<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ริบรางวัลจาก&#039;อองซาน&#039;เพราะไม่มีมโนสำนึกปกป้องชาวโรฮิงญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.61-คูมี นายดู เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เขียนจดหมายถึงอองซานซูจี แจ้งให้ทราบว่าทางองค์การได้ยกเลิกรางวัลที่เคยมอบให้เมื่อปี 2552 คูมีแสดงความผิดหวังที่เธอไม่ได้ใช้อำนาจทางการเมืองและทางศีลธรรมที่มีอยู่เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม หรือความเท่าเทียมในเมียนมา โดยกล่าวถึงการที่เธอเพิกเฉยต่อการทารุณกรรมของกองทัพเมียนมา และการที่รัฐไม่อดทนอดกลั้นต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วครึ่งเทอม หรือแปดปีหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณภายในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คูมีกล่าวไว้ในจดหมายตอนหนึ่งว่า ในฐานะทูตแห่งมโนธรรมสำนึก (Ambassador of Conscience Award) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เราคาดหวังว่าอองซานซูจีจะยังคงใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีอยู่ เพื่อต่อต้านความอยุติธรรมทุกครั้งที่พบเห็น อย่างน้อยที่สุดภายในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้ เราผิดหวังอย่างยิ่งที่ท่านไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความกล้าหาญ และการยืนหยัดปกป้องสิทธิมนุษยชนอีกต่อไป แม้จะเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แต่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลไม่อาจรับรองสถานะของท่านในฐานะทูตแห่งมโนธรรมสำนึกอีกต่อไป เราจึงขอถอนรางวัลนี้ที่เคยมอบให้กับท่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คูมีกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่อองซานซูจีไม่ออกมาปกป้องชาวโรฮิงญา เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถยอมรับเธอในฐานะทูตแห่งมโนธรรมสำนึกได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เธอปฏิเสธถึงระดับความรุนแรงของการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสที่จะแก้ไขสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือชาวโรฮิงญาหลายแสนคนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในบังกลาเทศหรืออีกหลายแสนคนซึ่งยังคงอยู่ในรัฐยะไข่ หากไม่มีการยอมรับว่าได้เกิดอาชญากรรมร้ายแรงต่อชุมชนเหล่านี้ เราย่อมไม่มีโอกาสเห็นรัฐบาลดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองพวกเขาจากความทารุณโหดร้ายในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21875</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูมี นายดู, ริบรางวัล, อองซาน ซุจี, เลขาธิการแอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72e13890180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออง ซาน ซูจี&#039; ชมโขนฉลอง 70ปี ไทย-เมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.61-ที่ Myanmar International Convention Center 2 กรุงเนปิดอ &amp;nbsp;สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เมียนมา โดยมีนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนเมียนมา และชาวเนปิดอเข้าร่วมชมการแสดงเต็มศูนย์การประชุมเมื่อค่ำวานนี้(21 มิ.ย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า ประเทศไทยโดยวธ. และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ กรุงเนปิดอ กรุงย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 17 - 25 มิ.ย.2561 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เมียนมา ทั้งนี้ ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ส.ค.พ.ศ.2491 ปัจจุบันทั้งสองประเทศ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งระดับรัฐบาลและประชาชน มีการพบปะและเยี่ยมเยือนกันอย่างเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวอีกว่า สำหรับแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ได้จัดขึ้นที่ Yangon National Theater กรุงย่างกุ้ง และ Myanmar International Convention Center 2 กรุงเนปิดอ หลังจากนั้นจะมีพิธีเปิดและจัดการแสดงโขนในวันที่ 23 มิ.ย. ณ Mandalay National Theater เมืองมัณฑะเลย์ เมียนมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง กับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งการแสดงโขนเรื่อง&amp;nbsp;


