<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสั่งฟ้อง &#039;อัจฉริยะ&#039; คดีหมิ่นประมาท &#039;มัลลิกา&#039; ปมหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 - ที่สำนักงานอัยการ &amp;nbsp;จากกรณีที่พนักงานสอบสวนสน.พญาไท ควบคุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ข้อหาหมิ่นประมาท นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องข่าวหน้ากากอนามัยนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 มีความเห็นสั่งฟ้องนายอัจฉริยะฯ คดีดำ อ.639 /2564 ลงวันที่ 17 มี ค 2564 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าอัยการได้สั่งฟ้องนายอัจฉริยะ ฐานมีความผิดข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 โดยฐานความผิดนี้ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 328 การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กระจายภาพกระจายเสียง การป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ฐานความผิดนี้ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความลำนักงาน KAT โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความของนางมัลลิกา ระบุว่าคดีนี้จำเลยคือนายอัจฉริยะ กระทำความผิดชัดเจน ตามที่อัยการสั่งฟ้องขั้นตอนต่อไป และจะได้พิจารณาคดีความทางแพ่งต่อไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96597</URL_LINK>
                <HASHTAG>มัลลิกา, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605475fd24937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; จี้ &#039;มัลลิกา&#039; ลาออกที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ ปมกักตุนแมสก์ เพื่อรักษาอุดมการณ์พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า&amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ทำหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค โดยยื่นผ่านเจ้าหน้าที่พรรค มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;เรื่อง ขอให้สมาชิกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน สืบเนื่องจากกระแสข่าวที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวหาว่ามีขบวนการทุจริตหน้ากากอนามัยเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหญิงเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในความหมายนั้น ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมเข้าใจว่า น่าจะหมายถึงนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์) เป็นการสร้างความเสียหายแก่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อโซเชียล และสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆอย่างกว้างขวาง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้มีมาตรฐานในการปฎิบัติกับสมาชิกพรรคผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน เมื่อถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะต้องพิจารณาตัวเองลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือของนายเทพไท ยังได้ยกตัวอย่างเช่น กรณีนายวิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับปลากระป๋องเน่าที่จังหวัดพัทลุง และกรณีนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถูกข้อกล่าวหาว่ามีเรื่องไม่มีความโปร่งใสในการจัดทำงบประมาณ และกรณีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถูก ปปช.