<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรียเลือกตั้งใหม่ อดีตนายกฯ หนุ่มฝ่ายขวาเต็งชนะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสเตรียเลือกตั้งใหม่เมื่อวันอาทิตย์ พรรคอนุรักษนิยมของอดีตนายกฯ เซบาสเตียน คูร์ซ เต็งคว้าชัยชนะแต่ยังต้องลุ้นหาพรรคจัดตั้งรัฐบาล หลังจากเรื่องอื้อฉาวพรรคขวาจัดร่วมรัฐบาลโดนถ่ายคลิปรับสินบน &amp;quot;อีบิซาเกต&amp;quot; เป็นเหตุให้รัฐบาลพังครืนมื่อกลางปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซบาสเตียน คูร์ซ อดีตนายกฯ ออสเตรียออกจากหน่วยเลือกตั้งหลังลงคะแนน ที่กรุงเวียนนา เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่า เซบาสเตียน คูร์ซ อดีตนายกรัฐมนตรีวัยเพียง 33 ปี จะนำพรรคประชาชน (OeVP) ชนะคะแนนสนับสนุนราว 33% มากกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก บทบรรณาธิการของดีเพรสเซอเมื่อวันเสาร์กล่าวว่า ต่อให้คูร์ซได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น แต่เขาก็จะหาพรรคที่เหมาะสมกับการจัดตั้งรัฐบาลได้ยากขึ้นกว่าเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูร์ซจำเป็นต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคม หลังจากรัฐบาลนิยมขวาของเขาทำหน้าที่ได้เพียง 18 เดือน โดยเป็นผลจากเรื่องอื้อฉาวอีบิซาเกตของพรรคอิสรภาพ (FPOe) ซึ่งไฮนซ์-คริสเตียน สตราเคอ หัวหน้าพรรคในเวลานั้น โดนสื่อเยอรมนีเผยแพร่วิดีโอคลิปที่เขาเรียกรับเงินช่วยเหลือหาเสียงแลกกับสัญญาโครงการของรัฐ การนัดพบเกิดที่เกาะอีบิซาของสเปน โดยบุคคลที่เขาเข้าใจว่าเป็นนายทุนรัสเซียนั้นแท้จริงเป็นตัวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนทำนายว่า คูร์ซอาจต้องกลับจับมือกับพรรคอิสรภาพจัดตั้งรัฐบาลผสมนิยมขวา ที่เคยถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของรัฐบาลชาตินิยมของยุโรป อีกครั้ง กระนั้น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าอัยการกำลังสอบสวนสตราเคอ ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคและรองนายกฯ หลังเรื่องอื้อฉาวคราวนั้น ด้วยข้อกล่าวหาว่าใช้จ่ายเงินของพรรคอย่างทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการหาเสียงครั้งสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ คูร์ซเตือนผู้สนับสนุนของเขาว่า พรรคฝ่ายซ้ายอาจกวาดที่นั่งมากขึ้น และอาจตั้งรัฐบาลผสมโดยไม่มีเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่ร่วมกับพรรคขวาจัด คูร์ซมีทางเลือกในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเล็ก เช่นพรรคเสรีนิยม NEOs หรือพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPOe) ที่กำลังขับเคี่ยวกับพรรค FPOe เพื่อเป็นพรรคใหญ่อันดับสอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46891</URL_LINK>
                <HASHTAG>ออสเตรีย, อีบิซาเกต, เซบาสเตียน ครูซ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90b23766bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ออสเตรียวัย 32 พ่ายมติไม่ไว้วางใจ เซ่นพิษคลิปฉาวพรรคร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เซบาสเตียน คูร์ซ นายกรัฐมนตรีออสเตรียวัยเพียง 32 ปี พ่ายมติไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันจันทร์ เมื่ออดีตพรรคร่วมรัฐบาลขวาจัดร่วมโหวตกับพรรคฝ่ายค้าน หลังจากผู้นำพรรคโดนเล่นงานกรณีคลิปแอบถ่ายเสนอรับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซบาสเตียน คูร์ซ นายกรัฐมนตรีออสเตรีย โบกมือลาขณะเดินออกจากที่ประชุมสภา