<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 22:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูจี&#039;ขึ้นศาลอีกรอบ อังกฤษคว่ำบาตรบริษัทของกองทัพเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี ขึ้นศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อแต่งตั้งทนายจำเลยอย่างเป็นทางการ ทนายเผยนางซูจีโดนข้อหาเพิ่มตามกฎหมายความลับทางราชการ ขณะรัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตรบริษัทของกองทัพเมียนมา พรรคของซูจีฉีกรัฐธรรมนูญทหาร กระตุ้นอารยะขัดขืนเผารัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชุมนุมต่อต้านรัฐประหารเมียนมาด้านนอกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยมีป้ายขององค์กร Thailand Human Right Campaign UK ปนอยู่ด้วย (Photo by Aaron Chown/PA Images via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นองค์กรสังเกตการณ์เอกชนในเมียนมา ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 535 คนแล้ว ขณะที่เมื่อวันพุธ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ประเทศ ประชุมฉุกเฉินที่นิวยอร์ก โดยคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา กล่าวเตือนว่า กองทัพเมียนมาไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ และเสี่ยงที่สถานการณ์ในเมียนมาจะเลวร้ายลงเป็นสงครามกลางเมือง การนองเลือดใกล้เข้ามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกด้านหนึ่ง สถานีเอ็มอาร์ทีวีของทางการเมียนมารายงานว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ประกาศหยุดยิงโดยฝ่ายเดียวกับกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 เมษายน พร้อมเรียกร้องให้ให้กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้รักษาสันติภาพ แต่เขายืนยันว่ารัฐบาลจะยังคงตอบสนองต่อการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางความมั่นคงและการบริหารงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาติมหาอำนาจพยายามกดดันกองทัพเมียนมาด้วยการคว่ำบาตรผู้นำทหารและผลประโยชน์ทางธุรกิจต่างๆ รวมถึงการค้าหยกและพลอย วันพฤหัสบดี รัฐบาลอังกฤษซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคม ประกาศคว่ำบาตรเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) บริษัทรวมธุรกิจที่กองทัพควบคุม ซึ่งโดนสหรัฐขึ้นบัญชีดำแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สองเดือนนับแต่เกิดการรัฐประหาร กองทัพเมียนมาดิ่งสู่จุดต่ำครั้งใหม่ด้วยการเข่นฆ่าประชาชนบริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ มาตรการลงโทษของอังกฤษครั้งนี้จะโจมตีท่อน้ำเลี้ยงสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นางซูจีปรากฏตัวต่อศาลในกรุงเนปยีดอผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยนางเผชิญข้อกล่าวหาหลายข้อที่อาจทำให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง การพิจารณาคดีครั้งนี้รวมถึงการแต่งตั้งทนายจำเลยอย่างเป็นทางการ 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คีน หม่อง ซอ หนึ่งในทนายความบอกกันนักข่าวว่า จากที่เห็นผ่านกล้อง นางซูจีมีสภาพร่างกายแข็งแรงดี นางยังคงฉลาดและมีเสน่ห์เช่นเคย นางต้องการให้มีการประชุมระหว่างนางกับทนายความ ที่เป็นการประชุมส่วนตัว เพื่อให้คำแนะนำต่อทนายความและหารือคดีโดยไม่มีตำรวจหรือทหารแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา เขาเปิดเผยอีกว่า นางซูจีถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ ที่เป็นกฎหมายเก่าแก่ยุคอาณานิคมและมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี คำฟ้องนี้ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม นอกจากนางซูจี รัฐมนตรีในรัฐบาลของนาง 3 คน และฌอน เทอร์เนลล์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจชาวออสเตรเลียที่โดนควบคุมตัวไว้ ก็โดนตั้งข้อหาตามกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลนัดไต่สวนครั้งถัดไปวันที่ 12 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารกำลังสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่านางซูจีรับสินบนเป็นทองคำและเงินสดมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ แต่ทนายผู้นี้กล่าวว่า คำกล่าวหานี้น่าจะยังไม่เป็นการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อดีต ส.ส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ที่พ้นตำแหน่งหลังรัฐประหารและหนีไปเคลื่อนไหวใต้ดิน ประกาศแผนการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน พวกเขายังกล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญปี 2551 ที่ร่างสมัยรัฐบาลทหารนั้นถูก &amp;quot;ยกเลิก&amp;quot; และในวันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงได้พากันจัดพิธีเผาสำเนารัฐธรรมนูญฉบับนี้บนถนนในนครย่างกุ้ง แล้วถ่ายภาพเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจของรัฐบาลทหารเมียนมาสั่นคลอนมากขึ้น ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตของกองทัพเมียนมา 2 แห่งในย่างกุ้ง โดยวางเพลิงเผาวอดวายเมื่อคืนวันพุธ และมีธุรกิจต่างชาติประกาศตัดสัมพันธ์เพิ่มอีก ได้แก่ บริษัท Giesecke+Devrient ของเยอรมนีที่จะหยุดส่งวัตถุดิบให้แก่ธนาคารกลางเมียนมาเพื่อใช้สำหรับการผลิตธนบัตร และบริษัทพลังงานทางเลือกจากฝรั่งเศส Voltalia ก็ถอนตัวจากเมียนมาเพราะวิกฤติการเมืองและมนุษยธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98063</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางอองซาน ซูจี, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อังกฤษคว่ำบาตร, เผารัฐธรรมนูญ, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065ea4b6bd54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะกัน-ผู้ดีแซงก์ชันบ.