<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2025 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เตรียมแยก &#039;สำนักวิชาการ&#039; รองรับการจัดตั้ง &#039;สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>


&lt;p&gt;
19 ต.ค.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการเตรียมการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา ซึ่งได้กำหนดให้มีสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้เป็นหน่วยงานของรัฐในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายอื่นนั้น เรื่องดังกล่าวยังเป็นเรื่องของอนาคต แต่หากร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..ได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และได้กำหนดโครงสร้างของสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ไว้ใน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวด้วยก็จะมีงานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรง ดังนั้นระหว่างนี้ สพฐ.จึงอยู่ระหว่างการเตรียมตัวรอดูว่ารูปแบบของสถาบันพัฒนาหลักสูตรฯจะเป็นอย่างไร เพื่อจะได้วางแผนและเตรียมการโอนย้ายบุคลากร &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ระหว่างนี้ สพฐ.เตรียมความพร้อมแบ่งแยกงานของสำนักวิชาการว่าจะมีงานด้านใดบ้างที่จะต้องไปอยู่กับโครงสร้างใหม่ รวมถึงบุคลากรคนใดที่มีความเชี่ยวชาญ มีความสามารถ และมีความถนัดที่อยากจะออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนประสงค์จะถ่ายโอนไปสังกัดสถาบันพัฒนาหลักสูตรฯเราก็พร้อมปรับอัตรากำลังไปให้ &amp;nbsp;ทั้งนี้เราไม่มีความกังวลอนาคตโครงสร้างของสพฐ.จะเล็กลง เพราะเชื่อว่าเนื้องานของสถาบันพัฒนาหลักสูตรฯยังต้องทำงานเชื่อมโยงข้อมูลกับสพฐ.อยู่ อีกทั้งการมีองค์กรกลางอย่างสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ ถือเป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อเข้ามาพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ เพราะจะเป็นหน่วยงานที่กำหนดทุกหลักสูตรไม่ใช่แค่การศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;rdquo; เลขาฯ กพฐ.กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;winbet55 ufavision dark168 e699 flowbet1234 g2g168p pk789x playrich uplay168 wing1688x za88 gkbet888 betflix282x g2g45 g2g59 g2gbetx g2ggalaxy g79g tgaslot tkb666 vkr168 123direct beo89 betflixdc g2g888&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120204</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, #สพฐ., สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c0f9250596.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก&#039;อดีตผอ.สพป.โคราช&#039; คดีสนามฟุตซอล หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลผิดเต็มประตู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ต.ค.64-&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.&amp;quot; ไล่ออก อดีต ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 7 เหตุ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีจัดซื้ออุปกรณ์และสนามฟุตซอล &amp;nbsp;มีลักษณะมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายหนึ่ง ก่อความเสียหายร้ายแรงแก่รัฐ

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1599/2564 เรื่อง ไล่ออกจากราชการ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 7 &amp;nbsp;เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติวินิจฉัยชี้มูลความผิดทางวินัยแก่อดีต ผอ.สพป. นครราชสีมา เขต 7 กรณีทุจริตการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ซึ่งเป็นงบแปรญัตติให้กับสพป.นครราชสีมา เขต 7 ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์และสนามฟุตซอล เนื่องจากมีลักษณะมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายหนึ่งให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ และทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสองและมาตรา 94 &amp;nbsp;วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีมติให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ

ทั้งนี้หากผู้ถูกลงโทษประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2550 หรือผู้ถูกลงโทษมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันที่ถูกลงโทษตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวเมื่อคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมาแล้วบทบาทหน้าที่ของสพฐ.ก็จะต้องดำเนินการยืนยันตามมติของป.ป.ช.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119374</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป.ป.ช., คดีสนามฟุตซอล, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eabd0d235f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ประเมินผล นร. ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 64 เรียบร้อยแล้ว &#039;อัมพร&#039; ยันไม่วัด&#039; สอบได้-สอบตก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ต.ค.