<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;แนะรัฐบาลคสช.อย่าดีใจเกินเหตุอันดับการแข่งขันไทยดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.61 - &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ &amp;nbsp;และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลดีใจว่าอันดับความสามารถแข่งขันของไทยที่จัดโดยเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ดีขึ้น 2 อันดับจาก 40 มาอยู่อันดับที่ 38 นั้น อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้องว่าความสามารถแข่งขันของไทยที่ประกาศในปีที่แล้วปี 2560 อยู่ที่อันดับที่ 40 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และในปี 2561 นี้ ดีขึ้นมา 2 อันดับมาอยู่ที่ 38 จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะหากมองย้อนหลัง 10 ปี อันดับความสามารถแข่งขันที่ดีที่สุดของไทยเคยอยู่อันดับที่ 28 ในปี 2551 จนมาตกต่ำที่สุดในปี 2560 ที่อันดับ 40 ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และปีนี้ดีขึ้นมาอยู่อันดับที่ 38 ก็ยังห่างจากอันดับ 28 มาก ซึ่งสาเหตุหลักของความสามารถแข่งขันของไทยที่ลดต่ำลงมาเกิดจากความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลและการปฏิวัติรัฐประหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าจึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันแก้ไข และอยากให้เคารพเสียงของประชาชนให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะเหมือนที่ท่าน ผบ.ทบ. คนใหม่ประกาศ พวกที่คิดจะปั่นป่วนประเทศไม่รับฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ก็ต้องเลิกทำ และเชื่อว่าการปฏิวัติรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกเพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการปฏิวัติรัฐประหารได้สร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมหาศาลโดยเฉพาะความเสียหายทางเศรษฐกิจ ขนาดมีนักวิชาการประเมินกันว่าความเสียหายจากการปฏิวัติรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีถึงประมาณ &amp;nbsp;10.97 ล้านล้านบาทเลย ซึ่งหากไม่มีการปฏิวัติประชาชนคงมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้มาก โดยถึงแม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโตได้ 4% กว่า แต่ก็เสียโอกาสมา 4 ปีแล้วที่เศรษฐกิจโตต่ำแทนที่ไทยจะโตได้มากกว่า 4-5% ทุกปีตามศักยภาพถ้าหากไม่เกิดการปฏิวัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปีหน้าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะกลับไปโตต่ำลงอีกครั้ง ตามคำเตือนของ ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย และ ไอเอ็มเอฟ เพราะไทยจะประสบปัญหาการลงทุนในภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลงมากมาตลอด 4 ปี อีกทั้งเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำลงด้วย ประกอบกับสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐและจีนจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น เศรษฐกิจจีนก็จะโตต่ำลงในปีหน้าและจีนจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การส่งออกของไทยก็จะขยายตัวลดลงในปีหน้า และหากมีการเลื่อนการเลือกตั้งความมั่นใจของต่างประเทศก็จะยิ่งลดลง และยิ่งมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดมีการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทยขึ้นอีกหรือไม่ ก็จะยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ดังนั้นในขณะที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศกลับมา จึงอยากเรียกร้องขอทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในทุกด้าน ระมัดระวังคำพูดที่จะสร้างความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งควรจะต้องปลดล๊อกทั้งหมด และอนุญาติให้หาเสียงได้อย่างเสรีทั้งการลงพื้นที่ และทางโซเชียลมีเดียในทันที อีกทั้งต้องยกเลิกการกลั่นแกล้งและการดำเนินคดีทางการเมืองทั้งหมด เพื่อให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม เป็นที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประเทศไทยให้กลับมาโดยเร็วที่สุดหลังการเลือกตั้ง เพื่อรัฐบาลใหม่จะได้เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาการกินดีอยู่ดีของประชาชนได้โดยเร็ว หลังจากที่ลำบากกันอย่างมากมากว่า 4 ปีแล้ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารโลก, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, อันดับความสามารถแข่งขันของไทย, เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
