<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดีอับดุลเลาะ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63- จากเหตุการณ์นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 &amp;nbsp;และส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกาของวันที่ 21 กรกฎาคม &amp;nbsp;2562 พบว่าหมดสติอยู่ในห้องควบคุมศูนย์ซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยนายอับดุลเลาะฯ ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลปัตตานี &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม &amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา โดยพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะนำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความในคดีนี้ด้วยในวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. เป็นวันที่ศาลจังหวัดสงขลานัดสืบพยานฝ่ายพนักงานอัยการ ประกอบด้วย นางสาวซูไมยะห์ ภริยานายอับดุลเลาะฯ เจ้าหน้าที่ทหารในค่ายอิงคยุทรบริหารจำนวนหลายปาก และแพทย์ประจำโรงบาลปัตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ปัตตานี, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba1ad771b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สืบพยาน‘อีซอ’ ‘ช่อ’เตือนสังคม ลุ้น‘กม.อุ้มหาย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อม 29 มิ.ย. คดีไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัวในค่ายอิงคยุทธฯ ขณะที่ &amp;quot;ช่อ พรรณิการ์&amp;quot; ชี้จับตาร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย ฉบับ กมธ.ยุคปิยบุตร ยื่นสภา 8 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกใบแจ้งข่าวความคืบหน้าของคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ระบุว่า ในวันที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายพนักงานอัยการและฝ่ายญาติผู้ตาย แล้วกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ ตามหลักการถือว่าทั้งพนักงานอัยการและฝ่ายญาติของผู้ตายโดยทนายความของนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ ร่วมกันค้นหาความจริงด้วยการนำสืบพยานบุคคลและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำต่อนายอับดุลเลาะ ตั้งแต่การควบคุมตัวจากบ้านไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร วิธีการซักถามซึ่งฝ่ายทหารเรียกว่า ดำเนินกรรมวิธี การควบคุมดูแลภายในค่ายฯ ตลอดจนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงที่มาของการหมดสติของนายอับดุลเลาะภายในห้องควบคุมในค่ายอิงคยุทธบริหาร และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และทนายความของญาติผู้ตายจะนำสืบถึงพยานหลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งแต่งตั้งโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ได้สอบข้อเท็จจริงกรณีนายอับดุลเลาะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะได้นำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความด้วย คดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า มาร่วมงานเปิดศูนย์คณะก้าวหน้าชายแดนใต้ ณ จังหวัดยะลา พร้อมกันนี้ได้ร่วมวงเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;ความยุติธรรมที่เปลี่ยนไม่ผ่านท่ามกลางผู้คนและหมุดที่สูญหาย&amp;rdquo; ระบุช่วงหนึ่งว่า กฎหมายอุ้มหาย หรือกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ภาคประชาชนต่อสู้กันมายาวนาน ภายหลังเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ผลักดันผ่านกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธานกรรมาธิการ โดยขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้นร่างมาจากภาคประชาสังคม และได้ถูกปรับปรุงโดยกรรมาธิการจนเสร็จเมื่อ 2 วันก่อน และจะยื่นสู่สภาใหญ่ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่สิ่งที่น่ากังวัลคือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อาจเข้ามาร่วมโหวตด้วยหากมองว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะไม่สามารถผ่านมติได้ หรือหากผ่านอาจถูกแปรญัติ เปลี่ยนแปลง ตัดหลักการสำคัญจนไม่สามารถปกป้อง คุ้มครองประชาชนได้จริง&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ จะส่งเข้าสู่สภาถึง 4 ร่าง คือ ร่างจากกระทรวงยุติธรรม,&amp;nbsp; ร่างจาก กมธ.กฎหมายฯ และร่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ อีก 2 พรรค แต่ฉบับของ กมธ.นี้นับว่าจะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเพราะคุ้มครอง และจะกำหนดให้คดีไม่มีอายุความ สามารถสืบหาจนกว่าจะได้มาซึ่งความยุติธรรม และจะใช้ระบบไต่สวน ที่จะทำให้ศาลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียกหาเอกสารหลักฐานได้เอง อีกทั้งยังกำหนดให้มีคณะกรรมการฯ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญ ในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สามารถทำหน้าที่ไปตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐให้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจพยานหลักฐาน, ศาลจังหวัดสงขลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, ไต่สวนการตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8948b072c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดพร้อม29 มิ.