<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเมินร่วมกมธ.ฟังม็อบนศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; บอกประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์ประเทศด้วย ประชุมสภาระอุ! ถกญัตติชุมนุมนิสิต-นักศึกษา &amp;ldquo;รังสิมันต์&amp;rdquo; ไฮด์ปาร์กอัดลุงตู่ประพฤติชั่ว พร้อมยกวลีหนังมหาศึกชิงบัลลังก์ Winter Is Coming ส่งท้าย ปชป.เตือนรัฐบาลอย่าประมาท ม็อบครั้งนี้หนักกว่าอดีต เพราะมีการเคลื่อนไหวเป็นระบบ ทะแม่ง! ลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญรับฟังข้อเสนอเยาวชน แต่ฝ่ายค้านไม่ยอมส่งชื่อ อ้างเป็นการซื้อเวลา &amp;ldquo;หน่อย&amp;rdquo;โผล่ซัดเป็นแค่เกราะป้องนายกฯ กระทุ้งผู้นำต้องลงไปพบเด็กๆ ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2563 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้ถือว่าทุกคนทำงานเพื่อประเทศไทยเพื่อประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพยิ่ง ขอให้ข้าราชการทุกคนทั้งในและต่างประเทศทุกกระทรวง ทุ่มเท เสียสละ มีความอุตสาหะ จริงใจ มีทัศนคติที่ดี เพราะการทำงานในช่วงต่อไปนี้ แตกต่างจากช่วงรัฐบาลก่อนที่ผ่านมา ขอทุกคนช่วยกันเดินหน้าประเทศต่อไป แม้แต่เรื่องความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ก็สามารถเป็นไปได้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องอัตลักษณ์และความเหมาะสมของประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมติขยายการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน โดยจะไม่ใช้บังคับกับการชุมนุมสาธารณะว่า หากมีการชุมนุม ทำกิจกรรมก่อนถึงสิ้นเดือน ก.ค. ก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการชุมนุมที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้ ทั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. หรือหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 ก.ค. หรือการชุมนุมแสดงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่างจังหวัดในหลายๆ พื้นที่เมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยตำรวจยังคงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหรือครอบครัวของบุตรหลานหรือเยาวชนผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมด้วยว่า อยากให้เตือนบุตรหลานและเยาวชน ต้องเคารพกฎหมาย ในการทำอะไรต่างๆ ถ้าหากว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาแล้วทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องดำเนินการ ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตไม่มากก็น้อย และอาจมีประวัติการต้องโทษติดตัวไปตลอด ไม่สามารถลบออกไปได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 15.30 น. ที่สวนรัชดานุสรณ์ ตรงข้ามศาลากลาง จ.ขอนแก่น ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากพื้นที่ต่างๆ ของ จ.ขอนแก่นและใกล้เคียง ต่างทยอยเดินทางมาภายในบริเวณโดยรอบสวนรัชดานุสรณ์ ที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและกลุ่มขอนแก่นพอกันที ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;อีสานบ่ย่านเด้อ&amp;rdquo; ด้วยการเปิดเวทีสาธารณะและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองที่วางกำลังโดยรอบ
จ่อเริ่มอดอาหาร
ส่วนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ นายศุภโชติ กระต่ายป้อง ฝ่ายประสานงานแนวร่วมนวชีวิน พร้อมนายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน เดินทางมายื่นหนังสือเรื่องขอให้ดำเนินมาตรการเยียวยาปากท้องเพื่อนร่วมชาติถ้วนหน้าทันที ถึง พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ โดยนายภูมิวัฒน์กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมนวชีวินว่า ในเวลา 18.00 น.เป็นต้นไป จะมีกิจกรรมทอล์กโชว์ เพื่อให้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ตกงาน การบริหารผิดพลาดของรัฐบาล มาพูดคุยปัญหาเศรษฐกิจในบริเวณที่อดอาหาร และในวันที่ 24 ก.ค. เวลา 11.20 น. แนวร่วมนวชีวินกับกลุ่มภาคีศาลายา จะจัดแฟลชม็อบหน้าทำเนียบรัฐบาล
&amp;ldquo;หากภาครัฐยังนิ่งนอนใจ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะทานอาหารเพียง 1 มื้อ วันพรุ่งนี้จะเริ่มอดอาหาร ทานแต่เครื่องดื่มเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หากรัฐบาลไม่ตอบรับจะยกระดับต่อไป และในพื้นที่ที่ผมอดอาหาร จะทำเป็นหมู่บ้านคนจน เพื่อเป็นพื้นที่ให้รัฐบาลเห็นความยากลำบาก&amp;rdquo; นายภูมิวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วนขอให้รับฟังความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษา ซึ่งเป็นการอภิปรายต่อเป็นวันที่สอง โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า อยากให้มองการชุมนุมด้วยแว่นมนุษยธรรม ซึ่งข้อเรียกร้องของนักศึกษามี 3 ข้อ หนึ่งในนั้นคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่จำเป็นและเข้มแข็งมาก และเราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นระบบที่ถูกสร้างมาโดยไม้ใกล้ฝั่ง สภาที่ร่างรัฐธรรมนูญอายุรวมกันเกินพันปี นิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่ไม่มีส่วนร่วมเลย เราจึงต้องกลับมาทบทวนว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ปลดปล่อยโซ่ตรวจเผด็จการ ให้คนรุ่นใหม่สูดอากาศหายใจในแบบที่เขาต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าบาปกรรมทั้งหลายที่ท่านได้ก่อขึ้นวันนี้ ประชาชนกำลังทวงถาม นายกฯ ต้องไม่โยนบาปให้สภา ท่านต้องอธิบายกับนิสิต นักศึกษา และหากนายกฯ ยังปฏิบัติเช่นเดิม ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่คุกเข่าอ้อนวอน ยังพูดจาไม่ดี ประพฤติชั่วเหมือนแต่ก่อน ผมขอเรียนนายกฯ ว่า Winter is coming&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.20 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า นิสิต-นักศึกษาเรียกร้อง 3 ข้อ ข้อแรกแก้รัฐธรรมนูญ แต่ติดปัญหา พล.อ.ประยุทธ์นอนกอดรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้ามีความจริงใจในการแก้ไข ต้องส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว. ดังนั้น อุปสรรคสำคัญที่สุดคือนายกฯ ข้อสอง เรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ซึ่งคนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดคือนายกฯ ไม่ใช่สภา และข้อสาม เรียกร้องให้ยุบสภา ซึ่งผู้กุมอำนาจยุบสภาคือนายกฯ คนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เห็นด้วยที่สภาต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ แต่คู่กรณีโดยตรงในข้อเรียกร้องนี้คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมานายกฯ รับฟังคนอื่นได้ แต่ทำไมลูกหลานอยากให้รับฟังถึงไม่รับฟัง พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เวทีสภาเพื่อยื้อเวลาต่อไปอีกไม่ได้&amp;rdquo; น.ส.จิราพรกล่าว
ปชป.เตือนอย่าประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.40 น. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายสนับสนุนญัตติของ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ที่ให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของนิสิต-นักศึกษาทั้ง 3 ข้อ แต่จำเป็นต้องมีวิธีการ และเงื่อนเวลาในการปฏิบัติด้วย โดยข้อเสนอให้ยุบสภายังไม่ใช่ทางออก แต่ปัญหาที่แท้จริงมาจากปัญหารัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเคลื่อนไหวของน้องนิสิตนักศึกษาทุกวันนี้ เป็นการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันกับการเคลื่อนไหวสมัย ต.ค.16 และ 19 แต่นี่มีอานุภาพมากกว่า เพราะมีการเคลื่อนไหวในท้องถนน ในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียน และการเคลื่อนไหวทางโซเชียลอย่างเป็นระบบ ผมบอกรัฐบาลได้เลยว่าอย่าประมาทและมองข้ามเสียงเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา เพราะนั่นคือปัญหาข้อเท็จจริงของประเทศในการเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo; นายชัยชนะกล่าว และว่า ไม่ขัดข้องที่น้องๆ จะลงถนน แต่เวทีหนึ่งที่เราเป็นตัวกลางได้ก็คือตั้ง กมธ.วิสามัญ ไม่อยากเห็นเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐบาลต้องรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่างจริงใจ ต้องไม่มองเป็นศัตรู ไม่มองเป็นภัยคุกคาม และไม่ดูถูก โดยพรรคเสนอให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยไม่ต้องกำหนดวุฒิการศึกษา แต่กำหนดอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งหมดคือบันไดขั้นแรกที่จะเป็นทางออกของประเทศในตอนนี้ และขอให้พวกเราตั้งสติใหม่ เปิดใจ ปรับมุมมอง เพราะถ้าเราไม่พร้อมรับฟัง มองเยาวชนที่ออกมาแสดงความเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันฯ เช่นนั้นประเทศจะไม่มีทางออก ไม่มีอนาคต เพราะพวกเราช่วยกันฆ่าอนาคตของประเทศเองแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.15 น. นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ได้สั่งให้ลงมติว่าจะให้สภาร่วมกันพิจารณาและส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาต่อหรือไม่ ผลปรากฏว่า เห็นด้วย 177 เสียง ไม่เห็นด้วย 261 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียงไม่มี นอกจากนี้ นายศุภชัยยังให้ที่ประชุมลงมติญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล ขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ หรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นด้วย 260 เสียง ไม่เห็นด้วย 178 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง โดยตั้ง กมธ.วิสามัญฯ 39 คน ระยะเวลาทำงาน 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายศุภชัยได้ให้แต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็น กมธ. ปรากฏว่าพรรคซีกฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทย, ก้าวไกล, เสรีรวมไทย และประชาชาติ ไม่เสนอชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็น กมธ.