<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อันวาร์&#039; ลั่นไม่ได้ทำอะไรผิด แจงข่าว ปชป.จะไม่ส่งลงเลือกตั้ง ส.ส.ปัตตานี สมัยหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายอันวาร์ สาและ&amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ส่งลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า หลังจากยกมือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรมต. ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา เพราะถือว่าขัดคำสั่งของหัวหน้าพรรคและเลขาฯพรรค ว่า&amp;nbsp;มีกระแสข่าวนี้มานานแล้ว แต่ส่วนตัวไม่เคยได้รับแจ้งจากพรรคเลย&amp;nbsp;ตนก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เรื่องทำนองนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี2550 เมื่อตนจะลงสมัครส.ส.เป็นสมัยที่สอง ก็มีการทำโพลแจ้งพรรคว่า ส่งตนลงสมัคร ก็แพ้&amp;nbsp;แต่สุดท้ายพรรคหาคนลงแทนไม่ได้ ก็ส่งตน และก็ชนะได้เป็นส.ส.มาถึงปัจจุบันรวมสี่สมัยแล้ว เพราะตนมั่นใจว่า ทำหน้าที่ยืนเคียงข้างประชาชน วันนี้ก็ลงมาประชุมร่วมกับหน่วยราชการ เพราะเดินหน้าประสานงานงบประมาณในโครงการแก้ไขสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานีช่วงตำบลตะลุโบะ ที่พี่น้องชาวปัตตานีรอมาตั้งแต่ก่อนปี2548&amp;nbsp; สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านมาตลอด ได้อภิปรายในสภาฯจนได้งบฯมาพัฒนาแล้ว วันนี้ทำสำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพรรคต้นสังกัด&amp;nbsp;ผมทำงานให้ประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้งของผม หากคิดว่า สิ่งที่ผมยืนเคียงข้างกับประชาชนเป็นสิ่งผิด&amp;nbsp; ผมไม่เปลี่ยนวิธีครับ เพราะ พี่น้องประชาชนเลือกผมให้มารับใช้เขา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอันวาร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า&amp;nbsp;หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งลงส.ส.จริง จะทำอย่างไร&amp;nbsp; นายอันวาร์ ตอบว่า&amp;nbsp;หากพรรคไม่คิดถึงประชาชน&amp;nbsp;มีสองทางเลือกคือ หยุดงานการเมือง แล้วไปทำอย่างอื่น&amp;nbsp;แต่หากพี่น้องประชาชนยังต้องการก็ต้องบอกว่า จะให้ตนไปอยู่พรรคใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า แสดงว่า มีพรรคการเมืองอื่นมาทาบทามบ้างแล้วหรือไม่ นายอันวาร์ กล่าวว่า มีมาหลายพรรค ทั้งพรรคใหญ่และเล็ก แต่ตนไม่ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งลงสมัครจะไปพรรคอื่นหรือไม่ นายอันวาร์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนในเขตเลือกตั้งตนจะชี้นำ และตนสามารถสานงานที่ค้างไว้ได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118142</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615302ee4ac1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ปัดตอบถอนตัวร่วมรัฐบาล ชี้ปัญหา&#039;ธรรมนัส&#039;เป็นเรื่องของพปชร.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิกพรรคพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเพราะเกิดวิกฤติศรัทธาหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นรัฐมนตรีจากโควต้าพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่พรรคพลังประชารัฐตอบคำถามนี้ ซึ่งประชาธิปัตย์เป็นแค่พรรคร่วม จึงขอให้เป็นเรื่องที่พลังประชารัฐเป็นผู้ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายอันวาร์ มีการเคลื่อนไหวหลายครั้ง จึงถูกมองว่าเหมือนมีปัญหาภายในพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะสรุปเป็นปัญหาภายในพรรคไม่ได้เพราะพรรคมีกระบวนการ โดยยึดวิถีทางประชาธิปไตย ดังนั้นการดำเนินการทางการเมืองหรือการตัดสินใจอะไร ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยก็ต้องเข้าใจและรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยสิ่งที่พรรคดำเนินการคือทำหน้าที่ของตนเอง ให้สมบูรณ์และเกิดประโยชน์ที่สุดต่อประเทศ และประชาชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นการตัดสินใจใดๆ ต้องคำนึงถึงหลักนี้ โดยเฉพาะขนาดนี้ที่ทุกคนทราบดีว่าประเทศกำลังเผชิญปัญหาจาก โควิด-19 หลายฝ่ายกำลังช่วยกัคลี่คลาย ดังนั้นประชาธิปัตย์ไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้นอกจากทำหน้าที่ที่มีอยู่และร่วมมือจากประชาชนในการนำพาประเทศผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายอันวาร์ ทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้ง แต่พรรคก็ต้องทำตามหลักของพรรค ฟังเสียงส่วนใหญ่ และส่วนตัวไม่ได้คุยกับนายอันวาร์และไม่คิดจะคุย เพราะเคยคุยด้วยหลายครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับพี่นายอันวาร์ ออกมาพูดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดตรงนั้น แต่เอาเป็นว่าพรรคมีแนวทางของพรรค ตัดสินใจทำอะไรคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าไม่มีแนวคิดถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบเรื่องอนาคต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศกำลังเผชิญปัญหาอยู่ ดังนั้นการตัดสินใจต่างๆต้องให้ดีบนความรับผิดชอบและมีวุฒิภาวะ ซึ่งตัดสินใจในขณะที่ประเทศกำลังมีปัญหาคิดว่าทุกคนคงรู้คำตอบอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102278</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097753c6ac2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เมินเสียง ส.