ย.คดีไต่สวนอับดุลเลาะเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63 - ในวันที่ 29 มิ.ย.63 &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อม เพื่อตรวจพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายพนักงานอัยการและฝ่ายญาติผู้ตาย แล้วกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป&amp;nbsp;คดีนี้ ตามหลักการถือว่าทั้งพนักงานอัยการและฝ่ายญาติของผู้ตายโดยทนายความของนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ &amp;nbsp; ร่วมกันค้นหาความจริงด้วยการนำสืบพยานบุคคลและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำต่อนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ตั้งแต่การควบคุมตัวจากบ้านไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการซักถามซึ่งฝ่ายทหารเรียกว่า ดำเนินกรรมวิธี &amp;nbsp;การควบคุมดูแลภายในค่ายฯ &amp;nbsp;ตลอดจนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงที่มาของการหมดสติของนายอับดุลเลาะฯภายในห้องควบคุมในค่ายอิงคยุทธบริหาร และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และทนายความของญาติผู้ตายจะนำสืบถึงพยานหลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งแต่งตั้งโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4(กอ.รมน.ภาค4) ได้สอบข้อเท็จจริงกรณีนายอับดุลเลาะฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาว ซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะได้นำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความด้วย คดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา . &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef833dcee1af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.บี้ตั้งคกก.สอบเคลียร์ปมเสียชีวิต&#039;อับดุลเลาะ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.00 น. นางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ พร้อมญาติของนายอับดุลเลาะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงพรรคอนาคตใหม่ กรณี ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ หลังถูกคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยมีนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ว่าทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหารในสภาพเจ้าชายนิทราก่อนจะเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรูปถ่ายของนายอับดุลเลาะ ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร่างกายของนายอับดุลเลาะมีบาดแผลหลายแห่ง ทั้งรอยถลอกที่ข้อเท้า ที่หูมีหนองไหลออกมา พบรอยแดงที่ข้อมือที่คาดว่าอาจเกิดจากการมัด และรอยจี้ที่นิ้ว ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการช็อตไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้นายกรัฐมนตรี กองทัพ และกระทรวงกลาโหม ออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าวอย่างมีน้ำหนักว่า ทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหาร ด้วยสภาพสมองขาดออกซิเจน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถทำให้กรณีดังกล่าวเกิดความชัดเจน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายอับดุลเลาะไม่ใช่คนแรกที่ออกมาจากค่ายทหารและมีสภาพบาดเจ็บสาหัส พิการ หรือเสียชีวิต มีข้อมูลที่ทำการวิจัยโดยกลุ่มวิจัยสิทธิมนุษยชน จ.ปัตตานี และกลุ่มผสานวัฒนธรรมในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกกระทำลักษณะนี้ 54 ราย ทั้งหมดเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู 51% มีอายุระหว่าง 29-38 ปี โดย 57% เป็นชาวปัตตานี หมายความว่า ประชาชนที่มีลักษณะเดียวกับนายอับดุลเลาะ เป็นแบบฉบับผู้ต้องสงสัยที่รัฐตั้งข้อสังเกต&amp;rdquo;นางสาวพรรณิการ์ ระบุ
&amp;nbsp;
ดังนั้นขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและต่างประเทศ ร่วมอยุ่ในกรรมการด้วย เพื่อตรวจสอบการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ทั้ง 3 แบบ มานานกว่า 1 ทศวรรษ&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการทวงคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของนายอับดุลเลาะเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
&amp;nbsp;
ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ เช่นเดียวกับการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเองต้องอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย รวมทั้งต้องสามารถตรวจสอบกระบวนการต่างๆ ได้อย่างโปร่งใส หากยังมีการปฏิบัติลักษณะนี้ ย่อมไม่สามารถแก่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ และรังแต่จะเพิ่มจำนวนแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบให้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, ชายแดนใต้, ช่อ, พรรณิการ์, อนาคตใหม่, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f548257fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศอ.บต.เคาะเยียวยาครอบครัว&#039;อับดุลเลาะ อีซอมูซอ&#039;5 แสนบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเจริญจิตต์ณสงขลาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) กองส่งเสริมและสนับสุนนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคงกลุ่มบริหารงานยุติธรรมและอำนวยความเป็นธรรมศอ.บต. จัดการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ32 ปีชาวบ้านหมู่ที่3 ต.ตะบิ้งอ.สายบุรีจ.ปัตตานี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเป็นผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงและเสียชีวิตด้วยโรคสมองบวมและปอดติดเชื้อในวันที่ &amp;nbsp;25 สิงหาคม2562 โดยคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ส่งเรื่องต่อให้ศอ.บต. พิจารณาให้ความช่วยเหลือภายหลังแพทย์ระบุเสียชีวิตจากโรคสมองบวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกอ.รมน. ภาค4 ส่วนหน้ายืนยันควบคุมตัวและดำเนินการตามระเบียนขั้นตอนทุกประการโดยมีนายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองเลขาธิการศอ.บต. เป็นประธานและมีนายกิตติ สุระคำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐฯและมีคณะกรรมการผู้แทนกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าผู้แทนผู้นำศาสนาและภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุมพิจารณาเยียวยากรณีนายอับดุลเลาะอีซอมูซอในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุมพิจารณารองเลขาธิการศอ.บต. ได้สรุปมติที่ประชุมว่าที่ประชุมมีมติเยียวยาครอบครัวนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เป็นเงิน 500,000 บาทตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยที่ประชุมพิจารณาองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบของการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะพบว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่และเจ็บป่วยเสียชีวิตขณะควบคุมตัวจึงเข้าหลักเกณฑ์การเยียวยาตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้รายงานทางการแพทย์จะระบุชัดว่านายอับดุลเลาะเสียชีวิตด้วยอาการสมองบวมและระหว่างการรักษาเกิดภาวะปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรงแต่อาการป่วยดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐจนนำไปสู่การเสียชีวิตถือว่าการป่วยและเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการควบคุมตัวที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบทั้งนี้เลขาธิการศอ.บต. ได้อนุมัติให้มีการเยียวยาด้านจิตใจเป็นจำนวนเงิน30,000 บาทพร้อมชดเชยค่าเสียหายตามจำนวนวันที่ถูกควบคุมตัว6 วันๆละ400 บาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมยังมีการเสนอให้พลเรือตรีสมเกียรติผลประยูรเลขาธิการศอ.บต. เสนอกพต. พิจารณาเยียวยาครอบครัวนายอับดุลเลาะอีซอมูซอเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนการศึกษาบุตร2 คนและส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตอื่นๆตามสภาพปัญหาและความจำเป็นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44931</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนบาท, ศอ.บต., อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e53496b79c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คุณช่อ’ไปปัตตานี! ผู้ต้องหาไม่ใช่โจรใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรณิการ์&amp;quot; ลงใต้ เยี่ยมครอบครัว &amp;ldquo;อับดุลเลาะ อีซอมูซอ&amp;rdquo; ซัดทหารอำนาจล้น เสี่ยงใช้อำนาจมิชอบจับกุมชาวบ้านโดยไม่ต้องมีหลักฐาน นี่ไม่ใช่ศพแรก ยันไม่ใช่โจรใต้ เป็นแค่หนึ่งในผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากในสามจังหวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเข้าค่ายไปสอบสวนโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ทหารใช้กฎอัยการศึกมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เดินทางไปยังอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะและให้กำลังใจครอบครัวนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ช่างก่อสร้างชาวปัตตานีผู้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวเข้าค่ายอิงคยุทธบริหาร แล้วกลับออกมาในสภาพสมองบวมจากการขาดออกซิเจน อยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา ก่อนจะเสียชีวิตในอีก 35 วันต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติของนายอับดุลเลาะยืนยันว่า จนถึงขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่าจะให้เงินเยียวยาและให้ทุนการศึกษากับลูกของนายอับดุลเลาะ แต่เป็นเสียงการพูดปากเปล่า ไม่มีเอกสารยืนยันการติดต่ออย่างเป็นทางการ และที่สำคัญครอบครัวไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยา แต่ต้องการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ ว่าผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง อยู่ในการควบคุมตัวของทหารเพียง 12 ชั่วโมง แล้วกลับออกมาในสภาพสมองขาดออกซิเจน มีร่องรอยการถูกจี้และถูกมัดได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการเสียชีวิตของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านภรรยาของนายอับดุลเลาะยืนยันว่า ขณะนี้มีกำลังใจดี เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในชุมชน รวมถึงคนนอกพื้นที่ ยืนยันว่าจะยังสู้ต่อไป แม้การทวงคืนความเป็นธรรมให้สามีจะต้องใช้เวลานาน และอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้มีอำนาจ โดยมีแนวคิดจะจัดตั้งกองทุนเพื่อรวบรวมเงินบริจาคมาใช้ในการสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ได้ให้กำลังใจครอบครัวอีซอมูซอ โดยแสดงความชื่นชมที่ทางครอบครัวกล้ายืนหยัดต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้นายอับดุลเลาะ และยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว กรณีของนายอับดุลเลาะไม่ใช่กรณีแรกที่มีคนโดนทหารควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใดๆ แล้วกลับออกจากค่ายในสภาพบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะคือตัวอย่างที่น่าเศร้าของคนธรรมดาที่ต้องได้รับผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษในสามจังหวัด ซึ่งให้อำนาจทหารล้นเกินจนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดการใช้อำนาจในทางมิชอบ และการใช้อำนาจจับกุมใครก็ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็มีแต่จะสร้างความหวาดระแวงและแบ่งแยกระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคนจำนวนมากบอกว่าทหารทำถูกแล้ว เพราะอับดุลเลาะเป็นผู้ต้องหา เป็นโจรใต้ ในความเป็นจริงก็คือเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากในสามจังหวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเข้าค่ายไปสอบสวนโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ไม่ต้องมีหลักฐาน แค่สงสัยว่าเป็นขบวนการ เพราะเป็นผู้ชายในวัยฉกรรจ์ แล้วพอครบ 7 วันก็ปล่อยตัว เรื่องแบบนี้ทำได้เพราะการประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งมีมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวอีซอมูซอยังแสดงความกังวลว่าหลังจากครบ 7 วันการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ เมื่อสื่อเริ่มเลิกติดตาม คนเริ่มเลิกสนใจข่าวนี้ ครอบครัวจะโดนทหารกดดันให้ยอมความ ซึ่งโฆษกพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ทางพรรคจะยืนหยัดร่วมกับครอบครัวอีซอมูซอ และช่วยทวงถามข้อเท็จจริงจากรัฐบาลผ่านช่องทางในสภาและนอกสภา เพื่อยืนยันหลักการที่ว่ารัฐต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่ใช้อำนาจละเมิดประชาชนเสียเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ทหารอำนาจล้น, พรรณิการ์ วานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, ใช้อำนาจมิชอบจับกุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d6a69cd32b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง &#039;เฟกนิวส์&#039; ป่วนชายแดนใต้ทำสังคมสับสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - เวลา 09.00 น. พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า จากกรณีเพจ Suara Patani, ข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้, Patani Kita, Fajar Harian, ประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนปาตานี และเพจ Cerita.Patani ได้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และยังมีลักษณะชี้นำใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม โดยมีเจตนาที่จะทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติของเจ้าหน้ารัฐมาโดยตลอด โดยดูได้จากในหลายๆเหตุการณ์ที่ปรากฏผ่านสื่อดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเฟกนิวส์&amp;nbsp;(Fake News) หรือข่าวลวงเหล่านี้มีการโพสต์ข้อความบิดเบือน กล่าวหาโจมตีหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่มีเหตุผลและปราศจากข้อเท็จจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย และเกิดการเข้าใจผิดจากผู้ติดตามข่าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่นจากกรณีล่าสุดการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ช็อคหมดสติภายในหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยส่งเข้าทำการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตามลำดับ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จากคำแถลงการณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าวได้มีเพจข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้ และในกลุ่มเพจข่าวลวงได้ออกมากล่าวหาชี้นำสังคมว่าผลการแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จชต. มีความคลุมเครือในหลายประเด็น ซึ่งย้อนแย้งจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน