<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียบร้อยวัดปากน้ำกินรวบ!คุมเบ็ดเสร็จการศึกษาสงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ได้ออกรายงานในหัวข้อ &amp;ldquo;วัดปากน้ำกินรวบ! คุมอำนาจการศึกษาสงฆ์เด็ดขาด ทั้งแม่กองบาลีและอธิการบดี มจร.&amp;rdquo; มีเนื้อหาน่าสนใจระบุว่า อา..โบราณว่า บุญวาสนานั้น แข่งกันไม่ได้ ในวันนี้ เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง ดังมีนิทานสาธกยกเอา &amp;quot;สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์&amp;quot; เป็นตัวอย่างของ..คนมีบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือถ้ามองดู &amp;quot;ภาพรวม&amp;quot; ของวัดปากน้ำ อันมี &amp;quot;หลวงปู่สมเด็จช่วง&amp;quot; เป็นเจ้าอาวาสแล้ว หลังจากขึ้นนั่งเก้าอี้ &amp;quot;ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เมื่อเดือน สิงหาคม 2556 หลังการมรณภาพของ &amp;quot;สมเด็จพระพุฒาจารย์-เกี่ยว&amp;quot; วัดสระเกศ เรื่อยมาจนถึงการสิ้นพระชนม์ของ &amp;quot;สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เมื่อเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน ช่วงนั้นเป็นช่วง &amp;quot;ขาขึ้น&amp;quot; ของวัดปากน้ำ แบบสูงสุดในประวัติศาสตร์ กล่าวได้ว่า &amp;quot;ถนนทางศาสนาทุกสายในประเทศไทยมุ่งไปวัดปากน้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้นพอสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราชไปแล้ว จุดสูงสุดก็เริ่มหยุด กลายเป็นจุดตกต่ำ ประวัติ-พฤติกรรม ต่างๆ นานา ของสมเด็จช่วง ถูกขุดคุ้ยไปในทางเสียๆ หายๆ จนสุดท้ายรัฐบาลไทยก็ตัดสินใจ &amp;quot;แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์&amp;quot; ปลดล็อกทางการศาสนา ส่งผลให้สมเด็จช่วง &amp;quot;ร่วง&amp;quot; จากเก้าอี้สมเด็จพระสังฆราช ไปตลอดกาล ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา แบบว่าสดๆ ร้อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความร้อนยังมิหยุดเพียงเท่านั้น แม้ว่าจะได้สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่แล้ว กระแสเสียยังถาโถมโรมรันมหาเถรสมาคมอยู่อย่างต่อเนื่อง และแล้วในวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 รัฐบาลก็ได้ชงลูกให้ สนช. ทำการแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ทำการ &amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; กรรมการมหาเถรสมาคม &amp;quot;โดยสมณศักดิ์&amp;quot; ว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีกรรมการ มส. โดยสมณศักดิ์อีกต่อไปแล้ว ทุกตำแหน่งต้องมาจากพระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมเด็จพระราชาคณะ &amp;quot;อาจจะ&amp;quot; ไม่ได้เป็นกรรมการ มส. ก็เป็นได้ และอาจจะได้เป็น..ก็เป็นได้ แต่จะไม่ได้เป็น &amp;quot;โดยตำแหน่ง&amp;quot; เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนก็จ้องตาเขม็งไปที่ &amp;quot;วัดปากน้ำ&amp;quot; ว่าคงต้องถูก &amp;quot;เซ็ตซีโร&amp;quot; ไปในวาระกรรมที่จะมาถึงในไม่ช้าข้างหน้านี้อีก..แน่ๆ และเชื่อว่า บรรดาพระเถระในวัดปากน้ำ ตั้งแต่สมเด็จช่วงลงมา ก็คงจะทำใจเอาไว้แล้ว ตามบุญตามกรรมเถิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่..แต่ครั้น ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ซึ่งมีพิธี &amp;quot;รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ &amp;ldquo;มจร.&amp;quot; ของเจ้าคุณสมจินต์ (พระราชปริยัติกวี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ ในรอบพันปี นั่นคือ วัดปากน้ำกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของพระสงฆ์ไทย ทั้งสายบาลีและมหาวิทยาลัยไปอย่างช็อกซีนีม่า!