ส.แกะดำ จี้ถอนตัวร่วมรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปชป. ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) และสมาชิก ขอให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ว่า พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ทำความเข้าใจกับสมาชิกมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับนายอันวาร์พูดคุยกันเสมอ สมาชิกค่อนข้างเข้าใจการทำงานของพรรค อย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดสินใจของพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้นไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว เพราะตามระเบียบของพรรค ข้อ 96 ระบุไว้ชัดเจนว่าการจัดตั้งรัฐบาลให้ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกก.บห. และส.ส. เป็นผู้ลงมติว่าจะจัดตั้งรัฐบาล ร่วมรัฐบาล หรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล นี่คือกระบวนการประชาธิปไตยภายในพรรค โดยรอบล่าสุดที่เราเข้าร่วมรัฐบาล มีคะแนนโหวตเห็นชอบให้ร่วมรัฐบาล 61 ต่อ 16 เสียง &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือของนายอันวาร์ในครั้งนี้ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และขณะนี้เรากำลังมุ่งความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า กรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี และส.ส. นั้น เป็นเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วและจบแล้ว เราเห็นแล้วว่ากระบวนการต่างๆได้เดินตามครรลองกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรนำกรณีนี้มาผูกรวมกับการร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่นายอันวาร์ออกมาเคลื่อนไหวมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทำตัวเป็นฝ่ายค้านอยู่เสมอ นายราเมศ กล่าวว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ความคิดเห็นนั้นต้องดูกฎระเบียบหลักเกณฑ์ของพรรคด้วย หากจะบอกว่านี่คืความปั่นป่วนหรือความไม่เป็นเอกภาพของพรรค คงไม่ได้ เพราะจะนำปัญหาของคนคนเดียวมาตัดสินไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่ถามว่าหลังนายอันวาร์ยื่นหนังสือแล้วคนในพรรคให้ความสนใจหรือไม่นั้น ส.ส. อดีตส.ส. สมาชิกพรรคเฉยๆ ไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่หลายครั้งแล้ว และทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด19&amp;rdquo; โฆษกปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ส.ส.ปัตตานี ร่อนจดหมายถึงผู้บริหาร &amp;#39;ปชป.&amp;#39; ถอนตัวร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, พรรคร่วมรัฐบาล, อันวาร์  สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60961b1a3caf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ปัตตานี  ร่อนจดหมายถึงผู้บริหาร &#039;ปชป.&#039; ถอนตัวร่วมรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - นายอันวาร์ สาและ &amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค เรื่อง ขอเสนอพรรคถอนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ โดยในหนังสือได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติคร้ังที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วันที่ 10 ธ.ค. 2512 ความว่า &amp;quot;ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครจะทําให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทําให้บ้านเมืองมีความปรกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช่การทําให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือฉบับดังกล่าว ยังมีใจความสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า สื่อออสเตรเลียรายงาน เรื่องคําตัดสินของศาลไทยพร้อมทั้งมีคําวิจารณ์พ่วงต่อด้วยว่า โจรที่ไหนก็เข้ามาทํางานการเมืองไทยได้ ถ้าไม่ได้ทําผิดในประเทศไทย ข่าวนี้เป็นกระแสดังไปทั่วโลกเพราะทุกประเทศก็ทราบกันดีว่า องคก์ารสหประชาชาติตระหนักถึงความสําคัญของปัญหายาเสพติด ที่จะต้องมีความจําเป็นในการร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมจึงได้มีการจัดทําอนุสัญญาด้านยาเสพติดเพื่อให้สามารถนํามาใช้ เป็นเครื่องมือ (Legal instruments) ในการควบคุมยาเสพติด ทําให้มีอนุสัญญาที่สําคัญเกิดขึ้น จํานวน 3 ฉบับ ซึ่งอนุสัญญาทั้ง 3 ฉบับนี้มีประเทศต่างๆได้ให้การยอมรับและเข้าเป็นภาคีแล้ว โดยการให้สัตยาบันเป็นจํานวนมาก สําหรับประเทศไทยนั้น ในฐานะที่เป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติจึงได้ร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญา3ฉบับข้างต้นแล้วรายละเอียดสามารถไปสืบค้นดูไดจ้าก กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับยาเสพติดในบทที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการอ่านคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นสภาพส.ส. เพราะเป็นการกระทําผิดในต่างประเทศ และถูกจําคุกด้วยคําวินิจฉัยของศาลต่างประเทศซึ่งไม่เกี่ยวกับศาลไทย จึงทําให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยมีศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจําเลยของสังคม แม้ว่าในคําวินิจฉัยศาลจะพยายามอ้างเหตุผลพร้อมทั้งตัวบทกฎหมาย แต่ดูเสมือนหนึ่งว่าสังคมไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองไม่โทษศาลรัฐธรรมนูญ และก็จะไม่โทษ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ผมจะโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะปัญหาทั้งหมดเกิดจากท่านนายกฯไม่ใช่หรือ &amp;nbsp;ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเบื้องหลัง ร.