<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษก ปชป. เย้ยญัตติซักฟอกฝ่ายค้านไม่มีน้ำหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีกระแสข่าวว่ามีรายชื่อของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์เคารพในกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายค้าน แต่ที่มีข่าวว่ามีชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯที่จะถูกอภิปรายในประเด็นราคาสินค้าเกษตรนั้น หากเป็นจริงตามข่าวก็จะทำให้น้ำหนักของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ลดไปมาก เพราะที่ผ่านมาผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นที่ประจักษ์และรับรู้ของประชาชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาผลสำรวจต่างๆ ก็เป็นที่พอใจของประชาชน และโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคามังคุดในปัจจุบันที่ได้มีการนำเข้าคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือ Fruit Board ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการเกษตรฯเป็นประธานก็สามารถแก้ไขปัญหาจนเป็นที่พอใจของเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงยังได้มีการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค และกลไกภาครัฐต่างๆ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สำหรับการทำงานของรัฐมนตรีว่าการเกษตรฯ ตลอด 2 ปี กว่าที่ผ่านมา ก็มีผลเป็นที่พอใจของพี่น้องเกษตรกร ถ้ามีชื่อในการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงและเป็นประเด็นในเรื่องของสินค้าราคาเกษตรก็จะทำให้ญัตติของฝ่ายค้านลดน้ำหนักลงไปมาก ซึ่งเราก็เคารพในการทำงาน แต่อยากให้ฝ่ายค้านดูในประเด็นไม่ไว้วางใจที่เกิดการทุจริตคอรัปชั่นจริงๆ ไม่ใช่เป็นประเด็นทางการเมือง&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113339</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี, ฝ่ายค้าน, รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1e49f31733.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ปชป. โวยลั่นวัคซีนไม่มาตามนัด ชาวราชบุรีถูกเลื่อนกว่า 1 หมื่นคน จี้เปลี่ยนแผนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการจัดสรรการฉีดวัคซีนโควิด -19&amp;nbsp;ว่า ประชาชน จ.ราชบุรี ได้รับวัคซีนโควิดตามแผนการฉีดวันแรกในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มิ.ย. แต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มิ.ย.เป็นต้นไป ถูกเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด จ.ราชบุรี มีประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนไว้&amp;nbsp;29,000-30,000&amp;nbsp;คน แต่รัฐบาลจัดสรรวัคซีนแอสตราเซเนก้าให้เพียง&amp;nbsp;13,500&amp;nbsp;โดส และซิโนแวค สำหรับ&amp;nbsp;4,050&amp;nbsp;คน หรือเพียง&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;กว่าโดสเท่านั้น และมีประชาชนถูกเลื่อนฉีดวัคซีนกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นคน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ชี้แจงต่อประชาชนด้วยว่า จะได้รับการฉีดวัคซีนวันไหนกันแน่&amp;nbsp;เมื่อถามแล้วฝ่ายปฏิบัติการทั้งหมอและพยาบาล บุคลากรต่างๆ มีความพร้อมทั้งหมดแล้ว แต่วัคซีนไม่ได้มาตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวว่า ขอคำชี้แจงจากรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ต้องตอบคำถามว่า ทำไมไม่กระจายวัคซีนตามที่ประชาชนได้ลงทะเบียนไว้ ทราบเป็นการภายในว่ามีบางจังหวัดเช่น จ.เชียงราย ได้รับการจัดสรรวัคซีนมากกว่าจำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ แต่พื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีคลัสเตอร์ใหม่ที่โรงงานบะหมี่สำเร็จรูปอยู่ระหว่างการตรวจคัดกรอง&amp;nbsp;มีประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนไว้กว่า&amp;nbsp;5,300&amp;nbsp;คนแต่ได้รับจัดสรรเพียง&amp;nbsp;2,367&amp;nbsp;โดสเท่านั้น และยังไม่มีความชัดเจนว่า จะได้ฉีดวัคซีนเมื่อไร ขอให้รัฐบาลได้ชี้แจงด้วยเพราะการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาลต้องถือว่ามีความผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้นายกฯ ได้กำหนดวันที่แน่นอนสำหรับประชาชนที่ถูกเลื่อนออกไป ถ้ากำหนดไม่ได้ก็เรียกร้องให้นายกฯ เปลี่ยนคณะทำงานที่ทำงานเรื่องการกระจายวัคซีน ขอเรียกร้องให้ท่านเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการวัคซีนด้วย ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะเกิดขึ้นกระทบกับประชาชนและแผนในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนปลอดภัยขึ้น&amp;rdquo;นายอัครเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้ได้ถามรมช.