ชี้มูลความผิดในคดีจัดซื้อรถดับเพลิง ซึ่งสมาชิกพรรคทั้ง 3 คนนี้ได้แสดงสปิริตทางการเมือง นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการรักษามาตรฐานทางการเมืองของพรรคไว้อย่างเคร่งครัด ที่ได้ยื่นหนังสือการลาออกจากตำแหน่งทันทีโดยไม่มีการบีบบังคับใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าในภายหลังจะมีผลการสอบสวนว่า ไม่พบการกระทำความผิดก็ตาม แต่บุคคลเหล่านั้น ก็ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองให้สังคมเห็นเป็นประจักษ์มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของนางมัลลิกา เมื่อถูกข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหน้ากากอนามัย ของกระทรวงพาณิชย์ ขัดต่อข้อบังคับพรรคข้อ115 พรรคต้องดำเนินการในมาตรฐานเดียวกับสมาชิกพรรคทุกคน เพื่อดำรงไว้ซึ่งจุดยืนของพรรคในการปฎิบัติต่อสมาชิกของพรรคอย่างเท่าเทียมกัน ในการนี้จึงขอให้คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มีมติแต่งตั้งนางมัลลิกา เข้ารับตำแหน่งทางการเมือง ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 98 และข้อ 99 ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามข้อบังคับพรรค ข้อ121 และมีมติให้นางมัลลิกาลาออกจากตำแหน่งไว้ก่อน ถ้าการสอบสวนได้ข้อยุติว่าไม่มีความผิด ก็สามารถแต่งตั้งเข้าไปรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีได้อีกครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นความสง่างามของพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กักตุนหน้ากากอนามัย, จี้ลาออก, นักการเมืองหญิง, มัลลิกา บุญมีตระกูล, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72e13a9a7e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาคืน!&#039;ปารีณา&#039;ส่งทนายยื่นฟ้อง&#039;วีระ-อัจฉริยะ&#039;หมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มอบอำนาจให้ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ อายุ 52 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นจำเลย โดยแยกฟ้องคดีเป็น 2 สำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า น.ส.ปารีณา ได้ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด กรณีกล่าวหาว่าฟอกเงิน ส่วนนายอัจฉริยะนั้น ได้พูดจาในทำนองเหยียดหยามว่าเป็น ส.ส.กระจอก ซึ่งประเด็นปัญหาที่นำคดีมาสู่ศาลก็เพื่อเปิดโอกาสให้มีการพิสูจน์ความจริงที่คลาดเคลื่อนอยู่บางประเด็นในสังคม หวังว่านายวีระและนายอัจฉริยะ คงพร้อมที่จะนำความจริงมาพิสูจน์กัน ส่วนตนเองได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว โดยทั้งสองคนดังกล่าวเชื่อว่า น.ส.ปารีณา ถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อย มีการแบ่งแยกออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน ตนเองจึงอยากทราบว่า ที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างถึงนั้นอยู่ที่ใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวีระกับนายอัจฉริยะกล่าวเท็จในประเด็นใดบ้าง&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า มีหลายจุดมาก เพราะทั้งสองคนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้เยอะมาก ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในคำฟ้อง ความจริงบุคคลที่ทำงานสาธารณะระดับนี้ไม่ควรกระทำ เราอยู่ในสังคมทำงานสาธารณะ ความจริงและความสุภาพเท่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เห็นว่าการใช้อากัปกิริยาเหยียดหยามบุคคลที่ทำงานให้แก่สังคมและสาธารณะด้วยกันเอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา (2ธ.ค.) นายอัจฉริยะ ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กล่าวหาว่า ที่ดินของ น.ส.