พม่าเพิ่ม เพื่อนบ้านอาเซียนไม่อยากแทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษประกาศคว่ำบาตรกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเมียนมาที่เป็นของกองทัพ ขณะรัฐมนตรีสิงคโปร์หารืออินโดนีเซีย ระบุทุกข์ใจกับการล้มตายในเมียนมา แต่ยังยึดหลักการต่างชาติไม่ควรแทรกแซง รัฐบาลทหารเมียนมาเดินหน้าปราบผู้ประท้วงต่อ จับกลุ่มเยาวชนจากย่างกุ้งคิดหนีไปเข้ากองกำลังกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนในย่างกุ้งที่ปกติการจราจรและผู้คนพลุกพล่านในชั่วโมงเร่งด่วน แทบกลายสภาพเป็นเมืองร้างเมื่อวันพุธระหว่างการสไตรค์เงียบทั่วประเทศ (Photo by Theint Mon Soe/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คำแถลงของกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัท เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์พับลิกคอมพานี (MEHL) และบริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (MEC) ที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่พวกนายทหาร ส่วนอังกฤษก็ประกาศแซงก์ชัน MEHL ที่เป็นของกองทัพเมียนมาเช่นกัน อ้างว่ากองทัพเมียนมาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า กองทัพเมียนมาควบคุมภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเมียนมาผ่านบริษัทโฮลดิงเหล่านี้ ขณะที่โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่า การคว่ำบาตรในวันนี้มุ่งเป้าที่ผลประโยชน์ทางการเงินของกองทัพเมียนมา เพื่อช่วยตัดท่อน้ำเลี้ยงสำหรับใช้กดขี่ปราบปรามพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบริษัทคลุมเครือทั้งสองแห่งนี้ถือหุ้นในอุตสาหกรรมหลากหลาย ตั้งแต่เบียร์, ยาสูบ, คมนาคม, สิ่งทอ, การท่องเที่ยว และการธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สหรัฐ, อังกฤษ และองค์การสหประชาชาติพยายามกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้ผล สหรัฐและอังกฤษประกาศคว่ำบาตรนายทหารและผู้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารแล้วหลายรายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอาเซียน รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซียและสิงคโปร์หารือกันเมื่อวันพฤหัสบดี และเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลทหารหยุดใช้อาวุธร้ายแรงกับผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความทุกข์ใจกับการสูญเสียชีวิต แต่ทางออกของปัญหาต้องเกิดจากภายในเมียนมาเอง &amp;quot;ทั้งอินโดนีเซียและสิงคโปร์เชื่อว่าไม่ควรมีการแทรกแซงจากต่างชาติ แต่อาเซียนก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมา กล่าวว่า นับแต่วันยึดอำนาจถึงขณะนี้มีคนถูกฆ่าตายมากกว่า 280 คนแล้ว แม้ตัวเลขที่โฆษกรัฐบาลทหารแถลงไว้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้อยู่ที่ 164 ราย ผู้เสียชีวิตถูกเรียกว่าเป็น &amp;quot;พวกผู้ก่อร้ายรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงยังคงท้าทายการปราบปรามของกองทัพ ด้วยการจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกผู้เสียชีวิตในช่วงกลางคืนวันพุธโดยท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิว และออกมาเดินขบวนกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อหลบเลี่ยงทหาร-ตำรวจ แต่ที่รัฐกะฉิ่น มีผู้ชุมนุมโดนจับกุมหลายคน แต่ผู้ประท้วงก็พากันบุกไปโรงพักเพื่อกดดันให้ตำรวจปล่อยตัว ทว่าเมื่อทหารมาถึงก็เปิดฉากยิงใส่ฝูงชน ชาวบ้านบอกว่ามีคนตายอย่างน้อย 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองพะอานในรัฐกะเหรี่ยง ผู้ประท้วงกำลังจัดวางกระสอบทรายตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ทหาร-ตำรวจมาเคลียร์พื้นที่โดยใช้ระเบิดเสียงและกระสุนยาง รวมถึงกระสุนจริง ในนครย่างกุ้งก็ยังคงมีการประท้วงตอนเช้ามืดเหมือนวันก่อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยว่า ตำวรจจับเยาวชนในย่างกุ้ง 14 คนขณะกำลังหนีออกจากเมืองไปยังดินแดนฝั่งตะวันออกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชนกลุ่มน้อย เอเอฟพีกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีคนหลายร้อยคนหนีไปยังรัฐกะเหรี่ยง ที่ซึ่งกองกำลังกบฏ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ให้ที่พักพิงแก่นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐกะยาที่อยู่ติดกัน ซึ่งพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นพีพี) ควบคุมพื้นที่บางส่วน มีคนจำนวนหนึ่งเดินทางไปหลบภัย คู อู เรห์ รองประธานเคเอ็นพีพี กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกตนอยู่ข้างประชาชน และว่าการยึดอำนาจครั้งนี้ทำให้ชาวพม่าซึ่งเป็นชนชาติส่วนใหญ่ในเมียนมา ได้รับรู้ความทุกข์ยากที่ชนชาติกะเหรี่ยงเผชิญมานานกว่า 70 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97318</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังกะเหรี่ยง, บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์พับลิกคอมพานี, พม่า, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, สหรัฐคว่ำบาตร, อังกฤษคว่ำบาตร, อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชันบริษัทเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605cc2cd79762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
