<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กลุ่มประกันเร่งปรับตัว แตกไลน์ธุรกิจรุกตลาดนายหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคปัจจุบันที่หลายกลุ่มธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่ในสิ่งที่ดีกว่า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีที่สุด เนื่องจากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้การเดินหน้าของธุรกิจนั้นสะดุด กิจกรรมของคนในสังคมลดลง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนก็ต้องมีการไตร่ตรองเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนจะต้องควบคุมรายจ่ายเพื่อใช้ดูแลตัวเองหากเกิดผลกระทบต่างๆ ในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของการปรับตัวด้านธุรกิจ เพื่อหวังที่จะดึดดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกใช้ หรือเลือกซื้อสินค้าและบริการของกิจการตัวเองให้ได้มากที่สุด ขณะที่กลุ่มธุรกิจประกันเอง แม้ที่ผ่านมาจะมีบางส่วนได้รับอานิสงส์จากการเกิดโควิด-19 ที่คนหันมาสนใจในการทำประกันกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้เต็มที่ เนื่องด้วยการใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในสถานะซื้อง่ายขายคล่อง รวมถึงการแข่งขันในตลาดธุรกิจก็ยังสูงอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จึงเกิดเป็นแคมเปญต่างๆ ที่ออกมาสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้า เช่นเดียวกับการที่ดึงผู้เชี่ยวชาญสายการเงิน-ประกัน เข้ามาร่วมให้คำปรึกษาในธุรกิจ โดย&amp;nbsp;นางจันทร์เพ็ญ หล่อวิมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีโม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;ได้ต่อยอดแผน&amp;nbsp;Next Level&amp;nbsp;ฝั่งธุรกิจบริการ ตั้ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;พรีโม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยการจัดตั้งดังกล่าวเพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยรองรับการเติบโตของตลาด ซึ่งบริษัทจะเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย นำเสนอประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยคอนโดมิเนียม ประกันภัยบ้าน ก่อนเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถต่อยอดจากพื้นฐานเดิมของทั้งเครือบริษัทได้ทันที ล่าสุดบริษัทได้รับแต่งตั้งเป็นนายหน้านิติบุคคลที่มีใบอนุญาต ประเภทนายหน้าประกันวินาศภัยโดยตรง จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&amp;nbsp;(คปภ.)&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว จะเริ่มดำเนินธุรกิจทันทีในไตรมาส&amp;nbsp;3/2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตลาดนายหน้าถือเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจประกัน และ ธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SAWAD&amp;nbsp;ก็ออกมาเปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัทประกันชั้นนำในประเทศไทย เปิดรับทำประกันครบทุกชนิด ทั้งประกันภัย ประกันวินาศภัย ประกันชีวิต ประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อและ พ.ร.บ. พร้อมให้บริการลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วแบบครบวงจร ณ สาขาทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเปิดโปรโมชั่นตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ในอัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 8 งวด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการชำระเบี้ยประกันเต็มจำนวน และได้รับความคุ้มครองจากการทำสัญญาในสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีความเปราะบาง ถือเป็นการรุกตลาดนายหน้าประกันเปิดรับทำประกันทุกชนิด ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;&amp;lsquo;สินเชื่อและประกันครบ จบที่ศรีสวัสดิ์&amp;rsquo;&amp;nbsp;ตั้งเป้าพอร์ตประกันเติบโตกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท ภายในสิ้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาโควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ กลุ่มธุรกิจประกันเองก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ออกโรงช่วยเหลือสังคมไทยมาโดยตลอด โดย&amp;nbsp;นางสาวภารณี เชิดวิศวพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;S Plus+&amp;nbsp;ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; เพื่อรวมพลังแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ ส่งมอบความห่วงใยและความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านมูลนิธิรามาธิบดี โดยผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;S Plus+&amp;nbsp;กว่า 150,000 ราย สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ได้ง่ายๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.