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าช็อกนั้น ก็เพราะว่า บัดนี้ ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลสูงสุดทางการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยนั้น ไหลไปรวมกันอยู่ในวัดปากน้ำหมด ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ตำแหน่ง-แม่กองบาลีสนามหลวง ถือว่าเป็นตำแหน่งอันขลังที่สุดในบรรดาตำแหน่งทางการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพุทธวจนะ จะเรียนรู้พระพุทธพจน์ได้หมดจดสดใสไร้ข้อกังขา ก็ต้องมาศึกษาภาษาบาลี ผู้ที่เรียนจบในสายบาลี จึงได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดมาแต่โบราณกาล ถึงกับมีพระราชพิธี &amp;quot;ตั้งเปรียญ&amp;quot; ขึ้นในสำนักพระราชวัง และผู้ที่ผ่านพิธีนี้มาจะได้รับ &amp;quot;ราชทินนาม&amp;quot; นำหน้าว่า &amp;quot;พระมหา&amp;quot; แถมเมื่อเรียนสำเร็จชั้นใดชั้นหนึ่งจนได้เป็นมหาเปรียญแล้ว เมื่อเข้าทำการงานในตำแหน่งพระสังฆาธิการของคณะสงฆ์ ก็จะได้รับการสนับสนุนให้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานและสมณศักดิ์เป็นพิเศษ ตำแหน่ง &amp;quot;แม่กองบาลี&amp;quot; จึงมีอิทธิพลทั้งด้านการศึกษาและการปกครองของคณะสงฆ์ไทยอย่างที่เรียกว่า &amp;quot;สูงสุด&amp;quot; ซึ่งตำแหน่งนี้ ปัจจุบันเป็นของ &amp;quot;พระพรหมโมลี-สุชาติ&amp;quot; ศิษย์เอกของสมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ซึ่งก็รับตำแหน่งต่อจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มาอีกทอดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ตำแหน่ง-อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. แต่ก่อนนั้น ตำแหน่งนี้เหมือนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเถื่อน เพราะทางการไม่รับรอง ใบปริญญาที่จบมาแล้วเอาไปสมัครงานไม่ได้ ก.พ. ไม่มีอัตราเงินเดือนให้ ใครเรียน มจร.-มมร. ก็เลยกลายเป็นนักวิจัยฝุ่นไปโดยปริยาย แต่ครั้นมีการยกระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง (มจร.-มมร.) ให้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ในปี พ.ศ.2540 และต่อมาก็มีการย้ายศูนย์การศึกษา จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ ไปอยู่ที่อำเภอวังน้อย พระนครศรีอยุธยา ในปี 2551 นับตั้งแต่นั้น มหาจุฬาฯ เลยกลายเป็นเสือติดปีก อธิการบดี มจร. คือ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ศ.ดร. ป.ธ.9 Ph.d) มีบทบาทระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นมองลงไปใน &amp;quot;เครือข่าย&amp;quot; ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. แห่งนี้ ก็จะพบว่ามี &amp;quot;วิทยาเขต-วิทยาลัยสงฆ์-ห้องเรียน และหน่วยวิทยบริการ&amp;quot; กระจายอยู่ทั่วประเทศ นับได้ถึง 40 แห่ง แถมด้วยสถาบันสมทบ ทำนอง &amp;quot;พันธมิตรทางการศึกษา&amp;quot; อีก 6 แห่ง ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา สามารถผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมได้มากมายถึง 50,000 รูป/คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่แต่เท่านั้น ปัจจุบันนั้น มีวัดไทยในต่างประเทศทั้งโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป อินเดีย-เนปาล และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ร่วมๆ 300 วัด มีการส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติงานอยู่ไม่ต่ำกว่า 1,000 รูป ทั้งไปอยู่ประจำและอยู่ชั่วคราว บรรดาพระธรรมทูตเหล่านั้น ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาไปจาก มจร. แถม มจร. ยังได้รับการมอบหมายให้ทำการอบรมพระธรรมทูต มาตั้งแต่ พ.