<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงเทพอ่วม!!กทม.เคาะค่าโดยสารบีทีเอสตลอดสาย104บาท ดีเดย์16ก.พ.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ออกประกาศลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่อง การกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีเขียว โดยตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.64 เป็นต้นไป จะมีการจัดเก็บค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ดังนี้ ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต จากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ถึงสถานีคูคต จำนวน 16 สถานี เก็บในอัตรา 15-45 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สายสุขุมวิท จากสถานีอ่อนนุช ถึงสถานีหมอชิต รวม 17 สถานี และสายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงสถานีสะพานตากสิน รวม 6 สถานี และส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงที่ 1 จากสถานีกรุงธนบุรี ถึงสถานีวงเวียนใหญ่ จำนวน 2 สถานี เก็บค่าโดยสารตามที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท จากสถานีบางจาก ถึงสถานีแบริ่ง จำนวน 5 สถานี และจากสถานีสำโรง ถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ จำนวน 9 สถานี เก็บในอัตรา 15-45 บาท(ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี) และส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงที่ 2 จากสถานีโพธิ์นิมิตร ถึงสถานีบางหว้า จำนวน 4 สถานี เก็บในอัตรา 14-24 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี) ทั้งนี้ตลอดแนวเส้นทางให้จัดเก็บค่าโดยสารแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยให้เก็บค่าโดยสารตลอดเส้นทางไม่เกิน 104 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กทม. ได้ทยอยเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.61 และเปิดให้บริการเดินรถเต็มทั้งระบบในวันที่ 16 ธ.ค.63 โดยในช่วงทดลองให้บริการไม่ได้เก็บค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการเป็นระยะเวลาเกือบสามปีมาแล้ว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน ดังนั้นเมื่อขณะนี้เปิดให้บริการเดินรถเต็มทั้งระบบแล้ว ประกอบกับ กทม. มีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มเรียกเก็บค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการในส่วนต่อขยายสายสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้บริการในช่วงหมอชิต-อ่อนนุช จะไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงเสียค่าโดยสารในอัตราเดิม และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนกันระหว่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และสะพานตากสิน-สนามกีฬาแห่งชาติ) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามปกติอัตราค่าโดยสารของโครงการสายสีเขียวสูงสุดตลอดสายจะอยู่ที่ 158 บาท แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กทม. จึงปรับอัตราค่าโดยสารสูงสุดตลอดสายอยู่ที่ 104 บาท ซึ่ง กทม. จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินการส่วนต่อขยายประมาณปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท เมื่อนับรวมตั้งแต่ปี 64-72 จะมีผลขาดทุนถึงประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างนำเสนอแก้ไขสัญญาสัมปทานการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน(PPP)ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งหากมีการเห็นชอบแล้ว การแก้ไขสัญญาสัมปทานนี้จะช่วยลดอัตราค่าโดยสารสูงสุดจาก 104 บาท เป็น 65 บาท ลดลง 39 บาท และแก้ไขภาระหนี้สินกว่า 120,000 ล้านบาทของ กทม. ได้ ซึ่งประกอบด้วย ภาระหนี้สินเดิมที่เกิดขึ้นจากการรับโอนโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 ทั้งในส่วนเงินต้นค่างานโยธาที่ประมาณ 55,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และภาระดอกเบี้ยในอนาคตอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ค่าลงทุนในงานระบบ (E&amp;amp;M) ในส่วนต่อขยายที่ 2 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ภาระหนี้ค่าจ้างงานเดินรถค้างจ่ายอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท และภาระผลขาดทุนจากการดำเนินการส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 64-72 รวมอีกประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เอกชนยังต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสารหลังปี 2572 ให้ กทม. อีกกว่า 200,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งเพิ่มเติมในกรณีที่ผลประกอบการจริงดีกว่าที่คาดการณ์ตอนเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทม.ยืนยันว่า ภายใต้อำนาจของ กทม.จะพยายามแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดย กทม.จะอธิบายถึงเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนต่อรัฐบาล เพื่อที่จะให้สามารถปรับอัตราค่าโดยสารให้ค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายลดลงมาเหลือ 65 บาทโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89998</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, กทม., ค่าโดยสารบีทีเอส, อัตราค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4a418560f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ตกขบวน!รถทัวร์ขยับราคาตามรถเมล์ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2562 - &amp;nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เวลา 00.01 น.เป็นต้นไป บขส.จะปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางหมวด 2 และหมวด 3 ของ บขส. และรถร่วมฯ ตามมติคณะกรรมการกรมการขนส่งทางบกกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าโดยสารที่ปรับขึ้น ในส่วนรถโดยสาร บขส. และรถร่วม บขส. จะปรับขึ้นไม่เกิน 10% โดยแบ่งระยะทางเป็น 4 ช่วง เช่น ระยะทางไม่เกิน 40 กิโลเมตรแรก เดิม 0.49 บาท/กิโลเมตร ปรับเป็น 0.53 บาทต่อกิโลเมตร , ระยะทาง 40-100 กิโลเมตร เดิม 0.44 บาท/กิโลเมตร ปรับเป็น 0.48 บาทต่อกิโลเมตร , ระยะทาง 100-200 กิโลเมตร เดิม 0.40 บาท/กิโลเมตร ปรับเป็น 0.44 บาทต่อกิโลเมตร และระยะทางเกิน 200 กิโลเมตร เดิม 0.36 บาท/กิโลเมตร ปรับเป็น 0.39 บาทต่อกิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ -ภูเก็ต รถวีไอพี เดิมค่าโดยสาร 913 บาท ปรับขึ้นเป็น 991 บาท , เส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash;นครราชสีมา เดิมค่าโดยสาร 191 บาท ปรับขึ้นเป็น 209 บาท เส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น เดิม 313 บาท ปรับขึ้นเป็น 340 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34118</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกรมการขนส่งทางบกกลาง, บขส., บริษัทขนส่ง จำกัด, ฝ่ายประชาสัมพันธ์, หมวด 2, หมวด 3, อัตราค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e6ff292b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเคาะขายทีโออาร์ไฮสปีดไทย-จีน รวบประมูล 6 สัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.จ่อเคาะเปิดขายซองทีโออาร์ไฮสปีดไทย-จีน รวบประมูล 6 สัญญาพร้อมกันวันเดียว ค่าโดยสารไฮสปีดจีน-ชินคันเซ็น พบระบบญี่ปุ่นค่าโดยสารแพงกว่าเกือบ 3 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วเฟส 1 กรุงเทพ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม.วงเงิน 1.79 แสนล้านบาทนั้นขณะนี้ช่วงแรก 3.5 กม.ช่วงกลางดง-ปางอโศกจะดำเนินแล้วเสร็จในเดือนต.ค.นี้ ส่วนตอนที่ 2 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม. วงเงิน 5 พันล้านบาท ภายในสัปดาห์นี้จะนำร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์)มาเปิดประชาพิจารณ์บนเว็บไซต์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนนำข้อคิดเสนอแนะทั้งหมดกลับมาประชุมสรุปผลและนำขึ้นประชาพิจารณ์บนเว็ปไซต์ครั้งที่สองอีก 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจึงคาดว่าจะสามารถเปิดขายซองประกวดราคาได้ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค. ก่อนกำหนดวันเคาะประมูลโครงการในช่วงต้นเดือน พ.ย. ส่วนแผนก่อสร้างช่วงสถานีจันทึก-สถานีคลองไผ่ วงเงินราว 1 หมื่นล้านบาทขณะนี้อยูระหว่างถอดแบบและร่างทีโออาร์คาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ อย่างไรก็ตามการเปิดประมูลจะใช้ระเบียบเงื่อนไขของรัฐบาลไทยส่งผลให้งานก่อสร้างโครงการนี้จะเป็นผู้รับเหมาไทยและใช้วัสดุก่อสร้างในประเทศ (Local Content) เกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าจีนได้ส่งรายละเอียดการออกแบบอีก 12 ตอนที่เหลือมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างถอดแบบประมาณราคาค่าใช้จ่ายของโครงการ (BOQ)จากนั้นจะทยอยร่างทีโออาร์และเปิดประมูลภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค. แบ่งเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ ตอน 3 ช่วงแก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5กม.เปิดประมูลพร้อมกัน 6 สัญญา และตอนที่ 4 ช่วงบางซื่อ-แก่งคอย ระยะทาง 119 กม.เปิดประมูลพร้อมกัน 6 สัญญา ส่วนด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 รวม 7 เส้นทาง มูลค่า 4 แสนล้านบาทนั้นขณะนี้ได้เสนอกระทรวงคมนาคมไปหมดแล้วหลังจากปรับเพิ่มข้อมูลบางส่วน คาดว่าจะเสนอสภาพัฒน์พร้อมกันทั้งหมดเลยเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกดูความสำคัญแล้วทยอยเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทีละเส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าจากข้อมูลการเปรียบเทียบราคาค่าโดยสารชั้นปกติ(Second Class)ของระบบรถไฟความเร็วสูงในแต่ละประเทศทั่วโลกนั้นพบว่าค่าโดยสารรถไฟไฮสปีดระบบของจีนถูกมากที่สุดคิดเป็น 2.2 บาท/กม. คำนวณจากค่าโดยสารช่วงปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ระยะทาง 1,318 กม. ราคา 2,775 บาท ส่วนด้านรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นนั้นมีค่าโดยสารเฉลี่ย 8 บาท/กม. คำนวณจากช่วงโตเกียว-โอซาก้า ระยะทาง 515 กม. ราคา 4,000 บาท ขณะที่รถไฟไฮสปีดระบบฝรั่งเศสมีค่าโดยสารเฉลี่ย 5 บาท/กม. คำนวณจากช่วงปารีส-มาร์กเซย ระยะทาง 862 กม. ราคา 4,100 บาท สุดท้ายระบบเยอรมันมีค่าโดยสารเฉลี่ย 10 บาท/กม. คำนวณจากช่วงเบอร์ลิน-แฟรงก์เฟิร์ต ระยะทาง 424 กม. ราคา 4,300 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อนำมาคิดเป็นค่าโดยสารของรถไฟไฮสปีดช่วงกรุงเทพ-โคราชระยะทาง 253 กม.นั้น ระบบจีนจะมีค่าโดยสาร 556 บาทตลอดสาย ขณะที่ระบบชินคันเซ็นจะมีค่าโดยสาร 2,024 บาท สูงกว่าระบบจีนเกือบ 3 เท่า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี ระยะทาง 220 กม. นั้นหากใช้ระบบของจีนจะมีค่าโดยสาร 484 บาท ขณะที่ระบบชินคันเซ็นและระบบฝรั่งเศสจะมีค่าโดยสารอยู่ที่ 1,760 บาทและ 1,100 บาท ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18274</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ขายซองทีโออาร์, อัตราค่าโดยสาร, เปิดประมูลรถไฟความเร็วสูง, ไฮสปีดไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fdace07c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