ภายหลังพ่ายมติไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงมติไม่ไว้วางใจเมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 ส่งผลให้คูร์ซเป็นนายกรัฐมนตรีออสเตรียคนแรกในยุคหลังสงครามโลกที่โดนสภาถอดถอนจากตำแหน่ง ทั้งที่เขาเพิ่งเข้ารับหน้าที่เมื่อปลายปี 2560 ภายหลังชนะเลือกตั้งและเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลก โดยมีอายุเพียง 31 ปีในตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า การยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจคูร์ซและคณะรัฐมนตรีของเขา เป็นผลพวงจากเรื่องอื้อฉาว &amp;quot;อีบิซาเกต&amp;quot; ที่ส่งผลให้ไฮนซ์-คริสเตียน สตราเคอ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานพรรคอิสรภาพ (FPOe) พรรคขวาจัดร่วมรัฐบาลนิยมขวาของคูร์ซ ต้องลาออกจากทั้งสองตำแหน่งข้างต้น หลังจาสื่อเยอรมนีเผยแพร่วิดีโอเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่แอบถ่ายสตราเคอขณะเสนอให้สัญญาโครงการรัฐกับนางนกต่อที่อ้างตนเป็นหลานสาวของมหาเศรษฐีทรงอิทธิพลชาวรัสเซีย เพื่อแลกกับทุนสนับสนุนทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปวิดีโอนี้ ซึ่งถ่ายที่เกาะอีบิซาของสเปนไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2560 บีบให้คูร์ซต้องเปิดการสอบสวน และปลดรัฐมนตรีมหาดไทยจากพรรค FPOe พ้นตำแหน่ง โดยอ้างความเหมาะสมในสอบสวน และส่งผลให้รัฐมนตรีที่เหลือของ FPOe ลาออก คูร์ซต้องแต่งตั้งเทคโนแครตมารับตำแหน่งแทนและเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะกำจัดต้นตอเรื่องอื้อฉาวพ้นรัฐบาลไปแล้ว แต่พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPOe) ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ยังตัดสินใจยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ โดยยืนกรานว่า นายกฯ หนุ่มวัย 32 ปี ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องอื้อฉาวนี้ด้วยในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาล และปรากฏว่า การลงมติเมื่อวันจันทร์ สมาชิกพรรค FPOe ซึ่งมี 51 ที่นั่งในสภา 183 ที่นั่ง ได้เทคะแนนช่วยพรรค SPOe ซึ่งมี ส.ส. 52 ที่นั่ง ทำให้มติไม่ไว้วางใจทั้งตัวคูร์ซ และรัฐบาล มีคะแนนเกินครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการลงมติเมื่อวันจันทร์มีออกมาทั้งที่พรรคประชาชน (OeVP) ของคูร์ซ ซึ่งมีแนวทางต่อต้านผู้อพยพเข้าเมือง เพิ่งชนะการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปเมื่อวันอาทิตย์ โดยได้คะแนนถึง 34.9% คูร์ซกล่าวภายหลังผลมติว่า เขาจะสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาล ตัวเขาและพรรคจะรับประกันเสถียรภาพในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ แวน เดอ เบลเลน แต่งตั้งรัฐมนตรีคลังฮาร์ตวิก เลอเกอร์ ซึ่งคูร์ซเพิ่งตั้งเป็นรองนายกฯ แทนสตราเคอ มาเป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลที่จะแต่งตั้งบรรดาเทคโนแครตมาทำหน้าที่รัฐมนตรี จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งใหม่ที่คาดว่าจะจัดในเดือนกันยายนปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37068</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ วัย 32, นายกฯ ออสเตรีย, พ่ายมติไม่ไว้วางใจ, วิดีโอฉาว, ออสเตรีย, เซบาสเตียน คูร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced3c8f31c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 23:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับมือปั้นดาวรุ่ง! &quot;ม.