ศ.2538 ถึงปัจจุบัน ผลิตพระธรรมทูตไปแล้วกว่า 1,500 รูป ซึ่งได้กระจายกันปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลก เป็นตั้งแต่เจ้าอาวาสไปถึงภารโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นต้นเหล่านี้ ส่งผลให้ &amp;quot;มหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.&amp;quot; มีอิทธิพลสูงสุดทางด้านการศึกษา เพราะในสมัยปัจจุบันนั้น มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตอย่างเป็นทางการที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเมื่อ ตำแหน่งอธิการบดี มจร. ตกเป็นของพระราชปริยัติกวี หรือเจ้าคุณสมจินต์ ซึ่งเป็นพระวัดปากน้ำ ก็เลยทำให้เก้าอี้อันทรงอิทธิพลสูงสุดทั้งด้านการศึกษาและการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ไหลไปรวมกันอยู่ที่วัดปากน้ำของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพียงแห่งเดียว !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเมื่อนับดูเก้าอี้สำคัญของพระวัดปากน้ำทั้งหมด ก็จะพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถือพัดยศชั้นสุพรรณบัฏ (สมเด็จ) และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม โดยตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร) ถือพัดยศชั้นหิรัณยบัฏ (รองสมเด็จ) เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และกรรมการมหาเถรสมาคม (โดยแต่งตั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พระพรหมโมลี (สุชาติ) ถือพัดยศชั้นหิรัณยบัฏ (รองสมเด็จ) เป็นเจ้าคณะภาค 5 แม่กองบาลีสนามหลวง และกรรมการมหาเถรสมาคม (โดยแต่งตั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พระราชปริยัติกวี (สมจินต์) ถือพัดยศชั้นราช ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีพระเถรานุเถระ ระดับ &amp;quot;รองๆ ลงไป&amp;quot; อีกมากมายในวัดปากน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ที่เก็งๆ กันว่า &amp;quot;วัดปากน้ำคงจะโดนเซ็ตซีโรคราวนี้จนเกลี้ยงวัด&amp;quot; นั้น ก็คงฝันค้าง เพราะถึงจะเซ็ตซีโร &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot; ได้ แต่ตำแหน่ง &amp;quot;แม่กองบาลี&amp;quot; เอย &amp;quot;อธิการบดี&amp;quot; เอย นั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปัจจุบัน ไม่สามารถเซ็ตซีโรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ตำแหน่งทั้งสองนี้ (แม่กองบาลี-อธิการบดี) มีความสำคัญกว่าตำแหน่ง &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ด้วยซ้ำไป เพราะควบคุมการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยได้อย่างกว้างขวางและยาวนาน ดังนั้น ถึงไม่ได้เป็นสังฆราช แต่ถ้าสามารถคุมทั้งบาลีและ มจร. ไว้ในมือ ก็ถือว่า..ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าสังฆราช !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่น่าแปลกใจว่า รัฐบาลไทย มุ่งมั่นจะทำการอภิวัฒน์คณะสงฆ์ไทย ที่เข้าใจว่าตกอยู่ในสภาวะ &amp;quot;ตกต่ำ&amp;quot; ให้ดีขึ้นสูงขึ้น แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร ที่ทำๆ ไปก็แค่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. แก้กฎหมาย ไม่ให้สมเด็จช่วงเป็นสังฆราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. แก้กฎหมาย ไม่ให้สายธรรมกายครองอำนาจในมหาเถรสมาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหารู้ไม่ว่า ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง เพราะสายธรรมกายเขาคุมการศึกษาไว้ทั้งหมด สายอื่นต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง เพราะเอาแต่ตำแหน่ง แต่ไม่สนใจการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระบวนการซึ่งทรงพลังในการ &amp;quot;สร้างฐานอำนาจ&amp;quot; ในคณะสงฆ์ อันได้แก่ ตำแหน่งแม่กองบาลีและอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์นั้น กลับไม่เห็นปฏิรูปอะไร นี่ก็เห็นรีบประกาศ &amp;quot;เลือกตั้ง&amp;quot; ในเดือนกุมภาฯ ปีหน้า คงกลัวว่า ทุนจีนจะหนีไปเวียดนามและกัมพูชา เพราะถูกทรัมป์ทำสงครามการค้า ไทยเราคงได้แค่มองตาปริบๆ เหมือนหมูวิ่งผ่านหน้า กลัวถูกประณามว่า &amp;quot;เสียของ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแต่บิ๊กตู่ไม่รู้จริงๆ หรือ หรือว่าแกล้งโง่ หรือว่า..โง่จริงๆ ???
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17796</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษาสงฆ์, วัดปากน้ำ, สมเด็จช่วง, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fa14f122fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระไทยในสหรัฐต้านให้อำนาจ&#039;นายกฯ&#039;ตั้ง มส.-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ https://www.bansuanporpeang.com/node/6046&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2561- เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของคณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นแถลงการณ์ &amp;ldquo;หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo;กรณีกฤษฏีกาจะดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ภายใน 7 วัน&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกประกาศ เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งระบุว่า รัฐบาลไทย ได้ผ่านมติ ครม.ขอแก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนปีนี้ที่ผ่านมา โดยเน้นไปที่แก้ไขในหมวดมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะผู้ปกครองอื่นๆ ได้แก่ เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค โดยจะให้มีการ &amp;quot;เซตซีโร&amp;quot; คือ ล้างหน้าไพ่ใหม่หมด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดิ์ หรือโดยตำแหน่ง มาจากสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 8 รูป รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชอีก 1 ก็เป็น 9 เมื่อได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระราชาคณะ ก็พ่วงตำแหน่งกรรมการ มส.ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน พบว่า สมเด็จพระราชาคณะแต่ละรูปนั้น ล้วนแต่มีพรรษายุกาลมาก บางรูปอายุยืนถึง 90 หรือ 100 ปี ทีนี้เมื่อเป็นโดยตำแหน่ง แต่ไม่สามารถไปประชุมมหาเถรสมาคมได้ ก็เลยทำให้องค์ประกอบมหาเถรสมาคมบกพร่อง เพราะมีกรรมการ แต่ทำงานไม่ได้ และรัฐบาลก็ไม่สามารถตั้งกรรมการเพิ่มเติมได้ เพราะ พ.บ.คณะสงฆ์ กำหนดจำนวนเอาไว้เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง มาจากพระราชาคณะ ชั้นธรรมขึ้นไป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ทรงแต่งตั้งจากทั้งสองนิกาย ฝ่ายละ 6 รูป รวมเป็น 12 รูป ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังสามารถทำงานได้ดี แต่มีปัญหาว่า มักจะมีการ &amp;quot;สืบทอดอำนาจ&amp;quot; แต่งตั้งคนในสายของตนเองเข้ามาครองอำนาจ มิได้สรรหาจากพระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศ สังเกตได้ว่า วัดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธ วัดสระเกศ วัดปากน้ำ ฯลฯ จะมีกรรมการมหาเถรสมาคมมากกว่า 1 รูป แถมยังเป็นติดต่อกันอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เจ้าคณะใหญ่ ฝ่ายธรรมยุตนั้นมีเพียงรูปเดียว แต่ปกครองพระในนิกายธรรมยุตทั่วประเทศ แต่ของมหานิกายนั้นมี 4 รูป แบ่งประเทศไทยออกเป็น 4 ภาค หรือ 4 หน ได้แก่ หนกลาง หนเหนือ หนตะวันออก (อีสาน) และหนใต้ ส่วนนี้ มีปัญหาว่ามีการแต่งตั้งบุคคลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง เช่น พระในภาคเหนือ ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระในภาคใต้ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นต้น ส่งผลให้การบริหารพระศาสนามีปัญหา เพราะไม่รู้ปัญหาในท้องถิ่นนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เจ้าคณะภาค ซึ่งก็ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการในระดับสูง เป็นเหมือนผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ภายหลังมานั้น ตำแหน่งนี้ถูกพระใน มส.มองเห็นเป็นเพียง &amp;quot;บันได&amp;quot; จึงเอาตำแหน่งไว้เพื่อไต่เต้าขึ้นเป็น &amp;quot;กรรมการมหาเถรสมาคม&amp;quot; รวมทั้งการดำรงตำแหน่งในต่างถิ่นฐาน ทำให้ทำงานไม่สอดคล้องกับสภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่แต่เท่านั้น กรรมการมหาเถรสมาคมแทบจะทุกรูป ล้วนแต่มีตำแหน่ง &amp;quot;ซ้ำซ้อน&amp;quot; กันมากมาย ไล่ตั้งแต่ กรรมการ มส. เจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าอาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ ฯลฯ ยังไม่นับตำแหน่งอิสระอีกมากมาย ราวกะเทวดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปปัญหาอยู่ที่ 1.สุขภาพร่างกาย 2.เล่นเส้นเล่นสาย 3.ดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อน 4.เป็นคนต่างถิ่น ไม่คุ้นชินกับปัญหา ทั้งสี่ประการนี้ จึงต้องมีการชำระสะสาง &amp;quot;โครงสร้าง&amp;quot; ของมหาเถรสมาคม ไล่ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะหน และเจ้าคณะภาค ส่วนโครงสร้างระดับล่างนั้น ยังเห็นว่าไม่เสียหายอะไร คงต้องคงเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทย &amp;quot;ขีดกรอบ&amp;quot; ปัญหาของคณะสงฆ์ไทยไว้ตรงนี้ ก็ถือว่ามองไกลกว่าที่ &amp;quot;เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ&amp;quot; เคยเรียกร้องให้ปรับปรุงเฉพาะ &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการที่รัฐบาลขอแก้ไขให้ &amp;quot;การแต่งตั้งและถอดถอน กรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; ต้องเป็น &amp;quot;พระราชอำนาจ&amp;quot; เท่านั้น ฟังดูก็ดูดี เพราะต่อไปนี้ พระสงฆ์ทุกระดับ จะไม่มีโอกาสในการเลือก หรือแต่งตั้งกรรมการ มส. เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค อีกต่อไป แต่ปัญหาจะมาถึงข้อที่ว่า &amp;quot;แล้วใครจะเป็นผู้เลือกและนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงโปรดแต่งตั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งรัฐบาลได้แก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 7 ให้เป็นพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ แต่ความจริงแล้ว ยังมีเรื่องของ &amp;quot;การรับสนองพระบรมราชโองการ&amp;quot; เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือนายกรัฐมนตรีเป็นทั้งผู้ทูลเกล้าฯ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เรียกว่าอำนาจอยู่ในมือนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว เพราะพระเจ้าอยู่หัวคงจะไม่ทรงลงมาพิจารณาด้วยพระองค์เอง และมีพระบรมราชโองการลอยมาโดยที่ไม่มีการทูลเกล้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามองให้ตลอดก็จะเห็นว่า ถ้ารัฐบาลสามารถแก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ ได้ตามที่กฤษฎีกาประกาศออกมานี้สำเร็จ อำนาจในการเสนอตั้งพระสังฆาธิการระดับสูงในพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่เจ้าคณะภาค ไปถึงสมเด็จพระสังฆราช ก็จะเป็นของ..นายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นชาวพุทธ และเป็นพุทธสายกลาง คือทำบุญได้ทุกวัด ไม่เป็นลูกศิษย์วัดใดวัดหนึ่งโดยเฉพาะ ก็ถือว่าน่าไว้วางใจในระดับหนึ่ง แต่..แต่ถ้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีเป็นศิษย์สายวัดใดวัดหนึ่ง เช่น ธรรมกาย สันติอโศก ก็อาจจะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี นำความขึ้นทูลเกล้า &amp;quot;ยกครูบาอาจารย์&amp;quot; ให้เป็นใหญ่ในวงการสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมิรวมถึงปัญหาข้อที่ว่า &amp;quot;ถ้านายกรัฐมนตรีนับถือศาสนาอื่น มิใช่พุทธศาสนิกชน&amp;quot; แต่กลับมีอำนาจในการเสนอตั้งสมเด็จพระสังฆราช ไปจนถึงเจ้าคณะภาค ถึงตอนนั้นจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะในร่างแก้ไขที่กฤษฎีกาเปิดเผยออกมานั้น &amp;quot;ไม่มีคณะกรรมการสรรหา&amp;quot; แต่ให้เป็นพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ ซึ่งทุกอย่างจะตกอยู่ที่ &amp;quot;นายกรัฐมนตรี&amp;quot; แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลอาจจะอ้างว่า &amp;quot;ก็ใช้หลักการเดียวกับการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั่นแหละ&amp;quot; แต่ดูไปแล้วมันจะเยอะเกินไป เพราะในการตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ชาวพุทธทั้งประเทศล้วนแต่จับจ้องมองด้วยความสนใจ จึงเชื่อว่าจะเป็นกลไกช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีไปในตัว แต่สำหรับกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค ร่วมๆ 100 ตำแหน่ง เหล่านี้ ถือว่ามีความหลากหลายมาก จะให้นายกรัฐมนตรีทำบัญชีขึ้นทูลเกล้าแต่เพียงผู้เดียวนั้น มองยังไงก็อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม และคณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส และวัดในเครือ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงไม่เห็นด้วยที่จะให้อำนาจแก่ &amp;quot;นายกรัฐมนตรี&amp;quot; ในการเสนอนาม &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช-กรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; แต่เพียงผู้เดียว เพราะนั่นจะทำให้นายกรัฐมนตรี เป็นสังฆราชอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะเมื่อมีอำนาจเสนอตั้งตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชลงมา ถามว่า สมเด็จพระสังฆราช จะทรงมีอำนาจอะไร ก็จะกลายเป็นเพียง &amp;quot;เจว็ด&amp;quot; หรือรูปปั้นบนศาลเจ้าเท่านั้น เพราะลำพัง &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค เรายังไม่ไว้วางใจ แล้วจะไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงขอเสนอให้มี &amp;quot;คณะกรรมการสรรหากรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; ไว้ในการแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับนี้ด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฏีกา, คณะสงฆ์, นายกรัฐมนตรี, มหาเถรสมาคม, วัดไทยลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f63a954821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธง!