<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญญาน้อยไปหน่อย&#039;อ.วีระ&#039;ย้อนอนค.ถ้าส.ส.บ้านผมอภิปรายภาษาเขมร กวย กูย เยอ จะรับไหวไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 62 - นายวีระ สุดสังข์&amp;nbsp; นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;การแต่งกาย, ภาษาถิ่นและพิธีการ&amp;quot; มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสการแต่งกายและภาษาถิ่นในสภากำลังมาแรงโดยการจุดประกายของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ผมได้หยิบประเด็นไปโพสต์แล้ว ๒ สเตตัส โพสต์ด้วยข้อความสั้นๆ แต่มิได้ขยายความให้ละเอียด จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปนอกเจตนาของผมบ้าง แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การแต่งกาย
หากจะกล่าวถึงการแต่งกายของผม, ผมค่อนข้างมีเสรีภาพมาก ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการครู ซึ่งมีระเบียบการแต่งกาย มีแบบเครื่องแต่งกายกำหนดให้ข้าราชการไว้อย่างชัดเจน แต่ผมแต่งกายถูกระเบียบน้อยมาก โดยเฉพาะเครื่องแบบตรวจการสีกากี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่สวมใส่เลย ยิ่งอยู่บ้านนอกยิ่งไม่อยากสวมใส่ เพราะคิดไปว่า &amp;ldquo;เสมือนเครื่องแบบข่มขู่ประชาชน&amp;rdquo; วางตัวอยู่เหนือประชาชน ทั้งๆที่รับประทานภาษีของประชาชน ยุคแรกๆผมแต่งกายโดยการสวมกางเกงยีนส์ สวมเสื้อตราสามทหาร(สีดำ) สะพายย่าม ไว้ผมยาว แต่สวมรองเท้าบู๊ท ยุคสุดท้าย (๑๐ กว่าปีหลังในระบบราชการ) ผมยังสวมกางเกงยีนส์ เสื้อลาย สวมหมวกและสวมรองเท้าบู๊ทแถมด้วยหนวดเคราเต็มใบหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือความดื้อรั้นในการฝ่าฝืนระเบียบและถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของผม โดยคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ดูคนอย่าดูที่การแต่งตัว แต่ควรดูและประเมินความคิด, การกระทำและผลงานของเขาเป็นหลัก ผมไม่เคยทำให้ระบบราชการเสียหาย ไม่เคยถูกสอบสวนทางวินัยและไม่เคยถูกลงโทษใดๆ แต่ผลงานทำให้ผมเป็นครูดีเด่นตั้งแต่ระดับโรงเรียนถึงระดับประเทศ ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้า เป็นคนดีทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงผมจะชอบการแต่งกายอย่างนั้นก็ตาม หากเมื่องานเป็นงานพิธีการ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและงานวันสำคัญอื่นๆ เมื่อทางราชการกำหนดให้ทุกคนแต่งชุดปรกติขาวเข้าร่วมพิธี ผมก็เห็นชอบที่จะปฏิบัติตามระเบียบของพิธีการ แม้แต่งานแต่งงานซึ่งเป็นพิธีการมงคลสมรส ผมจำเป็นต้องสลัดหมวก ถอดเสื้อ กางเกงยีนส์ โกนหนวดเคราเข้าพิธีเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลที่มาร่วมงาน พิธีการต่างๆนั้นมันมีระเบียบ มีวิธีปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ซึ่งมาจากท้องถิ่นต่างๆภายในประเทศ มีอัตลักษณ์การแต่งกายในชีวิตประจำวันเป็นของตน ถ้าหาก ส.ส.จะเข้าประชุมสภาโดยการแต่งกายตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ ขอแต่เพียงให้สุภาพ ทุกคนคงเข้าใจความหมายของคำว่า &amp;ldquo;สุภาพ&amp;rdquo; ความสุภาพก็คือการไม่โชว์เนื้อหนังมังสาหรืออวัยวะอันควรแก่การปกปิด แต่ถ้าถึงขั้น &amp;ldquo;สวมเสื้อกีฬา กางเกงบอล&amp;rdquo; โชว์ขนขา ขนหน้าแข้ง ดูเหมือนจะคิดเลยเถิดไปสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.ภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นวัฒนธรรมอันงดงามของคนในถิ่นนั้น มีถ้อยคำสำเนียงเป็นของตนเอง ชาติพันธุ์ในประเทศไทยนั้น เฉพาะภาคอีสานมีไม่น้อยกว่า ๑๐ ชาติพันธุ์ หากรวมทุกภาคของประเทศก็น่าจะไม่น้อยกว่า ๓๐ ชาติพันธุ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่คนหนึ่งๆจะสามารถพูด เข้าใจภาษาถิ่นได้ถึง ๓๐ ภาษา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลาง เรื่องนี้ผมได้โพสต์ถึง อ.กุลธิดาไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้า ส.ส.บ้านผม อภิปรายด้วยภาษาเขมร ภาษากวย ภาษากูย ภาษาเยอ ท่านอาจารย์จะรับไหวไหมครับ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ปัญญาน้อยไปหน่อยนะครับ คิดอะไร/พูดอะไรอยากให้สมกับคำว่า &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; หน่อยนะครับท่านอาจารย์ ผมอยากเห็นท่านก้าวหน้าและเป็นผู้นำประเทศอยู่นะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคุณสังคม ศรีมหันต์ มาแสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;นึกถึงตอนที่นักเขียนหญ่าย ชื่อดังท่านนี้ป้อง!นายกตู่ในกรณีด้อยทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ (แต่กลับไม่ยอมให้มีล่าม) ว่าอย่าไปห่าอะไรมากกับภาษาอังกฤษเว้าภาษาของเจ้าของเถอะท่านว่า แล้วกะอ้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอะไรเยอะแยะมากมาย ผมเลยคิดว่า ไม่รู้จะอธิบายหรือวิเคราะห์กรณี การอธิบายอัตลักษณ์ในลักษณะลักลั่นกลับไปกลับมาอย่างไม่มีระบบคิดอะไรที่ชัดเจนในกรอบคิดเรื่อง&amp;rsquo;อัตลักษณ์&amp;rsquo;ของเขายังไงดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของ อ.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากต้องใช้ภาษาถิ่นอภิปรายในสภา ผมเห็นผลกระทบว่า ๑.จะมีส.ส.ในสภาจำนวนไม่น้อยที่ฟังภาษาถิ่นของ อ.กุลธิดาไม่ออก ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ๒.ถ้าหาก ส.ส.ทุกคนต้องมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย ในสภาแห่งนี้อาจจะมีล่ามอยู่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด ในสภาต้องเพิ่มที่นั่งให้ล่าม ต้องเพิ่มงบประมาณ เบี้ยประชุมให้ล่ามอีกด้วย และถามว่า &amp;ldquo;มันจำเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีคุณสังคม ศรีมหันต์ ซึ่งดูเหมือนจะมีน้ำเสียงกระแนะกระแหนผมว่า &amp;ldquo;นักเขียนหญ่าย&amp;rdquo; นั้น สาเหตุมาจากผมเคยเขียนและโพสต์เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในคราวประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียน ซึ่งนายกไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ(อาจจะพูดไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่) ผมว่า ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษก็ได้ขอแต่เพียงมีล่ามคนหนึ่งเป็นคนแปล ผมยกตัวอย่างนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาเขมรและมีล่ามแปล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือการพูดในระดับทวีปและระดับโลก ซึ่งเราจะเห็นว่า มีผู้นำหลายประเทศแม้จะพูดภาษาอังกฤษได้แต่เขาเลือกพูดภาษาของประเทศเพื่อธำรงค์อัตลักษณ์ของเขาไว้ กรณีนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณสังคม ศรีมหันต์ จะเข้าใจระบบการคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งกาย-ภาษาถิ่น, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ภาษาเขมร-กูย-เยอ, วีระ สุดสังข์, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2857fc61021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเขียนซีไรต์ตอกส.