<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เม็กซิโกฉลองเจรจาสำเร็จ &#039;ทรัมป์&#039; ระงับเก็บภาษีศุลกากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก นำประชาชนเดินขบวนฉลองความสำเร็จของการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกก่อนที่จะมีผลในวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ โบกมือทักทายขณะมาถึงการชุมนุมเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเม็กซิโก ที่เมืองติฮัวนา รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 ว่าตัวแทนเจรจาของรัฐบาลสหรัฐและเม็กซิโกบรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลากรุงวอชิงตันของสหรัฐ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อทั้งสองฝ่าย หากสหรัฐเริ่มจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก 5% ในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ขู่ด้วยว่าจะขึ้นภาษีไปจนถึง 25% ในเดือนตุลาคม และนักเศรษฐศาสตร์มองว่า เม็กซิโกคงจะใช้มาตรการตอบโต้ในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติการเงินในเม็กซิโกวันจันทร์นี้&amp;quot; ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก ประกาศเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง เม็กซิโกตกลงจะเสริมการรักษาความมั่นคงชายแดนภาคใต้ของตน โดยจะใช้กองกำลังเนชันแนลการ์ด ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เป็นหลักในปฏิบัติการสกัดกั้นผู้อพยพเข้าเมืองที่ข้ามแดนมาจากกัวเตมาลา ขณะเดียวกัน เม็กซิโกจะรองรับผู้อพยพที่อาจมีหลายแสนคน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกัวเตมาลา, ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์ ระหว่างที่รอกระบวนการขอลี้ภัยในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คณะเจรจาของเม็กซิโก ซึ่งนำโดยมาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศ ยืนกรานปฏิเสธทำตามข้อเรียกร้องหลักของทรัมป์ที่ต้องการให้เม็กซิโกยอมเป็น &amp;quot;ประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย&amp;quot; ที่ผู้อพยพที่มาถึงที่นี่จะถูกบังคับให้ขอลี้ภัยในเม็กซิโก แทนที่จะเป็นสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า จะให้เวลา 90 วันเพื่อประเมินผลลัพธ์ของข้อตกลงนี้ ซึ่งหากไม่สามารถลดจำนวนผู้อพยพเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายเดินทางถึงชายแดนสหรัฐได้อย่างเห็นผลแล้ว จะต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ยกย่องข้อตกลงฉบับนี้่ว่าเป็นชัยชนะของสหรัฐ &amp;quot;เม็กซิโกจะต้องพยายามอย่างหนัก และหากพวกเขาทำมันได้ ข้อตกลงนี้จะเป็นข้อตกลงที่ประสบความสำเร็จมากสำหรับทั้งสหรัฐและเม็กซิโก&amp;quot; ทรัมป์ทวีตเมื่อเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองติฮัวนาของเม็กซิโกซึ่งอยู่ติดชายแดนสหรัฐ บรรยากาศที่นี่มีความผ่อนคลาย ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์ นำประชาชนหลายพันคนเดินขบวนฉลองการบรรลุข้อตกลงนี้ และ &amp;quot;มิตรภาพของประชาชนชาวเม็กซิโกและสหรัฐ&amp;quot; แต่โลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งบอกว่าเขาเพิ่งคุยโทรศัพท์กับทรัมป์ เตือนสหรัฐว่า การให้เม็กซิโกควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้นอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่สหรัฐต้องลงทุนพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกากลาง เพื่อตัดตอนคลื่นผู้อพยพจากภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเม็กซิโกกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ทางออกของปัญหาไม่ใช่เพียงแค่การปิดพรมแดนหรือมาตรการเชิงบังคับ ทางออกเพียงอย่างเดียวของปัญหานี้คือการต่อสู้กับการขาดโอกาสและความยากจน เพื่อทำให้การอพยพย้ายถิ่นเป็นแค่ทางเลือกหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลลัพธ์ของการเจรจาครั้งนี้ หลายคนมองว่าเป็นแบบฉบับเก๋ากึ๊กของทรัมป์ นั่นคือการจุดวิกฤติแล้วปล่อยให้เดือดอยู่สักพัก แล้วค่อยประกาศว่าแก้ไขวิกฤติได้แล้ว จากนั้นก็อ้างความดีความชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ฉบับวันเสาร์กล่าวว่า มาตรการส่วนใหญ่ที่เม็กซิโกลงนามเมื่อวันศุกร์นั้นผ่านความเห็นชอบกันทั้งสองฝ่ายมาตั้งแต่การเจรจาต่อรองครั้งก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิบางกลุ่มในเม็กซิโกวิจารณ์ข้อตกลงฉบับนี้ว่าการที่เม็กซิโกยินยอมใช้เนชันแนลการ์ดคุมชายแดนใต้ จะทำให้ปัญหามนุษยธรรมกลายเป็นปัญหาทางทหาร และส่งผลให้มีการจับกุมคุมขังผู้หญิงและเด็กที่บริสุทธิ์จำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38094</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรลุเจรจา, ภาษีศุลกากร, ระงับขึ้นภาษี, สหรัฐ, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, เม็กซิโก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfd14e58f09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดยุคผลาญงบ ผู้นำคนใหม่เม็กซิโกประกาศขายเครื่องบินหรูประจำตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนใหม่ของเม็กซิโก ประกาศขายเครื่องบินหรูประจำตำแหน่ง โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ที่ผู้นำคนก่อนช็อปมาด้วยราคา 218 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบินกับเฮลิคอปเตอร์รวม 130 ลำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความฟุ้งเฟ้อของพวกนักการเมืองขี้ฉ้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอนริเก เปนญา เนียโต ก้าวลงจากเครื่องบินที่กรุงบัวโนสไอเรสขณะมาประชุมจี 20 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 ส่งท้ายก่อนพ้นจากตำแหน่งในวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ลำนี้เพิ่งเป็นพาหนะพาเอนริเก เปนญา เนียโต ประธานาธิบดีที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ จี 20 ที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 5 เดือนก่อนและเพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเม็กซิโกเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม เคยให้คำมั่นไว้ว่าเขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคนในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากำลังจะขายเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ทุกลำที่พวกนักการเมืองคอร์รัปชันใช้&amp;quot; เขากล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนที่ชุมนุมกันที่เมืองซาลาปา รัฐเวรากรูซ เมื่อวันอาทิตย์ และได้รับเสียงตอบรับอย่างเกรียวกราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ กล่าวสุนทรพจน์ภายในพิธีของกองทัพเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการ์โลส อูร์ซัว รัฐมนตรีคลัง จัดเชิญผู้สื่อข่าวท้องถิ่นกลุ่มเล็กๆ ฟังการแถลงข่าวหน้าเครื่องบินเจ็ตหรูลำนี้ที่กรุงเม็กซิโกซิตีเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อประกาศว่า รัฐบาลชุดใหม่จะขายเครื่องบินลำนี้ในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่างภาพและตากล้องได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปชมภายในเครื่องบินประจำตำแหน่งซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา มีตราเครื่องหมายสัญลักษณ์ของรัฐบาลบนผนัง ติดตั้งทีวีจอแบนหลายเครื่อง รวมถึงห้องนอนส่วนตัวของประธานาธิบดี และห้องอาบน้ำปูหินอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อูร์ซัวกล่าวว่า เครื่องบินราคา 218 ล้านดอลลาร์ (7,144 ล้านบาท) ซึ่งได้รับเมื่อปลายปี 2555 เป็น 1 ในเครื่องบินของรัฐบาล 60 ลำที่จะถูกนำออกขาย นอกเหนือจากเฮลิคอปเตอร์ 70 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพภายในเครื่องบินลำหรู / YouTube / Jet Aviation&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงการคลังเผยในแถลงการณ์ด้วยว่า เครื่องบินลำนี้จะบินไปยังสนามบินวิกเตอร์วิลล์ในรัฐแคลิฟอร์เนียวันจันทร์ ตามคำแนะนำของบริษัท โบอิ้ง เพื่อรอเจ้าของคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการปราศรัยต่อผู้ชุมนุมที่ซาลาปา โลเปซ โอบราดอร์ ยังได้ประกาศจะทำตามสัญญาประชานิยมที่เขาให้ไว้ระหว่างการหาเสียงหลายอย่างด้วย อาทิ การเลิกจ่ายบำนาญให้บรรดาอดีตประธานาธิบดี และลดเงินเดือนเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในรัฐบาล ที่เขาคุยว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ก้อนโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าพิธีสาบานตนช่วงเช้าวันเสาร์ เขายังได้สั่งการให้เปิดทำเนียบประธานาธิบดีที่โลสปีโนส ซึ่งเป็นที่พักประจำตำแหน่งของผู้นำประเทศมายาวนาน 8 ทศวรรษ ให้ประชาชนเข้าชมและจัดดนตรีขับกล่อมให้ด้วย ผู้นำฝ่ายซ้ายที่ใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์รายนี้ประกาศไว้แล้วว่าเขาจะไม่พักที่ทำเนียบนี้ แต่จะเปลี่ยนที่นี่เป็นศูนย์วัฒนธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเครื่องบิน, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, เครื่องบินประจำตำแหน่ง, เม็กซิโก, เอนริเก เปนญา เนียโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c0533b043575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐีเม็กซิกันยื่น 99 ล้าน$ ซื้อเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักธุรกิจชาวเม็กซิกันเสนอซื้อเครื่องบินเจ็ตประจำตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโก 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,241 ล้านบาท ภายหลังประธานาธิบดีคนใหม่ประกาศอยากขายและจะใช้เครื่องบินส่วนตัวแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินประจำตำแหน่งที่นำประธานาธิบดีเอนริเก เปนยา นีเอโต เยือนเยอรมนี จอดอยู่ที่สนามบินเทเกลในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2559 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์เรฟอร์มารายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม ว่า กุสตาโบ ฆีเมเนซ ปอนส์ นักธุรกิจชาวเม็กซิกัน ยื่นข้อเสนอซื้อเครื่องบินเจ็ตประจำตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโก ซึ่งเป็นเครื่องบิน 300 ที่นั่ง โบอิ้ง ดรีมไลเนอร์ 787 ที่ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประกาศว่าเขาจะไม่ใช้เครื่องบินลำนี้และต้องการขายทิ้ง โดยขณะดำรงตำแหน่งเขาจะไม่ใช้เครื่องบินส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฆีเมเนซ ปอนส์ เสนอซื้อเครื่องบินลำนี้ด้วยราคา 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,241 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมาก โดยหนังสือพิมพ์เรฟอร์มาเผยว่า เครื่องบินลำนี้มูลค่าราว 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,203 ล้านบาท นักธุรกิจผู้นี้ต้องการซื้อเครื่องบินลำนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องบินให้เช่า โดยคิดค่าบริการชั่วโมงละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 655,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์เอลอูนิเวร์ซาลเผยว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเขาคือประธานาธิบดีชาติอื่นที่ไม่มีเครื่องบินประจำตำแหน่ง และวงร็อกชื่อดังอย่างเช่น เดอะโรลลิงสโตนส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ (ซ้าย) จับมือกับเอนริเก เปนยา นีเอโต ระหว่างพิธีส่งชื่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินเจ็ตลำนี้ อดีตประธานาธิบดีเอนริเก เปนยา นีเอโต ซื้อมาเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งเมื่อปี 2559 ส่วนฮีเมเนซ ปอนส์ เคยลงสมัครนายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี เมื่อปี 2549 แต่แพ้เลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16099</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุสตาโบ ฆีเมเนซ ปอนส์, ซื้อเครื่องบิน, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, เครื่องบินประจำตำแหน่ง, เม็กซิโก, เอนริเก เปนยา นีเอโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800b85d326e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เม็กซิโกเลือกฝ่ายซ้ายเป็นประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเม็กซิกันเทคะแนนเลือกอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เป็นประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศในรอบเกือบศตวรรษ&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยความเบื่อหน่ายการคอร์รัปชันดกดื่นและความรุนแรงนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ และนางเบียทริซ กูเตียร์เรซ มูเลร์ ภรรยา ชูกำปั้นต่อหน้าผู้สนับสนุนภายหลังชนะการเลือกตั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561 โลเปซ โอบราดอร์ หรือที่ชาวเม็กซิกันเรียกว่า &amp;quot;อัมโล&amp;quot; ได้คะแนนสนับสนุนถึง 53% และทำให้นักการเมืองผมสีดอกเลาฝีปากจัดจ้านรายนี้เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์เม็กซิโก