กรุงเทพธนบุรี-ออสเตรีย&quot;ตั้งศูนย์ฝึกลูกหนังนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ม.กรุงเทพธนบุรี จับมือออสเตรีย ตั้งศูนย์ฝึกนักกีฬาฟุตบอลนานาชาติสำหรับเด็กขึ้นแล้ว ฝึกสอนโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากประเทศออสเตรีย ที่ทั่วโลกรู้จักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นประธานแถลงข่าวการบันทึกข้อตกลงร่วมมือกันในโครงการอินเตอร์เนชั่นแนล&amp;nbsp; ฟุตบอล อะเคเดมี่ ระหว่างม.กรุงเทพธนบุรี กับ เวียนนา ซิตี้ ฟุตบอล อะเคเดมี่ ประเทศออสเตรีย ร่วมด้วย นายโอลิเวอร์ มูลเล่อร์ ผู้ก่อตั้งเวียนนา ซิตี้ ฟุตบอล อะเคเดมี่ ประเทศออสเตรีย และ นายสาวิน จรัสเพชรานนท์ ประธานบริษัท ดรีฟ สปอร์ต เมเนจเม้นท์ (ปนะเทศไทย) จำกัด&amp;nbsp; ได้ร่วมงานแถลงข่าว ที่ หอประชุมสปอร์ต คอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันของ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ เวียนนา ซิตี้ ฟุตบอล อะเคเดมี่ ประเทศออสเตรีย ในโครงการอินเตอร์เนชั่นแนล&amp;nbsp; ฟุตบอล อะเคเดมี่&amp;nbsp; ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เข้ามาฝึกกีฬาฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยวัยเยาว์ ที่ สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยจะเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ ให้มีการพัฒนานักกีฬาฟุตบอลในด้านความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง มีพื้นฐานใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม มีทัศนะคติที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ชนะ เด็กๆ เหล่านี้ต่อไปในอนาคตจะก้าวเป็นนักฟุตบอลที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอลนานาชาติขึ้นในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีนี้&amp;nbsp; จะมี นายโอลิเวอร์ มูลเล่อร์ และทีมงานจากประเทศออสเตรีย มาฝึกสอนให้เด็กๆ ที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลอย่างเต็มที่ ปัจจุบันที่ศูนย์ฝึกเวียนนา ซิตี้ ฟุตบอลอะคาเดมี่ มีเด็กทั่วไปเข้าร่วมการฝึกอบรมถึง 200&amp;nbsp; คน หนึ่งในนั้นมีลูกของนักเตะทีมชาติชื่อดังไปฝึกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ถือเป็นมหาวิทยาลัยฯ ที่ส่งเสริมกีฬาทุกประเภทเป็นที่รู้จ้กกันทั่วประเทศ ผู้ปกครองสนใจจะให้บุตรหลานเข้ามาฝึกกีฬาฟุตบอลสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ อ.พีระ จันทร ผู้อำนวยการสำนักกีฬา โทร.0-2800-6800 ถึง 5&amp;nbsp; และ 08-6796-9138 ทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19627</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ม.กรุงเทพธนบุรี, ศูนย์ฝึกนักกีฬาฟุตบอลนานาชาติสำหรับเด็ก, ออสเตรีย, เวียนนา ซิตี้ ฟุตบอล อะเคเดมี่, โครงการอินเตอร์เนชั่นแนล ฟุตบอล อะเคเดมี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbe229f03215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังเกลา แมร์เคิล&#039; บรรลุข้อตกลงควบคุมผู้อพยพ กู้วิกฤติรัฐบาลล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งเยอรมนีที่ครองอำนาจมานาน 13 ปี สามารถกอบกู้รัฐบาลผสมอายุเพียง 100 วันของนางไม่ให้ล่มหรือต้องจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดได้เมื่อวันอังคาร เมื่อสามารถบรรลุข้อตกลงกับรัฐมนตรีมหาดไทยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลกรณีจำกัดจำนวนผู้อพยพเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แถลง ณ ที่ทำการพรรคคริสเตียนเดโมแครต ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ภายหลังการเจรจาต่อรองกันอย่างหนักเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมนั้น ช่วยให้รัฐบาลผสมของนางรอดพ้นวิกฤติเฉพาะหน้ามาได้ แต่กระนั้นเอเอฟพีรายงานว่า ข้อตกลงนี้ก็เผชิญเสียงคัดค้านจากประเทศเพื่อนบ้านของเยอรมนี โดยเฉพาะออสเตรียที่ประกาศว่าพวกเขาจะ &amp;quot;ปกป้อง&amp;quot; ชายแดนของตน