ปารีณารุกล้ำที่ดินของชาวบ้าน โดยมีการล้อมรั้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่า ตามแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกา ระบุว่า ไม่ว่าที่ดินแปลงนั้นจะเป็นของใคร ถ้าหากเป็นการต่อสู้ระหว่างราษฎรด้วยกันเอง ส่วนข้อโต้แย้งซึ่งกันและกัน ก็มีหน่วยงานรัฐที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แม้กระทั่งศาลเองก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่จะแก้ไขปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันที่ดินของ น.ส.ปารีณาไม่ได้รุกล้ำที่ดินของชาวบ้านได้หรือไม่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้สอบถาม น.ส.ปารีณาอย่างละเอียด แล้วก็ไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่นำมาฟ้องต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ฟ้องนายวีระข้อหาบุกรุกด้วยหรือไม่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า นายวีระรู้ตัวเองดี ไม่ว่าจะอ้างว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ป่า หรือป่าสงวนแห่งชาติ หรือไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม ถ้าหากมีบุคคลใดหวงห้ามอยู่ การเข้าไปแม้เพียงนิดเดียว ก็ถือว่าบุกรุก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ฟ้องข้อหาบุกรุก เพราะว่า คำฟ้องวันนี้ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า พร้อมจะพิสูจน์ให้ น.ส.ปวีณาเห็นได้ไหมว่า ที่ดินที่อ้างว่ามีการแบ่งแยกเป็น 3 แปลง นั้นอยู่ตรงไหน ซึ่งเขาใช้คำนี้หมายความว่าต้องมีที่ดินแปลงใหญ่อยู่ก่อนแบ่งเป็น 3 แปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาจะต้องพิสูจน์ เราเปิดคดีขึ้นเพื่อให้ไปตามวัตถุประสงค์ ทั้งนายวีระและนายอัจฉริยะว่าจะนำความจริงมาพิสูจน์ให้กระจ่างในสังคม ส่วนอธิบดีกรมป่าไม้นั้น เท่าที่ตนเองได้ฟังสัมภาษณ์ล่าสุดทางสื่อมวลชนนั้น หลายประเด็นก็ตรงกับหลักฐานที่ตนเองมีอยู่ โดยระมัดระวังขึ้นเยอะ ซึ่งเราเตรียมหลักฐานไว้เยอะ เพียงแต่พิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่แค่นั้นเอง ถ้าอธิบดีกรมป่าไม้ท่านให้สัมภาษณ์ไปตามระบบของหน่วยงานราชการ เราพร้อมจะหยุด ก็อยู่ที่ท่านอธิบดีเอง แต่ตนเองก็สงสัยจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมป่าไม้ว่า จะสงวนเรื่องแผนที่ไว้ทำไม เพราะขณะนี้เราโต้เถียงกันอยู่เรื่องแผนที่ ก็เรียกร้องให้อธิบดีเปิดเผยให้สังคมได้ทราบความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าสิ่งที่ น.ส.ปารีณาติดใจ ประเด็นมาตราวัดของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับกรมป่าไม้ ยังคงไม่ตรงกันใช่หรือไม่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอเรียนว่า น.ส.ปารีณาไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมาย หรือข้อมูลของหน่วยงานราชการมากนัก ก็เหมือนกับราษฎรทั่วไป แต่ปัญหาที่นักกฎหมายมองนั้นไม่ใช่แค่เรื่องแผนที่ แต่มันมีอย่างอื่นซ้อนอยู่อีก เราก็เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งถ้าหากมีประเด็นใดที่เป็นก้าวล้ำสิทธิ์ของ น.ส.ปารีณา ก็จำเป็นต้องป้องกันสิทธิและเกียรติยศของท่านอยู่แล้ว จากเมื่อวันก่อนอธิบดีกรมป่าไม้เคยพูดว่า สปก.ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่วันนี้ให้สัมภาษณ์ว่าที่ดินนั้นอยู่ในเขต สปก.และ สปก.จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก็แสดงว่า สปก.เกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่ นี่คือความชัดเจนที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าสังคมจะต้องกระจ่างว่าที่ดินแปลงนี้ การเข้ามาสู่อำนาจการดำเนินงานของ สปก.ได้นั้น เกิดขึ้นได้อำนาจของกฎหมายใด เพราะไม่มีใครพูดออกมาว่าก่อนที่ ที่ดินจะมาอยู่กับ สปก.