<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษถอด47ประเทศรวมไทย พ้น&#039;บัญชีแดง&#039;โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศในบัญชีแดงที่จำกัดการเดินทางเข้าอังกฤษ โดยถอด 47 ประเทศพ้นจากบัญชีนี้ รวมถึงไทย แต่ยังคงเหลือ 7 ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้า ส่วนพลเมืองอังกฤษและผู้มีถิ่นพำนักต้องโดนกักกันโรคเมื่อเดินทางเข้าอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม อ้างคำกล่าวของแกรนต์ แชปส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีว่า กฎระเบียบใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรายชื่อประเทศในบัญชีแดงลดลงจาก 56 ประเทศ เหลือเพียง 7 ประเทศ ได้แก่ โคลอมเบีย, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอกวาดอร์, เฮติ, ปานามา, เปรู และเวเนซุเอลา ซึ่งชาวอังกฤษและไอร์แลนด์ หรือผู้มีถิ่นพำนักในสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้กลับเข้ามายังอังกฤษ จะต้องโดนกักกันโรคที่โรงแรมนาน 10 วันโดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชปส์กล่าวว่า การถอด 47 ประเทศออกจากบัญชีแดงเกิดขึ้นได้เพราะความพยายามฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษยังประกาศขยายรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้เดินทางมาซึ่งฉีดวัคซีนครบแล้วเดินทางเข้าอังกฤษได้เพิ่มเป็น 37 ประเทศและดินแดน ซึ่งรวมถึงอินเดียและตุรกี โดยตามกฎใหม่ผู้เดินทางมาจากจุดหมายเหล่านี้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว จะได้รับยกเว้นไม่ต้องกักกันโรค, ไม่ต้องตรวจเชื้อก่อนเดินทาง หรือการตรวจเชื้อหลังมาถึง 8 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายชื่อ 47 ประเทศและดินแดน ที่ถูกถอดออกจากบัญชีแดงของอังกฤษแล้ว ประกอบด้วย อัฟกานิสถาน, แองโกลา, โบลิเวีย, บอตสวานา, บราซิล, บุรุนดี, เคปเวิร์ด, ชิลี, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, คอสตาริกา, คิวบา, เอริเทรีย, เอสวาตินี, เอธิโอเปีย, เฟรนช์เกียนา, จอร์เจีย, กายอานา, อินโดนีเซีย, เลโซโท, มาลาวี, มายอต, เม็กซิโก, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมซัมบิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา, นามิเบีย, เนปาล, ปารากวัย, ฟิลิปปินส์, เรอูนียง, รวันดา, เซเชลส์, เซียราลีโอน, โซมาเลีย, แอฟริกาใต้, ซูดาน, ซูรินาเม, แทนซาเนีย, ไทย, ตรินิแดดและโตเบโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, แซมเบีย และซิมบับเว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดไทยพ้นบัญชีแดง, บัญชีแดงห้ามเดินทางเข้าอังกฤษ, อังกฤษ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614844c36df6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 22:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนโวยออสซี่จับมือสหรัฐ-อังกฤษคุกคามความสงบในภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงประณามการผนึกกำลังด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย ชี้สามประเทศนี้กำลังทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564 โจมตีการทำความตกลงหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้ และทำให้การแข่งขันด้านอาวุธรุนแรงขึ้น โดยจีนจะเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งออกเทคโนโลยีเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่มีความอ่อนไหวสูง โดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ไปยังออสเตรเลีย พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาใช้การส่งออกนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในเกมภูมิรัฐศาสตร์ และใช้สองมาตรฐาน ซึ่งขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง&amp;quot; จ้าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ, นายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เกี่ยวกับข้อตกลง AUKUS เมื่อวันพุธ ไม่ได้พาดพิงจีนโดยตรง แต่เจตนาของทั้งสามประเทศนี้แสดงออกอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวที่กรุงวอชิงตันว่า ความริเริ่มนี้เป็นการทำให้แน่ใจว่าทั้งสามประเทศนี้มีขีดความสามารถที่ทันสมัยที่สุด เพื่อหลบหลีกและป้องกันภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมอร์ริสันกล่าวว่า ทั้งสามประเทศต่างเคารพใน &amp;quot;เสรีภาพ&amp;quot; และ &amp;quot;หลักนิติธรรม&amp;quot; การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะช่วยรับประกันความปลอดภัยในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความริเริ่มสำคัญประการแรกภายใต้พันธมิตรใหม่นี้คือการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย จำนวน 8 ลำ โดยผู้นำทั้งสามกล่าวว่า กองเรือดำน้ำนี้จะไม่ติดอาวุธนิวเคลียร์ แต่เป็นเพียงเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เรือดำน้ำชนิดนี้จะช่วยให้กองทัพออสเตรเลียสามารถเดินทางไปและโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลจากชายฝั่งของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา มอร์ริสันยังประกาศด้วยว่า ออสเตรเลียจะได้มิสไซล์ครูซพิสัยไกล โทมาฮอว์ก จากสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116970</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, หุ้นส่วนด้านความมั่นคง, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_61436881c929b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษเริ่มวัคซีนบูสเตอร์สัปดาห์หน้า พร้อมฉีดไฟเซอร์ให้เด็กวัย12-15ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นโดสที่ 3 แก่บุคลากรด้านสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ด่านหน้า, ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่สัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันก็จะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 1 เข็มให้กับเด็กอายุ 12-15 ปีทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงถือป้ายต่อต้านการฉีดวัคซีนให้เด็กและวัคซีนพาสปอร์ต ขณะยืนจับมือกันเป็นโซ่มนุษย์ด้านนอกคิงคอลเลจ ลอนดอน เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน อ้างคำกล่าวของซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ที่เปิดเผยต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันว่าเขาอนุมัติคำแนะนำของคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค (เจซีวีไอ) ให้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนบูสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวย เชิน ลิม ประธานเจซีวีไอ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า โครงการนี้ได้รับการแนะนำเพื่อให้การคุ้มครองเพิ่มเติมเมื่อฤดูหนาวกำลังจะมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชากรวัยผู้ใหญ่ของอังกฤษราวร้อยละ 81 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว แต่อัตราการติดเชื้อยังคงสูง ฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาเพิ่มความกังวลว่าสภาพอากาศที่เย็นลงและการรวมกลุ่มทางสังคมมากขึ้นภายในอาคาร จะทำให้โควิดและโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่นหวัด แพร่กระจายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิมกล่าวว่า มีข้อมูลบ่งชี้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดโดยรวมลดลงเพียงเล็กน้อยหลังโดสที่ 2 จากมากกว่า 90% เหลือเกือบ 90% แต่ในกลุ่มผู้ที่อายุเกิน 50 ปีนั้นตัวเลขลดลงมากที่สุด ทำให้คนวัยนี้และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ควรได้รับวัคซีนบูสเตอร์ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้แน่นใจว่าระดับของการปกป้องจะยังสูงอยู่ระหว่างหน้าหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้ จาวิดเปิดเผยด้วยว่า เขาได้รับคำแนะนำจากคณะหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ (ซีเอ็มโอ) ให้ขยายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมกลุ่มอายุระหว่าง 12-15 ปี เพื่อปกป้องเยาวชนจากการติดเชื้อโควิด-19, ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในโรงเรียน และนักเรียนจะได้เรียนในห้องเรียนได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงว่า โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับเด็กกลุ่มนี้จะให้บริการฉีดที่โรงเรียน นักเรียนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง โดยมีเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้นักเรียนในอังกฤษราว 3 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า คณะหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์สหราชอาณาจักรแนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ 1 เข็ม ให้กับเด็กอายุ 12-15 ปี โดยจะเริ่มฉีดให้กับเด็กกลุ่มนี้ในอังกฤษตั้งแต่สัปดาห์หน้า โดยจะฉีดวัคซีนให้กับเด็กกลุ่มนี้ในสกอตแลนด์, เวลส์และไอร์แลนด์เหนือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ (ซีเอ็มโอ) ของอังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์และไอร์แลนด์เหนือแถลงก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ว่า ควรฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเด็กอายุ 12-15 ปี โดยพิจารณาปัจจัยด้านการศึกษาและสุขภาพจิตของเด็ก การฉีดวัคซีนให้เด็กกลุ่มอายุนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียน เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดได้ง่ายมากในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก โดยเฉพาะกับสายพันธุ์เดลตา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้เด็ก, วัคซีนบูสเตอร์, วัคซีนโควิด, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140ba67abbdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษเพิ่มไทยเข้า&#039;บัญชีสีแดง&#039;โควิด ห้ามเดินทางเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษเพิ่มไทยและมอนเตเนโกรเข้า &amp;quot;บัญชีสีแดง&amp;quot; ห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางจากสองประเทศนี้เข้าอังกฤษ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้า ส่วนชาวสหราชอาณาจักรมากลับถึงประเทศต้องกักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษออกคำประกาศว่า ประเทศไทยและมอนเตเนโกรจะถูกบรรจุเข้าบัญชีสีแดง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 (10.00 น.วันเดียวกันของไทย) สืบเนื่องจากอัตราผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพลเมืองชาวอังกฤษและไอร์แลนด์ รวมถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาจากประเทศในบัญชีสีแดง จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าประเทศ แต่ต้องกักตัวที่โรงแรมทันทีที่มาถึงเป็นเวลา 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษยังเพิ่มประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, แคนาดา, ฟินแลนด์, ลิทัวเนีย และลิกเตนสไตน์ เข้า &amp;quot;บัญชีสีเขียว&amp;quot; หรือจุดหมายที่ปลอดภัยในการเดินทางไปเยือน โดยผู้ที่เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรจะไม่ต้องถูกกักตัว ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114718</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีแดง, ห้ามเดินทางเข้า, อังกฤษ, โควิด-19, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612883ee447be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันมาแน่ มะกัน-ผู้ดีส่งทหาร3,600นายพาจนท.ทูต-พลเมืองหนีคาบูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เตรียมชิ่งก่อนแล้ว รัฐบาลสหรัฐประกาศส่งทหาร 3,000 นายมากรุงคาบูลเพื่อปฏิบัติการอพยพเจ้าหน้าที่ทูตและชาวอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานก่อนกรุงคาบูลตกเป็นของตอลิบัน ส่วนอังกฤษเตรียมส่งทหาร 600 นายอพยพคนของตนเช่นกัน นักรบตอลิบันเร่งเก็บแต้มยึดเมืองสำคัญเพิ่มเป็น 14 เมือง รวมถึงกันดะฮาร์และเฮรัต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กำแพงสถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูล (Photo by Paula Bronstein /Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมการอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐและอังกฤษเกิดในช่วงเวลาที่องค์การสหประชาชาติเตือนว่า การรุกคืบของตอลิบันถึงเมืองหลวงของอัฟกานิสถานแห่งนี้จะ &amp;quot;ก่อความหายนะต่อพลเรือน&amp;quot; และประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดนรีพับลิกันรุมตำหนิว่าดำเนินนโยบายแบบสะเพร่า หลังจากรายงานข่าวกรองระบุในสัปดาห์นี้ว่าตอลิบันอาจยึดเมืองหลวงได้ภายใน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันเริ่มเปิดฉากรุกขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับที่สหรัฐและพันธมิตรเริ่มการถอนทหารระยะสุดท้ายให้ทันตามแผนถอนยวงปลายเดือนนี้ แต่หลังจากหลายเดือนของการกวาดกลืนพื้นที่ชนบทที่ไม่ค่อยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตอลิบันรุกโจมตีเขตเมือง ขับไล่กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลแตกกระเจิง รอยเตอร์กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมถึงวันนี้ ตอลิบันเข้าควบคุมเมืองเอกของจังหวัดได้แล้ว 14 จังหวัด จาก 34 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองสำคัญล่าสุดที่ตอลิบันบุกยึดได้หลังจากการปะทะดุเดือดหลายวันจนฝ่ายรัฐบาลยอมล่าถอย คือเมืองกันดะฮาร์ในภาคใต้ ที่เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอัฟกานิสถาน และเมืองเฮรัตในภาคตะวันตกอยู่ติดชายแดนอิหร่าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูลาม ฮาบิบ ฮาชิมี สมาชิกสภาจังหวัดเฮรัต ที่มีประชากรราว 600,000 คนกล่าวว่า เมืองนี้เหมือนแนวรบ เป็นเมืองร้าง ชาวบ้านถ้าไม่หนีออกจากบ้านก็ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กันดะฮาร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า หลังการปะทะอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ตอลิบันก็สามารถควบคุมเมืองนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่และชาวเมืองนี้เมื่อเช้าวันศุกร์ว่า กองกำลังของรัฐบาลพากันถอนกำลังไปยังที่ตั้งทางทหารนอกเมือง ขณะที่โฆษกตอลิบันทวีตประกาศชัยชนะว่า พวกเขาพิชิตเมืองนี้ได้อย่างราบคาบ นักรบมูจาฮีดินเคลื่อนถึงจัตุรัสวีรชนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังของรัฐบาลยังควบคุมสนามบินกันดะฮาร์ ซึ่งเคยเป็นฐานทัพใหญ่อันดับสองของสหรัฐในอัฟกานิสถานช่วง 20 ปีของการยึดครองประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตอลิบันประกาศว่าสามารถยึดเมืองลัชการ์กาห์ เมืองเอกของจังหวัดเฮลมานด์ แหล่งปลูกฝิ่นในภาคใต้ ที่กองทัพสหรัฐและพันธมิตรต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธมานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเหลือเมืองใหญ่อีกไม่กี่เมืองที่รัฐบาลควบคุมไว้ได้ เช่น มาซะรีชะรีฟในภาคเหนือ และเมืองจาลาลาบาดที่อยู่ใกล้ชายแดนปากีสถานทางภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ประธานาธิบดีไบเดนยืนกรานว่าเขาไม่เสียใจกับการตัดสินใจเร่งการถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานก่อนวันครบรอบวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 แต่ความรวดเร็วและความง่ายดายที่เมืองต่างๆ ตกเป็นของตอลิบัน สร้างความประหลาดใจและทำให้สหรัฐต้องคำนวณใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษต่างประกาศแผนว่า จะรีบถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตและพลเมืองของตนออกจากกรุงคาบูล โดยเพนตากอนกล่าวว่า จะส่งทหาร 3,000 นายมายังกรุงคาบูลในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่ออพยพเจ้าหน้าที่ทูต แต่ย้ำว่าทหารอเมริกันจะไม่ปฏิบัติการโจมตีต่อต้านตอลิบัน ส่วนอังกฤษจะส่งทหารราว 600 นายมาช่วยอพยพพลเมืองของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตประเทศอื่นๆ และกลุ่มบรรเทาทุกข์ต่างๆ ก็เตรียมจะถอนคนของตนออกจากคาบูลเช่นกัน เอพีรายงานว่า รัฐบาลแคนาดาจะส่งทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาช่วยอพยพเจ้าหน้าที่ทูตออกจากคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนล ผู้นำสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การถอนตัวของสหรัฐกำลังส่งให้สหรัฐกระโจนเข้าสู่ภาคต่อที่เลวร้ายยิ่งกว่าการล่มสลายอันน่าอับอายของไซ่ง่อนเมื่อปี 2518 และเรียกร้องให้ไบเดนจัดส่งการสนับสนุนแก่กองกำลังอัฟกันเพิ่มเติม &amp;quot;หาไม่แล้ว อัลกออิดะห์และตอลิบันอาจฉลองครบรอบ 20 ปีการโจมตี 11 กันยายน ด้วยการเผาสถานทูตของเราในกรุงคาบูล&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐใช้เงินไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในสงครามยาวนานที่สุดของอเมริกาที่นี่ และสูญเสียทหารหลายพันนาย การถอนทหารเป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบันเมื่อปีที่แล้ว โดยตอลิบันตกลงจะไม่โจมตีกำลังทหารต่างชาติที่สหรัฐเป็นผู้นำ ระหว่างการถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน และจะพูดคุยสันติภาพกับรัฐบาลคาบูล แต่สัญญาประการหลังไม่มีความคืบหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, สถานทูตสหรัฐประจำกรุงคาบูล, สหรัฐ, ส่งทหารอพยพเจ้าหน้าที่ทูต, อังกฤษ, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116668ea334d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษระทึก กราดยิง6ศพที่เมืองพลีมัธ เด็กสังเวยด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุกราดยิงในเมืองพลีมัธ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิต 6 ศพรวมผู้ต้องสงสัยที่เป็นมือปืน เหยื่อรายหนึ่งเป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถตำรวจหลายคันอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุยิงกันที่ย่านคีย์แฮมของเมืองพลีมัธ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 (Photo by William