้าที่ เป็นการตั้งใจทำร้ายคนไทยด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเรามองให้ลึกลงไปกว่านั้น แม้เราจะเห็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีเจตนาร้าย และปฏิบัติตัวไม่ดีอย่างรุนแรง แต่เวลาเดียวกัน เราก็เห็นว่า ยังมีคนอีกมากมายที่แม้ว่าจะกำลังทำผิดกฏหมาย แต่ก็ปฏิบัติตนด้วยความสงบ มีเจตนาดีที่ต้องการขอความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม และมีความจริงใจที่อยากจะเห็นประเทศดีขึ้น เรามองเห็นคนกลุ่มนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่สามารถได้มาซึ่งสังคมแบบที่เราต้องการ ด้วยการใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่ตีใส่กัน หรือด้วยการทำลายเศรษฐกิจการหาเลี้ยงปากท้องของคนไทยด้วยกัน หรือด้วยการโจมตีสถาบันอันเป็นที่รักและเคารพยิ่งของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เราก็ไม่สามารถได้มาซึ่งสังคมแบบที่เราต้องการ ด้วยการขอคืนพื้นที่ ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ด้วยเช่นเดียวกัน รัฐบาลพยายามผ่อนปรน หลีกเลี่ยง มีการประกาศให้ทราบก่อนทุกครั้ง ตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะทำให้เกิดสังคมแบบที่เราต้องการได้ ด้วยการพูดคุยกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน พร้อมรับฟังและเข้าใจกัน และพร้อมที่จะประนีประนอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีเดียวที่เราจะได้ทางออกของปัญหา ที่จะยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งสำหรับประชาชนที่ออกมาอยู่บนท้องถนน และสำหรับประชาชนอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่ได้ออกมา คือการพูดคุยกัน ทำงานด้วยกัน ผ่านระบบ และกระบวนการของรัฐสภา ผมรู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะต้องใช้เวลาและอาจจะไม่รวดเร็วทันใจ แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จะไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ซึ่งเราต้องแสดงความใจเย็น และความเป็นผู้ใหญ่ในตัวของเราทุกคนออกมา กล้าที่จะเดินในเส้นทางสายกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ประท้วงคิดว่าจะทำให้สิ่งที่ต้องการเกิดขึ้นได้ โดยการออกมาบนท้องถนน พวกเค้าอาจจะชนะ และสามารถก้าวข้ามหัวรัฐสภาได้สำเร็จ หรือพวกเค้าอาจจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ ก็เป็นไปได้ ตัวอย่างมีให้เราเห็นมาแล้วว่าเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือฝ่ายรัฐ ถ้าหวังว่าปัญหาต่างๆ จะหายไปได้ ด้วยการใช้ไม้แข็งเพียงอย่างเดียว รัฐอาจจะประสบความสำเร็จตามนั้น หรืออาจจะไม่สำเร็จก็ได้ เกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง ประวัติศาสตร์มีตัวอย่างให้เราเห็นมาแล้ว เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีวิธีเดียว ที่เราจะก้าวผ่านปัญหาไปได้อย่างยั่งยืน แน่นอนว่าต้องเกิดขึ้นจากการพูดคุยกัน จากการเคารพกระบวนการของกฏหมาย และจากการมองเห็นความต้องการของประชาชน ที่แสดงออกมา ผ่านทางกระบวนการรัฐสภา นี่คือวิธีการเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงได้แสดงความคิดของเค้าแล้ว เสียงและความคิดของพวกเค้า ถูกได้ยินโดยทุกฝ่ายและทุกคนเป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่จะนำความคิด และความต้องการของผู้ประท้วง มาพิจารณาร่วมกับความต้องการของประชาชนส่วนอื่นๆ ในสังคมไทย หาเส้นทางที่เหมาะสมและเห็นชอบร่วมกันส่วนใหญ่ ผ่านกระบวนการในระบบรัฐสภา ซึ่งถือเป็นตัวแทนของประชาชน โดยคณะรัฐมนตรี เห็นชอบการเปิดประชุมวิสามัญ และได้ทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาแล้ว คาดว่าจะเปิดประชุมสภาได้ประมาณวันจันทร์ที่ 26 และวันอังคารที่ 27 ตุลาคมที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้นำประเทศที่ต้องรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพที่ดีของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประท้วง หรือจะเป็นประชาชนที่นิ่งเงียบ ไม่ว่าเค้าจะมีความคิดความรู้สึกแบบไหนก็ตาม วันนี้ ผมจะเป็นคน ที่เริ่ม ก้าวแรก เพื่อที่จะลดอุณหภูมิความรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกำลังเตรียมที่จะยกเลิก