นั้นจะต้องมีการเพิกถอนที่ป่าและที่ป่าสงวนหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนนั้น เพิกถอนกันเมื่อไหร่แค่นั้นเอง และถ้ามีการเพิกถอนก่อนหน้านี้แล้ว ความเป็นป่าและป่าสงวนก็ไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หมายความว่าก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ได้มอบหมายให้ สปก.นำที่ดินไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านถือสิทธิที่ดินทำกินแล้วใช่หรือไม่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า เรายังไม่ชัดเจนถึงตรงนั้น เพราะว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เรารออยู่เช่นกัน ตอนนี้เรารอข้อมูลอยู่อีก 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนข้อมูลอีก 80 เปอร์เซ็นต์นั้นเรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่อยากออกมาพูดให้เป็นวาทะอยู่ในสังคม หรือทำให้หน่วยงานราชการต้องกังวล แต่เราพร้อมพิสูจน์ความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า น.ส.ปารีณามั่นใจในพยานหลักฐานการถือครองที่ดินที่ตนเองมีอยู่ใช่หรือไม่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณาก็แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว แสดงว่าท่านพร้อมก็ไม่เคยปกปิด เช่น การยื่น ภ.บ.ท.5 เลขที่อะไร ยื่นเสียภาษีเมื่อปีไหน ก็ชัดเจน ซึ่งการเสียภาษีตาม ภ.บ.ท.5 นั้นมีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเฉพาะ ซึ่งตนเองเคยทำคดีลักษณะนี้ ทางดีเอสไอเคยรวบรวมข้อเท็จจริงไว้จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ยืนยันว่าการใส่ชื่อของนิติบุคคลหรือบุคคล หรือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อในใบ ภ.บ.ท.5 นั้นสามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดไว้ ก็แสดงว่าที่ชำระเสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องมีการยืนยันได้ในระดับหนึ่ง สำหรับใบ ภ.บ.ท.5 ตัวจริงนั้นมีขนาดเท่ากระดาษเอ 4 ด้านหน้าจะบอกว่าใครเป็นผู้ถือครองและก่อนหน้านั้นใครเป็นผู้ถือครอง ส่วนด้านหลังเขียนเป็นรูปแผนที่ เหมือนกันกับโฉนดที่ดิน แสดงว่าจะต้องมีการรังวัด มีการกำหนดเขต มีการพูดคุยกันระดับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผุ้ปกครองท้องที่ ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถยืนยันได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ใช้กรรมสิทธิก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเสร็จแล้ว ทนายความได้ยื่นคำฟ้อง และศาลได้รับคำฟ้องคดีฟ้องนายวีระ สมความคิด ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562 &amp;nbsp;โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น. และคดีฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3201/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา ไกรคุปต์, วีระ สมความคิด, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4dbcd0cb06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาม ชุติมา&#039;ร่ำไห้ก้มกราบ&#039;ค่ายนายพล&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลายเป็นข่าวที่ทำเอานักร้องสาว อาม ชุติมา ถึงกับช็อก หลังจากที่ ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ เจ้าของค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ฟ้องศาล เรียกค่าเสียหาย 21 ล้าน หลังเกิดเหตุขัดแย้งกัน ซึ่งฝ่ายอาม ชุติมา ขอคืนอิสรภาพ อ้างสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยมี 2 ทนายดังยื่นมือมาช่วยเหลือ ล่าสุดรายการโหนกระแส วันนี้ (30 ตุลาคม) ได้เปิดใจสัมภาษณ์ อาม ชุติมา ที่มาพร้อมกับ &amp;ldquo;พรพล&amp;rdquo; เจ้าของค่ายนายพล รวมทั้ง อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ และ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เหตุการณ์วันนั้นที่น้องอามถูกจับ ที่วังน้ำเย็น หลังจากนั้นทนายความประจักษ์ชัย บอกว่าถ้าไม่อยากติดคุกให้โทรตามคุณพล เขาเอาเบอร์โทรศัพท์ และทำสัญญากันตอนตีสอง หลายคนมองว่าทั้งหมดรู้กัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ไม่ได้รู้กัน เริ่มแรก ผมไม่รู้จักอามเป็นการส่วนตัว แต่นับถือเขาเป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่ง วันที่ 6 เดือน 6 ปี 61 พอไปปุ๊บ ผมก็ว่าน้องคนนี้ เขาไม่อยากอยู่กับไหทองคำ ผมก็ช่วยเขามาตลอด หนึ่งพยายามคุยกับประจักษ์ชัยว่าให้คุยกันดีๆ หาทางออกดีๆ กัน น้องยังเด็ก น้องก็ทำให้คุณพอสมควรแล้ว นี่เราคุยกัน น้องอามก็ถามผมก่อนกลับว่าหนูขึ้นงานได้มั้ย ทำการแสดงได้ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมช่วยเหลือเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมบอกว่ารับงานได้ ผมบอกว่าอามขึ้นเลย มีอะไรเดี๋ยวผมไปช่วย ทุกที่ ผมไม่มีเจตนาตรงนั้นอยู่แล้ว คุณประจักษ์ชัยต้องฟ้องผมด้วยตอนนี้ เพราะผมไปทำสัญญาซ้อน ไม่มีการรู้กัน &amp;nbsp;ผมเปิดตรงนี้ได้ไหมอามจะได้เห็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อันนี้ให้ดูคดีระหว่างนายพล คือคุณประจักษ์ชัย เรื่องการผิดสัญญาเรียกค่าเสียหาย เป็นเงิน 2 ล้านบาท ฟ้องที่ศาลจังหวัดธัญบุรี แสดงว่าไม่รู้กัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมรู้เห็นเป็นใจกับเขาผมก็ต้องดับเครื่องชนกับเขา เพราะผมก็ถือตัวนั้นไว้ เขาก็ถือไว้ ผมมีสิทธิ์ฟ้องเขา แต่ผมไม่เคยตอบโต้อาม ทุกครั้งไม่เคยเลย บริษัทนายพล เรารู้ว่าเราอยู่ในที่ของเรา เราไม่เคยตอบโต้กับเด็ก ตอบโต้ไปเราก็เสีย แล้วอามไปให้สัมภาษณ์ ผมก็ไม่ติดใจ เพราะเขายังเด็ก ผมไม่ได้หลอกเขา การที่เขาต้องเซ็น ผมจะบอกว่าประจักษ์ชัยต้องด่าผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทนายความประจักษ์ชัยให้เบอร์ผม เพราะผมเคยจ้างเขาเมื่อ 10 ปีก่อน ทนายประจักษ์ชัย เป็นสิบปี เรารู้จัก แต่น้องอามไปขอเบอร์เขา ทีแรกเขาหาเบอร์เฮียพล แต่หาไม่เจอ ทั้งที่ผมให้เบอร์ทั้งน้องอาม คุณริน คุณรินติดต่อผมตลอด พอคุณรินติดต่อมา ว่ามีอะไร เขาบอกว่าน้องอามโดนจับที่วังน้ำเย็น ผมก็ถามว่าจะให้ผมไปช่วยไหม เอามายันได้ ผมมาช่วย ไม่ได้มีเจตนา ผมก็ยกหูหาประจักษ์ชัย นายขอได้มั้ยเรื่องนี้ เดี๋ยวเรามาคุยกันนอกรอบ แล้วพยายามเอาน้องกลับบ้าน จนมาเป็นบันทึกใบนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นข้อสัญญาที่ถูกทำไว้ใบบันทึกประจำวัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;นี่ผมช่วยเขาโดยเฉพาะเลย เขาต้องการออกจากประจักษ์ชัย ผมทำแบบนี้เพื่อให้มีเงื่อนปม เพราะสัญญาประจักษ์ชัยไม่มีคำว่าสิทธิ์ของนักแสดง ผมเลยให้อามโอนสิทธิ์นักแสดงมาทางนี้ก่อน สมมติประจักษ์ชัยให้ไปจับ ผมก็จะใช้ใบนี้แย้งเขา ซึ่งเขาไม่มีอะไรตรงนี้ และตรงนี้สามารถให้อามขึ้นแสดงได้ เขาต้องเข้าใจนะ เพราผมช่วยเขาตลอด ถ้ามีใบนี้ทนายไปจับ คุณยื่นใบนี้ต่อพนักงานสอบสวน เดี๋ยวผมวิ่งไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การที่ทำสัญญาฉบับนี้ ลงในใบบันทึกประจำวันไม่กลัวประจักษ์ชัยฟ้องหรือ เพราะเหมือนไปทำสัญญาซ้อน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ผมก็บอกพี่อัจกับทนายสงกานต์ ผมกลัวนะไม่ใช่ไม่กลัว แต่ใจผมหวังช่วยเขา นี่คือล้านเปอร์เซ็นต์ แต่น้องเข้าใจผิดว่าผมอยากได้ตัวเขา ไม่ใช่ ผมผ่านตรงนี้มาหมดแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัจฉริยะ : &amp;ldquo;เขาไปร้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ฟ้องน้องอาม 21.6 ล้าน ผมบอกประจักษ์ชัยไว้ล่วงหน้าเลย ติดคุกแน่นอน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายสงกานต์ : &amp;ldquo;คนสงสัย เพราะมีใครบางคนไปไลฟ์บอกว่าอามไม่ต้องกลัวนะ มาหาพี่ คนบ้านเดียวกันนะ สองคลิป แล้วอยู่ดีๆ ไม่รู้ใครบางคน อ่านคอมเมนต์กันสนุกเลย พยายามให้อามติดต่อ แต่อามไม่ติดต่อ ไม่รู้ใคร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาม : &amp;ldquo;ถูกนายห้างฟ้อง 21 ล้าน ตกใจค่ะ ทำอะไรไม่ถูกเลยตอนที่เห็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ผมว่าเงินไม่เท่าไหร่ เข้าใจความรู้สึกและศักดิ์ศรี แต่ผมคิดว่าคุณประจักษ์ชัยไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนี้ ลึกๆเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่คอนเน็กชั่นเขาอินดี้ การพูดจาโผงผางไปนิดนึง ผมก็เตือนประจักษ์ชัยแล้ว เรามาคุยกันดีๆ สองเรามีทางออกอย่างไร ไม่ต้องไปฟ้องหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;หลังกลับจากรายการ ผมพยายามไปหาประจักษ์ชัย ว่าเราจบกันดีๆ ดีกว่า แล้วหาทางลงให้แก ว่าจะลงแบบไหน เพราะแกก็เสียหายเยอะ ขนาดผมเป็นตัวท้ายสุด ผมก็โดนมากมาย หากินกันไม่ได้ เป็นผลพวงจากทางนี้ เพราะอามไปออกข่าวว่าผมไปหลอกลวงเซ็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อามมีสัญญาสองเด้ง เด้งแรกอยู่กับประจักษ์ชัย กับอีกอันสัญญาศิลปิน สิทธิ์นักแสดงอยู่กับพี่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายสงกานต์ : &amp;ldquo;แล้วคู่กรณีของอามไปให้ข่าวว่าถ้าเขาเป็นอาม ทำสัญญาซ้อน ผูกคอตายดีกว่า มันเจ็บปวดนะ เดิมที เมื่อวานใครบางคนนัดกับพี่อัจไว้ แต่ไปเฉลยในรายการ ว่าไปฟ้องในรายการตั้งแต่ 9 โมง เป็นเทคนิค ผมฟังแล้วตกใจ เขาบอกว่าฟ้องก่อนได้เปรียบ ผมงง คิดอย่างนี้ได้ไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รู้ไหมว่าเขาจะไปฟ้อง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ไม่รู้ครับ รู้ตอนที่เขาส่งมาให้ผมดู&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัจฉริยะ : &amp;ldquo;ผมมารู้ตอนบ่าย ที่ปชน. เอ้า แถลงข่าวฟ้องอาม 21 ล้าน คุยกลางวันเมื่อคืนอะไรวะ ที่บอกว่าอยากเจรจา ทำสัญญาประณีประนอมยอมความหมดแล้ว เขาทำมาให้เราตรวจ เราก็ส่งกลับไปให้เขาดู เช็กกันหมด ผมก็ถามว่าพระอาจารย์ตกลงชัวร์นะ นายกสมาคมว่าไง บอกว่าโอเคไม่มีปัญหา ผ่านพี่ไวพจน์ ผมก็บังคับเมียด้วย ตีหนึ่งตีสอง ตรวจสิ ช่วยกันดู กะว่าวันนี้จะแถลงข่าวตอน 11 โมง บอกน้องอามว่าจบแล้วล่ะ จะได้จบทั้งสองฝ่าย ไปทำมาหากินกันไป จะได้ทำงานของพี่มั่ง ทีนี้พลิกเลย บ่ายมาฟ้อง มีคนนึงยิ้มแฉ่งเลย โถส้วม เข้าทาง ทั้งไลฟ์สด ทั้งโพสต์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเรียกว่าโถส้วม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัจฉริยะ : &amp;ldquo;ผมเรียกว่าโถส้วม เพราะเกาะคดีตั้งแต่หวย 30 แล้ว คนนี้ไม่ค่อยมีคดี ไม่คนจ้าง มีคนดูเท่าไหร่รู้เปล่า 500 แล้วปิดคอมเมนต์ด้วยนะ ไม่กล้าเปิดคอมเมนต์สาธารณะ ผมบอกเลยนะ โถส้วมเอ้ย ขนาดกฎหมายยังไม่แม่นเลย ดีไม่ดีไปฟ้องผิดศาล เพราะคดีละเมิด ศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ผมก็มองว่าโถส้วมฟ้องละเมิดผิดศาลหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้างโถส้วมเมื่อไหร่ คุณประจักษ์ชัยติดคุกแน่ วันนี้ไปร้องอธิบดีกรมสรรพากร ให้ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่ให้ความชวยเหลือคุณประจักษ์ชัยกับพวก โดยมีลำไยด้วย และตรวจสอบภาษีย้อนหลัง มากกว่าร้อยล้าน พรุ่งนี้ถ้าประจักษ์ชัยไม่ยอมคุย