-31 ส.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งสมาชิก&amp;nbsp;S Plus+&amp;nbsp;กดใช้คะแนนในโครงการนี้ ทุก 100 คะแนน เท่ากับ 1 สิทธิ์ แทนเงินบริจาค 15 บาท ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;S Plus+&amp;nbsp;สามารถดาวน์โหลดเพื่อสมัครและกรอกข้อมูล จะได้รับ 215 คะแนน จากนั้นคัดลอกโค้ดแลกสิทธิ์ พร้อมแจ้งหลักฐานยอดบริจาคผ่านไลน์อาคเนย์ โดยผู้ที่มียอดบริจาคตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป สามารถขอใบเสร็จรับเงิน เพื่อหักลดหย่อนภาษีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งบริษัทที่ตระหนักถึงการช่วยเหลือดูแลลูกค้าทุกคนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย&amp;nbsp;ม.ล.จิรเศรษฐ์ ศุขสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต&amp;nbsp;ได้เพิ่มความคุ้มครองเกี่ยวกับโควิด-19 ให้มากขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;แต่เนื่องจากขณะนี้ผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 บางส่วนได้รับการวินิจฉัยให้ทำการรักษาแบบ&amp;nbsp;Home Isolation&amp;nbsp;กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้เปิดโครงการ&amp;nbsp;BLA Health Partner Care@Home&amp;nbsp;เพื่อช่วยดูแลและอยู่เคียงข้างลูกค้าของกรุงเทพประกันชีวิตที่ต้องเข้าสู่การรักษาแบบ&amp;nbsp;Home Isolation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยโครงการ&amp;nbsp;Care@Home&amp;nbsp;นี้จะให้การดูแลผู้ถือกรมธรรม์กรุงเทพประกันชีวิตทุกคน ไม่ว่าจะมีสัญญาเพิ่มเติมด้านสุขภาพหรือไม่ และเมื่อลูกค้าได้รับการวินิจฉัยให้เข้าสู่การรักษาแบบ&amp;nbsp;Home Isolation&amp;nbsp;ลูกค้าสามารถแจ้งศูนย์&amp;nbsp;BLA Health Partner&amp;nbsp;ผ่านช่องทาง&amp;nbsp;line OA ID: @blahealthpartner&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Call Center&amp;nbsp;02-777-8888 เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ของศูนย์บริการการแพทย์กรุงเทพประกันชีวิต เข้าให้คำแนะนำเพิ่มเติม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและดูแลตลอดช่วงเวลาที่ต้อง&amp;nbsp;Home Isolation&amp;nbsp;รวมทั้งจัดส่งชุดกักตัวหรือสิทธิการใช้บริการแพทย์ทางไกลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยบริการที่โครงการ&amp;nbsp;BLA Health Partner Care@Home&amp;nbsp;จะมอบให้ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในช่วงนี้ ไม่ว่าใครป่วยโควิดอยู่ที่บ้านก็เข้าถึงแพทย์ได้แล้ว โดย&amp;nbsp;บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ&amp;nbsp;TQM ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์โครงการ &amp;lsquo;ช่วยด้วย! ช่วยคุณจากโควิดได้ถึงบ้าน&amp;rsquo; จัดโดย&amp;nbsp;Doctor A to Z&amp;nbsp;พร้อมเหล่าพันธมิตรกว่า 15 บริษัทเอกชน,&amp;nbsp;ทีมแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่จิตอาสา หวังช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในภาวะวิกฤติเตียงเต็มให้ได้รับการดูแลรักษาแบบ&amp;nbsp;Home Isolation&amp;nbsp;ด้วยตัวเอง ภายใต้การดูแลของแพทย์และ&amp;nbsp;Care Giver&amp;nbsp;ติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่แอดไลน์ &amp;ldquo;ช่วยด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยจะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในด้านต่างๆ ได้แก่ ทีมดูแลสุขภาพ ให้บริการคำปรึกษาโดยทีมแพทย์จิตอาสากว่า 400 ท่าน และจัดส่งยาให้ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ พร้อมทีมพยาบาลจิตอาสา และทีมเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่จะมาช่วยประสานงานติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทีมเวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งของจำเป็น เพื่อดูแล จัดหา รวบรวมเวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งของที่จำเป็นที่ได้รับจากผู้บริจาคส่งตรงถึงผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันแนวคิดใหม่ &amp;ldquo;ซีไอ ฟิวเจอร์ คับเวอร์ หมดห่วง&amp;rdquo;&amp;nbsp;(CI Future Cover Mod Huang)&amp;nbsp;ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,010 บาท สำหรับความคุ้มครอง 1 ล้านบาท คุ้มครองสูงสุด 170% ของทุนประกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเพศและอายุ โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ มีดังนี้ &amp;ldquo;คับเวอร์&amp;rdquo; เมื่อเป็นโรคชนิดใหม่ โรคอื่นๆ หรืออุบัติเหตุ ที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;รับเงินก้อน 