สาธารณสุข ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า อย่าไปถามเลย เพราะถามไปก็ไม่ได้รับคำตอบ เพราะว่าวันนี้รมว.สาธารณสุข บอกว่า การบริหารจัดการเป็นของ ศบค. แต่กลับบอกให้มาถามทางโรงพยาบาลกับทางจังหวัดให้ชี้แจง เท่าที่สอบถามทั้งโรงพยาบาลและจังหวัดต่างพร้อมหมด แต่พอถึงเวลากลับไม่มีวัคซีนให้ประชาชนฉีด เรื่องนี้จึงต้องเรียกร้องไปยัง ศบค.มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, พรรคประชาธิปัตย์, วัคซีนโควิด, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bde8ef59615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัครเดช&#039; ชม &#039;รัฐบาล-ก.แรงงาน&#039; ทำโครงการตรวจเชื้อโควิดเชิงรุกให้ผู้ประกันตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เมษายน 2564 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการตรวจโควิด-19 เชิงรุกเพื่อผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ว่า ขอชื่นชมพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้ออกโครงการนี้ให้กับผู้ประกันตน เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่เป็นผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคมจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนมาต่อเนื่อง ดังนั้นการที่รัฐบาลออกโครงการดังกล่าวมาดูแลถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานขยายศูนย์ตรวจเชื้อโควิด19ของโครงการดังกล่าวออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย ถึงเเม้ผู้ประกันตนที่อยู่ต่างจังหวัดจะสามารถลงทะเบียนได้ แต่เมื่อต้องการใช้สิทธิ์ดังกล่าวผู้ประกันตนต้องเดินทางเพื่อมาที่ศูนย์กีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดงกรุงเทพมหานครซึ่งระยะทางไกล ดังนั้น เพื่อที่จะได้ให้บริการผู้ประกันตนในต่างจังหวัด และจะได้ลดความแออัด ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ และยังเป็นการช่วยรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อคัดกรองประชาชนที่มีความเสี่ยง เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 อีกทั้งยังเป็นการลดภาระของผู้ประกันตนที่มีความเสี่ยงอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้าสมัครส.ส.ราชบุรี, รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, โครงการตรวจโควิด-19 เชิงรุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bba66b49fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. เตือนฝ่ายค้านอย่าอภิปรายพาดพิงสถาบัน หากต้องการอภิปรายแบบราบรื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ควีนส์ปาร์ค นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการมาร่วมสัมมนาเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์มาร่วมเตรียมการชี้แจงกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 16-19 ก.พ. ซึ่งข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมกับพรรคร่วมรัฐบาลในการสนับสนุนข้อมูล กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นห่วง คือ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีความเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ประชาธิปัตย์อยากขอให้พรรคฝ่ายค้าน ยึดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นสำคัญ ไม่อยากให้อภิปรายพาดพิง สถาบัน ซึ่งหากต้องการให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปอย่างราบรื่น ก็ขอให้หลีกเลี่ยงในประเด็นสถาบัน เพราะจะเป็นการผิดข้อบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะมีเอกภาพในการโหวตยกมืออภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ จะมีเอกภาพเหมือนกับการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา เมื่อทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว โดยข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของพรรคจะมีการประชุมหารือ เพื่อให้การลงมติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นมติพรรค และเราก็เชื่อว่าการลงมติในครั้งนี้จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92900</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคประชาธิปัตย์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef161f50a893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาเหลา2สภาฟัดกันวุ่น &#039;เสรี&#039;สวน&#039;พท.&#039;ปากเสีย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันหลงประชุม กมธ.แก้ รธน.ล่ม เพื่อไทยได้ทีขย่มรัฐบาล-ส.ว. ฟังคำว่าสืบทอดอำนาจแล้วแสลงใจ ขู่ถ้าใช้หลักพวกมากลากไปจะเป็นชนวนให้ม็อบเพิ่มมากขึ้น ด้าน &amp;quot;เสรี&amp;quot; สวนกลับ สาเหตุมาจาก ส.ส.ฝ่ายค้านพูดต่อว่าเรื่องที่มา ส.ว.วนเวียนซ้ำซาก เสียดสีใส่ร้ายเหมือนต้องการให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการประชุมคณะ กมธ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การประชุมปิดกะทันหันว่า อยู่ที่ประธานควบคุมและ กมธ.เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่มีใครทราบหรอกว่าจะเกิดปัญหาอะไร เพราะแต่ละคนพูดก็ไม่มีการบอกล่วงหน้า ฉะนั้นการประชุมครั้งต่อไปประธานก็ควบคุมการประชุม ซึ่งจะมีการประชุมครั้งหน้าในวันพฤหัสบดีที่ 24-25 ธันวาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กมธ.กล่าวว่า ประเด็นการหาข้อตกลงร่วมกันเรื่องความคิดเห็นต่างกันนั้น บางประเด็นก็สามารถตกลงกันได้ แต่บางประเด็นก็ไม่สามารถตกลงกันได้ หากตกลงกันไม่ได้ทาง กมธ.ก็จะแขวนความเห็นไว้ในมาตรานั้น แต่ยังไม่มีการลงมติ ซึ่งจะมีการลงมติก็ต้องพิจารณาให้ครบมาตราแล้ว เมื่อจบการพิจารณาแล้วก็จะย้อนมามาตราต่างๆ หากใครเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ให้ยกมือ จะได้รวดเร็วขึ้น ผลสุดท้ายก็ต้องมาตัดสินที่เสียง กมธ. ซึ่งหาก กมธ.ไม่เห็นด้วย ก็สงวนความเห็นไว้เพื่อที่จะนำไปอภิปรายในรัฐสภา เพื่อจะแจ้งสมาชิกรัฐสภาให้ทราบว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กรอบระยะเวลาจะยังไปเป็นตามที่กำหนดไว้อยู่ ยังไม่ได้มีแนวคิดที่จะขยายเวลา ซึ่งหากเวลาไม่ทันก็จะมีการเพิ่มวันประชุม แต่ต้องดูวันที่ 25 ธันวาคมนี้ก่อน หลังปีใหม่ก็จะเพิ่มวันเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ยังยืนยันว่าจะเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้อยู่ เพราะยังเดินไปได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาปกป้อง ส.ว. โดยระบุการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ล้มไปวันที่ 17 ธ.ค. เพราะมีการพูดก้าวล่วงกันและขอให้พูดให้อยู่ในกรอบว่า การอภิปรายในชั้นกรรมาธิการเป็นสิทธิที่กรรมาธิการแต่ละคนแสดงความคิดเห็นในมุมของตัวเอง โดยวันดังกล่าวตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม เนื่องจากติดภารกิจกระทู้ถามสดในห้องประชุมสภาฯ แต่จากการสอบถามกรรมาธิการในห้องประชุม มีการพูดถึงที่มาของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบแล้วไปแต่งตั้ง ส.ว. จึงทำให้ ส.ว.ไม่พอใจ แต่ความคิดเห็นที่แตกต่างลักษณะนี้มีอยู่ประจำ ขึ้นอยู่กับประธานในที่ประชุมจะทำให้ไม่ลุกลามได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานต้องควบคุมไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย แต่ทราบว่าวันนั้นประธานคุมไม่ได้ จึงใช้อำนาจปิดประชุม ซึ่งสิ่งที่นายกฯ พูดนั้นทั้งผมและ พล.อ.ประยุทธ์ต่างไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชลน่านกล่าวว่า การประชุมมีเรื่องเห็นต่างเป็นธรรมดา ถกเถียงกันได้ แต่ไม่ถึงขั้นจะล้มการประชุม ดังนั้นหลังจากนี้ถ้าการอภิปรายอยู่ในประเด็นพิจารณา ก็ต้องให้กรรมาธิการพูดแล้วควบคุมให้อยู่ในประเด็น ที่สำคัญอย่าปิดกั้นการแสดงออก และตัวประธานต้องมีข้อวินิจฉัยที่ดีว่าจะควบคุมให้การประชุมเดินหน้าอย่างไร สมควรหรือไม่ที่จะปิดประชุม เพราะหน้าที่ของประธานต้องทำให้การประชุมเดินหน้า ไม่เช่นนั้นจะตรงกับที่เขากล่าวหาว่ามีเจตนาไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ
คำว่าสืบทอดอำนาจแสลงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมในชั้นกรรมาธิการต้องเข้าใจว่าจะให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ และ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนการแสดงความเห็นก็ต้องยึดโยงกับประชาชน แต่กรรมาธิการในส่วน ส.ว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบทอดอำนาจ ถ้าไม่เปิดใจกว้าง ไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่อดทนต่อสภาพโครงสร้างของปัญหาที่แท้จริง ยึดเอาแต่ความคิดเห็นหรือเดินตามธงของฝ่ายสืบทอดอำนาจที่ไม่มีความจริงใจ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเป็นปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าฟังคำว่าสืบทอดอำนาจแล้วแสลงใจบรรยากาศการประชุมจะดำเนินต่อได้อย่างไร ที่ประชุมกรรมาธิการต้องเปิดให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง และยึดหลักว่าผู้ใดอภิปรายเรื่องใด ต้องพร้อมรับผิดชอบและผู้ถูกพาดพิงย่อมมีสิทธิ์ชี้แจงด้วยเหตุผล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกรับฟังแต่ความเห็นของเครือข่ายสืบทอดอำนาจไม่ได้ ต้องแสดงความจริงใจให้ได้เห็นว่ามีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ไม่ใช่ซื้อเวลาแล้วซุกปัญหาไว้ใต้พรมไปเรื่อยๆ ประชาชนที่ติดตามอยู่มีเวลาที่จะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลอีกไม่มาก ดังนั้นการใช้เวทีกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ใช้หลักพวกมากลากไป แล้วถ้าเพลี่ยงพล้ำแล้วชิงปิดประชุมไปเรื่อยๆ ประชาชนเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์จะเป็นชนวนให้ม็อบเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็น ส.ว.ปิดประชุมเช่นนี้ สะท้อนว่าไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า ใช่ เพราะเราเห็นความจริงใจของรัฐบาลหลายครั้งแล้วว่าต้องการซื้อเวลา ครั้งนี้ก็ตอกย้ำความพยายามที่จะซื้อเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนยิ่งขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรัฐสภา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมาจากกรณีที่ ส.ส.บางพรรคพูดต่อว่าเรื่องที่มา ส.ว.อยู่นาน ถ้าเป็นการพูดด้วยเหตุผลก็ไม่เป็นไร แต่เป็นการพูดวนเวียนซ้ำซากไปมา ใช้ถ้อยคำเสียดสีใส่ร้ายเหมือนต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แม้นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ รองประธาน กมธ.ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น จะพยายามไกล่เกลี่ย แต่ ส.ส.บางพรรคก็ไม่หยุดพูดจนเริ่มมีการโต้เถียงกับฝ่าย ส.ว. ทำให้นายมหรรณพเกรงจะควบคุมการประชุมไม่อยู่จึงสั่งปิดประชุม แต่ฝ่ายค้านกลับถือโอกาสไปแถลงข่าวเหมือน ส.ว.เป็นฝ่ายผิด ไม่ยอมรับฟังความเห็นต่าง ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น
ยืนยัน ส.ว.มีความจริงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาพร้อมรับฟังความเห็นต่าง ถ้าพูดด้วยหลักการและเหตุผลบนข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น กมธ.ยังไม่มีการลงมติในมาตราใดๆ ขณะนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ กมธ.แสดงความเห็นเรื่องจำนวนเสียงที่ต้องใช้ในการแก้รัฐธรรมนูญที่ยังเห็นต่างกันอยู่ ฝ่ายค้านต้องการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ส่วน ส.ว.เห็นว่าควรใช้ 3 ใน 5 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ใช้เสียง 2 ใน 3 เรื่องนี้กำลังถกเถียงกันอยู่ ยังไม่มีการลงมติการทำงานใน กมธ. หลังจากนี้เชื่อว่ายังทำงานร่วมกันได้ แต่ทุกคนต้องไปทบทวนวิธีคิดการโต้ตอบกันให้อยู่ในลิมิตที่เหมาะสม รู้จักยับยั้งอารมณ์ไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้งต่อว่ากันได้ แต่ต้องเป็นด้วยเนื้อหาเหตุผล ไม่ใช่มีเจตนาสร้างความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่า ส.ว.มีความจริงใจแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถ้าฝ่ายค้านมีความจริงใจ ก็ต้องพูดให้ชัดเจนต้องการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นใดเรื่องใดที่ควรแก้ไข เพื่อให้รู้ถึงความต้องการ ไม่ใช่ไปติดหล่มอยู่กับการตั้ง ส.ส.ร. เอาใครก็ไม่รู้มาแก้ไขโดยที่ไม่รู้ว่าจะแก้อะไร และเมื่อแก้ไขแล้วจะตรงความต้องการที่อยากได้หรือไม่ ถ้าไม่ตรงความต้องการก็อาจมีปัญหาตามมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า ส.ว.ไม่ได้ตั้งธงคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยากให้พูดให้ชัดต้องการแก้ไขเรื่องใด นี่คือความจริงใจที่ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่คอยต่อว่าคนอื่นไม่จริงใจ แต่ตัวเองกลับไม่บอกว่าอยากแก้อะไร เช่น อยากได้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมาเหมือนเดิม ต้องบอกมา แม้บางพรรคจะได้อานิสงส์จากบัตรเลือกตั้งใบเดียวได้ ส.ส.เข้ามาจำนวนมากก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.ฝ่ายค้านออกมาเปรียบที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือน 250 ส.ว. แต่งตั้งโดย คสช.ว่า ในฐานะอดีตโฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ ตนคิดว่าจะนำที่มา ส.ว.กับที่มา ส.ส.ร.มาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะที่มา ส.ส.ร.ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น มีที่มาจากการเลือกตั้งถึง 150 คน มีการสรรหามาเพียง แค่ 50 คนเท่านั้น เรื่องนี้จึงเปรียบเทียบกันไม่ได้ อีกทั้ง 50 คนที่แม้จะมาจากการสรรหาก็มีที่มาหลากหลายถึง 3 ส่วน ส่วนแรก เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา 10 คน, ส่วนที่สอง ผู้ทรงคุณวุฒิจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย 20 คน และส่วนที่สาม มาจากการคัดเลือกจากสมาชิกรัฐสภา 20 คน ซึ่ง ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. เป็นผู้ร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าทั้ง 3 ส่วนนี้จึงตอบโจทย์สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มีการเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมเข้ามามีส่วนร่วม มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่มีความเป็นกลางจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์ วันนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดเรื่องส่วนรวมเป็นหลัก อย่าใช้อารมณ์หรือความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าจนสำเร็จตามที่พี่น้องประชาชนอยากเห็น&amp;quot; นายอัครเดชกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, มหรรณพ เดชวิทักษ์, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fde1e3fa21c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมสับ&#039;สภาสูง&#039;เติมเชื้อไฟยื่นตีความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุมสวดยับ ส.ว. เตรียมเข้าชื่อส่งศาล รธน.ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ ส.ส.อัดทำตัวเป็นทาสเผด็จการ ประสานเสียงเตือนอย่าดันทุรัง หากเดินหน้าจะยิ่งเติมเชื้อไฟม็อบสามนิ้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรอโหวตในวันที่ 17 พฤศจิกายน ตามที่มีข่าวออกมา ในส่วนของการที่มีข่าวว่าทาง ส.ว.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทางพรรคพลังประชารัฐจะมีการเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า หากมีการเชิญมาก็จะเข้าร่วมอยู่แล้ว แต่ก็ต้องรอทางประธานสภาฯ อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า จะมีการบรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาวาระที่ 1 ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ส่วนในการที่มีข่าวว่า ส.ว.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแก้รัฐธรรมนูญว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในส่วนนี้อยากจะให้เป็นไปตามกลไกการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้พิจารณาทางชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) แล้ว อยากจะให้เข้าไปสู่กระบวนการการพิจารณารับหลักการเพื่อจะได้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบเหตุผลของผู้ยื่นว่ายื่นในเหตุผลอะไร แต่ก็ไม่อยากให้มีการยื่นอยู่แล้ว เพราะอยากให้มีการพิจารณาในชั้นรับหลักการเพื่อให้ตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจะได้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องดูรายละเอียดก่อนว่าผู้ที่ยื่นยื่นขัดต่อรัฐธรรมนูญข้อใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้จะส่งผลให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญช้าไปอีกหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ คิดว่าในขั้นตอนของสภาก็พิจารณารับหลักการไป ตั้ง ส.