อ.ธรรมนัส เป็นอย่างไร แต่ไม่สนใจกลับ แต่งตั้งมาเป็น รัฐมนตรี การกระทําเช่นนี้เท่ากับเป็นการดูแคลนประชนคนไทยทั้งประเทศและเมื่อเกิดกระแสสังคมต่อต้านทําให้ร.อ.ธรรมนัส มีความจําเป็นต้องออกมาประกาศให้สังคมทราบผ่านสื่อเมื่อ 11 กค. 62 ว่า &amp;ldquo;ผมคือเส้นเลือดใหญ่ เลี้ยงหัวใจรัฐบาล ผมกุมความลับ ดีลต่อรองหากล้มผมได้รัฐบาลก็สั่นคลอน&amp;rdquo; น่าจะเป็นเหตุผลที่ท่านนายกต้องแต่งต้ังหรือไม่ทั้งๆที่เคยประกาศว่า จะต่อต้านนักการ เมืองเลวๆในทุกรูปแบบ ซึ่งท่านไม่ได้ให้คําจํากัดความว่า นักการเมืองเลวๆ ในความหมายของท่านคืออย่างไร แล้วในพรรคร่วมรัฐบาลมีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปแล้วปัญหาทั้งหมดเกิดจากใคร เกิดจากท่านนายกหรือไม่ และเมื่อมีปัญหาที่ต้องแก้ไข ท่านก็โยนให้องค์กรอิสระที่มีอยู่มาจัดการแทน ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เว้น สังคมแตกแยกกันในเรื่องความคิด ซึ่งจะนําไปสู่วิกฤตศรัทธา คงจํากันได้ ที่ผมเสนอว่าต้องร่วมรัฐบาลด้วยความจริงใจ ทําในสิ่งถูกให้เป็นถูกผิดให้เป็นผิด ปัญหาจะแก้ไขได้ อย่าเห็นแก่การร่วมรัฐบาลต้องเห็นแก่ประชาชนและประเทศชาติ วันนี้รัฐบาลมีปัญหามาก สังคมวิตก ภาคเอกชนก็แสดงความจริงใจที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องวัคซีนแต่รัฐบาลก็ปฏิเสธ ปัญหาต่างๆรุมเร้า และยังไม่มีแนวทางชัดเจนที่จะแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ท่านนายกลาออก คงเป็นไปไม่ได้ เพราะท่านคิดว่าท่านไม่ผิด คิดว่าวิกฤติทั้งหมดเกิดจากวิกฤติโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องโควิด แต่คงไม่มีใครกล้าเตือนว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวผู้นําทั้งๆที่ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วที่สหรัฐอเมริกา ผู้นําเปลี่ยน วิกฤตเปลี่ยน ดังนั้นเมื่อฝ่ายค้านเรียกร้องให้ท่านนายกฯลาออก ซึ่งท่านคงไม่ออก ท่านก็คงอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม เพราะพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นพรรคเดิม &amp;nbsp;ก็คงคิดแบบเดิม ๆ &amp;nbsp;แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาก็ไม่ชัดเจน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอเสนอสิ่งที่ผมเคยเสนอเอาไว้หลายคร้ังว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรใช้โอกาสนี้ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ด้วยการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลเพื่อเปิดโอกาสให้มีการ เปลี่ยนแปลงตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102095</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ประชาธิปัตย์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036240465439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อันวาร์&#039; ถูกสั่งให้แพ้เลือกตั้งครั้งหน้า &#039;ไลน์ ปชป.&#039; ระอุเซ่นคำสั่งนายกฯส่ง &#039;ธรรมนัส&#039; คุมภาคใต้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่มชื่อ &amp;ldquo;อดีตส.ส.และส.ส.ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม 160 คน มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีนางกาญจนี วัลยะเสวี แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความรู้สึกข้องใจคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ไปดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยตั้งคำถามต่อพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะยอมให้เขาทำลายพรรคอย่างนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ในห้องไลน์กลุ่มดังกล่าว ว่า &amp;ldquo;ข่าวแม่ยก ปชป.ข้องใจคำสั่งนายกฯให้รมต.คุมพื้นที่จังหวัด ถาม ปชป.จะปล่อยให้เขาทำลายพรรคหรือ? &amp;nbsp;อ่านแล้ว ผมชื่มชมในความกล้าหาญ ไม่ขี้ขลาดกล้าพูด กล้าคิด ทั้งๆที่เป็นสุภาพสตรี ขอได้รับการคารวะจากผมด้วยใจจริง ที่ผ่านมาพรรคตกต่ำมาก ผมเสนอให้รีบแก้ไขด่วน &amp;nbsp;ไม่งั้นจะมีพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่มีพื้นที่ของตนเอง วางแผนที่จะยึดฐานปชป. นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังตำหนิผมในไลน์ ผมเป็นแค่ ส.ส.ไม่ได้ตอบโต้รอให้เหตุเกิด สุดท้าย ปชป. ถูกยึดพื้นที่เขต3 แพ้เลือกตั้งซ่อม ผมเองก็ถูกคำสั่งให้ต้องแพ้ในการเลือกตั้งคราวหน้า ผมรู้เรื่องนี้ดีครับ จึงต้องเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยทำงานเคียงข้างประชาชนดังที่เห็นกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมถามผู้บริหารในที่ประชุมพรรคถึงเรื่อง ยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูพรรคคืออะไร สิ่งที่ผมได้ยินพร้อมๆเพื่อนสมาชิกคือขอให้เชื่อผู้นำ กำลังทำ บอกไม่ได้เป็นความลับ ขอย้ำว่าอ่านข่าวคุณกาญจนี แล้ว ผมไม่โทษคนนอกที่จะมายึดพื้นที่ของปชป.