พรุ่งนี้ฟอกเงิน ให้เวลาคุณประจักษ์ชัยคืนนี้ต้องเรียบร้อย ให้พรุ่งนี้ 10 โมงไม่เรียบร้อย ร่วมกันฟอกเงิน ต้องมาคุยกัน ไม่ได้บังคับว่าต้องมาที่นี่ ให้สมัครใจ พิจารณาดูว่าสิ่งที่คุยกันอยู่สองวันนี้โอเคไหม ถ้าไม่โอเค พรุ่งนี้ร่วมกันฟอกเงิน และอายัดทรัพย์หุ้นของบริษัทไหทองคำเรคคอร์ด เช็กมาหมดแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ผมไม่ได้ต้องการอามหรอก แต่ผมพูดกับอามตลอดว่าเขาอยากออกจากไหทองคำแน่ อามบอกว่าหนูบอกนายห้างไปแล้ว ผมก็บอกทุกอย่าง ผมจะไปนั่งทำไม 7-8 ชม. ไปเคลียร์เรื่องคิวอย่างเดียว ถูกไหม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายสงกานต์ : &amp;ldquo;เขียนบันทึกยกเลิกต่อหน้าประชาชนได้ไหม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;แน่นอนครับ คืนให้เลยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในมือผมเป็นบันทึกยกเลิกสัญญา ทำไว้วันที่ 30 ตุลาคม 2561 ขอทำบันทึกยกเลิกสัญญากับอาม ชุติมา ตามที่ได้ทำไว้ที่โรงพักวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ขอยกเลิกสัญญาฉบับดังกล่าว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีการฟ้องร้องใดๆ จากทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายเซ็น และมีพยาน ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัจฉริยะ : &amp;ldquo;ผมพูดตรงๆ ถ้าวันนี้คุณประจักษ์ชัยอยากมีโอกาส ผมว่ามาคุยกันได้อยู่ ให้โอกาสน้องเขาไปประกอบอาชีพ คุณมีสัญญาแค่กระดาษใบนึง แต่สัญญาทางใจ ใจน้องเขาไม่อยู่แล้ว ให้น้องเขาไปโบยบินดีกว่า เขาเองก็ไม่ต้องเสียหายมากขนาดนี้ ถ้าไม่เชื่อผม แต่ไปเชื่อโถส้วม นอกจากเขาโดนฟอกเงินแล้ว เขาสิ้นเนื้อประดาตัวแน่นอน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรพล : &amp;ldquo;ผมก็บริสุทธิ์ใจกับน้องอามมาตลอด ผมเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าผมเป็นคนอคติกับเขาหรือเคี่ยวกับเขา ผมก็ต้องสู้กับเขา แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกคืนให้น้อง ให้น้องไปนอนคิดว่าผมทำให้เขาโดยที่ผมไม่ได้หลอกเขา เราบริสุทธิ์ใจอยากช่วยเขาจริงๆ อยากให้เขาเติบโตในวันข้างหน้า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาม : &amp;ldquo;วันนี้หนูขอบคุณนายห้าง ขอบคุณผู้ใหญ่ ทนาย พี่อัจ (ร้องไห้) ขอบคุณประชาชนที่เป็นกำลังใจให้หนู หนูอยากขอโอกาสจากอาจารย์ อยากให้มาไกล่เกลี่ย พูดคุยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายนายพล, ค่ายไหทองคำเรคคอร์ด, ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์, ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์, พรพล, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์, อาม ชุติมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd82df90f812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นใจแล้ว!สาวชนเผ่าวัย22กินยาฆ่าตัวตายหลังถูกอดีตผญบ.ลวงข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีการแชร์เรื่องราวว่าหญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี ถูกชาย 4 คนรุมโทรม จนต้องกินยาฆ่าตัวตาย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ แต่ก็สามารถช่วยชีวิตไว้ได้โดยเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานและทนายความชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเดินทางไปตรวจสอบที่อพาร์ทเม้นท์กลางเมืองลำปาง ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุกรณีสาวชาวม้งวัย 22 ปี ที่อ้างว่าถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านในอำเภอพบพระ จ.