<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูตั้น” ลั่นกำลังจะมีการปรับการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ชี้หากยังช้า เราเองจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ &amp;quot;โครงการสัมมนาผู้นำทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562&amp;rdquo; ที่จัดโดยบริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการศึกษาและออกแบบกระบวนการเรียนรู้ครบวงจร ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนหนึ่งว่า ตนมาในฐานะตัวแทนของรัฐบาล เพื่อมาสื่อสารแนวทางที่ประเทศไทยกำลังจะเดินไปข้างหน้าในส่วนการปฏิรูปการศึกษา รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา และตนมายืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะปลดล็อกการศึกษาของประเทศไทย และต้องปฏิรูปการศึกษาให้ได้ตามความคาดหวังของสังคม ซึ่งเรามีความพยายามดำเนินการมาตลอด ขณะเดียวกันเราจะต้องนำปัญหาการศึกษามาวางให้เห็นภาพ และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมที่จะปลดล็อกทุกเรื่องที่ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาไม่มีความคล่องตัวให้การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การเลือกครู การเลือกแบบเรียน และสิ่งที่จะมาเป็นตัวช่วยให้การบริหารงานของสถานศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยที่ยังอยู่ในแกนกลางของ ศธ. และเราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้โรงเรียนมีอิสระภาพในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารสถานศึกษาหลายคนคงเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่าการบริหารจัดการมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง ขณะนี้ ศธ.พร้อมที่จะมีความยืดหยุ่น ตราบใดที่เราร่วมมือ มองและเดินไปในทิศทางเดียวกัน ให้ผลประโยชน์สูงสุดกลับมาอยู่ที่เด็กและเยาวชนของประเทศไทย เพราะตอนนี้ ศธ.กำลังมีการปรับใหญ่เพื่อให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว หากเรายังช้าไม่มีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนการศึกษาไทย เราเองจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง ดังนั้นการเรียนการสอนของเราจะต้องเปลี่ยนไปให้ทันต่อโลกในปัจจุบัน การท่องจำยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมี ตนเชื่อว่าเด็กทุกคนต้องจำ แต่จำแล้วความสามารถนำมาใช้ในการคิดวิเคราะห์ คือ เรื่องสำคัญกว่าการจำ ฉะนั้นวิธีการสอนก็จะต้องเปลี่ยนไป ความเข้าใจเรื่องการประเมิน วิเคราะห์สมรรถภาพของเด็กแต่ละคนก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะเด็กมีความแตกต่างกัน ซึ่งครูจะต้องมีความสามารถจัดองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละบุคคลด้วย นอกจากนี้เรายังต้องการประเมินที่เป็นระบบและมีความสม่ำเสมอ สำหรับทุกคนที่อยู่ในวงการศึกษา และต้องเป็นระบบที่เรามั่นใจว่าเป็นระบบที่มีความเหมาะสมที่สุด ไม่มีข้อกังวล ข้อครหา และนำพาผู้ที่มีความสามารถสูงสุดขึ้นมาสู่การบริหารการศึกษาของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เราได้กลับมาดูในเรื่องการให้โรงเรียนมีความเป็นนิติบุคคล จริงๆว่ากฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ยังคงมีระเบียบต่างๆ ที่ครอบคลุมอยู่ เป็นเรื่องที่เราจะนำมาใช้อย่างกว้างขวางทำให้ผู้บริหารโรงเรียนรู้สึกว่าความยืดหยุ่นมีจริง และจะต้องมีความเข้าใจถึงความรับผิดชอบ และไม่นำสิทธิที่ได้รับไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งหากมีการนำไปใช้ผิดวิธี ศธ.ก็จะต้องเข้าไปช่วยดูแล&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51403</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;โครงการสัมมนาผู้นำทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562”, #การปฎิรูปการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, อักษร เอ็ดดูเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0e30da859f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