ครับ &amp;nbsp;เพราะเป็นสิทธิ์ ต้องโทษคนในพรรคที่ไม่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาช่วยกันปกป้องพรรค &amp;nbsp;ลับหลังเห็นด้วยกับผม &amp;nbsp;แต่ต่อหน้าไม่กล้า นอกจากไม่กล้า แถมเป็นโรคแพ้ภูมิวิจารณ์ ใครพูดถึงพรรคเป็นต้องออกมาตอบโต้ น่าเป็นห่วงครับ ในเร็วๆนี้ ผมจะทำเอกสารมายังพรรคและแถลงข่าวเพื่อเตือนว่า พรรคการเมืองและประเทศชาติกำลังเผชิญกับภัยคุกคามการเมืองที่ใกล้ตัวเข้ามาแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช เพียงคนเดียว ออกมาแสดงความเห็นสั้นๆว่า &amp;ldquo;อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกเศร้าใจ&amp;rdquo; &amp;nbsp; โดยไม่มีสมาชิกในกลุ่มไลน์ดังกล่าว แม้แต่คนเดียวที่จะกล้าแสดงความเห็นในเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายอันวาร์ ได้แชร์จดหมายเปิดผนึกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตลอดชีพคนหนึ่งลงในกลุ่มไลน์อดีตส.ส. โดยก่อนหน้านี้จดหมายฉบับดังกล่าวได้โพสต์ในห้องไลน์กลุ่ม ตัวแทนสาขาพรรค หัวข้อเรื่องพปชร.หวังยึดพื้นที่ ปชป.(ภาคใต้) โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;...ผลจากคำสั่งฉบับนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นการแต่งตั้งมอบหมายงานที่มีนัยยะทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการมอบหมายให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯที่เดิมดูแลพื้นที่ จังหวัดหนองบัวลำภู พะเยา เชียงราย &amp;nbsp;แต่กลับเปลี่ยนให้มาดูแลพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เคยเป็นผู้ดูแลอยู่ กลับมีการเปลี่ยนแปลงให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาดูแลแทน &amp;nbsp; ส่วนนายสินิตย์ เลิศไกร รรมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี กลับได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และหนองบัวลำภู ซึ่งควรจะสลับกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการมอบหมายแบบผิดฝาผิดฝั่ง เพราะพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แต่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์กลับไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแล &amp;nbsp;จึงทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาว่า การมีคำสั่งในลักษณะเช่นนี้ &amp;nbsp;เป็นการหวังผลทางการเมืองหรือไม่ และต้องการเจาะยึดพื้นที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แม้กระทั่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังออกมาแสดงความคิดเห็น ในลักษณะรักษามารยาททางการเมือง แบบหวานอมขมกลืนว่าไม่ขอวิเคราะห์ เนื่องจากเชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนดังกล่าวได้ไม่ต่างกัน...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า &amp;ldquo;แม้กรณีดังกล่าวจะมีการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นจากสังคมอย่างกว้างขวางก็ตาม แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีสมาชิกพรรคคนใดแสดงท่าที &amp;nbsp;หรือแสดงความเห็นใดๆเลย มีการแชร์ข่าวนี้ไปยังกลุ่ม ไลน์ของ อดีตส.ส.และ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายครั้ง &amp;nbsp;แต่ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นเลย &amp;nbsp; จึงไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า &amp;nbsp;คนในพรรคประชาธิปัตย์คิดอย่างไร ในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ไม่สามารถยอมรับกับการกระทำต่อพรรคในครั้งนี้ได้ ผมขอสนับสนุนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ใช้ความกล้าหาญทางการเมือง แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรเกรงใจใคร ยกเว้นประชาชน และอยากจะบอกกับเพื่อนสมาชิกพรรคทุกคนว่า &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ที่มีประวัติการต่อสู้ทางการเมืองมายาวนานถึง 75 ปี พรรคต้องมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของความเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ และไม่ควรเกรงกลัว หรือสยบต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรมใดๆทั้งสิ้น เพราะความกลัวทำให้เสื่อม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสมาชิกในกลุ่มไลน์อดีตส.ส. และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เข้าอ่านกันทุกคน &amp;nbsp;แต่กลับไม่มีใครกล้าแสดงความเห็นในไลน์กลุ่มของพรรคแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60841112e8236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อันวาร์&#039; อบรม &#039;ราเมศ&#039; แยกไม่ออกระหว่าง รธน.กับ มติพรรค  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ว่า ในที่ประชุมไม่มีการพิจารณาถึงประเด็นการโหวตกมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ตนจึงเดินออกจากห้องประชุมไปก่อนตามที่สื่อเสนอข่าว แต่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้ข่าว ซึ่งขัดแย้งกันในสาระสำคัญแต่ตนไม่ถือเป็นสาระสำคัญ เพราะนายราเมศอายุยังน้อย ยังไม่มีประสบการณ์ในสภา ตนอยากสอนว่า หากจะเล่นการเมือง ต้องยึดถือของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก และต้องแยกแยะให้ออกว่า ระหว่างรัฐธรรมนูญกับมติพรรค สิ่งใดสำคัญกว่ากัน เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ระบุว่า &amp;ldquo;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
