<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกร.หวังรัฐอัดฉีดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2564 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่าที่ประชุม กกร. ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจปลายปีนี้น่าจะดีขึ้นจากมาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงนี้ เช่น โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ที่ขยายสิทธิเพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ จะเป็นแรงเสริมภาคการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮ ซีซั่น)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นรัฐบาลควรมีมาตรการเสริม ทั้งช้อปดีมีคืน และเติมเงินให้คนละครึ่ง เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ควบคู่กับแผนการเปิดประเทศที่รัฐบาลประกาศไว้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และนักลงทุนต่างประเทศ แม้เวลา 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะมีไม่มาก แต่จะส่งผลดีและสร้างความเชื่อมั่นในระยะต่อไป ซึ่ง กกร. กำลังรวบรวมประเด็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับมาตรการการเงิน การคลัง และภาษี และส่งหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้&amp;rdquo;นายสนั่น กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ที่ประชุม กกร.ประจำเดือนต.ค.2564 มีมติเห็นชอบปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ดีขึ้นมาอยู่ในกรอบ 0.0-1.0% จากก่อนหน้านี้คาดไว้ติดลบ 0.5% ถึงโต 1% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและตัวเลขการติดเชื้อโควิด-19 หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ไปอีกระยะ&amp;nbsp;ส่วนการส่งออก กกร. ยังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวไว้ที่ 12-14% จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดี ภายใต้เงื่อนไขค่าระวางเรือที่ไม่สูงจนเกินไป สามารถควบคุมการระบาดในกลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรมได้ และการฉีดวัคซีนให้แรงงานได้ทั่วถึง เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ยังคงคาดการณ์อยู่ในกรอบ 1-1.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กกร.มองว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิ-19 ในปัจจุบันทรงตัวถึงลดลง หลังมีการจัดหาและจัดสรรวัคซีนกระจายวัคซีนไปต่างจังหวัดมากขึ้น ภาครัฐจึงเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยเปิดดำเนินการได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังต้องจับตามองมาตรการผ่อนคลายที่จะออกมากลางเดือน ต.ค.ถึงต้นเดือนพ.ย.ต่อไป&amp;rdquo;นายสนั่น กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยลบเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมของประเทศ แม้หลายพื้นที่จะเริ่มมีระดับน้ำ&amp;nbsp;ที่ลดลงบ้าง แต่ยังคงมีพื้นที่เฝ้าระวังหลายแห่ง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง โดยเบื้องต้นประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะกระทบเศรษฐกิจประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่ายังต้องติดตามปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ยังกระทบต้นทุนการผลิต การขนส่ง การเดินทางของภาคธุรกิจ และประชาชนในวงกว้าง ประกอบกับเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นในอัตราที่เร่งตัวขึ้น แม้การอ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลดีต่อธุรกิจส่งออก แต่ธุรกิจและอุตสาหกรรมหลายสาขาได้รับผลกระทบตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้คณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กบง.) จะมีมติลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนน้ำมันดีเซล เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บ./ลิตร แต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในขาขึ้น ซึ่งรัฐต้องวางแผนบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมและกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60619470d70cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