หลวงพ่อสวัสดิ์เต็งจ๋าเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ http://www.alittlebuddha.com/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอมวิเคราะห์ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหารที่ว่างลงจากการสึกอดีตพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ในคดีเงินทอนวัดไว้ว่าน่าสนใจ ว่าวัดสระเกศนั้นเป็นวัดใหญ่และมีศิษย์หามากมายหลายระดับ แรกนั้นก็คิดว่าคงจะสิ้นสายสมเด็จเกี่ยวแล้ว อาจจะถูกยึดครองโดยพระต่างวัด เพราะพระเทพรัตนมุนี หรือเจ้าคุณสุรชัย ซึ่งเป็นผู้มีตำแหน่งทางการปกครองสูงสุดที่ยังเหลืออยู่นั้น ก็ถือว่ายังเด็ก อายุแค่ 52 พรรษา 32 ถึงจะเป็นเจ้าคณะภาค 12 แต่บารมียังไม่แก่กล้าสำหรับการขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เพราะถ้านับลำดับพรรษากันแล้ว ในวัดสระเกศยังมีพระที่อาวุโสกว่าเจ้าคุณสุรชัยอีกหลายรูป ซึ่งก็คงไม่ง่ายที่จะปกครองกันอย่างละมุนละม่อม ถึงเจ้าคุณสุรชัยจะเป็นคนอ่อน แต่มันจะกลายเป็น อ่อนแอไป ไม่ใช่..อ่อนโยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาภายในวัดสระเกศเวลานี้ ใช่มีแต่ตำแหน่งเจ้าอาวาสเท่านั้น หากแต่เมื่อเจ้าคุณสังคม เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณบุญทวี ฯลฯ ต่างพาเหรดเข้าคุก ทิ้งเก้าอี้ &amp;quot;ผู้ช่วยเจ้าอาวาส-เจ้าคณะภายในวัด&amp;quot; ไว้หลายตัว ก็ย่อมเป็นที่หมายปองของพระที่ยังคงอยู่ และนั่นคือ มหกรรมกีฬาสีที่เพิ่งจะเริ่มต้น เวลานี้สายเจ้าคุณธงชัยถูกโค่นไปแทบหมด สายเจ้าคุณเสนาะกลับเข้ามายึดครองวัด เพราะตอนที่เจ้าคุณธงชัยครองวัดนั้น สายนี้ก็ถูกกีดกัน บางรูปถึงกับระเห็จออกจากวัดไปอยู่เมืองนอก แต่เมื่อเจ้าคุณธงชัยพลาด สายนี้ก็กลับมาผงาดอีกอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สังเกตว่าวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา พระที่ออกบิณฑบาตต้นสายหลายรูป หน้าตายิ้มแย้ม ทั้งๆ ที่วัดโดนพายุอยู่โครมๆ เป็นเรื่องแปลกแต่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท้าความหลังกลับไป เมื่อสิ้นเจ้าคุณเสนาะ ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ก็ว่าง รองเจ้าคณะภาคคือ เจ้าคุณสุรชัย ยังเด็ก เป็นเพียงชั้นราช คาดว่าน่าจะมีการตั้งพระเถระจากที่อื่นข้ามห้วยเข้ามากินตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 แต่ฝีมือการต่อรองของพระพรหมสิทธินั้นยอดเยี่ยม สามารถล็อกตำแหน่งไว้ในวัดสระเกศทั้งหมด ไม่มีหลุดออกไปให้วัดอื่นเลย ทั้งๆ ที่มีข่าวว่า &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย-วัดไตรมิตร&amp;quot; ก็หมายตาเป็นมัน แต่ตอนนั้น เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศ เป็นคนโปรดของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ทำงานเข้าตา แบบว่าขออะไรก็ให้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท) วัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก จำต้องยอมให้วัดสระเกศครองอำนาจในภาค 12 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงเวลานี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปแทบสิ้น สมเด็จช่วงไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแล้ว เจ้าคุณเอื้อนก็ไม่ได้เป็นเจ้าคณะ กทม. สมเด็จสนิท วัดสระเกศก็ไม่ได้คุมหนกลาง อำนาจในการพิจารณาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ จึงอยู่ที่ &amp;quot;รักษาการเจ้าคณะ กทม.