ส.ส้มหวานทำเหมือนจำอวดใช้เวทีสภาแค่สนุกท้าทายสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.62- วิมล ไทรนิ่มนวล วิมล นักเขียนรางวัลซีไรต์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความหัวข้อ &amp;ldquo;วิถีชีวิตกับการแสดง&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อยากให้ใช้ภาษาถิ่นในการอภิปรายในสภา รวมทั้งคนอื่นๆในพรรคอนาคตใหม่อยากให้แต่งตัวตาม &amp;ldquo;วิจารณญาณ&amp;rdquo; ด้วยเหตุผลว่า เพื่อเชิดชูและอนุรักษ์อัตลักษณ์ของท้องถิ่น ผมก็ขอทำความเข้าใจกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไว้ตรงนี้นิดหนึ่ง
ผมอยู่ในสาย &amp;ldquo;นิเวศปรมัตถ์&amp;rdquo; นิยมชมชื่นความหลากหลายอย่างที่โลกธรรมชาติมีและเป็นอยู่ ไม่นิยมพืชเดี่ยวและการเลี้ยงสัตว์เดี่ยว ในสังคมมนุษย์ก็เช่นกัน ผมนิยมความคิด &amp;ndash; ลัทธิ &amp;ndash; อุดมการณ์ที่หลากหลาย เพื่อว่าผมจะได้เลือกสรร &amp;ndash; ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับ &amp;ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&amp;rdquo; ในสังคมไทย
(ไม่ใช่นำมาใช้ทั้งชุด เหมือนเอา &amp;ldquo;คอกแห่งความคิด &amp;ndash; ลัทธิ - อุดมการณ์&amp;rdquo; นั้นขังตัวเอง และกดขี่ &amp;ndash; ครอบงำคนอื่นๆให้เข้าอยู่ในคอกเดียวกับตน)
ในทางวัฒนธรรมอย่างการแต่งกาย ภาษา รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ผมก็นิยมจะให้มีอย่างหลากหลาย เพราะความหลากหลายคือชีวิตที่งอกงาม
แต่ในสถานที่หนึ่งๆ เราไม่อาจ &amp;ldquo;ยัดเยียด&amp;rdquo; เอาความหลากหลายเข้าไปไว้ได้ทั้งหมด อย่างเวทีดนตรีก็เหมาะสำหรับแสดงดนตรี โรงละครและโรงลิเกก็เช่นกัน ถ้าเราจะใช้เวทีเดียวกันก็ต้องจัดการองค์ประกอบของเวทีให้เหมาะแก่การแสดงประเภทนั้นๆ และต้องต่างเวลากัน
เราต้องจัดแสดงทีละประเภท ไม่ใช่แสดงพร้อมกัน
รัฐสภาก็เช่นกัน...ต้องดูว่าเรามีไว้ &amp;ldquo;แสดง&amp;rdquo; อะไร?
มีวัตถุประสงค์อะไร?
คำตอบก็คือมีไว้ &amp;ldquo;แสดงการอภิปราย&amp;rdquo; เรื่องกิจการงานของประเทศ ตั้งแต่การออกกฎหมายไปจนถึงการซักถามการทำงานของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดก็คือ &amp;ldquo;การแสดงความคิดเห็น&amp;rdquo; (ที่แตกต่างหลากหลาย)
ดังนั้นการแสดงเรื่องการแต่งกาย &amp;ndash; การแสดงเรื่องภาษาถิ่นจึงเป็นเรื่องรองๆ
แม้จะอ้างว่า เพื่อ &amp;ldquo;แสดงการอนุรักษ์และเชิดชูอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&amp;rdquo; ที่หลากหลาย รวมทั้งแสดงความเป็นประชาธิปไตยนั้น ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ &amp;ldquo;เป็นจริง&amp;rdquo;
ไม่เป็นจริงเพราะมันเป็นแค่ &amp;ldquo;การแสดง&amp;rdquo;
มันเป็นแค่การแสดงอย่างเดียวกับ &amp;ldquo;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; ได้จัดแสดงขนบธรรมเนียม ประเพณี และการเล่นต่างๆทุกจังหวัดอยู่ทุกปี
การแสดงย่อมไม่ใช่ &amp;ldquo;ของจริง&amp;rdquo; (เช่นเดียวกับการแสดงมหรสพต่างๆ กระทั่งละครทีวี ภาพยนตร์)
การแสดงไม่ใช่ &amp;ldquo;วิถีชีวิต&amp;rdquo;
ไม่ได้เป็นลมหายใจในชีวิตประจำวันของผู้คน
การดำเนินชีวิตตามปรกติของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อยหรือชนกลุ่มใหญ่ แต่งกายแบบใด ใช้ภาษาไทยกลางหรือภาษาถิ่นของตน นั่นคือของจริง
ตราบใดที่พวกเขายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างนั้น ย่อมเป็นการอนุรักษ์และเชิดชูอัตลักษณ์ของตนอยู่เองแล้ว