50% ของทุนประกันภัย หากต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลต่อเนื่อง 14 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หมดห่วง&amp;rdquo; เมื่อตรวจพบ 50 โรคร้ายแรง&amp;nbsp;รับเงินก้อน 20% ของทุนประกันภัย หากตรวจพบโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น และ 100% ของทุนประกันภัย หากตรวจพบโรคร้ายแรงระยะรุนแรงและคุ้มครอง สูงสุด 170% ของทุนประกันภัย&amp;nbsp;ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันกับผลประโยชน์ที่คุณเคลมไปแล้ว&amp;nbsp;เมื่อมีการเคลมผลประโยชน์ โรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น และ/หรือเคลมการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลไปแล้ว ไม่ต้องชำระเบี้ยในปีถัดไป.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพประกันชีวิต, ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์, ประกัน, พรีโม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์, ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, อาคเนย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_610146c504c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ออริจิ้น”ผุดแบรนด์”พาร์ค ออริจิ้น”คอนโดฯหรูกลางเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออริจิ้น โชว์แผนขยายฐานลูค้า ลุยตลาดระดับลักชัวรี่ ผุดแบรนด์คอนโดฯหรู&amp;ldquo;พาร์ค ออริจิ้น&amp;rdquo;จ่อพัฒนา 3 โครงการ 3 ทำเลใจกลางเมือง พร้อมผนึกพันธมิตรปลูกต้นไม้เพิ่มอย่างน้อย 1 ต้นต่อที่อยู่อาศัย 1 ยูนิตที่เปิดขายใหม่ หวังสร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ส.ค. 61 นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ ว่า บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าด้วยการรุกตลาดระดับลักชัวรี่ ซึ่งได้มีการพัฒนาแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่ ภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;พาร์ค ออริจิ้น&amp;rdquo;โดยจะเป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมจะมีการพัฒนาควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด&amp;rdquo;A Perfect Living Platform&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น เป็นการสร้างรูปแบบการอยู่อาศัย ผ่านการผสาน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.เทคโนโลยี 2.ชุมชน และ 3.ธรรมชาติ โดยโครงการภายใต้แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น จะพัฒนาขึ้นใน 3 ทำเล ได้แก่ 1.พาร์ค ออริจิ้น พญาไท 2.พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ และ 3.พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงศ์ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายในงาน My Life My Origin ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 ก.ย. นี้ ณ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพฯและท้องถิ่นต่างๆ ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มอย่างน้อย 1 ต้นต่อที่อยู่อาศัย 1 ยูนิตที่เปิดขายใหม่ หรือคิดเป็นปีละราว 10,000 ต้น โดยในเบื้องต้น จะมอบต้นทองอุไรให้แก่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2,200 ต้น ตามจำนวนยูนิตเปิดใหม่ของโครงการคอนโดมิเนียมหรูแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น 3 ทำเล รวม 2,200 ยูนิต เพื่อให้ กทม.นำไปปลูกในพื้นที่ 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดระดับลักชัวรี่, พาร์ค ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b681710d0b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออริจิ้น ลุยตลาดแนวราบ ผุด”ออริจิ้น เฮ้าส์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออริจิ้น รุกตลาดแนวราบ ผุด&amp;rdquo;ออริจิ้น เฮ้าส์&amp;rdquo;ปักหมุดทำเล&amp;rdquo;กรุงเทพตะวันออก-อีอีซี&amp;rdquo;เล็ง 5 ปีพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 49,000 ล้านบาท คาดในปี 65 มีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 61 นางศุภลักษร์ จันทร์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจตลาดแนวราบ ในช่วง 5 ปี (2561-2565) ว่า บริษัทมีมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบภายใต้แบรนด์&amp;rdquo;บริทาเนีย&amp;rdquo;ในทำเลโซนกรุงเทพตะวันออก และ ทำเลอีอีซี โดยตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่เจาะตลาดใน 3 เซ็กเมนท์ รวมมูลค่าโครงการกว่า 49,000 ล้านบาท และ คาดว่าภายในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้ที่ระดับ 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้าขึ้นเป็น 3 อันดับแรกในใจผู้บริโภคในโครงการแนวราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ออริจิ้น มีแนวคิดในการรุกพัฒนาโครงการแนวราบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากในปัจจุบันตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากข้อมูลสำรวจพบว่าในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมามีโครงการแนวราบเปิดขายใหม่ในพื้นที่ กทม.