<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;เยี่ยมครอบครัว&#039;อับดุลเลาะ&#039;ลั่นรัฐต้องคืนความเป็นธรรม-ชี้ 15 ปีกฎหมายพิเศษโหมไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.62 - น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เยี่ยมครอบครัวนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ซึ่งเสียชีวิตหลังถูกควบคุมตัวเข้าค่ายอิงคยุทธบริหาร ที่จังหวัดปัตตานี โดยครอบครัวอีซอมูซอยืนยันว่าจะเดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมให้นายอับดุลเลาะ และขอบคุณที่สังคมส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติของนายอับดุลเลาะยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่าจะให้เงินเยียวยา และให้ทุนการศึกษากับลูกของนายอับดุลเลาะ แต่เป็นเสียงการพูดปากเปล่า ไม่มีเอกสารยืนยันการติดต่ออย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญ ครอบครัวไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยา แต่ต้องการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ ว่าผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง อยู่ในการควบคุมตัวของทหารเพียง 12 ชั่วโมง แล้วกลับออกมาในสภาพสมองขาดออกซิเจน มีร่องรอยการถูกจี้และถูกมัดได้อย่างไร และหากใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการเสียชีวิตของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านภรรยาของนายอับดุลเลาะยืนยันว่าขณะนี้มีกำลังใจดี เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในชุมชน รวมถึงคนนอกพื้นที่ ยืนยันว่าจะยังสู้ต่อไป แม้การทวงคืนความเป็นธรรมให้สามีจะต้องใช้เวลานาน และอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้มีอำนาจ โดยมีแนวคิดจะจัดตั้งกองทุนเพื่อรวบรวมเงินบริจาคมาใช้ในการสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวพรรณิการ์ ได้ให้กำลังใจครอบครัวอีซอมูซอ โดยแสดงความชื่นชมที่ทางครอบครัวกล้ายืนหยัดต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้นายอับดุลเลาะ และยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนๆเดียว กรณีของนายอับดุลเลาะ ไม่ใช่กรณีแรกที่มีคนโดนทหารควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใดๆ แล้วกลับออกจากค่ายในสภาพบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะคือตัวอย่างที่น่าเศร้าของคนธรรมดาที่ต้องได้รับผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษในสามจังหวัด ซึ่งให้อำนาจทหารล้นเกินจนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดการใช้อำนาจในทางมิชอบ และการใช้อำนาจจับกุมใครก็ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็มีแต่จะสร้างความหวาดระแวงและไแบ่งแยกระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่ามีคนจำนวนมากบอกว่าทหารทำถูกแล้ว เพราะอับดุลเลาะเป็นผู้ต้องหา เป็นโจรใต้ ในความเป็นจริงก็คือเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากในสามจังหวัด ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเข้าค่ายไปสอบสวนโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ไม่ต้องมีหลักฐาน แค่สงสัยว่าเป็นขบวนการเพราะเป็นผู้ชายในวันฉกรรจ์ แล้วพอครบ 7 วันก็ปล่อยตัว เรื่องแบบนี้ทำได้เพราะการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งมีมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ครอบครัวอีซอมูซอยังแสดงความกังวลว่าหลังจากครบ 7 วันการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ เมื่อสื่อเริ่มเลิกติดตาม คนเริ่มเลิกสนใจข่าวนี้ ครอบครัวจะโดนทหารกดดันให้ยอมความ ซึ่งโฆษกพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ทางพรรคจะยืนหยัดร่วมกับครอบครัวอีซอมูซอ และช่วยทวงถามข้อเท็จจริงจากรัฐบาลผ่านช่องทางในสภาและนอกสภา เพื่อยืนยันหลักการที่ว่ารัฐต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่ใช้อำนาจละเมิดประชาชนเสียเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44685</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณิการ์ วานิช, อนาคตใหม่, อับดุลเลาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d69f1138e93e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