ดังนั้น พวกคุณที่อยากแสดงเรื่องการแต่งกายและภาษา ก็ไม่ต้องไปแย่งงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเขาทำได้ดีกว่าพวกคุณและทำมานานแล้ว
พวกคุณทำนั้นเหมือนจำอวดมากกว่า มันแค่ความสนุกของพวกคุณที่ได้โชว์และท้าทายสังคม โดยมีแรงจูงใจเรื่องการเมืองอยู่ภายใน
ไม่มีใครตำหนิคุณได้ ถ้าพวกคุณจะแต่งตัวที่หลากหลาย และใช้ภาษาถิ่นในชีวิตจริง
ส่วนเวทีรัฐสภานั้นมีไว้สำหรับแสดงความคิดเห็น เพื่อแก้และป้องกันปัญหาของประเทศ ซึ่งมากเสียจนชาติหน้าก็ทำไม่เสร็จ จึงอย่าเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้มากนัก
ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นแต่ประชาธิปไตยเฉพาะพวกคุณ ไม่ใช่ของคนทั้งประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, จำอวด, นิเวศปรมัตถ์, วิมล ไทรนิ่มนวล, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธงจบที่แฟชั่นโง่ๆ&#039;ปวิน&#039;ถามส้มหวานจุดยืนต่ออัตลักษณ์ชาวมุสลิมภาคใต้คืออะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.62 - นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ระบุว่า &amp;quot;แต่งตัวตามภาคสะท้อนความหลากหลายของสังคม เชื่อสิ แล้วในที่สุด ก็ได้แค่แต่งตัว ไม่มีหรอก ไอ้นโยบายส่งเสริมอัตลักษณ์ภาคอื่น เอาแบบกรณีชัดๆ เลย จุดยืนอนาคตใหม่ต่ออัตลักษณ์ชาวมุสลิมภาคใต้คืออะไร จะส่งเสริมปอเนาะไหม ส่งเสริมการเรียนภาษายะวีไหม ส่งเสริมการใช้ผ้าฮิญาบไหม ไปจนถึงส่งเสริมสิทธิในการปกครองตัวเองส่วนหนึ่งไหมของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไหม รอฟังอยู่ ไม่อย่างนั้น ไอ้ที่แต่งตัวกาสะลองห่าเหวอะไร แม่งก็เป็นแค่ gimmick แฟชั่นโง่ๆ เป็นมวยล้มต้มคนดูค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, อนาคตใหม่, อัตลักษณ์, แต่งกายเข้าสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12c52acc68a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมอัญมณี เล็งพัฒนาเครื่องประดับ จับมือ ททท.หวังดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ กางนโยบายช่วงครึ่งปีหลัง เน้นส่งทีมลงพื้นที่พัฒนาเครื่องประดับอัตลักษณ์ชุมชนให้ได้เพิ่มมากขึ้น ก่อนจับมือ ททท. ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับ หวังดึงนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชมเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
20 มิ.ย. 61 นายราเชนทร์ พจนสุนทร ประธานบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (จีไอที) เปิดเผยถึงแผนนโยบายการทำงานในช่วงครึ่งปีหลังให้กับจีไอที โดยได้ขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบกิจการและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีสินค้าเครื่องประดับอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น เฉพาะตัว ต้องเข้าไปส่งเสริมให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สมาคมได้เข้าไปช่วยพัฒนาเครื่องทองสุโขทัย เครื่องเงินล้านนาเชียงใหม่ เครื่องเงินชนเผ่าเมืองน่าน มุกอันดามันจากภูเก็ต รวมถึงพลอยสีจันทบุรีและตากแล้ว ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดสินค้าใหม่ๆ ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีการผสมผสานระหว่างศิลปะดั่งเดิม กับเทรนด์แฟชั่นสมัยใหม่เข้าไป ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการ และกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ เพื่อหาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอัตลักษณ์เครื่องประดับท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ เพิ่มเติม&amp;rdquo;นายราเชนทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมยังมีเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าของท้องถิ่นมาประยุกต์เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า นอกจกานี้ได้มีการพัฒนาช่องทางการตลาด โดยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับในพื้นที่ๆ เป็นแหล่งผลิต เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชม และหาซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน จะช่วยในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การนำไปออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีรายได้รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นการค้าขายภายในประเทศประมาณ 5 แสนล้านบาท และส่งออกประมาณ 5 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไอที, ราเชนทร์ พจนสุนทร, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, สถาบันอัญมณี, อัตลักษณ์, เครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a0369972d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยเรื่องทรงผมและสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นใครต่อใครเค้าออกอาการตื่นเต้น ฮือฮา กันอยู่พอสมควร สำหรับการพบปะ เจอหน้า เจอตา ระหว่าง &amp;ldquo;คิมน้อย&amp;rdquo; ผู้นำเกาหลีเหนือ กับ ทรัมป์บ้า ผู้นำอเมริกา ชนิดผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ กูรู กูรู้ ออกมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ กันยกใหญ่ ดังนั้น...แทนที่จะไปว่ากันเรื่องการมง การเมือง ระดับโลก ที่มันอาจซับซ้อน ยุ่งยาก ซะยิ่งกว่าการเมืองไทยไม่รู้จะกี่เท่าต่อกี่เท่า ในฐานะผู้สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เลยคงต้องขออนุญาตชวนตามไปดู ทรงผม ของผู้นำทั้งสอง น่าจะสบายใจกว่า ลื่นไหลกว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเรื่องของ ทรงผม ไม่ว่าทั้งของ คิมน้อย และ ทรัมป์บ้า นั้น...ต้องเรียกว่า เป็นสิ่งที่น่าสะดุดตา สะดุดใจ น่าสนใจมิใช่น้อย เรียกว่า...กว่าจะดลบันดาลให้ทรงผมของตัวเอง เกิดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดเข้าร้านตัดผมเมื่อไหร่ อาจต้องฉายสไลด์ ประกอบการบรรยาย นับเป็นชั่วโมงๆ ถึงจะสามารถทำให้ช่างตัดผม เนรมิตทรงผมตามที่ตัวเองหวัง และต้องการขึ้นมาได้จริงๆ เพราะสำหรับทรงผมสไตล์ของ คิมน้อย นั้น จะเรียกว่าทรงกระทุ่ม หรือทรงกระท้อน ก็ดูจะไม่ถนัดซักไหร่ คือมันปนๆ ระหว่างกระทุ่มกับกระท้อน กระทุ่มตรงที่ไถด้านข้างเรียบสนิทติดหนังหัว แต่ตรงตุ่มกะโหลกทั้งสอง กลับหนานุ่มบานแฉ่ง คล้ายๆ กระท้อนที่โดนทุบก่อนเอามารับประทาน อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนทรงผมของ ทรัมป์บ้า นั้น...ถ้าหากเรียกขานแบบไทยๆ อาจเรียกว่า ทรงเพิงหมาแหงน ก็น่าจะพอได้ เพราะมันมีเพิงๆ ย้วยๆ กระจุยกระจาย ออกมาตรงหน้าผาก ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถดลบันดาล จัดแต่ง ได้ง่ายๆ&amp;nbsp; แม้ว่าเวลาหวีผมในแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง ใครที่เคยมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง Fire and Fury-Inside the Trump White House ของนาย ไมเคิล วูล์ฟฟ์ (Michale Wolff) คงพอรับรู้ได้ว่า ขนาดลูกสาวของ ทรัมป์บ้า อย่าง อีวานกา ทรัมป์ (Ivanka Trump) ยังต้องถูกตั้งคำถามจากเพื่อนๆ สมัยยังเป็นวัยรุ่น คราวแล้ว คราวเล่า ว่าพ่อตัวเองมีวิธีหวีผม เสยผม กันในแบบไหน อย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การนิรมิตทรงผมของตัวเอง...ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดยากซ์ซ์ซ์จะหาใครเลียนแบบได้ง่ายๆ จึงต้องถือเป็นความสามารถเฉพาะตัว ที่น่าทึ่ง น่าประทับใจ ตั้งแต่แรก ต่างไปจากผู้ที่ไม่มีเส้นผมจะให้นิรมิต ให้มีโอกาสจัดรูป จัดทรง อย่างเช่น ท่านขุนน้อย เป็นต้น (หัวล้าน) ที่เวลาเดินเข้าร้านตัดผม อย่างมาก...ก็ได้แต่พึมๆ พำๆ แบบเศร้าๆ ประมาณว่า ข้างๆ รองทรง...ข้างบนตัดเกลี่ย อะไรประมาณนั้น แทบไม่มีโอกาสเสย โอกาสหวี แถมยังขาดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดแทบอยากไป เกิดใหม่ เอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เอาเป็นว่า...เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ แห่งความเป็นผู้นำ ไม่ว่ามันจะโดดเด่น เป็นสง่า หรือน่าเกลียด น่าชัง ยังไงก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้ว...คงไม่เท่ากับอุปนิสัย ใจคอ ของแต่ละคน แต่ละราย ว่าจะออกไปในแนวไหนกันแน่ แนวที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อตัวเองและผู้อื่น ต่อสังคม ประเทศชาติ หรือต่อโลกทั้งโลก ได้มาก-น้อยขนาดไหน ไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียน ทำร้าย ทำลายใครต่อใคร อันนั้นนั่นแหละ...ที่อาจถือเป็นเครื่องชี้วัดตัดสิน เป็นตัวกำหนดมาตรฐานแห่งความเป็นผู้นำ ได้ดีซะยิ่งกว่าบุคลิกลักษณะภายนอก ไม่ว่าหน้าตา ทรงผม หรือไลฟ์สไตล์ในแบบไหน อย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อมาถึงขั้นนี้...คงต้องสรุปว่า ไม่น่าจะเป็นแค่เฉพาะ ทรงผม ที่ทำให้ผู้นำประเทศมหาอำนาจสูงสุด อย่าง ทรัมป์บ้า ชักจะกลายเป็นที่น่าเกลียด น่าชัง ของใครต่อใครอยู่ไม่น้อย แม้แต่ผู้ที่เคยเป็นมิตร เป็นเพื่อน เป็นผู้ร่วมยืนหยัด เคียงบ่า เคียงไหล่กับอเมริกามาโดยตลอด อย่างเช่นบรรดาผู้นำประเทศยุโรปเป็นต้น ลามไปถึงเพื่อนบ้านใกล้ชิด ติดพรมแดน อย่างแคนาดา เม็กซิโก ที่ต่างดาหน้าออกมาตำหนิ ติเตียน ดุด่า ว่ากล่าวรัฐบาลอเมริกัน ภายใต้การนำของ ทรัมป์บ้า ชนิดแทบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะต่อแนวนโยบายที่เรียกขานกันในนาม America First หรือ อเมริกาต้องมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่าง อันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการนำเอา ความเห็นแก่ตัว มาใช้เป็นพื้นฐานรองรับนโยบายที่ว่านั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่า...อาจเป็นเรื่องปกติ สำหรับประเทศโดยทั่วไป ที่ ผลประโยชน์แห่งชาติ ย่อมต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด หรือมาก่อนสิ่งอื่นใดด้วยกันทั้งสิ้น แต่ถ้าหากผลประโยชน์นั้นๆ...เกิดขึ้นภายใต้การเบียดเบียน ทำร้าย ทำลายผู้อื่น อย่างชนิดไม่คิดหน้า คิดหลัง ไม่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นเพื่อนร่วมวัฏสงสารไว้บ้างเลย ชนิดไม่ว่า โลกจะร้อน ไปถึงขั้นไหน แต่ตัวกู-ของกู ขอเอาอเมริกาเข้าไว้ก่อน ไม่ว่าเคยร่วมผูกพัน สร้างพันธสัญญาไว้กับประชาคมระหว่างประเทศ แต่ถ้าไม่ถูกใจ-ไม่ถูกอารมณ์ตัวกู-ของกูขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็พร้อมฉีกพันธสัญญานั้นๆ ได้เสมอๆ ไม่ว่าใครที่เคยเป็นมิตร เคยร่วมเป็น ร่วมตาย ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาก่อน แต่ถ้าทำให้กูรู้สึกเสียเปรียบขึ้นมาเมื่อไหร่ กูก็พร้อมที่จะฆ่ามิตร ทำลายมิตร ได้ทุกเมื่อ...