แทงสล็อต รามเกียรติ์ แบ่งการแสดงเป็น 4 องก์ ได้แก่ องก์ 1 นารายณ์ปราบนนทุก แสดงโดยนักแสดงจากประเทศไทย องก์ 2 พระรามยกศร แสดงโดยนักแสดงจากเมียนมา องก์ 3 ลักสีดา แสดงโดยนักแสดงจากประเทศไทย และ องก์ 4 ยกรบ แสดงโดยนักแสดงจากไทย&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ซึ่งได้นำคณะนาฏศิลป์จากกรมศิลปากรไปจัดการแสดงในครั้งนี้&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวด้วยว่า การแสดงโขนเป็นศิลปะชั้นสูงและเป็นการแสดงที่งดงาม ซึ่งความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เป็นการขับเคลื่อนนโยบายของวธ.ในการใช้มิติทางวัฒนธรรม เสริมสร้างความสัมพันธ์ ภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศไทยและนำความเป็นไทยสู่สากล รวมถึงจะส่งผลต่อความสัมพันธ์และการขยายความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การลงทุนและการส่งออกระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11904</URL_LINK>
                <HASHTAG>70ปีไทย-เมียนมา, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, รมว.วัฒธรรม, อองซาน ซุจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cb2547e2c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถิ่น จอ&#039; ประธานาธิบดีพม่าคนสนิท &#039;ซูจี&#039; ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ถิ่น จอ&amp;quot; ประธานาธิบดีหุ่นเชิดของนางอองซาน ซูจี ลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันพุธ ส่งผลให้ผู้นำโดยพฤตินัยของพม่าต้องเผชิญแรงกดดันจากคำติเตียนของนานาชาติกรณีวิกฤติโรฮิงญาเพียงลำพัง โดยปราศจากพันธมิตรทางการเมืองคนสนิทที่นางไว้ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ถิ่น จอ กับนางอองซาน ซูจี ระหว่างพิธีลงนามความตกลงหยุดยิงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถิ่น จอ วัย 72 ปี เป็นเพื่อนของนางอองซาน ซูจี มาแต่วัยเรียน เขาเป็นบุคคลที่นางเลือกมารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ภายหลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่รัฐธรรมนูญของพม่าที่ร่างโดยระบอบทหาร ไม่อนุญาตให้นาง ซึ่งมีบุตรถือสัญชาติอื่น รับตำแหน่งผู้นำของประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีที่แจ้งข่าวการลาออกจากตำแหน่งของถิ่น จอ เมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2561 ไม่ได้ระบุเหตุผลที่แจ้งชัด กล่าวไว้เพียงว่า เขาต้องการพักผ่อน แต่เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงหลายเดือนมานี้ มีความเป็นห่วงกันมากขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพของเขาที่ดูอ่อนแอและซูบผอมลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีพม่าเป็นหน้าที่เชิงพิธีการ แต่อำนาจการตัดสินใจเป็นของนางซูจี ซึ่งเป็นผู้นำตัวจริงของรัฐบาลพลเรือนชุดนี้และสถาปนาตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ ขึ้นมาสำหรับตัวนางเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของพม่า รองประธานาธิบดีมินต์ ส่วย อดีตนายพลเกษียณผู้มีความใกล้ชิดกับพลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลทหาร จะขึ้นรับตำแหน่งแทนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีประธานาธิบดีคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ประกาศข่าวลาออกของถิ่น จอ กล่าวไว้ด้วยว่า การคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่จะกระทำภายในเวลา 7 วันทำการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาไม่นานภายหลังคำประกาศ วิน มินต์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นพันธมิตรของนางซูจี ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะได้รับเลือกขึ้นเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลใดก็ตามที่นางเลือกให้เป็นประธานาธิบดี บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ที่นางไว้วางใจอย่างเต็มที่&amp;quot; ริชาร์ด ฮอร์สซีย์ นักวิเคราะห์อิสระกล่าว และว่า ความไว้วางใจเป็นพื้นฐานที่ทำให้นางซูจีรวบอำนาจไว้ได้ในประเทศนี้ ตามรัฐธรรมนูญนั้นนางไม่มีอำนาจอะไร อำนาจของนางมาจากความสัมพันธ์กับประธานาธิบดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถิ่น จอ, ประธานาธิบดีพม่า, พม่า, ลาออก, อองซาน ซุจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab230d4dfb59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวถอดรางวัล &#039;อองซาน ซูจี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนถอดอีกหนึ่ง พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวแห่งสหรัฐประกาศเพิกถอนรางวัลเชิดชูเกียรติด้านสิทธิมนุษยชนที่เคยมอบให้แก่นางอองซาน ซูจี เมื่อปี 6 ปีก่อน ตำหนิสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยพม่ารายนี้่ว่าแทบไม่ทำอะไรเลยเพื่อยุติการล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นางอองซาน ซูจี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเนื่องในวันสตรีสากล ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2561 ว่าพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวแห่งสหรัฐมอบรางวัลเอลี วีเซล แก่นางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2555 เนื่องจากความเป็นผู้นำที่กล้าหาญและการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ของเธอในการขัดขืนทรราชย์ และการขับเคลื่อนเสรีภาพและศักดิ์ศรีของชาวพม่า แต่ล่าสุด พิพิธภัณฑ์ได้แจ้งต่อนางซูจีว่าต้องการเพิกถอนรางวัลที่เคยมอบให้นาง เพราะนางวางเฉยต่อหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากองทัพพม่ากำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พลเรือนจากชุมชนชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่พิพิธภัณฑ์ส่งถึงนางซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพม่าโดยพฤตินัย กล่าวไว้ว่า ในช่วงยามที่การณ์เริ่มปรากฏให้เห็นว่ากองทัพพม่าโจมตีโรฮิงญาช่วงปี 2559-2560 พิพิธภัณฑ์หวังในตอนนั้นว่า นางซูจี ในฐานะที่เป็นบุคคลที่พวกตนและผู้คนอีกจำนวนมากยกย่องในความทุ่มเทเพื่อศักดิ์ศรีความมนุษย์และสิทธิมนุษยชนสากล จะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อประณามและหยุดยั้งการรณรงค์อันโหดร้ายป่าเถื่อนของกองทัพ และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชากรชาวโรฮิงญาที่ตกเป็นเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี กลับปฏิเสธจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ และยังส่งเสริมคารมโวหารต่อต้านโรฮิงญา เอ็นแอลดียังขัดขวางผู้สื่อข่าวที่พยายามรายงานข่าวการสังหารหมู่และการขับไล่ชาวโรฮิงญาไปยังบังกลาเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์กล่าวต่อว่า การก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮิงญาโดยกองทัพพม่า และการกระทำรุนแรงอันโหดร้ายป่าเถื่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรียกร้องให้นางซูจีใช้อำนาจทางศีลธรรมแก้ไขสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2534 จากการอุทิศตัวต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าอย่างยาวนาน ส่วนรางวัลที่นางซูจีได้รับจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งชื่อตามเอลี วีเซล ชาวยิวผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีเยอรมัน ซึ่งตัวเขาก็ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ เมื่อปี 2529 จากการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ร่วมกับฟอร์ติฟายไรต์ องค์กรจับตาสิทธิมนุษยชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งที่ได้จากปากคำชาวโรฮิงญา กล่าวว่ามีการโจมตีพลเรือนชาวโรฮิงญาอย่างเป็นระบบและกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ปฏิเสธจะต่อสู้เพื่อชาวโรฮิงญา องค์กรหลายแห่งที่เคยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้นาง ต่างเพิกถอนรางวัลกลับคืน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บิล ริชาร์ดสัน นักการทูตชาวอเมริกัน ก็ประกาศลาออกจากคณะกรรมการที่นางตั้งขึ้นเพื่อหาทางออกให้แก่วิกฤติในรัฐยะไข่ เขาอ้างเหตุผลว่า นางซูจี &amp;quot;ขาดซึ่งความเป็นผู้นำทางศีลธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ที่รัฐบาลพม่าเผยแพร่เมื่อวันพุธ กล่าวว่า สถานทูตพม่าในกรุงวอชิงตันได้แสดงความเสียใจ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดนผู้ที่มองไม่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง ใช้ประโยชน์และชักนำให้หลงผิด การตัดสินใจดังกล่าวไม่มีผลต่อการสนับสนุนที่ชาวพม่ามีต่อนางซูจี แต่จะยิ่งเพิ่มความพยายามของพม่าในการหาทางออกที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครเจนีวาวันเดียวกันนั้น เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็น เรียกร้องให้ตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเพื่อเตรียมการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อพม่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4577</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดรางวัล, พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, ล้างเผ่าพันธุ์, สิทธิมนุษยชน, อองซาน ซุจี, เอลี วีเซล, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa13981e0c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
