<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ยิ่งลักษณ์&#039;อัดรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดส่งผลสุขภาพจิตคนไทย ทำอัตราฆ่าตัวตายพุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 2564 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ มีใจความว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองของเราในช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามากดดัน &amp;nbsp;ทั้งปัญหาปากท้อง การระบาดของโควิด-19 ปัญหาวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุม รวมไปถึงสถานการณ์ระเบิด และเพลิงไหม้ ส่งผลให้ดิฉันเป็นห่วงความรู้สึกและสภาพจิตใจของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาดสับสน ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจค่ะ ในปีที่แล้วอัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากร 1 แสนคน สูงถึง 7.37 คน ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้
อยากเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน หันมาให้ความสนใจกับปัญหาสุขภาพจิตคนไทยให้มากขึ้น รัฐบาลต้องวางตัวจากการเป็นผู้มีอำนาจแล้วลองไปนั่งในหัวใจประชาชน เพื่อจะได้สัมผัสถึงความเดือดร้อนของพวกเขาว่าหนักหนาสาหัสเพียงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องมีนโยบายเชิงรุกเช่น เก็บ และสร้างฐานข้อมูลสุขภาพจิตของคนไทยเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานที่ตกงาน บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ต้องปิดกิจการ ซึ่งล้วนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน จะทำให้การติดตาม ดูแล เยียวยาทำได้ตรงจุด ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ให้มีพลังลุกขึ้นมาเผชิญกับทุกปัญหาอย่างมีความหวัง และขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลจิตใจคนรอบข้าง มอบรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่กันและกัน อย่าเพิ่งท้อนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;จากสถานการณ์บ้านเมืองของเราในช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามากดดัน ทั้งปัญหาปากท้อง การระบาดของโควิด-19 ปัญหาวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุม รวมไปถึงสถานการณ์ระเบิด และเพลิงไหม้ ส่งผลให้ดิฉันเป็นห่วงความรู้สึกและสภาพจิตใจของคนไทย pic.twitter.com/faZxjHeOom&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Yingluck Shinawatra (@PouYingluck) July 7, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิ่งลักษณ์, รัฐบาลบริหารงานผิดพลาด, สุขภาพจิตคนไทย, อัตราการฆ่าตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6ff1119017.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่สาวจอห์น-วิญญู&#039;เหน็บไทยชนะแล้ว ได้ที่ 1 อัตราฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 มี.ค.62- &amp;nbsp;ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์&amp;quot; อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่สาว นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ หรือ &amp;ldquo;จอห์น วิญญู&amp;rdquo; โพสต์ทวิตเตอร์ เหน็บแนมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ประเทศไทยชนะที่หนึ่งไปแล้วค่ะ ในส่วนของอัตราการฆ่าตัวตายของประชากรในอาเซียน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์, พี่สาวจอห์นวิญญู, อัตราการฆ่าตัวตาย, ไทยชนะแล้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c071115ecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ระบุมีชาวโลกฆ่าตัวตายทุก 40 วินาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันจันทร์เตือนว่า ในแต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายเกือบ 800,000 คน หรือเฉลี่ยทุกๆ 40 วินาที ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าคนสังเวยชีวิตในสงครามและการฆาตกรรม หรือโรคมะเร็งเต้านม และรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกควรมีมาตรการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกลดลงมาในช่วงระหว่างปี 2553-2559 แต่จำนวนคนฆ่าตัวตายยังคงเดิม เพราะประชากรของโลกมีมากขึ้น ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวในแถลงการณ์จากนครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน ว่าถึงแม้จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีคนเสียชีวิตเพราะฆ่าตัวตายทุก 40 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกในปี 2559 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้ อยู่ที่ 10.5 คน ต่อประชากร 100,000 คน ทว่าในแต่ละประเทศนั้นอัตราการฆ่าตัวตายแตกต่างกันไป บางประเทศอยู่ที่ 5 คนต่อ 100,000 คน ส่วนประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรมากที่สุดคือ กายอานา ในทวีปอเมริกาใต้ มีคนฆ่าตัวตาย 30 คน ต่อประชากร 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาพรวม อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกลดลงเกือบ 10% จากปี 2553 ถึง 2559 โดยในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกนั้นมีอัตราลดลงเกือบ 20% แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงแค่ 4.2% ขณะที่อเมริกาเป็นภูมิภาคเดียวที่อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น โดยเพิ่ม 6% ภายในช่วงเวลา 6 ปีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า อัตราที่ลดลงในภาพรวมเป็นผลสะท้อนของข้อเท็จจริงที่ว่า มี 38 ประเทศที่ใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันการฆ่าตัวตาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับความเครียด และลดการเข้าถึงช่องทางที่จะใช้ฆ่าตัวตาย ฉะนั้น ประเทศอื่นๆ อีกจำนวนมากก็ควรใช้มาตรการป้องกันในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฆ่าตัวตายป้องกันได้&amp;quot; ทีโดรสกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศนำใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันการฆ่าตัวตายที่ผ่านการทดสอบแล้วบรรจุไว้ในโครงการด้านการศึกษาและสาธารณสุขอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการฆ่าตัวตายที่พบมากที่สุดคือ การผูกคอตาย, ยิงตัวตาย และการกินยาพิษ เช่น ยากำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นวิธีการฆ่าตัวตายที่พบมากในเขตชนบท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ดับเบิลยูเอชโอ, ทุก 40 วินาที, องค์การอนามัยโลกเตือน, อัตราการฆ่าตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d76628a024fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