ส.ร.ไป ส่วนศาลจะตัดสินอย่างไร ก็เป็นดุลพินิจของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แม้ว่าจะเป็นสิทธิ์ที่ ส.ว.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ก็ควรจะพิจารณาให้รอบด้านว่าจะมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา เพียงแค่มีการเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการของรัฐสภา ก็ยังถูกข้อกล่าวหาจากสังคมว่าเป็นการยื้อหรือเป็นการซื้อเวลาให้กับรัฐบาล ถ้าหากครั้งนี้ยังมีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง ดึงดันที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาเรื่องการยื้อเวลา หรือตีรวนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ และญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับไอลอร์ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไทย้ำว่า ไม่อยากให้เป็นประเด็นทางการเมืองใหม่ขึ้นมาอีก ซึ่งจะเป็นการเติมเชื้อไฟลงในม็อบของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ให้ร้อนแรงขึ้นไปจนถึงขั้นแตกหักได้ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกสภาสูง เปรียบเสมือนสภาพี่เลี้ยง น่าจะมีวุฒิภาวะเพียงพอในการช่วยลดความขัดแย้งของสถานการณ์บ้านเมืองให้กับรัฐบาล และต้องตระหนักว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะ คสช. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ ก็ควรที่จะให้ความร่วมมือและดูสัญญาณทางการเมืองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศและแสดงท่าทีอย่างชัดเจนแล้วว่าพร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด และส่วนตัวเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภา จะลงมติรับญัตติร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างแน่นอน และเห็นควรรับญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับไอลอว์ด้วย เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า องค์กรรัฐสภายังเป็นเวทีแก้ปัญหาให้กับประชาชนและประเทศชาติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ส.ว.กลุ่มนี้อย่าช้า ต้องไปให้สุด เปิดหน้ามาเลยว่ามี ส.ว.กี่คนที่จะลงชื่อ ประชาชนคนในสังคมจะได้รู้กันชัดๆ ไปเลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองกำลังวางอยู่บนปากเหว แต่ ส.ว.กลุ่มนี้กลับพยายามจะราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ประชาชน เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้เห็นรากที่มาของ ส.ว.เหล่านี้ว่าเป็นใครมาจากไหน ถึงไม่เห็นหัวประชาชน หรือเป็นเพราะมาจากผลผลิตของเผด็จการที่สืบทอดอำนาจ จึงรังแต่จะหวงอำนาจและสวัสดิการในการได้เป็น ส.ว.แบบสบายๆ แบบไม่เคยสัมผัสความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญที่วางแผนสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ ที่เขียนให้ ส.ว.ไปโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ไม่ได้มาจากประชาชนแม้แต่คนเดียว วันนี้จึงทำให้ภาพลักษณ์ของ ส.ว.ตกต่ำถึงขีดสุด ไม่มีภาพลักษณ์ของคำว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ทั่วโลกให้ความชื่นชมเคารพนับถือ วันนี้รังแต่สังคมจะรังเกียจ บางคนไม่กล้าบอกลูกหลานว่าเป็น ส.ว.เสียด้วยซ้ำ&amp;rdquo; ส.ส.เพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า วันนี้ ส.ว.ควรช่วยกันหาทางออกให้สมกับคำว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยการออกมาลงนามทำสัตยาบันว่า ในระหว่างการแก้รัฐธรรมนูญ หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีก ส.ว.ทั้งหมดจะไม่โหวตเลือกนายกฯ อีก ทั้งนี้เพื่อความสง่างาม และเกียรติยศศักดิ์ศรีที่มีมานานของคนเป็น ส.