จากการแถลงการณ์ในประเด็นต่างๆของทางคณะกรรมการฯ มีความชัดเจนเป็นอย่างมากในเนื้อหา และสามารถตอบคำถามซึ่งเป็นข้อสงสัยของสังคมได้ครบทุกประเด็น เช่น การตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซักถาม พบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ และไม่พบความผิดปกติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสถานที่ศูนย์ซักถาม พบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับกล้องวงจรปิดที่ไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากอาคารดังกล่าว เป็นอาคารใหม่เพิ่งสร้างเสร็จและเริ่มใช้งานเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวกล้องได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบจากบริษัท จึงยังไม่ได้มีการใช้งาน โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล้องทุกตัวสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันจากคำแถลงการของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เกิดจากอาการปอดอักเสพติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุนำจากภาวะสมองขาดเลือด และขาดออกซิเจน ซี่งคณะกรรมการฯได้รวบรวมข้อเท็จจริงจากความเห็นของแพทย์ที่ให้การรักษา สรุปได้ว่าการขาดออกซิเจนของสมอง กรณีของนายอับดุลเลาะ&amp;nbsp;น่าจะเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง จากโรคหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่จะไม่ปรากฏอาการใดๆ และไม่มีอาการแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดการแตกออก อาการเช่นนี้จะส่งผลต่อเนื้อเยื้อสมองอย่างรุนแรง สอดคล้องกับการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน ซึ่งหากมีการกระแทกจากภายนอกจะมีเลือดออกที่เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกเป็นลำดับแรก หรือหากมีการกระทำอื่นใดที่ทำให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตามที่มีการกล่าวอ้าง เช่น ใช้ถุงคลุม หรือใช้ผ้าเปียกปิดหน้า และการกระทำอื่นๆที่ทำให้เกิดภาวะปิดกั้นทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามกับทางทีมแพทย์ พบว่าหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง จะต้องมีการแสดงถึงจุดที่เลือดออกบ้าง เช่นที่ชัดเจนคือเยื้อบุหลอดเลือดแตกและมีเลือดออกที่ตา เหงือก หรือบริเวณริมฝีปาก และใบหน้าจะบวมคล้ำ ซึ่งกรณีของนายอับดุลเลาะไม่ปรากฏอาการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การช่วยเหลือครอบครัวของนายอัลดุลเลาะ&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการฯจะรวบรวมข้อเท็จจริงและผลการวินิจฉัยของแพทย์ รายงานให้ ศอ.บต. ทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการฯมีมติ เห็นควรให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม โดยจะเชิญภรรยาและครอบครัวของนายอับดุลเลาะฯมาหารือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงเหตุลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิตในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เพจเฟกนิวส์ดังกล่าว ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาโจมตีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจากภาพความเป็นจริง ในการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. และขนาด 9 มม. และจากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิต เป็นอาวุธที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 13 คดี สำหรับอาวุธปืน M16 ที่ใช้ในการก่อเหตุพบเป็นปืนที่แย่งชิงมาจากการโจมตีจุดตรวจ ชคต.ปะกาฮะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งปืนกระบอกดังกล่าวยังใช้ยิงก่อกวนเหตุระเบิดตู้ ATM ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในหลายเหตุการณ์จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มก็เช่นกันมีความพยายามออกมาชี้นำสังคมโดยโพสต์ภาพรอยเท้าบริเวณหลังเสื้อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัยฟาตอนี ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงในอีกหลายเหตุการณ์ที่เพจเฟกนิวส์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความพยายามบิดเบือน ไร้ความน่าเชื่อถือ ปราศจากข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว พล.ท.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มเฟกนิวส์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้ทีมกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4.สน. เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับแอดมินเพจดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น รวมทั้งบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มไม่หวังดี และอาจจะมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ยะลา, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, เพจข่าวลวงภาคใต้, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d674af28b8c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
