<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอช.ดึงคนขับแกร็บออมเงินเพื่อการเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;ณ โถงวายุภักษ์ ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเพิ่มหน่วยรับสมัครสมาชิก กอช. และรับชำระเงินออมสะสมผ่านศูนย์ให้บริการพาร์ทเนอร์คนขับ (Grab Driver Centre) โดยมี นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ และ ดร.เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายของ กอช. ได้เข้าถึงการออมครอบคลุมทุกมิติเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจารุลักษณ์ &amp;nbsp;เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า กอช. เป็นหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมการออมภาคสมัครใจให้ประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีสวัสดิการรองรับในวัยเกษียณอายุ ได้เริ่มเก็บออมตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมให้คนไทยได้มีเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณเพิ่มมากขึ้น ไม่เป็นภาระผู้อื่นในยามชรา โดย กอช. ร่วมกับ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มหน่วยรับสมัครสมาชิก กอช. และรับชำระเงินออมสะสมผ่านศูนย์บริการพาร์ทเนอร์คนขับ (Grab Driver Centre) พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ คนขับรถส่งอาหาร คนขับรถแท็กซี่รับจ้าง คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมถึงเจ้าของร้านอาหารและธุรกิจต่างๆ กว่าหนึ่งแสนร้านค้า ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของ กอช. ได้เข้าถึงการออมให้ครอบคลุมทุกมิติเพิ่มมากขึ้น และอำนวยความสะดวกในการให้บริการสมาชิกในการส่งเงินออมสะสม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาคให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แกร็บ ในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันของเราได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ปัจจุบัน แกร็บมีพาร์ทเนอร์คนขับที่อยู่ในระบบนับหลายแสนรายซึ่งสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการการเดินทาง และบริการจัดส่งอาหารและพัสดุ รวมถึงพาร์ทเนอร์ร้านอาหารอีกกว่าแสนราย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยและไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากถูกจัดเป็นแรงงานนอกระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถวางแผนทางการเงินเพื่อเตรียมรับกับชีวิตหลังเกษียณได้ โดยสามารถส่งเงินออมขั้นต่ำเพียง 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ทั้งยังได้รับเงินสมทบจากรัฐบาล นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อการลดหย่อนภาษีด้วย &amp;nbsp;การสมัคร การส่งเงิน และการตรวจสอบยอดก็ทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันของ กอช. ซึ่งพาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าของแกร็บก็มีความคุ้นชินกับการใช้แอปพลิเคชันอยู่แล้ว ทั้งนี้ แกร็บคาดหวังว่าการประกาศความร่วมมือกับ กอช. ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้พาร์ทเนอร์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออม โดยในเฟสแรกจะเป็นมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บทำการสมัครเป็นสมาชิก กอช. ผ่านศูนย์ให้บริการของแกร็บ ที่ชั้น 30 อาคารธนภูมิ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 และในอนาคตจะได้ทำการขยายขอบเขตการรับสมัครให้ครอบคลุมและมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82156</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับแกร็บ, นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ, รับสมัครสมาชิก กอช., ออมเงินเพื่อเกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a3d4797c42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ตลาดหุ้นยังเหมาะสำหรับออมเงินเกษียณ ชู 10ปีผลตอบแทนถึง 11%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภากร&amp;quot; ชี้ตลาดทุนไทย เป็นช่องทางออมรับเกษียณ เปิดผลตอบแทน 10 ปี 4 สินทรัพย์ หุ้น-กองทุนรวมให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 11.6% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดทุนไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและเก็บออมของคนไทย เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว มีเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ สะท้อนจากผลตอบแทนของการลงทุนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าการลงทุนในตลาดทุน หุ้นและกองทุนรวมให้ผลตอบแทนสูงถึง 11.6% ต่อปี รองลงมาคือ พันธบัตรรัฐบาล 5.1% ต่อปี, ทองคำ 4.5% ต่อปี และเงินฝาก 1.7% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังพบว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังสามารถทำกำไรคงที่ เพราะความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนเจริญเติบโตเกิน 10% และจ่ายเงินปันผลเกินกว่า 3% ต่อปี ท่ามกลางระดับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ 0.6-0.7% ทำให้การลงทุนผ่านตลาดทุนยังมีความน่าสนใจ รวมถึงหากเทียบกับการเติบโตแล้ว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กำไร บจ.เติบโตได้กว่า 14% หรือคิดเป็น 2.8 เท่า มากกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยยังช่วยสร้างประโยชน์ต่อการระดมทุนของภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชน เพราะช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีการระดมทุนใหญ่กว่า 4 ครั้ง ทั้งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่, ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 และการเติบโตของภาคธุรกิจ ทั้งวงเงิน 500,000 ล้านบาท, 800,000 ล้านบาท, 600,000 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบันมีการระดมทุนกว่า 1.8 ล้านล้านบาท สะท้อนถึงการช่วยให้บจ.ไทยสามารถแข่งขันได้ รวมถึงปัจจุบันยังสนับสนุนให้สตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอีเข้ามาใช้ประโยชน์จากตลาดทุนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นฐานของ ตลท.มีสภาพคล่องสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนต่อเนื่อง 6-7 ปี ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 65,000 ล้านบาท สูงเป็น 2 เท่าของสิงคโปร์ ส่วนมูลค่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ของตลาดหุ้นไทยมากที่สุดติดต่อมา 5 ปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการระดมทุนรวม 670,000 ล้านบาท รองลงมาคือสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ภากร ปีตธวัชชัย, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ออมเงินเพื่อเกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d1e8f19d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
