<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัปสกิลออมแก้ปม“หนี้ครัวเรือน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์เรื่อง &amp;ldquo;หนี้ครัวเรือน&amp;rdquo; เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา โดยพบว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยปรับตัวสูงขึ้นมา อยู่ที่ระดับ 86.6% ต่อจีดีพี หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของระดับหนี้ครัวเรือนดังกล่าว อาจกลายเป็นปัจจัยที่สะท้อนถึงความ &amp;ldquo;เปราะบาง&amp;rdquo; ของสถานะทางการเงินของคนไทยเมื่อต้องเผชิญภาวะวิกฤติในมิติต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติเกี่ยวกับการออมของภาคครัวเรือนไทย เมื่อไตรมาส 3/2561 พบว่า 5.8 ล้านครัวเรือนไทย หรือ 27.1% ไม่มีเงินออม และครัวเรือนที่มีการออมเงิน มีประมาณ 15.7 ล้านครัวเรือน หรือ 72.9% โดยเมื่อพิจารณาถึงวิธีการออมพบว่า คนไทย 38.9% มีพฤติกรรมใช้ก่อนออม, 38.5% มีพฤติกรรมการออมที่ไม่แน่นอน และอีก 22.6% มีพฤติกรรมออมก่อนใช้ นั่นอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เข้าใจได้ว่า ทักษะความรู้ด้านการออมของคนไทยยังไม่แข็งแกร่งมากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ได้ระบุว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปี 2564 ยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 89-91% ต่อจีดีดี แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวขึ้น ก็น่าจะทำให้เงินกู้ยืมของภาคครัวเรือนปีนี้มีโอกาสเติบโตสูงกว่าปี 2563 ซึ่งภาพดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องมาถึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในปีนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจากข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดไตรมาส 4/2563 บ่งชี้ว่า หนี้ครัวเรือนของไทยปิดสิ้นปี 2563 ด้วยจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 18 ปี โดยระดับหนี้ครัวเรือนทะลุ 14 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% เมื่อเทียบกับจีดีพีปี 2563 อย่างไรก็ดี หากมองในมิติอัตราการเติบโตของหนี้ จะพบว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนปี 2563 เพิ่มขึ้นเพียง 3.9% เป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี แสดงให้เห็นว่า ทั้งผู้กู้และผู้ปล่อยกู้ ต่างเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลงจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปัจจุบัน &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ระบุว่า ครัวเรือนไทยยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับเงินออมมีแนวโน้มลดลง และเริ่มส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยจากการสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้จ่ายของครัวเรือนในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยลดลง หรือไม่ได้ทำเลย โดยเฉพาะการทานอาหารที่ร้าน การซื้ออาหารสดปรุงจากซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการสั่งอาหารทางแอปพลิเคชัน สะท้อนว่าฐานะทางการเงินของครัวเรือนยังมีแนวโน้มเปราะบาง และอยู่ในช่วงระมัดระวังการใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2564 และมาตรการเยียวยาของภาครัฐที่ทยอยออกมา ช่วยหนุนให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 37.3 จาก 37.0 ในเดือน เม.ย.2564 และเมื่อพิจารณาภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนใน 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับเดือน เม.ย. ที่ 39.4 บ่งชี้ว่าครัวเรือนยังมีความวิตกกังวลต่อภาวะการครองชีพจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่มีความยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.2564 โดยเฉพาะเรื่องของมุมมองต่อเงินออมที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในระยะข้างหน้าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการฟื้นตัวของภาคส่วนต่างๆ จะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการกระจายวัคซีนที่ปูพรมฉีดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา หากอัตราการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจให้ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังไม่สิ้นสุด ในขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ จะส่งผลให้การออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังคงมีความจำเป็นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้วยการ &amp;ldquo;วางแผนที่ดี และให้ข้อมูลความรู้ที่เพียงพอ&amp;rdquo; กับประชาชนที่ต้องมีการปรับตัวเกือบทุกด้านจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้เกิดทักษะในการบริหารจัดการเงินให้มีความพร้อมที่จะรองรับกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, อัปสกิลออมแก้ปม“หนี้ครัวเรือน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