ตาก พร้อมพวกอีก 3 คน รุมโทรมภายในอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 14 ก.ค.และออกจากที่พักในเช้าวันที่ 15 ก.ค.&amp;nbsp;โดยสอบถามพนักงานของอพาร์ทเมนท์ที่เปิดเช็คอินในวันที่เกิดเหตุพบว่าหญิงสาวชาวม้งได้เปิดห้องพัก พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจริง แต่ฝ่ายชายเดินทางออกจากอพาร์ทเมนท์ดังกล่าวเพียงคนเดียวแจ้งพนักงานว่าจะไปซื้อกับข้าวมากินแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพนักงานยืนยันว่า พบเพียงการเปิดห้องพัก&amp;nbsp;1 ห้องบริเวณชั้น 2 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นใส่ผ้าหน้ากากอนามัยปิดใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเพียงคนเดียว เพราะจากการตรวจสอบและพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทางน้องสาว ได้ข้อมูลตรงกันว่า เรื่องทั้งหมดคือผู้เสียหายได้รู้จักอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวทางเฟซบุ๊ค เนื่องจากอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวขายสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยเกี่ยวกับอาการปวดเมื่อย จนวันที่ 14 ก.ค.&amp;nbsp;อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเอายามาส่งให้สาวม้งโดยให้มารับในตัวเมืองลำปาง จึงขึ้นรถตู้จากอำเภองาวเข้ามาในตัวเมืองลำปาง และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเพื่อเอายาและจ่ายเงิน เมื่อไปถึงอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกกลอุบายหลอกลวงชวนไปกินข้าวในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วล่อลวงไปที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง และถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านล่วงละเมิดทางเพศก่อนที่อดีตผู้ใหญ่จะใช้กล้องถ่ายรูปของสาวม้งถ่ายภาพและคลิป ซึ่งมาทราบภายหลังว่าหลังถ่ายแล้วได้มีการส่งภาพไปยังกลุ่มไลน์ชาวม้งได้ดู &amp;nbsp; ส่วนผู้ชายอีก 3 คน ไม่ได้ล่วงละเมิดแต่มาพบกันทีหลังภายนอกอพาร์ทเมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.สาวผู้เสียหายทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลลำปาง ทนายความอัจฉริยะ ได้ปรึกษาหารือกับญาติของผู้เสียชีวิต เนื่องจากต้องทำพิธีทางศาสนาแต่ด้วยที่ผู้เสียชีวิตเป็นชนเผ่าเมี่ยน ตามประเพณีคือ หากเสียชีวิตในบ้านก็จะทำพิธีในบ้าน แต่หากเสียชีวิตนอกบ้านก้ให้ทำพิธีข้างนอก แม้ว่าญาติอยากจะพากลับบ้านก็ตาม แต่ด้วยประเพณีแล้วก็คงจะต้องทำพิธีที่ลำปาง โดยที่จะไม่มีการสวดใดๆหรือเก็บศพไว้3วัน7วันเหมือนกับการตั้งสวดอภิธรรมเหมือนกับคนพื้นเมืองทั่วไป แต่สำหรับกรณีนี้ หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็จะหาวัดและรีบดำเนินการเผา หลังจากนั้นถึงจะนำกระดูกกลับไปทำพิธีส่งดวงวิญญาณที่บ้านเกิดคือจังหวัดน่านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านคดีคงไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเมื่อสองวันก่อนหลังจากที่มาดูอาการของผู้เสียหายก็รู้แล้วว่าน้องซึ่งกินพาราควอดเข้าไปคงอยู่ได้ไม่นานจึงให้ผู้เสียหายมอบอำนาจให้กับพ่อเป็นผู้ดำเนินการแทน ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายเสียชีวิตพ่อหรือทายาทคนอื่นก็ยังสามารถดำเนินการต่อได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้หลักฐานต่างๆคิดว่าเพียงพอแล้วที่จะให้ตำรวจออกหมายจับในวันที่ 26 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลำปาง, สาวม้งกินยาตาย, สาวม้งเสียชีวิต, อดีตผู้ใหญบ้านข่มขืน, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b592020ef888.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