ว. อย่าให้โลกและประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องบันทึกไว้เลยว่า ส.ว.ยุคนี้คือ ส.ว.ยุคทาสเผด็จการสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุกล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนจำนวนมากฝากมายังตนว่า พวกเขาอยากจัดแคมเปญ &amp;ldquo;ตามหามีชัย..ผู้ร่าง รธน.ฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา&amp;rdquo; เพราะวันนี้ อยากทราบเหตุผลที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น วันนี้ต้องออกมาชี้แจงกับสังคม ว่าเขียนอย่างไร ทำไมถึงทำให้ประเทศไทยเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ประชาชนอยากฟังว่าวันนี้รัฐธรรมนูญบังคับใช้มาจะเข้าสู่ปีที่ 4 นายมีชัยคิดอย่างไร มีข้อเสียอย่างไร ร่างมาโดยมีการศึกษาถึงผลกระทบหรือไม่ โดยเฉพาะการเขียนให้ ส.ว.แต่งตั้งจาก คสช.ไปโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ประชาชนกำลังใช้ปีศาจแห่งกาลเวลาที่ไล่ล่าผู้คนที่หลงใหลในอำนาจ ให้กลับมาตอบสังคมให้ได้ว่าวันนี้จะแก้ไขอย่างไร หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ผมเชื่อว่าปีศาจแห่งกาลเวลาจะทวงหนี้ในสิ่งที่คนเหล่านี้ทำกับประเทศ ด้วยการพยายามฝืนธรรมชาติ ทางการเมืองเพื่อสืบทอดอำนาจของพวกพ้องทั้งสิ้น&amp;rdquo; นายจิรายุ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83230</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, วิรัช รัตนเศรษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa80b3990876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.พาณิชย์ เผยผลสอบ อคส.ทำเกินอำนาจ-ผิดกฎหมายปมจัดซื้อถุงมือยาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ต.ค.63 - เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมของคณะกมธ.พาณิชย์&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า ทางคณะกมธ.ได้เชิญองค์การคลังสินค้า( อคส.)มาชี้แจงกรณีการจัดซื้อถุงมือยางกับบริษัทเอกชน มูลค่า&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ผู้แทนอคส. เปิดเผยว่าได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว โดยมีความเห็นว่านิติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นอาจเป็นการกระทำที่เกินอำนาจของ อคส. ผิดระเบียบของ อคส. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สัญญาดังกล่าวจึงอาจเป็นโมฆะ ดังนั้น มติของคณะกรรมการจึงให้ระงับนิติกรรมการซื้อขายทั้งหมด โดยผู้อำนวยการ อคส.คนปัจจุบันได้ไปแจ้งความดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;และส่งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน(ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอ ชี้มูลข้อเท็จจริงแล้วจะรายงานผลมายังกมธ.ต่อไป โดยการประชุมกมธ. ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ต.ค. ที่จะถึง จะเชิญดีเอสไอ ปปง. และอคส.มาชี้แจงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวต่อว่า กมธ.ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ คือ&amp;nbsp;1.การเบิกจ่ายเงิยตามสัญญาซื้อขายถุงมือยางจะต้องกระทำผ่านคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นในเรื่องนี้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างอาจมความผิด&amp;nbsp;2.จำนวนถุงมือยาวที่ซื้อขายกันจำนวนมากนั้นในความเป็นจริงมีจำนวนตามที่ระบุหรือไม่&amp;nbsp;3.ขอให้ อคส. รีบดำเนินการตรวจสอบว่าจำนวนเงินที่ทำการโอนไปแล้วตามสัญญาซื้อขายขณะนี้อยู่ที่ไหน และ&amp;nbsp;4.ขอให้ อคส.แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ทราบถึงมติของคณะกรรมการตรวจสอบที่ให้ระงับการซื้อขายถึงมืออยางทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้ชี้แจงจาก อคส. แจ้งว่าทางรมว.พาณิชย์ ได้เร่งให้ ผอ.อคส.คนใหม่ ดำเนินคดีเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดและรวดเร็ว เพื่อที่จะเยียวยาให้ อคส.เสียหายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พาณิชย์, จัดซื้อถุงมือยาง, อคส., องค์การคลังสินค้า, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7e97efd3d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