พรก สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ ยกเว้น หากมีสถานการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเป็นเช่นนั้น ในเวลาเดียวกัน ผมก็ขอให้ผู้ประท้วง แสดงความจริงใจในเจตนาดีของท่านที่มีต่อประเทศดังที่ท่านพูด โดยการเคารพกฏหมาย เคารพระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ขอให้ท่านแสดงความคิดความต้องการผ่านผู้แทนราษฎรของท่าน ซึ่งมีขั้นตอน กำหนดเวลา ไปตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอพวกท่าน ด้วยความจริงใจของผม เมื่อผมยอมก้าวไปในแนวทางนี้ ผมก็ขอให้พวกท่านก้าวไปในแนวทางเดียวกันด้วย และลดระดับเสียงของการสาดถ้อยคำที่สร้างความแตกแยกและเกลียดชังในสังคม สร้างความเจ็บปวดให้กับคนในสังคม ผมขอให้ทุกคนร่วมใจกัน ทำให้เมฆดำที่กำลังเคลื่อนมาปกคลุมประเทศไทยของเรา ให้หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ เรายังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่เร่งด่วน นั่นคือ การช่วยกันบรรเทาปัญหาปากท้อง ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากต้องเดือดร้อน จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโควิดทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในเวลาเดียวกัน ภารกิจที่ต้องเริ่มทำคู่ขนานกันไป ก็คือ เราต้องนำเอาประเด็นต่างๆ ที่ถูกพูดถึงว่าควรได้รับการแก้ไข เพื่อผลดีในระยะยาวของประเทศ มาเริ่มพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องรักษาบาดแผลให้ทุเลาลง ก่อนที่มันจะบาดลึกมากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81379</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่, พรก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353b086f9dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6 องค์กรสื่อออกแถลงการณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในสถานการณ์ความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีการจัดชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จนนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้แก่ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ และขอเรียกร้องต่อทุกฝ่าย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่จะเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อ โดยให้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และต้องไม่ใช้สื่อของรัฐปลุกระดมให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ฝ่ายรัฐและผู้ชุมนุม เข้าใจและเคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ให้สามารถนำเสนอข่าวได้อย่างอิสระ เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน รอบด้านและเป็นไปตามหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้งนี้ สื่อมวลชนมีหน้าที่รายงานข่าวและข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร จึงไม่ควรตกเป็นเป้าหมายของการข่มขู่ คุกคามและแทรกแซงไม่ว่าจากฝ่ายใด ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนง ทำหน้าที่การรายงานข่าวสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ไม่ส่งผ่านถ้อยคำความรุนแรงที่อาจจะสร้างความเกลียดชังระหว่างคนในสังคมและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน สนับสนุนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย&amp;nbsp;
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย&amp;nbsp;
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์&amp;nbsp;
สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย
16 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81130</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d623a876d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านรับยิงแอร์ยูเครนตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โดนมิสไซล์ยิงจริง กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ยอมรับแล้วว่ายิงเครื่องบินโดยสารโบอิ้งของสายการบินยูเครนตกเมื่อเช้ามืดวันพุธ &amp;quot;โดยไม่ได้เจตนา&amp;quot; ฆ่าคนบนเครื่องทั้งลำ 176 ศพ อ้างเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ที่เข้าใจว่าเป็นเครื่องบินของข้าศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่ามิสไซล์ของอิหร่านยิงโดนเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครนอินเตอร์เนชันแนลลำนี้ เมื่อเช้ามืดวันพุธที่ 8 มกราคม 2563 ใกล้กรุงเตหะราน ไม่กี่ชั่วโมงภายหลังกองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้โจมตีฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในอิรักเพื่อตอบโต้การสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบิน พีเอส 752 เที่ยวบินนี้เพิ่งขึ้นบินจากสนามบินเตหะรานได้ไม่กี่นาที เพื่อมุ่งหน้าไปยังนครโทรอนโตของแคนาดา โดยใช้เส้นทางผ่านกรุงเคียฟของยูเครน เจ้าหน้าที่สหรัฐและแคนาดาอ้างข้อมูลจากข่าวกรองและหลักฐานจากดาวเทียมว่าเครื่องบินลำนี้โดนมิสไซล์ยิงตก สื่อของสหรัฐคาดเดากันว่ากองทัพอิหร่านซึ่งกำลังเตรียมพร้อมรับมือการโต้กลับของสหรัฐอาจเข้าใจว่าเครื่องบินโดยสารลำนี้เป็นเครื่องบินรบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านรายงานคำแถลงของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ 10 มกราคม ยอมรับว่า อิหร่านยิงมิสไซล์โดนเครื่องบินพลเรือนลำนี้ &amp;quot;โดยไม่ได้เจตนา&amp;quot; เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็น &amp;quot;เครื่องบินข้าศึก&amp;quot; สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;ความผิดพลาดของมนุษย์&amp;quot; หลังจากเครื่องบินลำนี้บินเข้ามาในระยะใกล้กับที่ตั้งที่มีความอ่อนไหวของกองทัพ คำแถลงให้คำมั่นด้วยว่าผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ประธานาธิบดีอิหร่าน ทวีตข้อความว่าอิหร่าน &amp;ldquo;เสียใจอย่างยิ่งต่อความผิดพลาดอันใหญ่หลวงนี้&amp;rdquo; พร้อมแสดงความเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้าย และย้ำว่าอิหร่านจะเดินหน้าสอบสวนเพื่อ &amp;ldquo;ชี้ต้นตอและจัดการโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างถึงที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ (Mohammad Javad Zarif) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ทวีตข้อความว่า &amp;ldquo;ความผิดพลาดของมนุษย์ในช่วงวิกฤติอันเกิดจากนโยบายที่สุ่มเสี่ยงของสหรัฐคือสิ่งที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารเป็นชาวอิหร่าน 82 คน, แคนาดา 63 คน, ชาวยูเครนรวมถึงลูกเรือด้วย 11 คน, ชาวสวีเดน 10 คน, อัฟกัน 4 คน, เยอรมนี 3 คน และอังกฤษ 3 คน แต่ชาวต่างชาติหลายคนอาจถือสัญชาติอิหร่านด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนา World War III วิกฤตการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา?กับอิหร่าน? โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ นายจรัญ มะลูลีม คณะรัฐศาสตร์, นายปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายศราวุฒิ อารีย์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจรัญกล่าวว่า สหรัฐอเมริกามีนโยบายต่อสู้กับอิหร่านมาช้านาน แต่ยังไม่มีประธานาธิบดีคนไหนที่กล้าทำ แต่โดนัลด์ &amp;nbsp;ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนเดียวที่กล้าทำ นั่นคือการสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศรัสเซียเข้าไปมีอิทธิพลในซีเรียในการปราบไอซิส เนื่องจากรัสเซียเห็นความสามารถของสุไลมานี รวมทั้งในช่วงที่ไอซิสแผ่อิทธิพลมาที่ประเทศอิรัก ทางรัฐบาลอิรักร้องขอความช่วยเหลือจากประเทศอิหร่าน ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 24 ชม. รัฐบาลอิหร่านโดยสุไลมานีตอบรับการเชิญของอิรักในการเข้าไปปราบไอซิส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทำไมการสังหารสุไลมานีถึงมีผลกระทบต่ออิหร่านอย่างมาก เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับผู้นำคนปัจจุบันของอิหร่าน และเป็นที่รักของคนอิหร่าน อย่างที่เราเห็นในการจัดงานศพของสุไลมานี ประชาชนร่วมไว้อาลัยมืดฟ้ามัวดิน อย่างไรก็ตาม คำถามที่ตามมาคือหลังจากการสังหารสุไลมานีโดยสหรัฐจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ตนคาดว่าสงครามโลกคงไม่เกิด