&amp;quot; คือพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) วัดหัวลำโพง ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการไปหมาดๆ จะคิดเองเออเองก็เกรงจะไม่ปลอดภัย เดี๋ยวจะชวดตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. ตัวจริงไป ดังนั้นจึงต้องอิงผู้ใหญ่เข้าไว้ ผู้ใหญ่ในสายงานส่วนกลางก็คือ เจ้าคณะภาค 1 และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคณะภาค 1 คือมหาสายชล วัดชนะสงครามนั้น เป็นเด็กในคาถาสมเด็จสมศักดิ์พระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง จึงสรุปได้ว่า อำนาจชี้เป็นชี้ตายในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศก็คือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชัยญาติ ซึ่งมีเลขาคือ มหาบุญเทียม ซึ่งกำลังโดนคดีเงินทอนวัดอยู่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นว่ากันตามสายงาน แต่ถ้าดูบุคคลากรในสายวัดสระเกศแล้ว ถึงแม้ภายในวัดจะจำกัดอย่างยิ่ง แต่เมื่อดูไปนอกวัด ก็พบว่า ยังมีพระเถระผู้ใหญ่อยู่อีกรูปหนึ่ง คือ พระธรรมพุทธิวงศ์ (สวัสดิ์ อตฺถโชโต) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เมืองวาลแวกซ์ ประเทศเนเธอแลนด์ อายุพรรษาสูงถึง 88 ปี แถมมีตำแหน่งเป็นถึงประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประวัติการศึกษาและหน้าที่การงานนั้นก็ไม่ธรรมดา เป็นเปรียญ 5 พุทธศาสตร์บัณฑิต และเคยผ่านงานทั้งเป็นครูบาอาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. มาก่อน ก่อนจะออกนอกประเทศไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เนเธอแลนด์ ตามบัญชาของสมเด็จพระพุฒาจารย์เกี่ยว จนได้รับเลือกจากพระธรรมทูตไทยทั่วทวีปยุโรปให้ดำรงตำแหน่ง &amp;quot;ประธานสหภาพพระธรรมทูต&amp;quot; มาหลายสมัย ถึงปัจจุบันก็ยังคงดำรงตำแหน่ง แถมยังสุขภาพแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่กล่าวว่า ถ้าให้เจ้าคุณสุรชัยขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก็เชื่อว่าจะไม่สงบ เพราะเจ้าคุณสุรชัยยังเด็ก และในวัดสระเกศยังมีรุ่นพี่ มีเขี้ยวเล็บหรือลวดลายอยู่อีกมากมายหลายรูป แถมขั้วอำนาจเก่าของเจ้าคุณธงชัยก็ยังไปไม่หมด สายเจ้าคุณเสนาะจะทำอะไรก็รับรองว่าโดนต้าน จนวัดสระเกศอาจจะแตกเป็นครั้งที่สาม ถ้าไม่มีพระผู้ใหญ่ที่มีบารมีและเป็นกลางเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในช่วงนี้ ช่วงเอาคืนของฝ่ายเจ้าคุณเสนาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบาทการนำของหลวงพ่อสวัสดิ์นั้น ฉายออกมาทันที เมื่องานวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ขณะเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กำลังหนีหมายจับอยู่นั้น พระธรรมพุทธิวงศ์ ก็เดินออกนำหน้าพระเทพรัตนมุนี (เจ้าคุณสุรชัย) ต้อนรับญาติโยมที่ยังรักวัดสระเกศ ถึงเจ้าอาวาสจะมีภัยไม่อยู่แล้ว ก็ยังห่วงพระลูกพระหลาน ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา นำข้าวปลาอาหารมารอใส่บาตร พอได้เห็นหลวงปู่สวัสดิ์ วัย 88 ปี สู้อุตส่าห์บินจากเนเธอแลนด์มาเดินนำหน้า ประกาศให้ชาวประชารู้ว่า &amp;quot;กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี&amp;quot; เห็นเช่นนี้ ญาติโยมก็มีกำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนั้นคือ ก้าวสำคัญของพระธรรมพุทธิวงศ์ หรือหลวงพ่อสวัสดิ์ และมหาเถรสมาคมคงจะได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา หาผู้เหมาะสมสำหรับนาวาลำใหญ่ ในนาม &amp;quot;เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&amp;quot; รูปต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธงชัย สุขญาโณ, พระธรรมพุทธิวงศ์, วัดสระเกศวรวิหาร, หลวงพ่อสวัสดิ์, อดีตพระพรหมสิทธิ, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b139c0161b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