นายอันวาร์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายราเมศยอมรับว่าการที่รัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์กับส.ส. นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ทุกคนต้องยึดถือมติ และข้อบังคับพรรค เพื่อให้พรรคสามารถดำรงอยู่ได้นั้น การระบุเช่นนี้ตนคิดว่าเป็นการทำให้ภาพพจน์พรรคเสียหาย แสดงว่าพรรคยอมทำทุกอย่างแม้ว่าจะฝืนความรู้สึกของประชาชน ก็เพียงเพื่อประโยชน์ในการอยู่รอดของพรรคเท่านั้นหรือ จึงขอให้นายราเมศกลับไปคิด ในฐานะนักกฎหมาย ซึ่งควรจะมีหลักมีเกณฑ์ เพราะถ้ามติพรรค และข้อบังคับพรรคมีความสำคัญมากกว่ารัฐธรรมนูญ แล้วเราจะอยู่กันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนว่าทีหลังหากจะพูดอะไร ขอให้ใช้สมองคิดในหลายๆแง่ หลายๆมุม เพราะประชาชนเขาไม่โง่&amp;rdquo; นายอันวาร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอันวาร์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายราเมศย้อนถามว่าหากตนได้เป็นหัวหน้าพรรค แล้วสมาชิกทำแบบนั้นบ้าง ตนจะรู้สึกอย่างไรนั้น เรื่องนี้ก็เช่นกัน ก่อนที่นายราเมศจะได้ใช้สมองคิดหรือไม่ว่าจะให้ตนตอบเพื่อให้มีปัญหากับหัวหน้าพรรคอย่างนั้นหรือ จึงอยากให้กลับไปอ่านทบทวนคำวินิจฉัยของตนหลายๆรอบ ก็จะเข้าใจเองว่าตนไม่เคยตำหนิหัวหน้าพรรคเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอันวาร์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่นายราเมศระบุว่าจะมีการตั้งกรรมการสอบ ส.ส. ทั้ง 3 คน เพื่อให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และขู่ว่าเรื่องนี้ไม่จบแน่ ตนรอคำสั่งจากพรรคที่จะให้ชี้แจง และหากชี้แจงในสิ่งที่ไม่เคยพูดผ่านสื่อแล้วเกิดความเสียหายต่อบุคคลในพรรค &amp;nbsp;แล้วจะรับกันได้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นนายราเมศก็เป็นหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ เพราะรู้ดีในสิ่งที่เคยยื่นชี้แจงไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, ราเมศ รัตนะเชวง, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036240465439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภท.ผิดหวังยื้อฟัน6ดาวฤกษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำให้พรรคการเมืองคุยกันเองเรื่องโหวตแหกมติ เมินตอบ 3 รัฐมนตรี กปปส.จ่อถูกศาลตัดสิน &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ปัดนัดแกนนำรัฐบาลกินข้าวเคลียร์ใจ &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ยังติดใจขอทำหน้าที่ทวงศักดิ์ศรี &amp;ldquo;น้องเนวิน&amp;rdquo; มาดามเดียร์สุมไฟต่อบอกมีใบเสร็จความผิดสำเร็จแล้ว &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; ผวากระทบซ่อมเมืองคอน ให้ 3 &amp;nbsp;ส.ส.ทำหนังสือชี้แจง ส่วนก้าวไกลฟัน 4 สมาชิกผิดวินัยพรรคร้ายแรง แต่ลงโทษเบาะๆ ฝ่ายค้านเตรียมโรยเกลือ 4 รัฐมนตรีพ่วงลาก &amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo; เอี่ยวด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 23 ก.พ. ยังคงมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอยู่ โดยเฉพาะประเด็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยกมือสวนมติพรรค โดยช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในปัญหาความขัดแย้งหรือไม่เชิงประชดว่า คุยแล้วมั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะนัดพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยหรือรับประทานอาหารหรือไม่หลังเกิดปัญหา ว่าไม่ขอตอบตรงนี้ เพราะเป็นเรื่องของพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคต้องไปว่ากัน ซึ่งก็ห่วงปัญหาความขัดแย้งภายในรัฐบาล ภายใน ครม.แค่นั้น เรื่องอื่นเป็นเรื่องพรรคการเมือง ก็บริหารกันไป แต่ยืนยันว่าทุกพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมมือกับรัฐบาลดีอยู่ทุกพรรค ทั้งพรรคใหญ่พรรคเล็ก ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในวันที่ 24 ก.พ. ศาลอาญาจะพิจารณาคดีแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ชุมนุมทางการเมืองปี 2557 ซึ่งมีรัฐมนตรีในรัฐบาล 3 คน ได้เตรียมการไว้บ้างหรือไม่หากศาลพิจารณาว่ามีความผิด นายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ เป็นเรื่องของศาลอาญา บอกกี่ครั้งแล้วศาลจะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร ไปก้าวล่วงไม่ได้ทั้งสิ้น ต่างฝ่ายต่างต้องไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน ฉะนั้นต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง หน้าที่ของทุกคนคือทำให้ประเทศชาตินี้ปลอดภัย สงบสุข มีเสถียรภาพ ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ มีผลในด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ทุกคนต้องช่วยกันทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจริงกับรัฐมนตรี กปปส.ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเตรียมทาบทามบุคคลในการเข้ามารับตำแหน่งและจะปรับ ครม.ทันทีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ก็เป็นเรื่องของตนเอง ซึ่งคิดมาตลอด ถ้าจะทำอะไรต่างๆ ก็ไม่พูดก่อนอยู่แล้ว โดยจะดูและติดตามผลงาน มันมีหลายอย่างที่ต้องปฏิรูปกันทั้งหมด วันนี้ความขัดแย้งคิดว่าเป็นการนำความขัดแย้งเก่าๆ มา ไม่ได้บอกผิดหรือถูก แต่บอกว่ามันต้องมาพิสูจน์ทราบให้ชัดเจน อะไรที่ถึงศาลก็คือศาล อะไรที่ต้องประเมินในฐานะนายกฯ หัวหน้ารัฐบาลก็จะประเมินเอง ซึ่งได้สั่งการไปหลายเรื่องทุกกระทรวง และทั้งหมดต้องไปสู่กลไกการบริหารของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกคนมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นอันเดียวกัน &amp;nbsp;