Dax/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีรายงานในวันศุกร์ว่า หลังเกิดเหตุยิงกันเมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดี ตำรวจเทศมณฑลเดวอนและคอร์นวอลล์ประกาศว่าสถานการณ์ในพื้นที่คีย์แฮมของเมืองพลีมัธเป็น &amp;quot;เหตุการณ์วิกฤติ&amp;quot; แต่ต่อมาตำรวจระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับแจ้งเหตุยิงกันในย่านที่อยู่อาศัยใกลับกับท่าเรือของเมือง ตำรวจมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตอบสนองเหตุฉุกเฉิน รวมถึงหน่วยพยาบาลทางอากาศ แต่รายละเอียดของเหตุการณ์ไม่ชัดเจนจนกระทั่งตำรวจเดวอนและคอร์นวอลล์แถลงยืนยันเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ว่า มีผู้หญิง 2 คนและชาย 2 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนชายอีกคนที่เชื่อว่าเป็นมือปืน ถูกพบเสียชีวิตใกล้กัน ยังมีผู้หญิงบาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้น ณ ที่เกิดเหตุ แต่เธอมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เชื่อว่าทั้งหมดตายด้วยบาดแผลจากกระสุนปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากตำรวจยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต ลุค พอลลาร์ด ส.ส.เขตพื้นที่นี้ ทวีตว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนที่ส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่า เหยื่อกระสุนกับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมือปืน มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เมืองพลีมัธที่เกิดเหตุครั้งนี้มีประชากรราว 262,000 คน ตั้งอยู่ในเทศมณฑลเดวอนที่เงียบสงบทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเทศมณฑลเดวอนและคอร์นวอลล์กำลังสอบสวนเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น และขอร้องประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกวีดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่านำไปแชร์ทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาร์รอน หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ เผยกับบีบีซีว่า ได้ยินเสียงตะโกน ตามมาด้วยเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นมือปืนถีบประตูบ้านหลังหนึ่งและเริ่มยิงไม่เลือก ต่อมาเขาวิ่งออกจากบ้านและยิงปืนไปด้วย และยิงคนที่พบอีก 2-3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า เหตุคนร้ายยิงฆ่าหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในอังกฤษก่อนหน้านี้ เกิดเมื่อปี 2553 คนขับรถแท็กซีชื่อเดอร์ริก เบิร์ก ยิงคนตาย 12 ศพที่มณฑลคัมเบรีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, อังกฤษ, เมืองพลีมัธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116659023b51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ขอบคุณอังกฤษบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ตอกย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณมิตรไมตรีที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 415,040 โดสให้แก่ประเทศไทยในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการตามแผนกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน บรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การมอบวัคซีนจากสหราชอาณาจักร สะท้อนถึงความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนสะท้อนบทบาทของสหราชอาณาจักรในฐานะมิตรประเทศที่มีความร่วมมือกับไทยในหลายมิติมายาวนาน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข ที่ไทยและสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือมาอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมหลากหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินตามขั้นตอนต่อไป พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร เพื่อให้การรับมอบวัคซีนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งให้เตรียมแนวทางพร้อมดำเนินการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อได้รับวัคซีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอขอบคุณความสนับสนุน และความร่วมมือจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ที่มีให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111492</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อังกฤษบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f8286b193b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
