<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2018 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2018 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าเล็งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดึงทุนนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อองซาน ซูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี เตรียมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นประมาณวันละ 115 บาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่เคยวางไว้เมื่อครั้งสืบทอดอำนาจจากรัฐบาลทหารเมื่อกว่า 2 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 4,800 จ๊าต หรือราว 115 บาท เป็นการขึ้นค่าแรง 33% จากค่าแรงขั้นต่ำที่เมียนมากำหนดเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลที่มีกองทัพหนุนหลังเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานกล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ทั่วทุกภูมิภาคและทุกรัฐ และใช้กับธุรกิจทุกประเภทที่จ้างแรงงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ชูธงด้านเศรษฐกิจเป็นงานหลักของพรรคระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง กระทั่งชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายน 2559 แต่นักวิจารณ์กล่าวกันว่า รัฐบาลของนางซูจียังไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าอย่างแท้จริง ยังต้องดิ้นรนผ่านกฎหมายที่ทำให้เมียนมาเอื้อต่อการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น หรือสื่อให้เห็นวิสัยทัศน์ที่กระจ่างชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ว่าจีดีพีของเมียนมาในปี 2560 ขยายตัวช้าลง อยู่ที่ 5.9% และประมาณการว่าจีดีพีจะขยายตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.7% ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลพากันโต้เถียงว่า เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินการทำงานของรัฐบาลที่ต้องรับมรดกภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดอยู่แต่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌอน เทอร์เนลล์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลเมียนมา กล่าวว่า รัฐบาลของนางซูจีประสบความสำเร็จอย่างสูงในการรับมือกับอัตราเงินเฟ้อสูง, หนี้สิน และการขาดดุลงบประมาณที่ตกทอดมาจากยุคที่ระบอบทหารปกครองเมียนมายาวนานหลายทศวรรษ การทำงานลำดับแรกของรัฐบาลชุดนี้จึงเป็นการสร้างเสถียรภาพของสิ่งต่างๆ ข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมามีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ประมาณ 36,835 บาทต่อปี และราวร้อยละ 37 ของประชากร 51 ล้านคนมีชีวิตอยู่ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับเส้นกำหนดความยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าแรงขั้นต่ำของเมียนมายังต่ำกว่าคู่แข่งเศรษฐกิจร่วมภูมิภาคนี้ ทั้งกัมพูชา, ไทย และเวียดนาม เมียนมาจึงต้องการล่อใจนักลงทุนเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเมียนมากลับไม่สดใสนัก เมื่อเดือนตุลาคม ธนาคารโลกประเมินว่าเศรษฐกิจและการลงทุนในเมียนมาจะขยายตัวช้าลง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวมจะมีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารโลกยังกล่าวด้วยว่า วิกฤติในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพเข้าบังกลาเทศมากกว่า 655,000 คน อาจส่งผลกระทบทางลบต่อการหลั่งไหลเข้ามาลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แต่เดิมจากภาพความเข้าใจของนักลงทุนเรื่องการปฏิรูปที่เชื่องช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อมูลขของสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอเมียนมา ก่อนที่ค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ผู้ที่คัดค้านสามารถยื่นคำร้องคัดค้านหรือขอให้สอบถามความคิดเห็นสาธารณะได้ ภายใน 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าพวกนายจ้างน่าจะคัดค้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างรุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก และธุรกิจที่ว่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลราคาถูก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/575</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, อองซาน, อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180104/5a4da0f3d4b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