บิ๊กตู่วอนลดกระพี้ลงหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำถามที่เป็นกระพี้ขอให้ลดๆ ลงหน่อย กระพี้รู้จักใช่หรือไม่ มันเป็นเปลือกนอกของต้นไม้ที่รุ่ยๆ ลงทุกวัน แต่แก่นมันอยู่ตรงไหน ถามตรงแก่นตรงนั้น และอะไรที่จะสร้างความขัดแย้งที่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง ผมคิดว่าขยายความไปก็เท่านั้น มันอยู่ในกระบวนการตรวจสอบได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องทันทีๆ บางทีปัญหามันทับซ้อนหลายปัญหาด้วยกัน อย่าทำให้บ้านเมืองไม่สงบก็แล้วกัน ตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อเท็จจริง ต้องตรวจสอบทุกเรื่อง&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า การใช้การประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมามีหลายช่องทางด้วยกัน วันนี้จะใช้อีกช่องทางหนึ่งคือช่องทางผ่านพอดแคสต์ ซึ่งจะออกในทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความก้าวหน้าในการทำงานของรัฐบาลในภาพรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในช่วงท้ายการประชุม ครม.ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ว่าขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ งานรัฐบาลต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดพอดแคสต์ที่เผยแพร่ประจำสัปดาห์ให้ที่ประชุมรับฟัง พร้อมกับกล่าวว่า รัฐมนตรีท่านไหนที่ยังไม่ได้หยิบผลงานมาพูดก็ไม่ต้องน้อยใจ ส่งผลงานของตัวเองมาได้ เดี๋ยวจะนำมาพูดให้ เพราะพูดได้ตลอด พูดได้ทุกวัน ขณะที่ประเด็นเรื่องแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ที่กำลังเป็นที่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า &amp;quot;ผมไม่มีเวลาเล่นหรอก ใครอยากเล่นก็เล่น แล้วผมจะไปเล่นกับเขาทำไม อย่าไปให้น้ำหนักกับคนไม่ดีมาก&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแนะนำรัฐมนตรีให้เริ่มปรับการทำงาน ให้รู้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก การทำงานใหม่ๆ ต้องเกิดขึ้น โปร่งใส ไม่ทุจริต ให้ทุกกระทรวงช่วยกันพูด อย่าให้นายกฯ พูดคนเดียว ให้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โลกเปลี่ยนไปแล้ว จะมาใช้อำนาจได้อย่างไร ขอบคุณประชาชนที่ให้ข้อมูลนายกฯ มาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 7 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคว่า ให้รอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าจะลงโทษถึงขั้นไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ๆ&amp;quot;
ปัดนัดแกนนำรัฐบาลหม่ำข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบข้อถามที่ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงเวลาที่แกนนำพรรคร่วมจะมานั่งพูดคุยกันหรือยัง ว่าเดี๋ยวจะติดโควิดหรือไม่ ให้ทิ้งเวลาไปช่วงหนึ่งก่อน ให้โควิดบรรเทาลงก่อน&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดปัญหาลงมติ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไมต้องมาติดต่อ เขาก็มีกรรมการตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อถามถึงการลงโทษ ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค มีบทลงโทษขั้นต่ำสุดและสูงสุดอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอมา และเมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรคุมสถานการณ์ในพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ กล่าวถึงกรณีพรรคตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการโหวตสวนมติว่า เรายังไม่มีท่าทีอะไร ต้องรอให้คณะกรรมการฯ เรียกเข้าไปชี้แจงก่อน และเห็นว่าการเปิดให้เราชี้แจงแล้วค่อยตัดสินใจ ดีกว่าไม่ได้ชี้แจงแล้วตัดสินไปก่อน อย่างนั้นไม่เป็นธรรม และส่วนตัวไม่ห่วงอยู่แล้ว เพราะการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานความสุจริตใจ ไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น จึงมั่นใจว่าสามารถอธิบายรายละเอียดและเหตุผลต่างๆ ต่อคณะกรรมการฯ ได้ชัดเจน ซึ่งกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถือว่าความผิดสำเร็จชัดเจน เห็นได้จากที่เอกชนที่ได้รับความเสียหายในโครงการดังกล่าว ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดสินครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ ส.ส.ให้ดีที่สุด เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน ไม่มีจุดประสงค์อื่น และไม่กังวลถึงกระแสข่าวที่ต้องการบีบให้ออกจาก ส.ส. หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตัดสินใจบนความชอบธรรม ไม่ต้องกลัว เพราะการเป็น ส.ส.ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินการทำงานของเรามากกว่า&amp;rdquo; น.ส.วทันยา กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ​ถามถึงข้อสังเกตว่าเบื้องหลังการตัดสินใจงดลงคะแนน มีบุคคลอื่นหรือมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง น.ส.วทันยา กล่าวว่า ยืนยันว่าการงดลงคะแนนไม่มีเรื่องผลประโยชน์หรือมีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังแน่นอน แต่เราเห็นความไม่ชัดเจนของผู้ชี้แจงเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ส.ส.กทม. เพราะเป็นพื้นที่ของเรา และยังมีคำถามจากชาวบ้านมาตลอด ดังนั้นเมื่อเราเป็นผู้แทน กทม. ถ้าไม่ปกป้องประชาชน ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างไม่น่าภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค พปชร.ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 7 ส.ส. ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของพรรคเขาแสดงท่าทีออกมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องรอผลการตรวจสอบว่าออกมาเป็นเช่นไร แต่ไม่ใช่ไปตั้งหน้าตั้งตารอเรื่องนั้น เพราะเราต้องทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เมื่อมีท่าทีออกมาเช่นนี้ ภท.หายติดใจหรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่า &amp;quot;ยัง ยังต้องมีการกระทำก่อน&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าการกระทำที่ว่าต้องมีลักษณะเช่นใด นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบ เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้พูดคุยประเด็นนี้กับ พล.อ.ประวิตรแล้วหรือยัง นายอนุทินตอบว่า มีการพูดคุยกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ส่วนการจัดการอย่างไร พล.อ.ประวิตรก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ จัดการเอง ซึ่งเราก็ต้องเคารพตรงนั้น
ลั่นทวงศักดิ์ศรีเลขาธิการพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ถ้าสมมุติว่าหากเกิดกรณี ส.ส.ภูมิใจไทยโหวตสวนมติในเรื่องสำคัญเช่นนี้ในอนาคต พรรคจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินตอบว่า มันไม่เกิด และไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตราบใดที่เป็นหัวหน้าพรรค เพราะพรรคต้องไปด้วยกัน และต้องพูดคุยกันก่อนที่จะลงมติใดๆ ใครไม่พอใจก็ว่ากันไปตรงนั้น แต่ต้องเคารพมติพรรค ซึ่งมันมีวิธีหลายอย่าง แม้ ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์ แต่ด้วยมารยาทของการร่วมรัฐบาล หากใครไม่พอใจก็ต้องพูดคุยกัน สุดท้ายก็ต้องเคารพมติพรรคและโหวตตามพรรคก่อน แต่สามารถไปแถลงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยในภายหลังได้ ถือว่าเป็นสปิริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรค ภท. โหวตงดออกเสียงตอนเลือกนายกฯ พรรคมีมาตรการลงโทษหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า &amp;quot;โอ้โห ไปถามเขาสิ แต่อย่าลืมตอนนั้นต่างคนต่างไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างมาเป็นครั้งแรกของทุกคน ผมก็ยังไม่รู้จักท่านนายกฯ เลย จึงอย่าเอาจุดนี้มาเทียบ เป็นคนละเรื่อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็นพรรค ภท.มีการประชุม ส.ส.ของพรรค โดยนายอนุทินกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ยอมรับว่าลืมเช็กให้ดี และนึกไม่ถึงว่าจะมีการกระทำที่ผิดมารยาทและไม่เป็นไปตามข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล คือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรค ถูกงดออกเสียงไป 6 เสียง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งพรรค พปชร.ต้องมีคำอธิบาย และมีการดำเนินการเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับนายศักดิ์สยาม หากไม่มีการงดออกเสียงเท่ากับนายศักดิ์สยามจะได้คะแนนเสียง 274 เสียง ซึ่งถือว่ามีความหมายเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวอีกว่า ความรู้สึกของประชาชนเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้ใครมาลบหลู่ได้ เพราะหากจะไม่ไว้วางใจก็ต้องไม่วางใจทั้งพรรค ซึ่งต้องพูดคุยกันก่อนภายในพรรค รวมทั้งภายในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ต้องตกลงกันก่อน และเห็นสมควรต่อไป&amp;nbsp;
นายอนุทินยังบอกกับลูกพรรคว่า ไม่ต้องไปทำอะไร เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองพรรคได้พูดคุยกันแล้ว เราทุกคนมีวุฒิภาวะ มีสปิริตของการเป็น ส.ส. และพรรคร่วมรัฐบาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่ผู้อภิปรายนำมากล่าวได้อย่างประจักษ์ชัดว่ากระทบ บกพร่องหรือมิชอบแต่อย่างใด จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าผิดหวัง ในฐานะหัวหน้าพรรคจะต้องรักษาเกียรติยศของพรรคและรักษาเกียรติยศของเลขาธิการพรรคไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ก่อนเข้าวาระการประชุม ครม. นายกฯ ได้สั่งการให้แต่ละกระทรวงไปดำเนินการเตรียมข้อมูลเพื่ออัพเดตข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนอย่างครบถ้วน สอดคล้องกับที่ประชุมสภาเพื่อสร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เพราะในโซเชียลมีเดียมีเฟกนิวส์เกิดขึ้นมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมไม่ได้พิจารณากรณี 3 ส.ส.แหกมติพรรค โดยให้ทำหนังสือชี้เแจง แต่มี ส.ส.พรรคจำนวน 23 คน ทำหนังสือยื่นต่อเลขาธิการพรรค เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ส.ส.ทั้ง 3 คน เนื่องจากมีความรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม ที่งดออกเสียงหัวหน้าพรรค แต่กลับไปลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีคนอื่น โดยต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค คือเลขาธิการพรรคพิจารณาเอง หรือตั้งกรรมการสอบจำนวน 3 คน เพื่อให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ดังนั้นผลจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องรอกระบวนการสอบสวนก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่เริ่มต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมมีนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี มาร่วมประชุม ส่วนนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เข้าร่วม โดยนายพนิตพยายามชี้แจงถึงเหตุผล แต่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคได้ตัดบท โดยขอให้รอจนกว่าการเลือกตั้งซ่อมเสร็จสิ้น และเกรงว่าจะเกิดปัญหาภายในพรรค ดังนั้นขอให้ ส.ส.ทั้ง 3 คนส่งเอกสารคำชี้แจงมาแทน ทำให้นายพนิตได้ส่งจดหมายเปิดผนึกให้หัวหน้าพรรค ส่วนนายอันวาร์ได้ออกจากห้องประชุมไปทันทีเมื่อไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้
