<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ ทล.ดีเดย์ 22 พ.ค.นี้เปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์สาย 7ส่วนต่อขยายพัทยา-มาบตาพุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.พ.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการก่อสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในทุกโหมดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก น้ำ อากาศและราง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของกรมทางหลวง ได้เร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด และมีกำหนดจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ ในวันที่ 22 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2563 โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่ม เพื่อทดสอบระบบและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างโครงการที่กระทรวงคมนาคมพยายามเร่งผลักดันจนประสบผลสำเร็จนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ว่าเป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งทางถนน โดยปัจจุบันเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพฯ &amp;ndash; ชลบุรี &amp;ndash; พัทยา สำหรับส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นมาและจะเปิดทดลองให้บริการในวันที่ 22 พฤษภาคมนั้น ประกอบด้วย ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง 3 ด่าน ได้แก่ ด่านห้วยใหญ่ ด่านเขาชีโอน และด่านมาบตาพุด มีระยะทางรวม 32 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 17,784 ล้านบาท (มูลค่าเวนคืน 6,000 ล้านบาท และมูลค่าก่อสร้าง 11,784 ล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่ากรมทางหลวงใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ที่เปิดให้บริการในปัจจุบันมาใช้ดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด
สำหรับการเปิดทดลองให้บริการในครั้งนี้ จะเปิดให้เข้า &amp;ndash; ออกเฉพาะจุดปลายทางบริเวณด่านอู่ตะเภา โดยกรมทางหลวงจะไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่ม ตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปอู่ตะเภา ให้คืนบัตรที่ด่านอู่ตะเภา แต่ชำระค่าผ่านทางในอัตราสูงสุดที่ด่านโป่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ 25-100 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 45-160 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 60-235 บาท ซึ่งเป็นจำนวนค่าธรรมเนียมผ่านทางเท่าเดิมที่เคยจ่าย (โป่ง-อู่ตะเภา และ พัทยา-อู่ตะเภา อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง 0 บาท ทุกประเภท) และเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายหลังการทดลองใช้แล้ว จึงจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มเติมสำหรับช่วงใหม่ โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอดเส้นทาง รถยนต์ 4 ล้อ 25-130 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 45-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 60-305 บาท ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ เชื่อมด่านการค้าชายแดนและพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนการเดินทางระหว่างภูมิภาค ซึ่งเป็นการแบ่งเบาปริมาณการจราจรจากทางหลวงสายหลัก ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66184</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง, อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13bc012969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