ฯลฯลฯ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยทำให้ ไม่ว่าการพบปะเจรจา ระหว่าง คิมน้อย กับ ทรัมป์บ้า จะเป็นไปในรูปไหน อย่างไร แต่ในแง่ของ ทรงผม แล้วล่ะก็ ยังไงๆ...ทรงกระทุ่ม ทรงกระท้อน ก็น่าจะดูดี ดูเก๋ ดูมีเสน่ห์ กว่าทรงเพิงหมาแหงน ประมาณห้าเท่า สิบเท่า เป็นอย่างน้อย และอาจหยิบเอามาใช้เป็นอุทาหรณ์ สอนใจ สำหรับบรรดา ผู้นำ ในบ้านเราได้บ้างเหมือนกัน ว่าไม่ว่าไว้ผม ไว้เผ้า ออกมาในทรงไหน สไตล์ไหน ไม่ว่าจะดูเก๋ ดูดี ดูเก่ง ดูฉลาด หรือไม่ เพียงใด แต่ที่สำคัญเอามากๆ...คงต้องดูกันที่อุปนิสัย ใจคอ นั่นแหละเป็นหลัก คือยังไงๆ...คงต้องเอาแบบที่นิสัยดี ไม่ขี้โกรธ ขี้ยัวะ และที่สำคัญที่สุดคือต้อง ไม่เห็นแก่ตัว เข้าไว้ สังคม ประเทศชาติบ้านเมือง ถึงพอจะสงบ ร่มเย็น ได้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Harry S. Truman ... The responsibility of the great states is to serve and not to dominate the world.- ความรับผิดชอบของมหาประเทศ...คือการรับใช้โลก ไม่ใช่การครองโลก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11235</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม, ทรัมป์, ท่านขุนน้อย, อัตลักษณ์, อีวานกา ทรัมป์, อเมริกา, เอกลักษณ์, ไมเคิล วูล์ฟฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2018 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2018 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ววันนี้! ซื้อซิมใหม่ต้องสแกนหน้า-ลายนิ้วมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีเดย์ตั้งแต่วันนี้ ซื้อซิมใหม่ต้องลงทะเบียนแบบอัตลักษณ์ สแกนหน้า-ลายนิ้วมือทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.พ.61- นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป ผู้ที่ซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือใหม่ทั้งแบบรายเดือน และแบบเติมเงิน รวมถึงบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทย จะต้องลงทะเบียนผู้ใช้บริการด้วยระบบการตรวจสอบอัตลักษณ์ ทั้งการตรวจสอบใบหน้า (face recognition) หรือสแกนลายนิ้วมือ (finger print) ที่ศูนย์ให้บริการของค่ายมือถือ ตัวแทนจำหน่าย และลูกตู้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ การลงทะเบียนซิมด้วยวิธีอัตลักษณ์ เป็นการส่งเสริมนโยบายของภาครัฐในการดำเนินธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องมีการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อเป็นการยืนยันและพิสูจน์ตัวบุคคลของผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลลายนิ้วมือและข้อมูลบัตรประชาชนไว้ที่จุดบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยผู้ที่ซื้อซิมการ์ดใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบอัตลักษณ์แล้ว ระบบจะทำการลงทะเบียนโดยส่งข้อมูลตรงไปที่ฐานข้อมูลกลางเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ด และจัดเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการทันที โดยผู้ให้บริการมีหน้าที่ดูแล และเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมาย ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าการลงทะเบียนซิมด้วยวิธีอัตลักษณ์ จะปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ และป้องกันการปลอมแปลงการลงทะเบียนซิมการ์ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ซิมมือถือ, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d087a4306.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