เพราะจากที่เห็นทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีจุดยืนคือไม่ต้องการสงคราม และต้องการเจรจา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะคนที่มาแทนสุไลมานี ที่ได้สั่งโจมตีฐานทัพสหรัฐบอกว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ยังจะมียกที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานกล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐอาจจะเริ่มต้นเข้าสู่สถานการณ์ใหม่ แต่ความขัดแย้งพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนเพราะสหรัฐต้องการลดอิทธิพลของอิหร่านลง ซึ่งเขามองว่าเป็นภัยคุกคามสนับสนุนการก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐมีการถกเถียงกันว่ามีภัยคุกคามเฉพาะหน้า จึงต้องมีความจำเป็นโจมตีรถยนต์โดยสารของผู้นำทางทหารของอิหร่าน ซึ่งนายพลสุไลมานีเป็นสัญลักษณ์ของอิหร่าน ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นการสังหารเพื่อตัดตอนลดอิทธิพลในภาพรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนเรื่องปัจจัยภายในของสหรัฐ โดยเฉพาะเมื่อการเมืองเข้มข้นมักจะมีเรื่องต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันมีความขัดแย้งกันมาต่อเนื่อง ตั้งแต่สงครามเวียดนามและสงครามอื่นๆ เพื่อดึงคะแนนเสียงขึ้นมา ซึ่งทำแบบนี้ทีไรหุ้นบริษัทขายอาวุธขึ้นทุกตัว และขายอาวุธดีทั้งจีนและรัสเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การโจมตีในครั้งนี้ถือว่ามีความรุนแรงและชัดเจนขึ้น ถ้าฟังสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ทุกครั้งเห็นว่าไม่เหมือนเดิม สงสัญญาณพร้อมเผชิญหน้ากับใครก็แล้วแต่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ทุกประเทศต่างคิดจริงจังแล้วว่าควรต้องติดอาวุธนิวเคลียร์ ไม่งั้นก็จะถูกย่ำยี ถูกรุกรานอธิปไตย ซึ่งสหรัฐทำแบบนี้ไม่ได้เลยกับเกาหลีเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานยังกล่าวอีกว่า ท่าทีของนานาชาติอย่างเป็นทางการต่อจุดยืนในเหตุความรุนแรงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่เป็นกลาง เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง ลดความตึงเครียดของทั้ง 2 ฝ่าย อย่างเช่นยุโรป แต่ท่าทีต่อต้านสหรัฐก็มี อย่างเช่นรัสเซียที่ออกประณามการกระทำของสหรัฐ ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านสหรัฐ อย่างเช่นสภาคองเกรสของสหรัฐ ที่มีมติควบคุมอำนาจในการทำสงครามกับต่างประเทศ โดยไทยจึงต้องศึกษาแนวทางและท่าทีต่างๆ ของต่างประเทศ ในส่วนของอาเซียนในเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ข้างใคร แต่มีความเห็นว่าถ้าทำแบบนี้ทุกประเทศก็จะเสียหายกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น?ายศราวุฒิกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของวิกฤติคือการยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านโดยทรัมป์ ซึ่งเป็นความขัดแย้งสำคัญ และอีกประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือหลังช่วงปี 2003 สหรัฐช่วยอิหร่านในการล้มซัดดัม ฮุสเซน อดีตประธานาธิบดีอิรักลงจากตำแหน่งนั้น ทำให้อิหร่านสามารถแผ่อิทธิพลในอิรัก โดยเฉพาะการเมืองที่เป็นการสนับสนุนพรรคการเมืองในอิรักเพื่อขึ้นสู่รัฐบาล ซึ่งพอเกิดวิกฤติที่ไอซิสบุกเข้าอิรัก สุไลมานีก็ได้เข้ามาแผ่อิทธิพลอย่างต่อเนื่อง เมื่อปราบไอซิสได้หมด กองกำลังอิหร่านในอิรักยังคงเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดการท้าทายอำนาจของสหรัฐที่เคยมีอิทธิพลในพื้นที่ดังกล่าวอย่างยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลายสิ่งในตะวันออกกลางเปลี่ยนไปจากระเบียบเดิมที่มีผู้เล่นหลักอย่างสหรัฐที่เป็นใหญ่ แต่วันนี้เราเห็นบทบาทของจีนกับรัสเซียในตะวันออกกลางมีอิทธิพลมากยิ่งขึ้น นั้นทำให้ระเบียบเดิมแบบนี้กร่อนเซาะ และอำนาจของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลางลดน้อยลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดพลาดของมนุษย์, ยิงเครื่องบินโดยสาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกแถลงการณ์, อิหร่าน, เตหะราน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e19e37b6b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