ที่ชนะคะแนนเกินครึ่งหนึ่งของการเลือกตั้ง และยังเขี่ยพรรคการเมืองหลัก 2 พรรคพ้นจากการบริหาร ปกครองประเทศมายาวนานเกือบ 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ และจะเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ&amp;quot; โลเปซ โอบราดอร์ กล่าวสุนทรพจน์ฉลองชัยชนะของเขาที่สวนสาธารณะอาลาเมดาในกรุงเม็กซิโกซิตี ต่อหน้าผู้สนับสนุนนับหมื่นคนที่ดีใจกันอย่างเหลือล้น พากันออกมาร้องรำทำเพลงและร้องตะโกนว่า &amp;quot;เราทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ชุมนุมที่จัตุรัสโซกาโลในกรุงเม็กซิโกซิตีเพื่อฉลองภายหลังรู้ผลคะแนนเบื้องต้น เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองฝ่ายซ้ายวัย 64 ปีรายนี้กล่าวต่อผู้สนับสนุน โดยพยายามบรรเทาความหวั่นเกรงว่านโยบายที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของเขาจะทำให้เม็กซิโกเป็นเหมือนกับเวเนซุเอลา ว่า นโยบายใหม่ของเขาก็คือการสร้างประชาธิปไตยของแท้ ไม่ใช่การสร้างระบอบเผด็จการ ไม่ว่าโดยเปิดเผยหรือซ่อนเร้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน โลเปซ โอบราดอร์ ยังให้คำมั่นว่าเขาจะสร้างมิตรภาพและร่วมมือกับสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากการหาเสียงที่เขาเคยคุยว่าจะทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับไปอยู่ในที่ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งนโยบายต่อต้านการค้าและต่อต้านคนเข้าเมืองของเขาได้สร้างความโกรธแค้นแก่ชาวเม็กซิโก ก็แสดงความพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้นำคนใหม่ของเม็กซิโกเช่นกัน โดยทวีตว่า เขาเฝ้ารอที่จะได้ร่วมงานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา แสดงความยินดีกับโลเปซ โอบราดอร์ พร้อมกับย้ำว่าแคนาดาและเม็กซิโกเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและหุ้นส่วนกันมายาวนาน และแคนาดาจะร่วมมือกับเม็กซิโกในการเจรจาต่อรองความตกลงการค้าเสรีนาฟตากับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นักการเมืองฝ่ายซ้ายรายนี้ประสบความสำเร็จในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในความพยายามครั้งที่ 3 ของเขา ด้วยอานิสงส์ที่ชาวเม็กซิโกกำลังโกรธกับปัญหาคอร์รัปชันที่ไม่จบไม่สิ้น และเหตุการณ์รุนแรงน่ากลัวจากคดีฆาตกรรมมากถึง 25,000 รายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งโหมกระพือจากการเข่นฆ่านองเลือดของพวกเจ้าพ่อค้ายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มพันธมิตรของโลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งนำโดยพรรคโมเรนา ที่เขาก่อตั้งเมื่อปี 2557 ก็กำลังจะชนะอย่างท่วมท้นทั้งในระดับรัฐและรัฐสภาของประเทศ โดยเอ็กซิตโพลชี้ว่าฝ่ายของเขาจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 6 จาก 9 รัฐที่จัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ นั่นรวมถึงกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งจะได้ผู้หญิงเป็นผู้ว่าการรัฐเป็นครั้งแรก ได้แก่ คลอเดีย เชนบวม นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ตัวแทนกลุ่มพันธมิตร &amp;quot;ฆุนตอส อาเรมอส อิสตอเรีย&amp;quot; ฉลองชัยชนะต่อหน้าผู้สนับสนุน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลยังชี้ด้วยว่า กลุ่มแนวร่วมของโลเปซ โอบราดอร์ จะได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแน่ๆ และอาจจะรวมถึงวุฒิสภาด้วย ซึ่งจะถือเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญสำหรับพรรคที่ชิงชัยในการเลือกตั้งระดับประเทศเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริคาร์โด อานายา จากพรรคกิจแห่งชาติ (พีเอเอ็น) ซึ่งได้อันดับ 2 และโฆเซ อันโตนีโอ มีอาเด จากพรรคปฏิวัติสถาบัน (พีอาร์ไอ) ซึ่งได้อันดับ 3 ต่างแสดงความยินดีกับเขาและอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พีอาร์ไอและพีเอเอ็นสลับกันบริหารเม็กซิโกมาเกือบ 1 ศตวรรษ ชัยชนะของโอบราดอร์จะทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ต่อจากเอนริเก เปนญา นีเอโต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดี#, ฝ่ายซ้าย, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, อัมโล, เม็กซิโก, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a2d775a962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