ฝ่ายค้านจ่อลาก&amp;#39;สุริยะ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านนั้น ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีการประชุมคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/2564 โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า คณะกรรมการวินัยฯ ทั้ง 5 คนมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การกระทำของ 4 ส.ส.สร้างผลเสียหาย โดยเฉพาะต่ออุดมการณ์และแนวทางทำงานของพรรค ซึ่งสมาชิกทั้ง 4 ยังขาดการร่วมกิจกรรมต่างๆ ของพรรค รวมถึงขาดการเข้าร่วมประชุมพรรคอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอสมควร พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับสมาชิกทั้ง 4 คน คณะกรรมการวินัยฯ เห็นตรงกันว่าให้ตัดสิทธิ์ที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสาเหตุที่ไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมืองนั้น เหตุผลเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้เหตุผลก่อนหน้านี้ คือเพื่อไม่ให้มีผลต่อสัดส่วนการทำงานต่างๆ ในการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อไม่ให้เป็นการเตะหมูเข้าปากหมา สมประโยชน์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังทำการเมืองแบบเก่าและรอคอยอยู่&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า บทลงโทษนั้น พรรคจะไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไป และจะถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค และจะไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรม และไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆ ทางการเมือง รวมถึงส่วนที่เป็นโควตาเวลาของพรรคการเมือง เช่น การตั้งกระทู้ถามสด การนั่งเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ และขอสงวนสิทธิ์ในการส่ง ส.ส. หรือสมาชิกพรรคลงทำงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เชียงราย และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงผลประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมได้ประเมินผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนพอใจการอภิปรายที่หลายประเด็นที่พูดไปช่วยให้สังคมเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม ฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องเหล่านี้ต่อจนถึงที่สุด ทั้งมาตรการกฎหมายและมาตรการทางจริยธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าจะยื่นดำเนินการถอดถอนรัฐมนตรีคนใดต่อ ป.ป.ช.บ้าง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะรู้ผลเป็นทางการจะมีใครบ้างถูกยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. แต่รายชื่อที่มีอยู่ในใจคือ พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และอาจมีเพิ่มเติมอีกหลายคน ข้อหาหลักๆ ที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. คือการทุจริตและการทำผิดจริยธรรม ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่ารัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น รมว.อุตสาหกรรม จะสามารถยื่นถอดถอนได้หรือไม่ กำลังพิจารณาอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินหน้าเอาผิดรัฐมนตรีทั้ง 7 คน พร้อมยื่นข้อมูลและหลักฐานการทุจริตของรัฐมนตรีไปยัง ป.ป.ช. เพื่อนำเสนอต่อศาลอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องถุงมือยางไปยัง ป.ป.ช.ว่า ไม่มีอะไรเป็นห่วง เพราะได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) คนใหม่ ได้ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. หลังทราบเรื่องไม่ถึง 10 วัน และเรื่องเข้าสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. แล้ว โดย ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน และได้มีการอายัดเงิน 2,000 ล้านบาทแล้ว เรื่องนี้เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้ปราบโกง ไม่ใช่เข้าไปสมคบกับใครทำทุจริตแต่อย่างใดทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันอีกครั้งว่าผมจะจัดการกับผู้เกี่ยวข้องในทางมิชอบกับทุกคนโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ทั้งทางวินัย แพ่ง และอาญาต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง เพื่อเอาคนผิดเข้าคุก และให้คนผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส.ต่อไป&amp;rdquo; นายุจรินทร์กล่าว และว่า ฝ่ายค้านจะไปยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช.อีก ก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ส่วนจะซ้ำซ้อนกับเรื่องที่ ป.ป.ช.กำลังสอบอยู่แล้วหรือไม่ ไม่ขอตอบ เพราะเขาพูดไปแล้วไม่ยื่นเดี๋ยวก็จะเสียหน้า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94031</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พนิต วิกิตเศรษฐ์, ราเมศ รัตนะเชวง, วทันยา วงษ์โอภาสี, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, อนุทิน ชาญวีรกูล, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_603518a426321.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