ทั้งหมดรวม 8,762 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 41,000 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 7% ส่วนทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดจะได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะที่ทำเลใหม่ๆที่มีศักยภาพจะมีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ทำเลกรุงเทพตะวันออก และ อีอีซี&amp;rdquo;นางศุภลักษณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการแนาบราบใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เมกะทาวน์-บางนา มูลค่า 1,900 ล้านบาท ระดับราคา 2.9-5 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 100-140 ตร.ม.โครงการบริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ พัฒนาบนพื้นที่กว่า 32 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 120-150 ตร.ม. มูลค่า 1,000 ล้านบาท ระดับราคา 4.7-6 ล้านบาท และ โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์ มูลค่า 1,100 ล้านบาท เป็นบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคา 2.9-4.3 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าภายในปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11757</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริทาเนีย, บ้านเดี่ยว, ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a1067a85cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัน ออริจิ้นกางแผน5 ปีทุ่ม 2 หมื่นล้านลุยธุรกิจโรงแรมและมิกซ์ยูส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว&amp;rdquo;บจก.วัน ออริจิ้น&amp;rdquo; ตั้งเป้า 5 ปี ลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมและมิกซ์ยูสหวังสร้างรายได้ระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย. 61 นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ในเครือบมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปี (2561-2565) ว่า บริษัทมีแผนเดินหน้าการลงทุนเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่ภาพรวมให้กับ&amp;rdquo;ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้&amp;rdquo;ด้วยงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะแบ่งประเภทธุรกิจที่จะลงทุนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อยู่ที่ 70% และอีก 30% จากกลุ่มสำนักงานให้เช่าและค้าปลีก และ 3.กลุ่มธุรกิจอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทตั้งเป้าว่าทรัพย์สินจากการลงทุนจะช่วยสร้างมาเก็ตเวลูให้กับบริษัทประมาณ 30,000 ล้านบาท และยังจะช่วยสร้างยอดขายให้กับบริษัทได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะทำให้บริษัทขึ้นแท่นเป็น ท็อป 5 ในวงการธุรกิจโรงแรมและมิกซ์ยูส ซึ่งธุรกิจต่างๆ ภายใต้ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน จะทำให้เราเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งการทำงาน การพักผ่อนของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว&amp;rdquo; นางกมลวรรณ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้บริษัทมีกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการของวัน ออริจิ้น จะเน้นเกาะทำเลกรุงเทพฯ และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็น 2 ทำเลศักยภาพที่บริษัทให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นทำเลที่มีความต้องการของผู้บริโภคที่มีศักยภาพในหลายเซ็กเมนท์ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี จะมีการพัฒนาโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ทั้งหมด 15 แห่ง รวมจำนวนห้องพักกว่า 4,000 ห้อง ส่วนของอาคารสำนักงานและร้านค้าอีก 10 แห่ง รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 ตร.ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงแรม, พร็อพเพอร์ตี้, มิกซฺยูส, ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e3b507304c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ORI ลุยตลาดต่างประเทศตั้งเป้า3ปียอดขายแตะ 1.5 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออริจิ้น รุกตลาดต่างประเทศ ดึง&amp;rdquo;ฟัลครัม โกลบอล&amp;rdquo;บริหารงานขาย พร้อมเปิดออฟฟิตสาขาฮ่องกง หวังสร้างการรับรู้ดึงนักลงทุนคาดภายใน 3 ปี คาดสร้างยอดขายต่างชาติที่ระดับ 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 61 -นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจโดยได้ขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ฟัลครัม โกลบอล จำกัด บริษัทผู้ดำเนินธุกิจด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ฮ่องกง ให้เป็นผู้ลงทุน และ ผู้บริหารงานขาย โครงการขนาดใหญ่ของออริจิ้นในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตามบริษัทได้รุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ครึ่งหลังของปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2561 นี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการขยายตลาดต่างประเทศไปยัง จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมไปถึงตลาดใหม่ในทวีปยุโรป โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขายจากต่างประเทศไว้ที่ 4,000 ล้านบาท และคาดว่ายอดขายส่วนของตลาดต่างประเทศในช่วง 3 ปีหลังจากนี้จะอยู่ที่ระดับรวมกว่า 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวสำนักงานของบริษัท สาขาฮ่องกง เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ สร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มช่องทางขายของบริษัทในตลาดต่างประเทศและช่วยให้ผู้สนใจมีความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับโครงการของบริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสนใจ โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ตลาดสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติมีมูลค่าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีการเติบโตได้ถึง 40% ในปี 2561 นี้ นอกจากนี้จากผลสำรวจของ Juwai.com พบว่า กรุงเทพได้รับการจัดอันดับ 2 ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ซื้อชาวจีนที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติ ที่มีความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการเป็นหนึ่งในสถานที่เป้าหมายหลักภายใต้นโยบาย One Belt One Road ของจีน อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศ, อสังหา, อสังหาริมทรัพย์, ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0524f3c80d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออริจิ้น เดินหน้าผุดโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออริจิ้น เดินหน้าตามแผนผุดโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท เผยไตรมาสแรกเปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงาน 3 เดือนแรกรายได้กว่า 2,473 ล้านบาท โต 182% พร้อมมั่นใจสิ้นปี 61 มียอดขายทะลุ 20,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 2561 นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่รวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกบริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียม 3 โครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ไนท์บริดจ์&amp;rdquo; ได้แก่ 1.ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน โครงการไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 และโครงการ ไนท์บริดจ์ คอลลาจ สุขุมวิท 107 รวมมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท โดยสามารถกวาดยอดขายรวมกว่า 70% หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 4,200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,473.7 &amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 488.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 184% โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 19.8% ซึ่งสูงขึ้นกว่าไตรมาส 1 ปี 2560 ที่ 19.6% อันเนื่องมาจากโครงการใหม่แล้วเสร็จรับรู้รายได้ได้ตามแผน และความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น รวมถึงการรับรู้รายได้จากการบริหารโครงการที่ร่วมลงทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด จากญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทมีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 46 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 65,000 ล้านบาท มีธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง และมีธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทมั่นใจว่าบริษัทจะมียอดขายเกินกว่า 20,000 ล้านบาท และมีรายได้ที่ระบ 15,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9076</URL_LINK>
                <HASHTAG>ORI, คอนโดมิเนียม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, พีระพงศ์ จรูญเอก, ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af7c1fa02f34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