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีมหาดไทย ฮอร์สต์ ซีโฮเฟอร์ ผู้นำพรรคคริสเตียนโซเชียลยูเนียน (ซีเอสยู)&amp;nbsp; พรรคอนุรักษนิยมจากรัฐบาวาเรียที่เป็นพรรคสาขาของคริสเตียนเดโมแครต (ซีดียู) พรรคของนางแมร์เคิลและร่วมรัฐบาลกันมานาน 70 ปี ขู่ว่าพรรคของเขาจะถอนตัวจากรัฐบาลผสมที่เพิ่งจัดตั้งได้เพียง 100&amp;nbsp; วัน และหากการเจรจาต่อรองกันเฮือกสุดท้ายในครั้งนี้ไม่สำเร็จ นางแมร์เคิลที่เป็นนายกฯ มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2548 ก็อาจต้องยุติความเป็นพันธมิตรแล้วเลือกพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล หรือไม่ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเจรจาตลอดคืน นางแมร์เคิลได้ปรากฏตัวด้วยสีหน้าผ่อนคลายและกล่าวว่า ผลของการเจรจาเป็นการประนีประนอมที่ดีมาก ซึ่งจะ &amp;quot;ควบคุม&amp;quot; การมาถึงของผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยรายใหม่&amp;nbsp; ขณะที่ยังรักษาความร่วมมือและค่านิยมของสหภาพยุโรป (อียู) เอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทันทีทันใดนั้นก็มีเสียงวิจารณ์ทั้งจากรัฐบาลออสเตรีย และพรรคขนาดเล็กที่ร่วมรัฐบาลอย่างโซเชียลเดโมแครต ที่ขู่จะขัดขวางข้อตกลงนี้ซึ่งจะทำลายความหวังของการยุติภาวะชะงักงันทางการเมืองที่เกิดยาวนานหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐบาลออสเตรียออกแถลงการณ์เตือนว่า หากข้อตกลงนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลเยอรมนี ออสเตรียก็จำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนและประชาชนในชาติต้องเสียเปรียบ&amp;nbsp; และว่าออสเตรียยัง &amp;quot;พร้อมจะใช้มาตรการเพื่อปกป้องชายแดนทางใต้ของเราเป็นการเฉพาะด้วย&amp;quot; โดยคำแถลงหมายถึงชายแดนติดกับอิตาลีและสโลวีเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะก่อผลกระทบแบบโดมิโนในยุโรป ซึ่งหลายประเทศกำลังใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อปิดกั้นการเข้ามาของผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮอร์สต์ ซีโฮเฟอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยและผู้นำพรรคคริสเตียนโซเชียลยูเนียน (กลาง) เดินออกจากที่ทำการพรรคซีดียูภายหลังเจรจากับนายกฯ แมร์เคิล เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ตามข้อตกลงที่แมร์เคิลและซีโฮเฟอร์เห็นพ้องกันได้นั้น เยอรมนีจะเพิ่มการควบคุมชายแดนให้เข้มงวดขึ้น และจัดตั้ง &amp;quot;ศูนย์ส่งผ่าน&amp;quot; แบบปิดที่จะเร่งกระบวนการพิจารณาส่งตัวผู้ขอลี้ภัยและการส่งตัวผู้ที่ถูกปฏิเสธคำร้องขอลี้ภัยกลับไปยังประเทศต้นทางได้เร็วขึ้น ซึ่งก็คือประเทศอื่นๆ ในอียู ที่เคยขึ้นทะเบียนคนเหล่านี้ หรือในกรณีที่ประเทศเหล่านี้ปฏิเสธรับกลับ ซึ่งอาจรวมถึงอิตาลี ก็จะถูกส่งกลับไปยังออสเตรีย โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับรัฐบาลออสเตรียที่ตอนนี้ก็ชักไม่แน่นอนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดีซี, ซีเอสยู, ผู้อพยพ, ออสเตรีย, อังเกลา แมร์เคิล, ฮอร์สต์ ซีโฮเฟอร์, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b9bb7eceb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