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้การประเมินผลของนักเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวิธีการประเมินจะไม่เน้นไปในรูปแบบการจัดทำแบบทดสอบ แต่จะเป็นการประเมินเพื่อวัดรูปแบบการเรียนของนักเรียนแต่ละบุคคล และไม่ได้วัดว่าสอบได้หรือสอบตก เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ดังนั้นก็วัดและประเมินผลจะต้องมุ่งไปสู่เรื่องที่ทำอย่างไรที่จะให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ มากกว่าที่จะวัดว่าเด็กแต่ละคน มีคุณภาพอยู่ในระดับใด เพราะเด็กแต่ละคนก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ขาดหายไปเราจะมีการกลับมาประเมินเมื่อการเรียนการสอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อให้เห็นภาพว่าเด็กแต่ละคนนั้น ยังอ่อนในเรื่องใด เช่น ทักษะทางวิชาการ เป็นต้น ครูก็จะทำหน้าที่เติมเต็มในจุดนั้น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสิ่งที่เด็กจะได้จากการเรียนที่บ้าน คือ ทักษะชีวิต ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราพยายามที่จะให้การจัดการเรียนการสอนแบบ On site เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะชดเชยและเพิ่มทักษะทางด้านวิชาการให้แก่นักเรียน แต่จะต้องผ่านการประเมินความพร้อมของนักเรียนแต่ละคนด้วย ไม่ใช่ว่าจะอัดเน้นในส่วนของวิชาการให้แก่เด็ก อีกทั้งจะต้องมีการปรับพฤติกรรมของเด็กให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ก่อนที่จะเสริมทีกษะด้านวิชาการ&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119060</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., การวัดผลการเรียน, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eabd0d235f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัมพร&#039; มั่นใจการขับเคลื่อนงานของ สพฐ. หลังได้ลูกหม้อ นั่งผู้บริหารระดับสูงยกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มต้นปีงบประมาณ 2565 ซึ่งถือเป็นปีงบประมาณใหม่เดือนตุลาคม 2564 โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นางเกศทิพย์ ศุภวานิช และ นายวัลลภ สงวนนาม รองเลขาฯ กพฐ. เข้ามาทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งทั้ง 2 คนถือเป็นลูกหม้อ สพฐ.มีความรู้และความสามารถในการขับเคลื่อนงานของ สพฐ.ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน โดยในส่วนของการวางกรอบการทำงานของนางเกศทิพย์ ตนมอบหมายให้ดูแลงานวิชาการทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยที่มีทั้งหมด 12 แห่ง รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรม ขณะที่นายวัลลภ ตนได้มอบหมายภาระกิจการติดตามกำกับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดใต้และงานคลังส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ช่วยเลขาฯ กพฐ.คนใหม่ ตนได้มอบหมายให้ดูเรื่องงานอำนวยการและงานบุคคล ซึ่งถือว่าการทำงานของสพฐ.ในครั้งนี้ได้วางคนให้เหมาะสมกับงานอย่างแท้จริง โดยเชื่อว่าเราจะขับเคลื่อนงานได้คล่องตัวมากขึ้น เพราะถือเป็นความโชคดีของ สพฐ.ที่ได้บุคลากรที่เคยเติบโตมาจาก สพฐ.ทุกคนจึงทำให้การทำงานด้านการศึกษาเดินหน้าไปทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลางนั้น ผมได้รับรายงานว่าสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ส่วนใหญ่ ไม่ได้รับความเสียหายหนัก เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งได้รับแจ้งเตือนน้ำท่วมจึงรีบบริหารจัดการได้ทันเวลา เพราะอุทกภัยครั้งนี้เป็นสถานการณ์น้ำหลากตามธรรมชาติ ดังนั้นหากไม่มีพายุลูกใหม่เข้ามาอีกก็ยังถือ ว่า สถานศึกษาของเรายังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เนื่องจากผลกระทบจะมีแค่น้ำท่วมอาคารเรียน และเมื่อน้ำลดก็มาล้างทำความสะอาดและทาสีใหม่เท่านั้น แต่จะมีโรงเรียน 1 แห่งที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำชี ซึ่งรับรายงาน ว่า โรงเรียนบริหารจัดการกั้นแนวสันเขื่อนไว้เรียบร้อยแล้ว&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118832</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c0f9250596.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกลุงตู่ &#039;ลงพื้นที่รร.พิบูลย์อุปถัมภ์  ดูฉีดวัคซีนร.4ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้นโยบายให้แก่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ในเรื่องการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียน ที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี โดยต้องประสานกับสาธารณสุขจังหวัดในการดำเนินการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และนักเรียนสามารถยื่นความประสงค์ขอฉีดวัคซีนนอกเขตบริการได้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยในวันดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการฉีดวัคซีนให้แต่นักเรียน ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับกรณีที่จังหวัดใดที่เกิดเหตุน้ำท่วมแล้วสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผมได้มอบหมายให้ทางเขตฯ วางแผนการฉีดวัคซีนร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับปฏิบัติตนก่อนและหลังฉีดด้วย&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายกลุงตู่, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f4115d69c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯ กพฐ.&#039; แจ้ง สพท.ทั่วประเทศ ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ จากพายุเตี้ยนหมู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ย.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากผลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ซึ่งทำให้เกิดอุทกภัยใน 26 จังหวัด รวม 84 อำเภอ 219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้แสดงความห่วงใยถึงโรงเรียนที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการตรวจสอบและวางแผนให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ผมได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ดูแลสถานศึกษาในสังกัด พร้อมกับตรวจสอบภาพอาคารเรียน เช่น จัดเก็บอุปกรณ์การเรียนการสอนให้อยู่บนพื้นที่สูง และตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อย เป็นต้น ซึ่งการเรียนการสอนในขณะนี้เป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รวมถึงปิดภาคเรียนที่ 1 ด้วยสถานการณ์ภัยน้ำท่วมจึงไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อการเรียนการสอน ส่วนโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ขณะนี้ สพฐ.ยังไม่ทราบจำนวนโรงเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดย สพฐ.ได้จัดงบประมาณเพื่อดูแลโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118116</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, #โรงเรียนทั่วไป, พายุเตี้ยนหมู่, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe9bb96926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ย.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวในการเสวนา &amp;ldquo;ศบค.ศธ.พบสภาผู้ปกครอง และครูแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้กับนักเรียนอายุ 12-17 ปี ตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงหารือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยกรมควบคุมโรค และกรมอนามัย เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน และครู รวมถึงการจัดทำมาตรการป้องกันต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของกลุ่มนักเรียนนั้นได้กำหนดที่จะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียน ประมาณ 4.5 ล้านคนอายุตั้งแต่ 12-17 ปี ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.การเตรียมการฉีดวัคซีน ซึ่งจะต้องมีการสร้างความเข้าใจกับนักเรียน และผู้ปกครอง จากนั้นจะให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์เพื่อให้ลูกเข้าฉีดวัคซีน ก่อนจะมีการยื่นข้อมูลและตัวเลขให้สาธารณสุขจังหวัดเพื่อขอรับการจัดสรรวัคซีนจากส่วนกลางต่อไป 2.การฉีดวัคซีน กำหนดจัดฉีดที่โรงเรียน และ3.หลังการฉีดวัคซีน จะต้องดูแลว่าเด็กมีอาการที่ไม่พึงประสงค์ โดยสรุปก็คือการดำเนินงานครั้งนี้เราจะดูแลนักเรียน ตั้งแต่ก่อนฉีดจนกระทั่งหลังฉีด และหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้เราจะสามารถเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2 แบบ Onsite ได้ทันในเดือนพฤศจิกายนนี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม หากเราจะเปิดเรียนแบบ Onsite ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในนักเรียนและครูให้มีภูมิป้องกันมากที่สุด แต่ สพฐ.ไม่ได้บังคับว่าผู้ปกครองจะต้องให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียนทุกคน หากยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยอยู่อยากให้ลูกเรียนรูปแบบ Online ที่บ้านก็ยังสามารถทำได้&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ศธ.และ สธ. ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียน ที่เรียกว่า Sandbox Safety Zone in School โดยนำร่องในโรงเรียนประจำ ซึ่งได้ผลดี ครูในโรงเรียนได้รับวัคซีนร้อยละ 80 ขึ้นไป โรงเรียนมีการจัดพื้นที่ปลอดภัย มีจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แยกกัน มีการคัดกรองที่ได้ผล ทำให้พบผู้ติดเชื้อ และแยกกัก ส่งตัวรักษา และควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นความสำเร็จของ ศธ. และเป็นตัวอย่างให้สถานประกอบการประเภทอื่น ๆ นำไปใช้เป็นตัวอย่าง ส่วนการนำร่องในโรงเรียนไปกลับนั้น โรงเรียนต้องเน้นกิจกรรมที่ลดความเสี่ยงให้มากที่สุด โดยจะมีการประเมินร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กับสถานศึกษาอีกครั้ง เพื่อให้การจัดการศึกษาปลอดภัยที่สุด สำหรับวัคซีนที่จะให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปนั้น ขณะนี้ทั่วโลกอนุมัติให้ใช้วัคซีนชนิด mRNA และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย อนุมัติให้ฉีดได้ จะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งจะเข้ามาในประเทศไทยและเริ่มฉีดต้นเดือน ต.ค.ซึ่งยืนยันว่ามีเพียงพอที่จะฉีดให้กับเด็ก โดยเริ่มมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปในกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัว เพราะเด็กลุ่มนี้หากติดเชื้อโควิดจะมีความรุนแรงมากกว่าเด็กปกติ &amp;nbsp;โดยพบว่า กลุ่มเด็ก อายุ 12-19 ปี มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ใหญ่ และเสียชีวิต ร้อยละ 0.03 แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่ส่วนใหญ่เด็กที่เสียชีวิต จะมีโรคประจำตัวด้วย จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีโรคประจำตัวให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนนั้น คณะผู้เชี่ยวชาญของ สธ. อย. และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ เห็นตรงกันว่า มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยในส่วนของวัคซีนไฟเซอร์นั้น ทั่วโลกมีข้อมูลพบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในเด็กผู้ชาย และพบในโดส ที่ 2 มากกว่าโดสที่ 1 สำหรับประเทศไทยพบเพียง 1 คน เท่านั้นและมีอาการไม่มาก ขณะนี้รักษาหายเป็นปกติแล้ว ส่วนวัคซีนเชื้อตาย ได้แก่ วัคซีนซิโนฟาร์ม ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำมาฉีดให้กับเด็กนักเรียน นั้น เป็นขั้นตอนการศึกษาวิจัย ส่วนการนำไปฉีดในเด็กทั่วไปนั้น ขณะนี้ อย. ไทย ยังไม่อนุมัติ&amp;quot;รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117420</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #สพฐ., ฉีดวัคซีนนักเรียน, นพ.สราวุฒิ บุญสุข, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea539ca8f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