วิสามัญฯ โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การตั้ง กมธ.วิสามัญจะเพิ่มขั้นตอนการรับฟัง อีกทั้งเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับคณะ กมธ.สามัญ รวมทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ ทั้งนี้ การตั้ง กมธ.จะรับฟังเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธาระบุว่า พรรคไม่ส่งสมาชิกเข้าร่วมคณะ กมธ. เพราะข้อเรียกร้องของนักศึกษาส่งสัญญาณชัดเจนไปยังนายกฯ ไม่ใช่สภา และคิดว่าการตั้ง กมธ.เป็นการประวิงเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศุภชัยได้กล่าวว่า จะให้พักการเสนอชื่อของฝ่ายค้านไว้ก่อน เผื่อมีการเสนอชื่อในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.โพสต์เฟซบุ๊กว่า สภาควรมีมติส่งข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาให้นายกฯ ไปพบ และตอบข้อเสนอของนิสิตนักศึกษาด้วยตัวเอง การตั้ง กมธ.วิสามัญ เป็นการซื้อเวลาและเป็นเกมการเมือง เพื่อลดแรงปะทะให้กับนายกฯ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา ว่ามีนิสิตนักศึกษาออกมาชุมนุมมากกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และพฤษาทมิฬ 35 โดยการชุมนุมต้องยึดข้อเรียกร้อง 3 ข้ออย่างเคร่งครัด แต่ห่วงใยว่าการชุมนุมต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้จุดแข็งกลายเป็นจุดอ่อน ที่สำคัญจะนำพาไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก
เตรียมรับ&amp;quot;สาธิต&amp;quot;
&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ควรเป็นผู้ที่ลงมารับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษามากที่สุด เพราะข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา เกี่ยวข้องกับนายกฯ โดยตรง&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากกองทัพบก กรณีนายสาธิต เซกัล นักธุรกิจที่โพสต์เฟซบุ๊กระบุจะเดินทางพร้อมมวลชนมาพบ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในวันที่ 24 ก.ค.เวลา 14.00 น. เพื่อสนับสนุนและหารือเรื่องการดูหมิ่นสถาบันฯ ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้ส่งตัวแทนเข้าพบ หรือให้ยื่นหนังสือผ่านผู้แทน&amp;nbsp; ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฉีกรูป พล.อ.อภิรัชต์ในระหว่างชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ประธานอนุ กมธ.ศึกษาการปฏิรูป ทบทวน และแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ใน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมได้เชิญตัวแทนกลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมือง อาทิ นายจตุพร, นายสุริยะใส กตะศิลา ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม มาร่วมรับทราบข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวว่า ทุกคนได้ตกผลึกทางความคิดว่า ความเห็นต่างทางการเมืองไม่ใช่สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองตลอดไป ทำอย่างไรจึงจะลดความเกลียดชังของแต่ละฝ่าย ส่วนข้อเสนอการนิรโทษกรรมนั้น จะเป็นข้อหนึ่งที่เสนอไปยังรัฐบาลว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่คงไม่อาจหาญเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเอง ส่วนการชุมนุมของนักศึกษาในเวลานี้ รัฐบาลควรรับฟัง สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทราบไทม์ไลน์การเลือกตั้งว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อนุ กมธ.จะเชิญตัวแทนนิสิตนักศึกษามาให้ข้อมูลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสกล่าวว่า สถานการณ์โควิดจะเห็นคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว หากทำได้อย่างนี้ เชื่อว่าความขัดแย้งจะผ่านไปได้ และพร้อมนำความเห็นของอนุ กมธ.ไปพูดคุยกับมวลชน ซึ่งทุกวันนี้คุยกับคนเสื้อแดงมากกว่าคนเสื้อเหลืองเสียอีก และพร้อมรับฟังเพื่อให้ข้อเสนอแนะในทุกเวที
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า เหตุการณ์วันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว จ.นครพนม เมื่อปี 2508 จนมาถึงการออกนโยบาย 66/2523 ใช้เวลา 15 ปี เช่นเดียวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 15 ปีเช่นกัน และยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าสู่ปีที่ 16 หรือไม่ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ต่อไปยังมีความขัดแย้งอยู่ หากยังไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ เราต้องไม่ตั้งคำถามว่าใครติดคุกมากกว่าใคร หรือใครติดคุกน้อยกว่ากัน ในความเห็นต่างต้องไม่มีใครมาตาย ดังนั้นอะไรที่เป็นทางออกของประเทศต้องเร่งดำเนินการ แต่ในฐานะที่มีผลประโยชน์ จะไม่ขอพูดถึงเรื่องของการนิรโทษกรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญรับฟังข้อเสนอเยาวชน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตลักษณ์ประเทศ, ไฮด์ปาร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19986ed0c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
